เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสาม ตอนกำเนิดจ้าวสวรรค์

    ตอนที่ 46 เจ้าสำนักม่านกู่

    เหล่าศิษย์ สี่สำนักที่เหลือ ได้แต่กล้า ๆ กลัว ๆ ยังไม่กล้าลงมาเพราะเห็นพลังของเทียนที่กวาดคนของสำนักจงเฉิง เรียบ อาจารย์ผู้คุมศิษย์ของสำนักซีเฉิงเดินออกมาด้านหน้าทันที

    “ เด็กน้อยคิดว่าเจ้ามีฝีมือแค่นี้ ก็หาญกล้าท้าทาย คนไปทั่ว ศิษย์เหล่านี้เป็นแค่เพียงศิษย์สายในของเรา ถ้าหากศิษย์หลักของเรามา ไม่เกินสามกระบวนท่า

    เจ้าไม่มีโอกาสมาโอหังเช่นนี้แน่” อาจารย์ผู้คุมศิษย์สำนักซีเฉิงเอ่ยด้วยความรู้สึกโมโหยิ่งนัก ทำให้อาจารย์ฝ่ายสำนักม่านกู่รู้สึกไม่สบายใจ

    “ หรือว่าท่านจะลงมือก็ได้ ข้าไม่เกี่ยงน้ำหนักอยู่แล้ว” เทียนท้าสู้อาจารย์ผู้คุมสำนักซีเฉิง ที่พลังยุทธ ราชันพรหมยุทธ ระดับ 70 แล้ว

    “ บังอาจนัก วันนี้ข้าหานฉี จะสั่งสอนแทนอาจารย์ของเจ้า” อาจารย์จากสำนักซีเฉิงวัย 60 ปี โกรธจนหนวดกระดิก ใช้พลังระดับราชันปล่อยออกมากดดันเทียนให้คุกเข่า

    เทียนกางปีกพญานกคุณเผิง ใหญ่โตจนครอคลุมทั่วสนาม แล้วฟาดไปที่ อาจารย์หานฉี ของสำนักซีเฉิง โครม ต่อให้มีพลังราชัน แต่โดนของใหญ่ขนาดนี้เวทีที่สร้างเอาไว้ ก็พัง ลงมาทันที ร่างของอาจารย์หานฉี แม้จะหลบยังไงก็หลบไม่พ้นโดนเข้าไปเต็ม ๆ จมดินไปทันที เทียน รู้ว่าอาจารย์หานฉีไม่เป็นอะไรมากเพราะมี พลังระดับราชันยุทธ์ แต่ก็คงสะบักสะบอมไปพอสมควร

    “ มีใครกล้าท้าทายศิษย์ของอาจารย์เซี่ยงอี้อีกไหม” เทียนประกาศออกไป

    “ ข้าเอง” เสียงนี้ดังออกมาจากที่แสนไกล แล้วไม่นานก็มีแสงวิบวับพุ่งเข้ามานับสิบสาย มีชายชราใส่ชุดสีเทา มายืนต่อหน้าเทียน พร้อมกับ ผู้ติดตามเกือบ สิบคน โดยมีอาจารย์เซียงอี้ ยืมก้มโค้งเรียบร้อยอยู่ด้านหลังชายชราชุดสีเทา อาจารย์กรรมการควบคุมการแข่งขัน เห็นชายชราชุดสีเทา ก็ก้มตัวคำนับทันที

    “ ท่านเจ้าสำนัก” ทุก ๆ คนที่อยู่ที่นี่ต่างก้มคำนับท่านเจ้าสำนักกันหมด แต่ว่าเทียนไม่สนใจคำนับ เห็นอาจารย์เซียงอี้ เทียนทำความเคารพอจารย์เซียงอี้คนเดียว ส่วนเจ้าสำนักเทียนไม่สนใจ

    “ อาจารย์เซียงอี้” สร้างความแตกตื่นให้กับอาจารย์เซียงอี้ยิ่งนักไม่คิดว่าเทียนจะทำปฏิกิริยาเช่นนี้ ทำให้ทุกคนมองมาที่อาจารย์เซียงอี้ด้วยสายตาตำหนิ

    “ เจ้ายังไม่คำนับ ท่านเจ้าสำนักอีก” อาจารย์เซียงอี้รีบบอกเทียนให้คำนับเจ้าสำนัก เทียนเลยทำตามทันที

    “ ไม่ต้องมากพิธี ไม่คิดเลย อาจารย์เซียงอี้รับศิษย์โดดเด่นเช่นนี้ ไม่บอกกับข้าเลยสักคำ” เจ้าสำนักเอ่ยกับอาจารย์เซียงอี้ ที่เวลานี้หน้าซีด

    “ ข้าแค่ให้เขาเป็นศิษย์รับใช้ เพราะอายุยังไม่ถึง กำหนด” อาจารย์เซียงอี้เอ่ยน้ำเสียงที่กล้า ๆ กลัว ๆ

    “ เมื่อวานก่อกวนเวทีต่อสู้ศิษย์สายนอก จนวุ่นวายจนไม่มีใครกล้าต่อสู้ด้วย จากนั้นไปก่อกวนร้านอาหารในสำนัก ท้าทายทุกคนไม่เกรงกลัวใคร เขาอ้างว่า อาจารย์เซี่ยงอี้ เป็นผู้กว้างขวาง ตอนเย็นท้าสู้กับองค์ชายเจิ้งหนันซี ถึงแม้ชนะยังกล่าวลบหลู่ ราชวงศ์เจิ้ง อาจารย์เซียงอี้ ให้ท้ายลูกศิษย์ได้ดีจริง ๆ”

    เจ้าสำนักเอ่ยออกมาแบบนี้ อาจารย์เซี่ยงอี้ถึงกับก้มลงคุกเข่าขอขมา ต่อเจ้าสำนัก

    “ วันนี้ยังทำลายเวทีประลองพังจนราบเป็นหน้ากลอง ข่มแหงศิษย์ทั้งห้าสำนัก แล้วยังกล้าทำร้ายอาจารย์หานฉีจากสำนักซีเฉิง จนบาดเจ็บสะบักสะบอมขนาดนี้ ท่านจะรับผิดชอบอย่างไร” อาจารย์เจ้าสำนักกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าวกับอาจารย์เซียงอี้

    “ เด็กคนนี้ไม่ใช่ศิษย์ของข้า” อาจารย์เซียงอี้รีบปัดปัญหาทิ้งทันที

    “ อ้าว อาจารย์ท่านเป็นคนพาข้ามา บอกว่าจะรับเป็นศิษย์ พูดแล้วกลับไปกลับมาเช่นนี้ ก็ได้หรือ” เทียนย้อนทันที

    “ ใคร บอกจะรับเจ้าเป็นศิษย์ ข้าแค่บอกจะพาเจ้ามาเป็นศิษย์สำนักม่านกู่เท่านั้น”

    อาจารย์เซี่ยงอี้แถไปรอบๆ

    “ ได้ ต่อไปท่านกับข้า ไม่ถือเป็นศิษย์อาจารย์กันก็ได้” เทียนเอ่ยตอบทันทีเช่นกัน เหมือนกับว่ารอคอยคำนี้ออกมาจากปากอาจารย์เซียงอี้

    “ ท่านเจ้าสำนัก ข้ากับเขาไม่เกี่ยงข้องกันแล้ว หากเกิดเรื่องขึ้นข้าไม่ขอยุ่งเกี่ยวดัวย” อาจารย์เซี่ยงอี้รีบเอ่ยขึ้น อาจารย์เจ้าสำนักรับฟังอย่างสงบนิ่ง

    “ ดี ถ้าเช่นนั้น หลี่เทียน เจ้าตามข้ามา” จากนั้นอาจารย์เจ้าสำนักก็จับแขนเทียนกลายเป็นแสงหายลับไปไกลลิบตา ทิ้งให้ทุกคนงุนงง กับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่รู้ว่า เจ้าสำนักคิดจะทำอะไรกับเทียนกันแน่

    เจ้าสำนักพาเทียนมาที่แห่งหนึ่ง เป็นสถานที่ลับตาผู้คนมีบ้านพักกลางหุบเขา ดูแล้วร่มรื่นไม่น้อย

    “ หลี่เทียน ข้ารู้ว่าเจ้าทำไปก็เพื่อจะสร้างความลำบากใจให้กับ เซี่ยงอี้ ต่อไปก็ไม่ต้องแล้ว ยังไงเขาก็เป็นถึงอาจารย์ที่นี่” อาจารย์เจ้าสำนักเอ่ยด้วยน้ำเสียงโอนโยน

    “ ท่านรู้ด้วยหรือ”

    “ ข้ารู้ตั้งแต่เจ้า เข้ามาในสำนักของข้าแล้ว โดยเฉพาะเด็กอย่างเจ้าถึงแม้จะอายุเพียงเก้าปี ถึงกับเป็นราชันวิญญาณยุทธระดับ 63 พลังยุทธ์อัครพรหมเทพ 58 อุปกรณ์สำหรับลดพลัง ไม่สามารถรอดสายตา ของข้าไปได้หรอก” เจ้าสำนักเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

    “ ข้าต้องขออภัยที่สร้างความวุ่นวาย ข้าเพียงแต่ไม่ค่อยพอใจผู้อาวุโสเซี่ยงอี้นิดหน่อยเท่านั้น” เทียนรู้ว่าท่านเจ้าสำนักคงรู้เรื่องทุกอย่างแล้ว เลยไม่อยากปิดบัง

    “ ต่อไปเจ้าคือลูกศิษย์สายตรงของข้า ต่อไปก็อย่าใส่ใจเรื่องนี้อีก เจ้ามีศิษย์พี่อีกสองคน ตอนนี้พวกเขาไปทำภารกิจ ไว้พวกเขากลับมาค่อยเจอกัน” เจ้าสำนักเอ่ยจบ เทียนก็คุกเข่าคำนับท่านอาจารย์เจ้าสำนักทันที

    “ เอาล่ะ เจ้าตามข้ามาที่แห่งหนึ่ง” เทียนถูกอาจารย์เจ้าสำนักพามาในถ้ำแห่งหนึ่ง

    ด้านในมีสระน้ำสีเขียวใสจนเห็นพื้นด้านล่างคงมีแร่ธาตุอยู่มาก

    “ ที่นี่คือสระมรกต เจ้าสามารถเข้ามาฝึกตนที่สระแห่งนี้ มันจะทำให้เจ้าเพิ่มพลังยุทธให้เจ้ามากกว่าปกติถึงสองเท่า อีกสามเดือน เจ้าค่อยขึ้นยอดเขารับ เคล็ดวิชายูไลสุริยัน ” เทียนรู้สึกว่าโชคดียิ่งนักที่มีสถานที่พิเศษเช่นนี้ เทียนได้ที่พักอยู่ใกล้ ๆ กับ สระมรกต เป็นถ้ำโบราณแห่งหนึ่ง แต่ด้านในกับมีที่พักที่สวยงาม เหมือนกับวิมานของเทพซะมากกว่า คืนนั้น เทียนเข้าไปแช่ตัวเพื่อทดสอบดูว่าสระน้ำมรกตจะช่วยให้เพิ่มพลังยุทธจริงหรือไม่

    พอลงไปแช่ในสระน้ำ ความรู้สึกที่ร่างกายกระทบกับน้ำในสระก็มีพลังซึมซับเข้ามาในร่างกาย ทันที เทียนปล่อยให้ร่างกายรับพลังไปเรื่อย ๆ เทียน โคจรลมปราณหมุนเวียน ยิ่งเดินลมปราณ พลังก็ไหลเวียนมากขึ้น เทียนโคจรลมปราณอยู่ หนึ่งคืน ทั้งพลังยุทธ์และวิญญาณยุทธ์เพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เทียนทำฝึกอยู่สระมรกตอยู่ หนึ่งเดือน พลังยุทธ์เพิ่มขึ้นจากระดับ 58 ขึ้นมาอีก 3 ระดับเป็น 61 กลายเป็นราชันพรหมเทพแล้ว ส่วนวิญญาณยุทธ์ก็เลื่อนจาก 63 เป็น 66

    เทียนหยุดฝึก เพื่อปรับสภาพพลังที่เพิ่มขึ้น แล้วแปลงร่างเป็นซูเทียน เพื่อไปเยี่ยม อวี้หลัน ตามที่ นายท่านสี่ฝากมา ดูว่าอวี้หลันมีความเป็นอยู่เช่นไร

    เทียนสอบถามถึงที่อยู่ของสำนักเทพวิสุทธิ์ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสำนักม่านกู่

    เทียนเข้าไปขอพบกับอวี้หลัน แต่ทางคนเฝ้าประตูของสำนักเทพวิสุทธิ์

    แจ้งกลับมาว่า เทพธิดาอวี้หลัน กักตัวฝึกตนไม่สามารถออกมาพบได้

    เทียนจึงมอบกล่องของขวัญ ด้านในเป็น สร้อยข้อมือ เพิ่มพลังยุทธ์รุ่นใหม่ให้อวี้หลัน จากนั้นเทียนก็ เดินออกมา ยังไม่ทันออกจากสำนัก ก็มีสาวงามผู้หนึ่ง มาปรากฏเบื้องหน้า เทียนมองหญิงสาวผู้นี้ใบหน้าคุ้น ๆ

    “ พี่เทียน” อวี้หลันทักทายเทียนอย่างดีใจ

    “ อวี้หลัน”

    “ พี่เทียนมาได้ยังไงเนี่ย “

    “ แค่มาเยี่ยม แต่ว่าพวกเขาบอกว่าเจ้าฝึกตนเลยไม่ให้ข้าเข้าไป”

    “ มีผู้คนมาหาข้ามากมาย ท่านอาจารย์เลยสั่งไว้ หากมีใครมาหาบอกปฏิเสธไม่ให้เขาพบบอกว่าข้าฝึกตนอยู่” อวี้หลันพูดแล้วก็มีสีหน้าแดงขึ้นมา เทียนสังเกตได้ว่า อวี้หลันเริ่มโตเป็นสาวแล้ว งดงามจริงๆ คงมีผู้คนเข้ามาสนใจมากมาย

    “ เจ้าสบายดีไหม ลุงสี่ฝากความคิดถึงมาด้วย”

    “ ข้าสบายดี เวลานี้ข้าฝึกตนถึง อัครเทพระดับ 41 แล้วนะ”

    เทียนก็ตกใจไม่คิดว่า อวี้หลันสามารถฝึกตนมาระดับนี้ได้ เทียนมอบเม็ดยาอัครพรหมเทพ ให้อวี้หลันไปอีก 10 เม็ด แล้วเอ่ยกำชับว่า

    “ กินเม็ดยาอัครพรหมเทพนี้ทุกสามเดือน ภายในสามสิบเดือน เจ้าจะขึ้นสู่ระดับ ราชันได้ไม่ยาก”

    “ จริงหรือ” อวี้หลันดีใจยิ่งนัก เทียนก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ ก็เลยขอตัวกลับ

    “ จะรีบกลับไปไหน อ่ะ”

    “ ไปหาซื้อสมุนไพรน่ะ”

    “ พี่เทียนต้องมาอีกนะ”

    “ อืม” จากนั้นเทียนก็จากมา ไม่รู้ว่า ถ้าอวี้หลันรู้ว่าตัวจริงเทียนเป็นเด็กแค่ 9 ปีไม่รู้อวี้หลันจะรู้สึกเช่นไร

    เทียนเดินออกมาเข้าไปในตลาดซื้อแผ่นหยกไว้สำหรับทำค่ายกลมายา และอุปกรณ์สำหรับใช้กับพวกเวทย์อัญเชิญเทพต่าง ๆ และซื้อเรือเหาะขนาดกลางนั่งได้เกือบสามสิบคน เป็นเรือเหาะนกอินทรี และลำเล็กนั่งได้ 10 คน จากนั้นเทียน

    ออกมาด้านนอกพบเจอกับชายคนหนึ่งนอนอยู่ใต้ต้นไม้ โดยมีเด็กชายวัย 4 ขวบมีแขนข้างเดียววิ่งเล่นอยู่รอบ ๆ เทียนเห็นผู้ชายท่าทางไม่สบายเลยเข้าไปตรวจสอบดูพบว่าขาทั้งสองข้างถูกตัดจนด้วนแผลมีผ้าพันแผลเอาไว้นอนหลับตากัดฟันแน่นด้วยความเจ็บปวด เด็กน้อยเห็นพ่อแสดงสีหน้าเจ็บปวดก็เข้ามา ใช้ปากเป่าที่บาดแผลที่ขาทั้งสองข้าง ของพ่อ

    “ หานเอ๋อ เป่าแผลให้ท่านพ่อแล้ว เดี๋ยวท่านพ่อก็หายแล้วนะ” เด็กน้อยมีแขนมือซ้ายข้างเดียวก็แขนเช็ดเหงื่อที่หน้าผากผู้เป็นพ่อ แล้วก็กอดพ่อเอาไว้ด้วยแขนข้างเดียว ส่วนพ่อก็ได้แต่นอนหลับตา พูดไม่ได้เพราะเกิดการอักเสบและพิษไข้

    “ เด็กน้อย ถอยออกมาก่อน พี่หมอจะรักษาให้ พ่อของเจ้า” เทียนบอกกับหานเอ๋อ

    “ ท่านแม่กับท่านพ่อ บอกว่าพวกเราไม่มีเงินจ่ายให้นะ”

    “ เจ้าชื่อหานเอ๋อหรือ” เด็กน้อยพยักหน้า

    “ พี่หมอรักษา ไม่เก็บเงิน ถอยออกมาเถอะ” เทียนบอกออกไป หานเอ๋อจึงยอมถอยออกมาให้เทียนดูอาการ

    “ เทียนมองหน้าที่ขาวซีดเนื่องจากขาดเลือด และ มองดูต้นขาทั้งสองข้างแล้วค่อยๆ เปิดแผลดู ก็ตกใจเพราะว่ามันไม่ใช่รอยถูกฟัน แต่มันรอยที่ถูกกัดกระชาก เหมือนพวกสัตว์ประเภทจระเข้ รอยแผลติดเชื้อ อีกทั้งเลือด ยังไหลซึม

    บางจุดเริ่มเขียวคล้ำ เทียนให้กินยาเม็ดรักษาทีเดียว 2 เม็ด แล้วใช้พลังเทพเซียนบริสุทธิ์รักษาอีกแรง ทำให้แผลเริ่มแห้ง แล้วค่อยๆ หาย แล้วก็มีเนื้อเยื่อ โผล่ออกมาพร้อมกระดูก ออกจากขาทั้งสองข้าง พร้อมกับกล้ามเนื้อผิวหนัง ในที่สุดก็ขาที่ขาดไปทั้งสองข้าง ก็กลับมาเป็นปกติ ชายหนุ่มที่นอนลืมตาขึ้น เทียนให้กินน้ำทิพย์ เพื่อฟื้นพลังไปอีกขวด

    ทำให้ชายผู้นี้หายกลับมาเป็นปกติ สามารถลุกขึ้นยืนได้ สร้างความตกใจให้กับชายผู้นี้ยิ่งนัก ส่วนหานเอ๋อเห็นขาของพ่อกลับมาเป็นปกติ ก็ร้องไห้ดีใจเข้าไปกอดขาของพ่อ

    “ พ่อ ขาพ่อกลับมาแล้ว”

    “ ขอบคุณท่านเซียน ๆ “ ทั้งสองคนพ่อลูกก้มคุกเข่าขอบคุณเทียนพร้อมกัน และไม่นานก็มีหญิงสาวคนหนึ่งวิ่งถือห่อข้าวมาสองห่อ เข้ามาก็ตกใจที่เห็นสามี มีขาทั้งสองข้างกลับมาเป็นปกติแล้วพอรู้เรื่องจากสามี ก็เข้ามาคุกเข่าขอบคุณเทียนทั้งสามคน

    “ เอาล่ะ พอแล้ว หานเอ๋อมานี่ซิ พี่หมอจะรักษาแขนให้ หานเอ๋อจะได้มีแขนเหมือนคนอื่น"

    “ จริงหรือท่านเซียน หานเอ๋อจะมีแขนได้ด้วยหรือขอรับ” ผู้เป็นพ่อกับแม่ตกใจเข้าไปใหญ่ เทียนพยักหน้า หานเอ๋อรีบเข้ามาหาเทียนทันที เทียนให้กินยาเม็ดรักษาเข้าไป แขนที่ไม่มีมาตั้งแต่เกิดก็ค่อย ๆ งอกกลับมาเหมือนคนทั่วไป

    “ ท่านพ่อ ท่านแม่ หานเอ๋อมีแขนแล้ว” หานเอ๋อวิ่งเข้าไปหาแม่แล้วเอามือลูบหน้าผู้เป็นแม่ที่กำลังยิ้มพร้อมน้ำตา ทั้งสามคนพ่อแม่ลูกก็กอดคอกันร้องไห้ดีใจ แล้วหันมาคุกเข่าขอบคุณเทียนอีกครั้ง

    “ เกิดอะไรขึ้นกับขาทั้งสองข้างของเจ้า” เทียนเอ่ยถามทันที

    “ บรรพบุรุษของข้าเป็นพรานล่าสมุนไพร สัปดาห์ก่อน พวกเราสี่พี่น้อง เข้าป่าหาสมุนไพรตามปกติ พวกเราได้พบกับม่านหมอกที่ปกคลุมพวกเราทำสัญลักษณ์เอาไว้ แล้วเดินเข้าไปข้างในก็พบป่าผืนใหม่ ที่อุดมสมบูรณ์พวกเราเก็บสมุนไพรหมื่นปีมาได้มากมาย จนกระทั่งพวกเราพบดอกบัวแก้วสีชมพูดอกหนึ่งอยู่กลางบึงน้ำที่ใสสะอาด พวกเราคิดว่าน่าจะเป็นสมุนไพรมีค่า พวกเราเลยพยายามลงไปเก็บ

    แต่ว่าพอลงน้ำไปก็พบกับฝูงจระเข้ พุ่งเข้ามากัด ข้าถูกกัดแล้วมันก็สะบัดขา ของข้าจนขาด พี่น้องอีกคนถูกมันกัดที่กลางลำตัวเสียชีวิต พี่น้องอีกสองคนช่วยกันลากข้าขึ้นมา แล้วหนีกลับทางเดิมที่พวกเราทำสัญลักษณ์เอาไว้

    หลังจากนั้นข้าไปหาหมอรักษา เขาก็รักษาได้เท่าที่ท่านเห็นนี่แหละ ภรรยาข้าต้องมาทำงานร้านอาหารที่ฝั่งตรงข้าม อยู่บ้านข้าก็ไม่มีใครดูแล ข้ากับหานเอ๋อจึงต้องมาอาศัยใต้ต้นไม้แห่งนี้ เพื่อให้ภรรยามาส่งข้าว ส่งน้ำ นี่แหละขอรับ” ชายหนุ่มเอ่ยอย่างน่าสงสาร

    “ ข้าจะจ้างให้เจ้าพาข้าไปที่ป่าแห่งนั้น จะได้หรือเปล่า”

    “ ไม่ต้องจ้างเลยขอรับ ข้าจะพาท่านเซียนไปทันทีเลย แต่ว่าข้าไม่ขอเข้าไปอีกแล้วนะขอรับ” ชายหนุ่มรีบบอกไว้ก่อน เทียนพยักหน้า แล้วกล่าวว่า

    “ พาข้าไปตอนนี้เลย...”

     

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสาม ตอนกำเนิดจ้าวสวรรค์ ที่คุณอ่าน