ติ๊ง!
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 07:59:59]
[ขณะนี้เวลา 19:00 น. ของวันที่ 28 กุมภาพันธ์]
อคินลืมตาโพลงขึ้นท่ามกลางความมืดมิด กลิ่นอับชื้นของเชื้อราและปูนเก่าที่กำลังผุกร่อนลอยมาแตะจมูกเป็นสิ่งแรก
ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วบริเวณ
มีเพียงเสียงหัวใจของเขาเองที่เริ่มกลับมาเต้นระรัวให้จังหวะชีวิตอีกครั้ง...
‘ได้เวลาตื่นแล้วสินะ...’
ชายหนุ่มคิดในใจ พลางขยับคอไล่ความเมื่อยขบ
ร่างกายของเขาตอบสนองทันทีโดยไม่มีอาการงัวเงีย
กล้ามเนื้อทุกมัดตื่นตัวพร้อมใช้งานราวกับเครื่องจักรชีวภาพที่เพิ่งถูกสับสวิตช์เดินเครื่อง
แกรก...
เสียงขยับตัวแผ่วเบาจากมุมห้องเรียกความสนใจจากเขา
ดวงตาสีอำพันที่ปรับสภาพในที่มืดได้ดีเยี่ยมราวกับสัตว์นักล่ากวาดมองไปที่แหล่งกำเนิดเสียง
เงาตะคุ่มสามร่างขยับตัวลุกขึ้น โบ้ ด่าง และขาว สุนัขจรจัดที่บัดนี้คือปาร์ตี้เพียงหนึ่งเดียวของเขา
พวกมันไม่เห่า ไม่ตื่นตระหนก เพียงแค่บิดขี้เกียจและอ้าปากหาวจนเห็นเขี้ยวสีขาววับ
“ไง...”
อคินกระซิบเสียงแหบพร่า
“หิวกันหรือยัง?”
เขาเดินออกไปที่ระเบียงตึกแถวร้าง หยิบเอาซากหนูที่ตากแห้งไว้เมื่อคืนก่อนออกมา
รสสัมผัสของเนื้อหนูแห้งที่เหนียวหนึบและรสเค็มปร่าแผ่ซ่านในปากขณะที่เขาเคี้ยวมันช้าๆ
มันไม่ใช่รสชาติที่น่าอภิรมย์ แต่พลังงานที่ไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายทำให้เขารู้สึกสดชื่นขึ้น
อคินมองดูฝูงสุนัขที่รุมแทะส่วนแบ่งของพวกมันอย่างหิวโหย ความรู้สึกผิดแล่นเข้ามาในอก
‘เราจะร่อนเร่เป็นสัมภเวสีแบบนี้ตลอดไปไม่ได้’
เขาบอกตัวเอง
‘ที่สำคัญ พวกหมามันสมควรได้รับที่ที่ปลอดภัยกว่านี้’
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือคว้าด้ามขวานเหล็กและชะแลงคู่ใจขึ้นมาสะพายหลัง
“ไปเถอะ” เขาพยักหน้าให้พวกมัน
“วันนี้... เราจะไปหา 'บ้าน' ของพวกเรากัน”
...
โลกภายนอกในยามค่ำคืนคือดินแดนแห่งความตาย
ซากปรักหักพังของอาคารบ้านเรือนทอดตัวยาวไปสุดสายตา
ถนนคอนกรีตแตกร้าวมีต้นหญ้าและวัชพืชแทงยอดขึ้นมาปกคลุม
รถยนต์จอดทิ้งร้างระเกะระกะ สนิมเขรอะกินไปทั่วคัน
อคินเดินนำหน้าฝูงสุนัขด้วยฝีเท้าที่เงียบกริบ ย่างก้าวของเขาเบาหวิวราวกับแมวย่อง ผิดวิสัยมนุษย์ผู้ชายร่างสูงใหญ่
ฟุดฟิด...
จมูกของเขากระตุกเบาๆ รับกลิ่นที่ลอยมากับลม
“ไม่มีกลิ่นเมือก... ไม่มีกลิ่นสาบโคลน...”
เขาพึมพำ
ประสาทสัมผัสของเขาตื่นตัวถึงขีดสุด เสียงใบไม้ไหวเสียดสีกัน เสียงแมลงกลางคืน
หรือแม้แต่เสียงฝีเท้าของสัตว์เล็กที่วิ่งผ่านพงหญ้าห่างออกไปร้อยเมตร
เขาได้ยินมันชัดเจนราวกับสวมหูฟังตัดเสียงรบกวน
หลังจากเดินฝ่าความมืดมาเกือบชั่วโมง ผ่านบ่อกุ้งร้างที่น้ำแห้งขอดจนเห็นดินแตกระแหง
จู่ๆ สัญชาตญาณบางอย่างก็สั่งให้เขาหยุดชะงัก
อคินยกมือขวาขึ้น กำปั้นทุบเบาๆ ที่อกซ้ายเป็นสัญญาณ
ฝูงสุนัขหยุดกึกและหมอบต่ำลงกับพื้นทันทีโดยไม่ต้องออกคำสั่ง
เบื้องหน้าของเขา... ท่ามกลางแมกไม้ที่รกชัฏ มีสิ่งปลูกสร้างหนึ่งที่ดู 'ผิดที่ผิดทาง'
มันคือบ้านเดี่ยวสองชั้นที่โครงสร้างยังคงตั้งตระหง่าน
เส้นสายของหลังคาและกำแพงดูสมบูรณ์และสะอาดสะอ้านเกินกว่าจะผ่านพายุแห่งวันสิ้นโลกมาได้
รั้วรอบขอบชิดยังคงตั้งตรงมั่นคง
แต่สิ่งที่ทำให้อคินหัวใจเต้นแรงคือแสงสะท้อนเลือนรางบนหลังคา
แผ่นสี่เหลี่ยมสีเข้มเรียงรายเป็นระเบียบ สะท้อนแสงจันทร์สีนวลตา
“โซล่าเซลล์...”
เสียงของเขาสั่นเครือด้วยความตื่นเต้น
“...ไฟฟ้า”
ในโลกที่ความมืดคือความตาย แสงสว่างคือทรัพยากรที่มีค่ามากกว่าทองคำ
“โบ้ ด่าง ขาว... สแตนด์บายตรงนี้”
อคินสั่งการเสียงเรียบ เขาปลดขวานเหล็กออกมาถือกระชับมือ
“ฉันจะเข้าไปเคลียร์พื้นที่”
ชายหนุ่มสูดหายใจลึก รวบรวมสมาธิ ก่อนจะพุ่งตัวออกจากจุดซ่อนเร้น
เขาไม่ได้เข้าทางประตูหน้า แต่อาศัยจังหวะวิ่งไต่กำแพงอิฐสูงสองเมตร ก่อนจะดีดตัวข้ามไปอีกฝั่ง
วูบ...
ร่างกายของเขาลอยคว้างกลางอากาศ ม้วนตัวหนึ่งรอบและลงสู่พื้นหญ้าภายในรั้วบ้านอย่างนิ่มนวลและไร้เสียง
อคินย่อตัวต่ำแนบไปกับผนังบ้าน เคลื่อนตัวไปที่หน้าต่างบานเกล็ดข้างประตู เขาแนบหูฟังเสียงภายใน
...กริก... ครืด...
เสียงเล็บขูดกับพื้นกระเบื้อง และเสียงครางต่ำๆ ในลำคอที่แหบแห้ง
มีแขกรับเชิญ...
เขาถอยออกมาเล็กน้อย ยกเท้าขึ้นแล้วถีบเข้าที่กรอบหน้าต่างเต็มแรง!
เพล้ง!
เศษกระจกกระจายว่อน อคินไม่รอช้า เขามุดตัวผ่านช่องหน้าต่างเข้าไปในทันที
ทันใดนั้น เงาร่างสีเทาซีดสองร่างก็พุ่งเข้าใส่เขาจากความมืดในห้องรับแขก กลิ่นเหม็นเน่าของเนื้อตายโชยเข้าจมูก
ฟ่อ!
ซอมบี้อดีตเจ้าของบ้านแยกเขี้ยว พุ่งกางเล็บหมายจะตะปบเหยื่อที่บุกรุก
“ช้าไป...”
มุมมองของอคินเหมือนภาพสโลว์โมชั่น เขาเห็นวิถีการโจมตีของมันชัดเจน
ชายหนุ่มเอี้ยวตัวหลบกรงเล็บนั้นด้วยท่าทางที่ยืดหยุ่นเกินมนุษย์ ก่อนจะเหวี่ยงขวานในมือขวาสวนกลับไป
ผัวะ!
คมขวานจามเข้าที่กลางกะโหลกของซอมบี้ตัวแรก เสียงกระดูกแตกดังลั่น ร่างนั้นร่วงลงไปกองกับพื้นทันที
ในเสี้ยววินาทีเดียวกัน ร่างที่สองกระโจนเข้าใส่จากด้านข้าง
อคินปล่อยมือจากขวานที่ติดคาอยู่ พลิกตัวหลบและชักชะแลงที่เหน็บเอวออกมา
ฉึก!
ปลายแหลมของชะแลงเสียบทะลุเบ้าตาของซอมบี้ตัวที่สองอย่างแม่นยำราวกับจับวาง
ร่างนั้นกระตุกเกร็งสองสามครั้ง ก่อนจะแน่นิ่งไป
“เคลียร์...”
อคินยืนนิ่งอยู่กลางห้อง หอบหายใจเพียงเล็กน้อย
เขาดึงอาวุธกลับคืนมาแล้วเช็ดคราบเลือดดำคล้ำกับเสื้อศพ
เขาเดินไปเปิดประตูหน้าบ้านที่เป็นเหล็กดัดบานเลื่อน ด้วยกุญแจที่เก็บได้จากศพ สามารถไขแม่กุญแจออกได้อย่างง่ายดาย
“เข้ามาได้!”
ฝูงสุนัขวิ่งกรูเข้ามาในบ้านใหม่ หางของพวกมันกระดิกไปมาด้วยความตื่นเต้น
อคินปล่อยให้พวกมันสำรวจชั้นล่าง ส่วนตัวเขามุ่งตรงไปยังเป้าหมายสำคัญที่สุด... ห้องใต้บันได
แสงจากไฟฉายคาดหัวกวาดไปทั่วห้องเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยแผงวงจรไฟฟ้า
และตรงกลางนั้น... แบตเตอรี่สำรองไฟขนาดมหึมาหลายสิบก้อนตั้งตระหง่านอยู่
มือที่เปื้อนเลือดของเขาสั่นระริกยามเอื้อมไปสับคัตเอาต์หลัก
ติ๊ด...
เสียงสัญญาณชีพของบ้านดังขึ้น ไฟสีเขียวดวงเล็กๆ บนอินเวอร์เตอร์สว่างวาบ
เขารีบวิ่งไปที่ห้องครัว บิดก๊อกน้ำที่อ่างล้างจาน
ฟู่.... ซ่า....
น้ำใสสะอาดพุ่งออกมาจากก๊อก
อคินวักน้ำขึ้นมาล้างหน้า ล้างคราบเลือดและฝุ่นผงออก
ความเย็นสดชื่นซึมซาบเข้าไปถึงจิตวิญญาณ
เขาหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง
“ฮ่าๆๆ! น้ำ! น้ำสะอาด! โบ้! มากินน้ำเร็ว!”
วินาทีนี้... บ้านหลังนี้คือวิมาน คือสวรรค์บนดินที่เขาค้นหามาตลอด
...
“เรียบร้อย...”
หลังจากความตื่นเต้นจางหายไป สัญชาตญาณระวังภัยก็กลับมาทำงาน
อคินเดินกลับมาที่ประตูหน้าบ้าน เขาขมวดคิ้วมองแม่กุญแจที่เขาเพิ่งไขออก
“แปลก...”
เขาพึมพำ
“ประตูหน้าล็อกแน่นหนาจากข้างใน ไม่มีรอยงัดแงะ... แล้วพวกเขาตายได้ยังไง?”
ถ้าเจ้าของบ้านขังตัวเองไว้ข้างใน พวกเขาก็ไม่น่าจะถูกกัด... เว้นแต่ว่า ผู้บุกรุก จะเข้ามาทางอื่น
เขาเดินอ้อมไปสำรวจรอบตัวบ้าน ผ่านสวนหย่อมที่รกทึบ จนกระทั่งถึงด้านหลัง
คำตอบของปริศนาปรากฏอยู่ตรงหน้า
“กำแพง...”
กำแพงอิฐมอญสูงท่วมหัวที่เคยกั้นอาณาเขตหลังบ้าน
บัดนี้พังทลายลงเป็นช่องโหว่ขนาดใหญ่ เศษอิฐกระจัดกระจายเกลื่อนกลาด และที่ประตูไม้หลังบ้าน...
อคินย่อตัวลง ลูบไล้รอยลึกบนเนื้อไม้ที่แตกยับเยิน
รอยกรีดสามเส้นขนานกัน ลึกลงไปในเนื้อไม้แข็ง
“รอยกรงเล็บ...”
ดวงตาสีอำพันหรี่ลงจนรูม่านตาหดเล็ก
“ใหญ่ขนาดนี้... คงเป็นหมาป่าทมิฬสินะ”
ภาพเหตุการณ์ในอดีตฉายชัด... ในคืนวันสิ้นโลก อสูรร้ายพังกำแพงเข้ามาสังหารคนในบ้านที่คิดว่าตัวเองปลอดภัย
แต่สิ่งที่ทำให้อคินขนลุกไม่ใช่รอยเล็บนั่น แต่เป็นความ เงียบ
ปกติบ้านร้างแบบนี้ต้องมีหนู มีแมลงสาบ หรือสัตว์เล็กสัตว์น้อยอาศัยอยู่
แต่ที่นี่กลับว่างเปล่า ไม่มีสัตว์รบกวนแม้แต่ตัวเดียว
ราวกับว่า... กลิ่นอายของ 'นักล่า' ตัวนั้นยังคงตกค้างอยู่
หรืออาจจะเป็นเพราะ... กลิ่นของตัวเขาเอง?
อคินสะบัดความคิดนั้นทิ้ง เขาต้องซ่อมแซมรูรั่วนี้เดี๋ยวนี้
ภารกิจซ่อมแซมฐานทัพเริ่มขึ้น
อคินลากศพซอมบี้ออกไปเผาทำลาย
แล้วเริ่มรวบรวมวัสดุจากบ่อกุ้งร้างข้างๆ แผ่นสังกะสี ไม้กระดาน และเหล็กเส้น ถูกนำมาตอกปิดช่องโหว่ของกำแพง
เขาสร้างมันอย่างลวกๆ แต่แข็งแรง เน้นใช้งานจริงมากกว่าความสวยงาม
และจงใจเว้นช่องเล็กๆ ที่ปิดด้วยแผ่นยางรถยนต์ไว้เป็นทางหนีทีไล่ฉุกเฉิน
ส่วนประตูหลังบ้านที่พังยับ เขาใช้แรงมหาศาลลากตู้โชว์ไม้สักใบใหญ่มาดันปิดตายเอาไว้
“โอเค... แบบนี้ปลอดภัยขึ้น 80%”
อคินปาดเหงื่อ มองผลงานตัวเองด้วยความพอใจ
ติ๊ง!
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:15:00]
“เวลาจะหมดแล้วเหรอเนี่ย...”
อคินถอนหายใจ มองดูเวลาที่นับถอยหลังบนจอโฮโลแกรม
เขาเรียกฝูงสุนัขเข้าบ้าน เดินไล่ปิดหน้าต่างทุกบาน
ล็อกกลอนประตูหน้าอย่างแน่นหนา เตรียมตัวขึ้นไปนอนบนเตียงนุ่มๆ ชั้นสองเป็นครั้งแรก
แต่ทว่า...
“หงิง...”
เสียงร้องประท้วงเบาๆ ดังขึ้น
โบ้เดินเข้ามาเอาหัวดุนที่ขาของเขา แล้วเดินไปหยุดที่หน้าต่างบานหนึ่งที่เขาเพิ่งเอาไม้กระดานตีปิดตายไว้
มันใช้ขาหน้าตะกุยเบาๆ สลับกับหันมามองหน้าเขาด้วยแววตาอ้อนวอน
“มีอะไรโบ้? จะออกไปข้างนอกเหรอ?”
อคินถามอย่างงุนงง
“ไม่ได้นะ ข้างนอกมันอันตราย คืนนี้เราต้องกบดาน”
โบ้เห่ารับเบาๆ
“โฮ่ง!”
สายตายังคงจ้องมองไปที่หน้าต่างบานนั้นอย่างมีความหมาย
ทันใดนั้น หน้าต่างระบบสีฟ้าก็เด้งขึ้นมาแทรกตรงหน้า
[โบ้ บอกว่าต้องการช่องทางเข้าและออกอิสระ]
[ดูเหมือนพวกมันต้องการพื้นที่สำหรับลาดตระเวนและทำธุระส่วนตัวในช่วงเวลากลางวันขณะที่นายหลับใหล]
อคินเลิกคิ้วสูง
“จริงสินะ... ตอนกลางวันฉันคง 'หลับเป็นตาย' ไม่รู้เรื่องรู้ราว พวกแกคงอึดอัดแย่ถ้าต้องโดนขังอยู่ในนี้ทั้งวัน จะให้อั้นฉี่อั้นอึก็คงทรมานไปหน่อย... แถมต้องออกไปหาอะไรกินเองด้วยสินะ”
“โอเค เข้าใจแล้ว เพื่อนยาก”
อคินยิ้มอย่างอ่อนโยน เขาเดินไปที่หน้าต่างบานข้างประตู ใช้ชะแลงงัดไม้กระดานออกสองแผน
จากนั้นเขาจัดการเลื่อยลูกกรงเหล็กออกซี่หนึ่ง และทำบานพับง่ายๆ ให้ไม้กระดานแผ่นนั้นสามารถผลักออกได้จากทั้งสองฝั่ง
เป็นช่องขนาดพอดีตัวที่สุนัข หรือแมวตัวใหญ่ๆ จะมุดผ่านได้
“เอานี่... ประตูลับ”
อคินตบหัวโบ้เบาๆ
“ห้ามให้ตัวอะไรเข้ามานอกจากพวกแกนะ เข้าใจไหม? รับผิดชอบความปลอดภัยช่วงกลางวันด้วยล่ะ จ่าฝูง”
โบ้กระดิกหางรัวๆ เลียมือเขาเป็นการรับคำสั่ง... หรืออาจจะขอบคุณแทนเจ้านายตัวจริงของมัน
อคินตรวจสอบความเรียบร้อยเป็นครั้งสุดท้าย
ประตูหน้าล็อก... หน้าต่างปิด... ทางลับเสร็จสมบูรณ์
“สมบูรณ์แบบ”
ร่างสูงโปร่งเดินลากเท้าขึ้นบันไดไปยังชั้นสอง
ทิ้งตัวลงบนเตียงนอนที่มีฝุ่นจับหนาเตอะ แต่มันกลับให้ความรู้สึกนุ่มสบายที่สุดในรอบเดือน
ความเหนื่อยล้าถาโถมเข้ามาเหมือนคลื่นยักษ์ สติของเขาเริ่มเลือนราง
“ราตรีสวัสดิ์นะ... โลกเฮงซวย...”
อคินพึมพำเบาๆ ก่อนที่เปลือกตาจะปิดลง
วินาทีที่ตัวเลขแตะศูนย์ สติสัมปชัญญะของเขาก็ถูกตัดขาด ดิ่งวูบลงสู่ความมืดมิดอันไร้ก้นบึ้ง
ทิ้งให้ร่างที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง... ค่อยๆ เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงทางสรีระอย่างเงียบเชียบ
ท่ามกลางแสงจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามา
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ : 00:00:01]
[สิ้นสุดการเชื่อมต่อ]