บทที่ 1: โตเกียวโกโชะ ที่ฝากขังเพื่อรอการขึ้นศาลประเทศญี่ปุ่น
วันที่ 24 มีนาคม ค .ศ. 2015 เป็วันเกิดของฉันครบ 32 ปี คิงโซโลมอน เพื่อนที่ฉันรู้จัก โทรมาอวยพรวันเกิดและชวนฉันไปฉลองที่ฮ่องกง โดยฉันต้องซื้อตั๋วเครื่องบินเอง เมื่อถึงที่นั่นเขาจะคืนค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้
วันที่ 27 ฉันเดินทางไปฮ่องกง เมื่อถึงสนามบิน ฉันรอคิงโซโลมอนแต่เขาไม่มาตามนัด ฉันจึงต้องซื้อซิมการ์ดและโทรหาเขา ในที่สุดเขารับสายและบอกว่าต้องทำธุระยุ่ง เขาแนะนำให้ฉันนั่งแท็กซี่ไปยังที่พักเอง
สองวันต่อมา คิงโซโลมอนชวนฉันไปพบเพื่อนที่อีกฝั่งของตึกที่พัก ฉันขอให้เขาพาฉันไปญี่ปุ่นเพื่อดูดอกซากุระบาน แต่เขาแนะนำให้ไปมาเลเซียแทน ฉันยืนยันที่จะไปญี่ปุ่นและเขาบอกว่าจะให้เพื่อนช่วยซื้อตั๋วให้
ฉันได้บอกเขาว่าฉันยังยืนยันที่จะไปประเทศญี่ปุ่นเพื่อดูดอกซากุระบาน เขาจึงบอกว่าไม่เป็ไร และจะให้เพื่อนของเขาที่กวางโจประเทศจีน ซื้อตั๋วให้ตอนเย็น โซโลมอนเข้ามาในห้องและนำรองเท้าแตะส้นสูงมาให้สองคู่ สีแดงและสีน้ำเงิน เขาบอกว่าเห็นฉันใส่รองเท้าผ้าใบ จึงซื้อรองเท้าแตะสีชมพูและสีน้ำเงินมาให้ แล้วเขาก็กลับห้องไปหาเพื่อนของเขา เขาโทรมาบอกว่าจะให้เพื่อนพาฉันไปกินข้าวอาหารที่ฉันอยากกินและ
เพื่อนของเขาจะพาไปช้อปปิ้ง แต่ฉันขออยู่ห้องคุยโทรศัพท์เื่งานกับเพื่อน วันที่ 30 เขาบอกฉันว่าได้ตั๋วเครื่องบินให้ฉันไปญี่ปุ่นในวันที่ 1 ตอนเย็น ฉันดีใจมาก เพราะอยากไปดูดอกซากุระ เขาบอกว่าฉันต้องไปคนเดียวเพราะเขาต้องไปทำวีซ่า ฉันไม่ใส่ใจเพราะคิดว่าถ้าเขาติดธุระ ฉันก็สามารถไปคนเดียวได้
ในวันเดินทาง เขาเข้ามาหาฉันที่ห้องและบอกว่าเขาจะจัดกระเป๋าให้ ฉันจึงเข้าไปอาบน้ำแต่งตัว เขาได้หยิบแท่งหนึ่งมาให้ฉันและบอกว่าเป็เงินที่จะเอาไปลงทุนที่ญี่ปุ่น ฉันถามว่าแน่ใจไหมว่าไม่ใช่สิ่งผิดกฎหมาย เขายืนยันว่าเป็เงิน ฉันจึงยอมทำตามเพราะไม่คิดว่าเขาจะทำร้ายฉัน
เมื่อถึงสนามบิน ฉันก็เดินผ่านโดยไม่มีปัญหาอะไร ฉันเจ็บมากเพราะต้องยัดแท่งยาวๆ นั้นไว้ในตัว ฉันเข้าประเทศญี่ปุ่นได้โดยไม่มีปัญหา แต่เมื่อถึงด่านตรวจ ศุลกากร เ้าหน้าที่ได้ค้นตัวฉัน แน่นอน ผู้หญิงสั่งให้ฉันแล้วเขาก็เช็กฉันอย่างละเอียดในห้องแล้วก็ทำหน้า แต่ฉันใจก็ตุ้มๆต่อมๆ เพราะเค้าขอ ตรวจกับกระเป๋าสัมภาระอย่างละเอียด และเจอสิ่งผิดปกติในรองเท้า ฉันถูกสอบสวนและพบว่าสิ่งที่ฉันนำเข้ามาคือสารเสพติด
ฉันใมากและไม่รู้จะทำอย่างไร เ้าหน้าที่ศุลกากรบอกว่าฉันมีสิทธิ์แจ้งให้สถานทูตรับรู้หรือโทรหาญาติพี่น้อง เมื่อฉันมาถึงสถานีตำรวจ ฉันถูกสอบสวนและถูกบอกว่าให้เปิดเผยข้อมูลทั้งหมด ฉันต้องอดทนและพยายามสู้คดี ทั้งที่ในใจรู้สึกหมดหวัง
สุดท้าย ฉันถูกนำตัวไปฝากขังเพื่อรอสอบปากคำ ฉันถามเ้าหน้าที่ว่าจะได้อาบน้ำไหม และได้รับคำตอบว่าจะได้อาบน้ำอาทิตย์ละหนึ่งครั้ง ฉันรู้สึกอายที่เ้าหน้าที่สั่งให้ถอดเสื้อผ้าออกหมดเลย และกลัวมากที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ ฉันนอนคิดทั้งคืนว่าทำไมผู้ชายคนนั้นถึงทำร้ายฉัน ทั้งที่เขาดูเป็คนเคร่งศาสนา แล้วฉันจะทำยังไงต่อไปแล้วใครแล้วใครจะช่วยฉันได้
ฉันได้แต่ทบทวนว่าจะทำอย่างไรต่อไปในชีวิต เพราะการกระทำของเขาทำให้ฉันต้องเผชิญกับปัญหามากมาย
แม้ว่าเขาจะเป็คนเคร่งศาสนาและอดอาหารเป็คริสเตียน ฉันยังคงสงสัยว่าทำไมเขาถึงได้ทำร้ายฉันเช่นนี้ ฉันถามพระเ้าว่าอยู่ที่ไหน ทำไมไม่ช่วยฉัน ทำไมไม่บอกเขาว่าอย่าทำร้ายฉัน ทำไมเขาต้องหลอกใช้ฉัน ฉันรู้สึกว่าถ้าฉันไปมาเลเซีย ฉันคงตายไปแล้ว แต่เพราะฉันชอบญี่ปุ่นเป็ทุนเดิม และชอบเดินทางด้วยตัวเอง ทำให้ฉันรู้สึกขอบคุณที่ประเทศญี่ปุ่นช่วยชีวิตฉันไว้เพราะฉันอยากมาดูดอกซากุระ
แน่นอนว่าฉันรู้ว่าฉันสามารถซื้อตั๋วมาเที่ยวเองได้ แต่ฉันกลับดีใจกับของฟรีที่เขาให้ ฉันควรปฏิเสธสิ่งที่เขานำมาให้ฉัน ฉันควรฟังสัญชาตญาณของตัวเองที่บอกว่ามันอาจเป็สิ่งผิดกฎหมาย แต่ฉันกลับรับไว้เพราะเขาลงทุนซื้อตั๋วให้แล้ว ฉันคิดว่าเขาคงไม่ทำอะไรให้ฉันเดือดร้อน
วันนี้ฉันรู้แล้วว่าไม่มีใครรักเราเท่าพ่อแม่ ฉันเป็คนขี้เกรงใจคน และต่อไปฉันจะต้องรักตัวเองให้มากกว่าเดิม ฉันนอนไม่หลับทั้งคืน เพราะในห้องที่ฉันนอน มีต่างชาติอยู่หนึ่งคนและมีคนไทยแค่ฉันคนเดียว ทุกคนที่มานั้นไม่มีใครพูดภาษาอังกฤษได้เลย ฉันรู้สึกโดดเดี่ยวและคิดหนัก
อาหารเช้าที่ได้รับเป็มิโสะซุปกับข้าว ส่วนอาหารเที่ยงเป็ขนมปัง และตอนเย็นเป็อาหารกล่องเล็กๆ ฉันได้รับการเยี่ยมจากทนายในตอนเย็น ทนายบอกว่าฉันมีสิทธิ์ที่จะไม่พูดอะไรเลย และขอให้บอกทนายเท่านั้น ทนายผู้ชายใจดีมาก แต่ฉันยังไม่รู้ว่าเขาจะช่วยฉันได้มากน้อยแค่ไหน
ฉันถามทนายว่าของกลางที่เห็นนั้นใช่สารเสพติดแท้หรือไม่ และทนายบอกว่าโทษสูงสุดอาจจะแปดปี อาจจะโดนค่าปรับ แต่ก็มีการลดโทษได้ ฉันไม่จำเป็ต้องบอกตำรวจหรือพูดกับอัยการ ตำรวจจะพาฉันไปหาอัยการเพื่อสอบถามและฟ้องฉัน ทนายบอกว่าไม่ต้องกลัวเพราะไม่ใช่แค่ฉันคนเดียว
เมื่อทนายกลับไป ฉันกลับเข้าห้องพัก นั่งกอดเข่าที่มุมห้องคนเดียว คิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น วันนี้หมดไปกับความเหนื่อยล้า แต่ฉันยังคงหวังว่าของกลางจะไม่ใช่ของแท้ และหวังว่า หน้าที่จะเอาสารเสพติดนั้นไปกลั่นกรองเอาสารที่เป็ของแท้เพื่อจะได้ตัดสินโทษด้วยน้ำหนักยาเสพติดของแท้เพราะฉันดูมันเหมือนสารส้มมากหวังว่า ฉันจะได้รับการลงโทษน้อยที่สุด แน่นอนว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ฉันต้องรับผิดชอบไปคนเดียว เพราะเขาคงไม่อยู่ให้ตำรวจตามหา