ตอนที่ 2
รถโฟร์วีลคันใหญ่สีดำสนิทที่ตอนนี้จับเขรอะไปด้วยขี้ฝุ่นหนาจอดสตาร์ทเครื่องยนต์อยู่ด้านหน้าตึกคอนโดฯสูงชายหนุ่มนั่งหลังตรงอยู่หลังพวงมาลัย เหลือบไปมองหญิงสาวที่กำลังเดินผ่านพ้นประตูลิฟต์ออกมานอกตัวอาคารด้วยใบหน้าอันเคร่งขรึมไม่ต่างไปจากในตอนเช้าและตอนเที่ยงของวันนี้ ก่อนที่เขาจะออกรถ...
รถสปอร์ตคันหรูสีแดงสด ขับสวนกับรถโฟร์วีลคันใหญ่ เข้ามาจอดที่ลานด้านหน้าใกล้กับประตูทางเข้าออกวัลยาปรายตามองชายหนุ่มที่ขับรถโฟร์วีลคันนั้น
“คนอะไร ขับรถไม่มีมารยาท”
วัลยาคิดเช่นนั้นเพราะคำว่าไม่มีมารยาทที่เธอจงใจต่อว่าเขา หมายถึงการหักหน้ารถของเขาเข้ามาคล้ายคนจงใจจนเธอต้องหักหน้ารถเป็ฝ่ายหลบ...มันทำให้เธออารมณ์เสีย แต่เธอก็ไม่ได้สนใจมันก่อนที่จะหันไปมองหญิงสาวตรงหน้า
โรยทรายสวมชุดเดรสสั้นสีแดงเพลิงผ้าซาตินเย็บต่อผ้าชีฟองสลับเป็ชั้นปล่อยตรง เกาะอก้าตัดไหล่เฉียงมีโบใหญ่สีดำคาดทับเป็แถบเผยแผ่นหลังอันขาวเนียน
“สีเสื้อคุณน้องทราย ช่างเข้ากับรถของคุณพี่จังเลยค่ะ” วัลยาทำตาโตกับชุดที่โรยทรายเลือกมาสวมใส่ ขณะฝ่ายที่ถูกทักขยับแว่นตาดำกรอบใหญ่ที่รับกับใบหน้าก่อนจะเปิดประตูขึ้นไปนั่งข้างคนขับ
“พี่หว่าหวานัดคุณอามยุราไว้กี่โมงคะ”
“ไม่ต้องห่วงค่ะคุณน้อง...พี่รับประกันว่าไปทันเวลาไม่มีเลทให้เสียชื่อคนตรงต่อเวลาอย่างคุณน้องแน่นอน...แล้วยิ่งเป็วันหยุดยาวขนาดนี้รถราไม่ค่อยมีหรอกค่ะ”
วัลยาขับรถด้วยท่าทางแคล่วคล่องมือข้างหนึ่งยังคงกำพวงมาลัย ส่วนอีกข้างเอื้อมไปหยิบกระเป๋าสะพายยี่ห้อแบรนด์ดังใบใหญ่ส่งให้โรยทราย
“คุณน้องหยิบบทละครในกระเป๋าออกมาดูคร่าวๆสิคะ”
ไม่รอช้า...โรยทรายค้นสิ่งที่้าออกมาจากกระเป๋าวางลงบนหน้าตักของตัวเอง ก่อนจะเปิดอ่านบทละครด้านในเธอยังไม่ละสายตาจากชื่อเื่ของนวนิยายที่กำลังจะถูกนำมาสร้างเป็ละคร ‘นางร้ายป้ายแดง’
“ทรายชอบชื่อเื่จังเลยค่ะ...พี่หว่าหวา” เธอมีน้ำเสียงค่อนข้างตื่นเต้น
“พี่ก็ชอบเหมือนกันค่ะ...แค่ชื่อเื่พี่หว่าหวาก็พอรู้ว่ามันจะต้องเป็ละครที่ร้อนแรงแห่งปีเลยนะ” วัลยาทำเสียงสะบัดสะบิ้ง “ยิ่งอีตอนฉากที่พระเอกเขาบอกรักนางเอกนะค้า...ขอบอกว่าแซ่บลืม”
“ยังไงคะ...แปลว่าพี่หว่าหวาอ่านมาแล้วเหรอคะ”
วัลยาพยักหน้ารับ “พี่อ่านไปแค่สี่ห้าตอนเท่านั้นละค่ะ พี่เป็ผู้จัดการน้องทรายนะคะจะรับงานอะไรพี่ก็ต้องสกรีนก่อนว่ามันโอเคไหม ฉะนั้นน้องทรายไม่ต้องห่วงเลย พี่คอนเฟิร์ม...เื่นี้มีทั้งฉากหวานซึ้งแล้วก็ฉากเชือดเฉือนสนุกมาก ขนาดพี่อ่านไปแค่ไม่กี่ตอน พี่ว่าถ้าใครได้รับการติดต่อให้เล่นเป็นางเอกของเื่รับประกันได้เลยค่าว่าดังแน่นอน” เธอเน้นคำว่า ‘แน่นอน’ ด้วยเสียงแบบเพศที่สามชอบทำ
“พี่หว่าหวาพูดแบบนี้ ทรายชักเกร็งแล้วนะคะเนี่ย”
“คุณน้องจะไปวิตกกังวลเื่อะไรคะ”
“ทรายบอกตามตรงค่ะ...ทรายกลัว...กลัวว่าจะไม่ได้เล่นเื่นี้”
วัลยาหันมาค้อนขวับ ทำตาปริบๆใส่ว่าที่นางเอกสาวอย่างหมั่นไส้
“เชื่อมือพี่หว่าหวาเถอะค่ะ...ยังไงน้องทรายก็เอาบทนี้ไปกิน...”
ผู้ฟังนึกสงสัยกับคำพูดที่ว่าอย่างไรตัวเธอก็มีโอกาสได้บทละครเื่นี้แน่นอน
“แหมๆๆ...ไม่เห็นต้องทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเลยค่าคุณน้อง ทุกอย่างมันก็ต้องมีผลประโยชน์ร่วมกันทั้งนั้นละค่ะ...ทางเราได้งานได้เงิน ทางผู้จัดเขาก็ได้งาน ได้เครดิต...มันก็สมน้ำสมเนื้ออยู่นี่คะ”
ยิ่งวัลยาขยายความโรยทรายก็ยิ่งขมวดคิ้วอย่างหนัก
“เดี๋ยวไปถึงบริษัท น้องทรายก็รู้เองละค่ะ...ว่าทำไมทางผู้จัดเขาต้องเลือกน้องทรายเป็นางเอกละครเื่นี้”
ในทุกๆวงการประกอบอาชีพไม่ว่าจะเป็ธุรกิจใดก็ตามมักจะต้องมีผลประโยชน์ทุกฝ่ายร่วมกัน ไม่เว้นแม้แต่แวดวงบันเทิง
แล้วละคร ‘นางร้ายป้ายแดง’ ของผู้จัดละครมือฉมังประจำช่องอย่างคุณอามยุราการที่เลือกโรยทรายมาเป็นางเอกของเื่ก็ต้องมีผลปะโยชน์ร่วมกันกับอีกฝ่ายแน่นอนเพราะตัวของโรยทรายเองนั้นยังไม่เป็ที่รู้จักของประชาชนสักเท่าไหร่
ผลประโยชน์ของช่องที่เลือกโรยทรายก็เพราะข้อต่อรองของพระเอกที่ชื่อ...ศัลย์ ศีลธรรม พระเอกเบอร์หนึ่งของช่องขณะนี้
“อุ๊ย!พี่หว่าหวาเกือบลืมเล่าน่ะค่ะ” วัลยาเอามือป้องปากแบบกรีดกราย “เมื่อตะกี้นี้...ตอนที่พี่กำลังไปรับคุณน้องทรายไม่รู้อีตาบ้าที่ไหนขับรถกวนประสาทมากเลยค่ะ หักหน้ารถเหมือนจงใจจะขับชนพี่ แต่พี่มองไม่ถนัดนักเลยไม่เห็นหน้า...นี่ยังดีนะคะเนี่ยที่พี่ไม่ใช่มือใหม่หัดขับ”
“แล้วเป็อะไรรึเปล่าคะ”โรยทรายเอ่ยปากด้วยความเป็ห่วง
“ถ้าเป็อะไร ก็คงไม่มานั่งขับเป็สารถีอยู่ตรงนี้หรอกค่ะ” วัลยาย่นจมูกก่อนจะสะบัดหน้าพรืดอย่างที่เคยทำจนชิน
“สงสัยคราวหลัง ทรายคงต้องแจ้งให้ทางคอนโดฯทราบแล้วละคะเผื่อจะเป็พวกไอ้โรคจิต...เอ๊ะ!หรือว่าจะเป็พวกปาปาราซซี่กันคะ”
วัลยาพยักหน้าเป็การเห็นด้วย “ระวังไว้ก็ดีค่ะคุณน้อง...เดี๋ยวเกิดดังเป็พลุแตกจากละครเื่นี้...เวลามีดาราหนุ่มมาขายขนมจีบน้องทรายจะได้ไม่ตกเป็ภาพนางเอกขึ้นปกนิตยสารดารารายวันไงคะ”
โรยทรายตีต้นแขนคนขับเบาๆที่แอบมาแซว “ใครหน้าไหนมันจะมาชอบทรายกันคะ”พูดจบหน้าชายหนุ่มคนที่เธอพบเจอสองครั้งใน่เช้าก็ลอยมาปรากฏเสียอย่างนั้น
“ขนาดคนข้างห้อง เค้ายังเหม็นขี้หน้าทรายเลย”
“ใครกันคะ คนข้างห้อง...ผู้หญิงหรือว่าผู้ชาย”
“ผู้ชายค่า...หล่อซะด้วย...แต่...” เธอยิ้มยั่วผู้จัดการสาวแล้วชะงักนิดหนึ่งก่อนจะสาธยายต่อเมื่อเห็นผู้ฟังทำท่าสนอกสนใจถึงผู้ชายข้างห้องเธอ
“แล้วโดนเขาว่าอะไรรึเปล่าคะ” วัลยาทำท่าใเมื่อโรยทรายเล่ามาถึงตอนที่เธอเปิดประตูแล้วเจอชายหนุ่มยืนหน้าหงิกอยู่หน้าห้อง
“ทีแรกทรายก็นึกว่าจะโดนเขาด่ายับเหมือนกันละ แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรแค่บอกว่าให้เบาๆเสียงหน่อย เขาจะนอน...”หญิงสาวทำหน้าเจื่อน
“แล้วเขาชื่ออะไรล่ะคะ คุณน้อง”
“นั่นน่ะสิ”
โรยทรายเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเธอลืมถามชื่อเขาทั้งสองรอบ...เอาไว้คราวหลังถ้าได้เจอกันอีกค่อยทำความรู้จักก็คงทันเพราะในที่สุดก็รู้ว่าผู้ชายคนนั้นอยู่ข้างๆห้องของเธอนั่นเอง
เสียอย่างเดียว ไม่รู้ว่าเขาคนนั้นอยากจะรู้จักเธอรึเปล่า...
เพราะสายตาที่มองผ่าน ลักษณะการกระทำที่แสดงออก...คำพูดที่สื่อสารในทุกสิ่งนั้น...ยังไม่มีสิ่งไหนที่แสดงความเป็มิตรกับเธอแม้แต่น้อย
แล้วทำไมจะต้องไปสนใจผู้ชายคนนั้นในเมื่อตัวเธอเองก็แค่บังเอิญอยู่ห้องติดกัน
///////////////////////////////////////