บทที่ 4
ดีจังเลย...มีสามีสายเปย์
นับั้แ่วันที่ฟ่านซิงเยียนไปสืบข่าวที่บ้านตระกูลหยาง ได้รู้ว่าแท้จริงแล้วตระกูลหยาง้าสิ่งใดจากเธอกันแน่ ช่างเป็ความ้าที่น่าขยะแขยงเป็ที่สุด เธอจะไม่มีทางทำให้ตระกูลหยางสมหวังอย่างเด็ดขาด
ฟ่านซิงเยียนคนนี้จะทำลายความหวังของตระกูลหยางให้พังทลายลงมา สิ่งที่ตระกูลหยางปรารถนาจะไม่มีทางสมหวัง คิดจะเสพสมเพื่อดูดซับแก่นพลังหยินบริสุทธิ์ของเธอ ฝันไปเถอะ เคยตายมาแล้วครั้งหนึ่ง ยิ่งหวงแหนชีวิตครั้งนี้ เพราะมันคือโอกาสเดียวที่พระเ้าหยิบยื่นให้กับเธอ ฟ่านซิงเยียนจะไม่ยอมตายอย่างเด็ดขาด
ตลอดหนึ่งสัปดาห์ เธอแฝงตัวออกไปหาข่าวในตัวเมืองและเขตรอบนอกเมืองปักกิ่ง ได้รู้จักกับสถานที่ที่เรียกว่า ตลาดมืด แม้ว่าการค้าจะเปิดเสรี แต่ตลาดมืดก็ยังคงมีอยู่ พวกเขามีสินค้าที่ไม่สามารถหาซื้อตามร้านค้าทั่วไปและห้างสรรพสินค้าได้ การเดินตลาดมืดทำให้กระเป๋าเงินของเธอเบาลงนับห้าหมื่นหยวน ถึงขนาดต้องเช่าตึกแถวผ่านนายหน้าเพื่อปิดปังตัวตน เอาไว้รับสินค้าที่สั่งซื้อมาจำนวนมาก อาจเป็เพราะความเคยชินส่วนตัวที่ผ่านวันสิ้นโลกมา เคยเห็นคนฆ่ากันตายเพียงเพราะบะหมี่สำเร็จรูปหนึ่งซอง เมื่อเห็นเสบียงอาหารก็อดใจไม่ได้ที่จะซื้อมาตุนเอาไว้
ในตลาดมืดยังมีเครือข่ายที่ลึกลับซับซ้อน แต่ถ้าให้เธอคาดเดา ตลาดมืดจะต้องอยู่ในความดูแลของหนึ่งในห้าตระกูลใหญ่ หรือสิบตระกูลรองอย่างแน่นอน แต่มีความเป็ไปได้มากที่จะเป็หนึ่งห้าตระกูลใหญ่ แม้แต่ทรัพยากรการฝึกตนยังมีขาย แต่ราคาสูงลิบลิ่วหากไม่มีกำลังทรัพย์ก็ไม่อาจจะฝึกตนได้
อีกอย่างมีการเปิดประมูลลับๆ ผู้เข้าร่วมจะต้องได้รับเชิญจากคนผู้นั้น เป็คำเรียกที่คนในตลาดมืดเรียกกัน ถึงจะมีสิทธิ์เข้าร่วมการประมูล สักวันเธอจะหาช่องทางเอาหยกหายากข้าร่วมประมูล
การสำรวจเมืองปักกิ่งยังพบว่าแต่ละตระกูลมีธุรกิจและแบ่งเขตปกครองกันอย่างชัดเจน อีกทั้งยังมีกลุ่มของมาเฟียท้องถิ่นที่ดูแลพื้นที่ของตนเอง แต่กลุ่มของมาเฟียก็ทำงานให้กับตระกูลใหญ่ อยู่ที่ตระกูลไหนจะให้ความสนับสนุนกลุ่มไหนเท่านั้นเอง อีกทั้งยังมีเขตอิทธิพลเป็ของตัวเอง เช่นตระกูลหยาง
พวกเขามีฐานอำนาจอยู่ที่มณฑลเหอหนาน โดยเฉพาะเมืองลั่วหยางที่มีบ้านตระกูลหยางของบรรพบุรุษตั้งอยู่ ผู้าุโคนหนึ่งมีความเชี่ยวชาญในการปรุงยา แน่นอนว่ามันเป็แหล่งทำเงินให้ตระกูลหยางได้มากมายมหาศาล เธอเองก็มีความสนใจในด้านนี้อยู่ไม่น้อย โชคดีที่สามารถเข้าถึงตำราการปรุงยา เธออ่านแค่ครั้งเดียวก็จำได้ ขาดก็แต่สมุนไพร เอาไว้มีเวลาว่างเธอจะลองปรุงยาดู
ฟ่านซิงเยียนปลอมตัวเป็ชายหนุ่มวันรุ่นอายุยี่สิบต้นๆ เข้ามาเดินเล่นปะปนกับผู้คนทั่วไปที่เข้ามาเสี่ยงโชคในตลาดพนันหยกที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองปักกิ่งออกนอกเมืองมาราว ๆ 50 กิโลเมตร ผู้คนจำนวนมากมาเสี่ยงโชค ส่วนมากเป็ผู้ชาย กลิ่นบุหรี่ตลบอบอวลไปทั่วบริเวณเลยก็ว่าได้
“สนใจหยกก้อนไหนน้องชาย ราคาเริ่มต้น หนึ่งพันหยวน” เสียงชายวัยกลางคนเอ่ยออกมาเมื่อเห็นว่าลูกค้าเดินเข้ามาในร้าน
“หนึ่งพันหยวน? ราคานี้รวมค่าตัดหยกด้วยหรือเปล่า?” ฟ่านซิงเยียนเอ่ยถาม
“ไม่รวม ต้องจ่ายเพิ่มอีก 50-100 หยวน ตามขนาดก้อนหยกที่้าตัด เว้นแต่ซื้อก้อนหยกราคาห้าพันหยวนขึ้นไป ทางร้านตัดหยกให้ฟรีไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม”
ตลาดพนันหยกมักจะพึ่งดวงเสมอ หินทุกก้อนที่กองอยู่มากมายมีโอกาสได้หยกหายาก หยกเนื้อดี หยกธรรมดา ไปจนก้อนหินไร้ค่า ‘ตาดีได้ตาร้ายเสีย’ นี่คือความเป็จริงของการพนันหยก
ฟ่านซิงเยียน เข้าไปเลือกก้อนหินหยกราคาห้าพันหยวน เลือกอยู่นานในที่สุดก็ได้ก้อนหินหยกมาสองก้อน ขนาดใหญ่เท่ากับลูกส้มโอ น้ำหนักน่าจะไม่เกินสิบกิโลกรัมต่อก้อน เป็ก้อนเล็กที่ไม่มีใครเลือกหยิกจากกองหินหยกราคาห้าพันหยวน
“น้องชายแน่ใจว่าจะเลือกสองก้อนนี้” คนขายเอ่ยถามเพื่อความมั่นใจ
“ตัดเลย นี่เงิน” ฟ่านซิงเยียนยื่นเงินหนึ่งหมื่นหยวนให้กับคนขาย
“แนะนำให้น้องชายตัดแบบผ่ากลางไปเลย” คนตัดแนะนำให้ตัดผ่ากลางไปเลยจะได้เห็นเนื้อหยกแบบชัดเจน เพราะมันง่ายต่อการประเมินราคา
“ตัดแบบที่ว่าเลย” ขอแค่ด้านในเป็หยกยังไงก็ต้องขายได้ราคา
“ขอให้น้องชายโชคดี” เ้าของร้านอวยพร
เสียงเครื่องตัดหยกทำให้บรรยากาศรอบๆ ตัวเสียงดังเอาเื่ มากกว่าเสียงที่ดังคือ การลุ้นว่าก้อนหยกที่เลือกมันจะปังหรือพัง เมื่อมีการตัดหยกผู้คนที่เดินไปมาบริเวณนั้นก็มาหยุดยืนดู รอลุ้นว่าก้อนหยกที่ตัดจะมีหยกเนื้อดีที่ตัวเองกำลังตามหาหรือเปล่า?
“เห็นเนื้อหยกแล้ว ดูเหมือนน้องชายจะมีโชค” คนตัดเอ่ยออกมาเสียงดัง ก่อนจะตัดต่ออย่างชำนาญ ไม่ถึงสองนาที หยกเนื้อดี สีน้ำผึ้งก็ปรากฏแก่สายตาผู้คนที่มาร่วมลุ้น
“หยกน้ำผึ้งเนื้อดีมาก ไม่มีรอยแตกเลย เป็ก้อนหยกที่สมบูรณ์” หยกจะมีราคาสูงต้องเป็หยกเนื้อดี รอยแตกในเนื้อหยกต้องไม่มี ดูเหมือนว่าหินหยกก้อนแรกจะเป็หยกน้ำผึ้งสีสวยมาก
“สามหมื่นหยวน”
"สามหมื่นห้าพันหยวน"
“สี่หมื่นหยวน” ยังไม่ทันที่ผู้เชี่ยวชาญจะประเมินราคาขั้นต่ำ ก็มีคนเสนอราคาสูงถึงสามหมื่นหยวนเป็ราคาเปิดประมูลหยก
“ห้าหมื่นหยวน”
“หกหมื่นหยวน”
“หกหมื่นสองพันหยวน” ดูเหมือนว่าชายวัยกลางคนยังไม่อยากจะยอมแพ้ เขามองหยกแล้วเอ่ยสู้ราคา
“หกหมื่นห้าพันหยวน”
“เจ็ดหมื่นหยวน” ฟ่านซิงเยียนเองก็คิดไม่ถึง รู้ว่ายุคนี้หยกมีราคากว่าทองคำ แต่ไม่คิดว่าหยกน้ำผึ้งเพียงหนึ่งก้อนจะได้ราคาสูงมากขนาดนี้ มีเงินมาเก็บเอาไว้เพิ่มเธอย่อมอุ่นใจ เพราะเธอรู้ดีว่าเงินนั้นสำคัญขนาดไหน
“เจ็ดหมื่นสองพันหยวน”
“แปดหมื่นหยวน” ทุกเสียงเงียบเมื่อได้ยินเสียงของใครก็ไม่รู้เอ่ยเสนอราคา เป็ชายหนุ่มวัยอายุไม่น่าจะเกิน 25 ปี ใบหน้าดูหล่อ ราวกับพระเอกซีรีส์
“หยกน้ำผึ้งเป็ของคุณชายหกเจียง” ที่แท้คนที่เสนอราคาสูงถึงแปดหมื่นหยวนก็คือคุณชายหกของตระกูลเจียง ซึ่งเป็หนึ่งในห้าตระกูลใหญ่
เ้าของร้านออกมาต้อนรับอีกฝ่ายเป็อย่างดี ท่าทีของคุณชายหกราวกับคุณชายเ้าสำราญ ข้างกายมีสาวสวยเคียงข้างถึงสองคน มีข่าวลือว่าคุณชายหกไม่เอางานเอางาน เที่ยวเล่นไปวันๆ
คนที่ไม่เอางานเอาการ เที่ยวเล่นไปวันๆ ช่างน่าขำ คุณชายหกเจียงคนนี้เป็ถึงผู้ฝึกตนระดับเจ็ด คนไม่เอาไหนที่ไหนจะฝึกตนได้ระดับสูงทั้งที่อายุยังไม่ถึง 30 ปีด้วยซ้ำ
“ก้อนที่สอง น้องชายจะตัดแบบผ่ากลางหรือเปล่า?”
“ผ่ากลางไปเลย” แม้จะไม่ใช่วิธีการตัดหยกที่ดีที่สุด แต่มันจะทำให้ทุกคนได้เห็นเนื้อหยกข้างในได้ดีที่สุด
“มาลุ้นมาน้องชายจะดวงดีมีโชคอีกหรือเปล่า” คนตัดหยกเอ่ยออกมาเสียงดัง เขาเตรียมเครื่องตัดหยกพร้อม ก่อนจะลงมือตัด ก้อนนี้ใช้เวลาเกือบสิบนาที
“หยกจักรพรรดิจริงๆด้วย”
“โอ้ หยกจักรพรรดิ”
“น้องชายช่างโชคดีจริงๆ”
“หยกจักรพรรดิ เนื้อสวย สมบูรณ์ ไม่มีรอยแตก” คนตัดเอ่ยออกมาพร้อมทั้งชูด้านที่ตัดจนเห็นเนื้อหยกออกมา ก่อนจะใช้ไฟฉายส่องเข้าไปในเนื้อหยก เพื่อหารอยตำหนิ
“หยกจักรพรรดิสีเขียวมรกตเป็หยกหายาก เนื้อดีมาก รอยแตก รอยร้าว ไม่มีเลย นับเป็หยกที่สมบูรณ์มากๆ” ผู้เชี่ยวชาญเอ่ยออกมา หลังจากที่ตรวจสอบหยกอยู่พักใหญ่
“น้องชายจะขายหรือเปล่า?” เ้าของร้านเอ่ยถาม
“ขาย” เก็บเอาไว้ทำไม แม้ว่าหยกก้อนนี้จะเป็หยกสีเขียวเนื้อดี แต่ในมิติของเธอมีหยกที่ดีกว่านี้
ฟ่านซิงเยียนไม่คิดเลยว่าราคาหยกก้อนนี้จะสูงถึงสองล้านหยวน ดูเหมือนคนที่ซื้อไปก็คือคุณชายหกเจียงคนเดิม แต่ใครจะสน ขอเพียงแค่จ่ายตามราคาที่ตกลงกันไว้ก็ไม่มีปัญหา แค่ไปเดินเปิดหูเปิดตาตลาดพนันหยกทำให้เธอมีเงินเพิ่มมาถึงหนึ่งล้านแปดหมื่นหยวน จากเงินลงทุนเพียงหนึ่งหมื่นหยวนเท่านั้น
เงินได้มาก็ต้องนำไปลงทุนเพิ่ม โดยเฉพาะการลงทุนกับอสังหาริมทรัพย์ ที่ดิน ตึกแถว บ้าน ห้องชุด ล้วนเป็อสังหาริมทรัพย์ที่ควรค่าแก่การลงทุน ตอนนี้ราคายังไม่แพงมาก แต่อนาคตราคามันจะสูงขึ้นไปร้อยเท่าพันเท่า แล้วคนอย่างเธอจะพลาดความร่ำรวยด้านนี้ไปได้ยังไง
ตอนบ่ายแก่ๆ ฟ่านซิงเยียนก็มานั่งพักผ่อนที่ป่าไผ่อันสงบร่มเย็น จนกระทั่งได้ยินเสียงรถยนต์วิ่งเข้ามาจากระยะไกล ทำให้เธอค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา เดินเข้าไปแต่งตัวเพื่อรอรับผ้าเยือน ใช้เวลาราว ๆ สิบนาทีอีกฝ่ายก็มาถึงหน้าบ้าน มีรถยนต์สองคันมาจอดที่หน้ารั้วบ้าน
“คุณแม่”
“พ่อบ้านิ” ฟ่านซิงเยียนทักทายแม่สามีและพ่อบ้านที่เดินเข้ามาในบ้าน แสร้งทำสีหน้าแปลกใจ
“กำลังดื่มชาอยู่หรือ กลิ่นหอมเชียว” แม่สามีเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ชาดอกไม้ค่ะคุณแม่ มาอยู่ที่นี่พอมีเวลาว่างอยู่บ้างเลยทำเอาไว้ดื่มเอง เอาไว้ฉันจะแบ่งให้คุณแม่และพ่อบ้านินะคะ”
“มานั่งคุยกันเถอะ” ผู้เป็แม่สามีมองลูกสะใภ้คนเล็กด้วยความพึงพอใจในกิริยามารยาทที่อีกฝ่ายแสดงออก แม้ชาติกำเนิดจะไม่สูงส่งแต่ความสามารถกับมารยาทนับว่าดีมาก มองดูแล้วไม่ขัดหูขัดตา
“ที่แม่มาวันนี้เพราะมีเื่สำคัญจะคุยกับสะใภ้สี่”
“เื่สำคัญ เื่อะไรเหรอคะ?” เธอทำสีหน้าแปลกใจ คงไม่พ้นเื่สามีตัวดีของเธอเป็แน่
“เข้ามาเถอะ” น้ำเสียงอ่อนโยนของแม่สามีเอ่ยออกมา หยางอี้เฉินก็เดินเข้ามา เขาเลือกที่จะนั่งลงข้างๆ กับภรรยา ฟ่านซิงเยียนนึกอยากจะยกขาถีบอีกฝ่ายให้กระเด็นออกไป แต่ก็ทำได้เพียงข่มใจเอาไว้ นิ่งไว้ เธอได้แต่บอกตัวเอง
“เ้าสี่กลับมาจากมาเก๊า พอเสร็จงานก็รีบมาหาหนูซิงเยียนเลย” แม่สามีเอ่ยออกมาเสียงหวาน มองเธอและลูกชายคนเล็กด้วยแววตาอ่อนโยน แต่ขอโทษนะ เธอดูออกว่ามันปลอมมมมมม!!!!
“น้องซิงเยียน สบายดีไหมครับ คุณแม่เล่าเื่ของน้องให้พี่ฟังตลอดเลย” น้ำเสียงทุ้มน่าฟัง สายตาอบอุ่นจ้องมองภรรยาที่นั่งข้างตนเอง
“สบายดีค่ะ แล้วคุณชายสี่สบายดีนะคะ” น่าจะหายหัวไปซะ ในใจของเธออยากจะพูดแบบนั้น
“เรียกพี่ว่าพี่อี้เฉินก็พอ คุณชายสี่มันดูห่างเหินเกินไป เราสองคนแต่งงานกันแล้ว” สายตาหวานหยาดเยิ้มที่อีกฝ่ายใช่มองมันทำให้ฟ่านซิงเยียนนึกอยากจะควักลูกตาอีกฝ่ายออกมา
“พี่สบายดี พอเสร็จงานก็รีบกลับมาหาน้องเลย น้องไม่โกรธพี่ใช่ไหม วันแต่งงานพี่ทิ้งน้องไว้เพียงลำพัง พี่มีงานด่วนมากจริงๆ” ตอแหลทั้งนั้น แม้จะรู้อยู่แก่ใจแต่ก็ตีหน้าซื่อ ทำเป็เชื่อทุกอย่างที่อีกฝ่ายพูดออกมา
“น้องไม่โกรธ คุณแม่บอกกับน้องว่าพี่อี้เฉินมีงาน น้องเข้าใจ” ฟ่านซิงเยียนทำตัวเป็ภรรยาที่แสนดี ตามฉบับที่ได้รับการสั่งสอนจากแม่สามี
“หนูซิงเยียนเป็เด็กดี แม่บอกแล้วว่าน้องเข้าใจเ้าสี่อย่าได้ร้อนใจไป”
“ครับคุณแม่ ผมแค่กลัวว่าน้องจะไม่พอใจ”
“เื่สำคัญที่แม่แวะมาในวันนี้ก็คืออีกสามวันจะถึงงานวันเกิดของอี้เฉิน ตระกูลของเราจะมีงานเลี้ยงภายในครอบครัว ซิงเยียนในฐานะภรรยาต้องคอยดูแลพี่เขาในวันงานให้ดี” นี่คือจุดประสงค์ของแม่สามีที่ถ่อมาหาเธอถึงที่นี้
“เข้าใจค่ะคุณแม่”
“เป็งานเลี้ยงภายในครอบครัว น้องซิงเยียนไม่ต้องกังวลไป” มือหนากำลังจะเอื้อมมาคว้ามือของภรรยาแต่เหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่รู้ตัว มือของภรรยาคว้าแก้วน้ำชามาดื่ม ทำเอาหยางอี้เฉินชะงัก
“ชาดอกไม้น้องทำเอง พี่อี้เฉินลองชิมดูว่ารสชาติพอได้ไหม?” ฟ่านซิงเยียนบอกกับอีกฝ่ายพร้อมกับส่งยิ้มอันอ่อนหวานให้กับสามี
“พวกลูกสองคนคุยกันไปนะ แม่คงต้องไปธุระก่อน”
“แม่จะกลับแล้วเหรอครับ?” หยางอี้เฉินเอ่ยถาม
“แม่ต้องไปแล้ว ลูกก็ดูแลน้องดีๆ” ฟ่านซิงเยียนเดินมาส่งแม่สามี พร้อมกับพ่อบ้านิ มองรถยนต์วิ่งไกลออกไป ในบ้านมีแค่เธอและหยางอี้เฉินผู้เป็สามี
สายตาของหยางอี้เฉินจับจ้องมองภรรยาไม่วางตา ต้องบอกว่าอีกฝ่ายช่างงดงามราวกับเทพธิดา ใบหน้ารูปไข่ ั์ตาสีน้ำตาลเข้มแสนมีเสน่ห์ ผิวขาวอดชมพูน่าััเป็อย่างมาก
คุณหนูเจียงที่เขาพึงพอใจก็เทียบกับคนตรงหน้าไม่ได้
“พี่อี้เฉิน”
“อะแฮ่ม เพื่อเป็การไถ่โทษ พี่จะพาไปเดินห้าง ไปซื้อชุดสวยๆ เอาไว้ใส่ไปงานวันเกิดพี่” หยางอี้เฉินอยากจะเอาใจภรรยา แม้ว่าอีกใจหนึ่งเขาอยากจะลากเธอเข้าห้อง ทำให้เธอร้องครวญครางใต้ร่างของเขา แต่ยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสม
ในเมื่อสามีที่รักเป็ฝ่ายเสนอมีหรือเธอจะไม่สนอง ฟ่านซิงเยียนมาเดินห้างสรรพสินค้ากับผู้เป็สามี การปรากฏตัวของหนุ่มสาวหน้าตาดีสองคนย่อมเป็ที่สนใจของผู้คนที่มาเดินซื้อของในห้าง ในขณะที่ฟ่านซิงเยียนเลือกซื้อของอยู่ ก็มีคนเดินเข้ามาทักทาย
“คุณชายสี่หยาง”
“คุณหนูรองเจียง”
“บังเอิญจังเลย คุณชายสี่กลับปักกิ่งนานแล้วเหรอคะ?” อีกฝ่ายเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหวานหู
“กลับมาได้พักหนึ่งแล้วครับ คุณหนูรองเจียงสบายดีนะครับ” หยางอี้เฉินเอ่ยถามด้วยความสุภาพ
“สบายดี น่าเสียดายที่น้องเจ็ดไม่ได้มาด้วย เอาไว้พบกันโอกาสหน้านะคะ”
“ครับ เชิญคุณหนูรองเจียงตามสบาย” หยางอี้เฉินส่งยิ้มให้กับเธอ อีกฝ่ายแต่งงานกับคนต่างชาติ มีธุรกิจอยู่ที่ฮ่องกง เขาเคยพบสามีอีกฝ่ายอยู่ครั้งสองครั้ง นับว่าเป็คนที่มีความสามารถและน่าผูกมิตร
ฟ่านซิงเยียนที่เลือกซื้อเสื้อผ้าได้ยินบทสนาของทั้งคู่แต่ก็ไม่คิดใส่ใจ เธอเลือกเสื้อผ้ามาสิบกว่าชุด แน่นอนว่าเธอเอาทุกชุด
“พี่อี้เฉินน้องเลือกเสร็จแล้ว”
“ทั้งหมดเลยหรือครับ?”
"ค่ะ เอาทั้งหมด"
"ได้ครับ พี่ตามใจน้อง พี่ไปจ่ายเงินให้นะ" หยางอี้เฉินเป็คนจ่ายเงิน ราคาที่ต้องจ่ายสูงเกือบหนึ่งหมื่นหยวน เสื้อผ้าหลายชุดเป็เสื้อผ้าที่นำเข้า ตัดจากไหมอิตาลีเนื้อดี ราคาสูง ฟ่านซิงเยียนช่างรสนิยมสูงเสียจริง
ฟ่านซิงเยียนเดินออกจากร้านโน้น เข้าร้านนี้อย่างสบายอกสบายใจ ของดีมีคุณภาพ ห้างสรรพสินค้าที่มาเป็ห้างสรรพสินค้าขนาดกลางแต่ความพิเศษคือ ของที่วางขายเป็สินค้านำเข้า และสินค้าคุณภาพดีเกรดเอบวกเท่านั้น อีกทั้งยังมีคนจ่ายเงินให้ สามีสายเปย์จริงๆ
เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า
เครื่องประดับ น้ำหอม
ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ ซื้อเอาไว้ให้มากหน่อย ยังไงก็ไม่ได้เป็คนจ่ายเงินเองเสียหน่อย
“น้องยังต้องอาศัยอยู่ที่เรือนไผ่หยกอีกนาน ซื้อเอาไว้เยอะหน่อยพี่อี้เฉินไม่ว่าใช่ไหมคะ?” ฟ่านซิงเยียนเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยเสียงหวาน พร้อมส่งสายตาออดอ้อน
“ครับ ตามใจน้องเลยครับ” หยางอี้เฉินเอาอกเอาใจภรรยา ในเมื่อเขามีกำลังจ่าย ในสี่พี่น้องเขาเป็นักธุรกิจ มีเงินส่วนตัวมากกว่าพี่น้องคนอื่น นอกจากกิจการของครอบครัว หยางอี้เฉินก็ยังร่วมหุ้นกับเพื่อนชาวต่างชาติเปิดกาสิโนที่มาเก๊า และธุรกิจอื่นๆ หลายอย่างในมาเก๊า
หยางอี้เฉินยังให้คนสนิทจองร้านอาหารชื่อดัง จองเป็ห้องส่วนตัวเอาไว้ มื้อเย็นเขาตั้งใจพาภรรยาไปรับประทานอาหารมื้อค่ำ เพื่อสร้างความประทับใจให้อีกฝ่าย
ภัตตาคารอาหารชื่อดังใจกลางปักกิ่ง อาหารมีหลากหลายเมนู ฟ่านซิงเยียนสั่งอาหารมาจนเต็มโต๊ะ โอกาสมาถึงอย่าพลาดลิ้มลองของอร่อย
“พี่อี้เฉินจะสั่งอะไรเพิ่มไหมคะ?” ฟ่านซิงเยียนเอ่ยถามอีกฝ่าย
“ที่น้องสั่งมาก็มากพอแล้วครับ” เ้าหล่อนสั่งมาจนเต็มโต๊ะ แทบจะไม่มีที่จะวาง
หยางอี้เฉินคีบอาหารขึ้นชื่อให้กับอีกฝ่ายอย่างเอาใจ ก่อนจะคีบให้ตนเอง เขากินอาหารเพียงเล็กน้อย ในขณะที่หญิงสาวตั้งหน้าตั้งตากินอาหาร ท่าทางของอีกฝ่ายช่างดูน่ารักน่าเอ็นดูในสายตาของเขา หญิงสาวที่เกิดในตระกูลใหญ่คงไม่มีใครกล้ากินอาหารด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มเหมือนกับเธอในตอนนี้อย่างแน่นอน หยางอี้เฉินนั่งมองจนกระทั่งอาหารบนโต๊ะถูกจัดการจนหมด
เพียงแค่เขาแสดงออกกับอีกฝ่ายด้วยความรักและความห่วงใย การเอาอกเอาใจเล็กๆ น้อย ภรรยาคนสวยก็ตกหลุมพรางรักเขาอย่างง่ายดาย ในเมื่อเขาคือสามีของหล่อน และหล่อนก็คือภรรยาของเขา ในไม่ช้าอีกฝ่ายจะให้กำเนิดทายาทแฝดหงส์ัที่เกิดมาพร้อมกับพร์ที่ไม่มีใครเทียบได้
น่าเสียดายที่อีกฝ่ายต้องตายไป เขารู้สึกพึงใจรูปร่างหน้าตาของฟ่านซิงเยียนเป็อย่างมาก น่าเสียดายที่อีกฝ่ายไม่คู่ควรกับตำแหน่งนายหญิงของตระกูลหยางคนต่อไป เมื่อเทียบกับคุณหนูเจ็ดเจียง หยางอี้เฉินไม่ลังเลแม้แต่น้อยที่จะเลือกใคร
---TBC---