“ ดูเหมือนว่าปีนี้การไม่สร้างข้อจำกัดจะทำให้บางหอพักได้เปรียบสินะ ”
ผู้อำนวยการมองดูการเอาชีวิตรอดของนักศึกษาด้วยความพอใจ แต่ละหอพักเริ่มรวมกลุ่มใหญ่ ทุกครั้งที่กลุ่มเหล่านี้เผชิญหน้ากับกลุ่มเล็กๆที่อยู่ต่างหอพักจะใช้จำนวนคนที่มากกว่าเข้าข่มจนเอาชนะมาได้
แต่กลับมีกลุ่มหนึ่งที่ต่างออกไป พวกเขายังไม่ได้สูญเสียใครไปเลยนับตั้งแต่รวมกลุ่มได้ใหญ่ที่สุด ต่อให้จะต้องสู้กับคนที่ถูกจับตามองว่าเป็นคนที่น่าจะนำนักเรียนออกมาได้มากที่สุดอย่างจอห์น กลับเอาชนะได้ง่ายๆ
การไร้ข้อจำกัดในการเอาตัวรอด เพื่อที่ทางสถาบันจะได้มองเห็นว่าใครจะดึงอะไรออกมาใช้ในยามคับขัน มันกลับเปิดช่องโหว่ให้นักศึกษาคนหนึ่งจากหอพักแรดนำระเบิดออกมาติดตั้งครั้งแล้วครั้งเล่า ทุกครั้งที่พวกเขาเผชิญหน้ากับนักศึกษาต่างหอพัก การวางกับดักคือสิ่งที่พวกเขาใช้จนสามารถส่งใครหลายคนออกมาก่อนจะหาทางออกเจอ
“ เธอคิดว่าใครจะเป็นฝ่ายชนะกัน ”
ผู้อำนวยการสอบถามอาจารย์ผู้คุมวินัยที่กำลังนั่งอยู่ใกล้ๆตน เด็กทั้ง 2 กลุ่มที่กำลังเผชิญหน้ากันมีกำลังต่างกันมาก หอพักแรดยังคงมี 35 คนเช่นเดิม แต่หอพักอินทรีย์มีจำนวนมากถึง 76 คน หัวหน้ากลุ่มยังเป็นหนึ่งในตัวเต็งที่น่าจับตามอง
“ ฉันคิดว่ากลุ่มของวิโอเลตมีโอกาสสูงที่จะชนะเพราะครั้งนี้น้ำพัดมาทางฝั่งของนักศึกษาหอพักแรด ”
“ มีโอกาสเป็นไปได้ แต่ทำไมฉันรู้สึกว่าเรื่องราวมันจะพลิกนะ ”
ผู้อำนวยการมองเด็กทั้งสองกลุ่มด้วยท่าทางพอใจ อีกไม่นานหอพักทั้ง 2 จะเจอกันแล้ว การต่อสู้ที่น่าสนุกจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
“ น้ำถึงหน้าอกแล้ว อีกสักหน่อยจะต้องท่วมถึงคอแน่ๆ ”
“ ถ้าคนอื่นพูดฉันจะดีใจมาก แต่แกสูง 190 อกแกมันคอฉันแล้วไอ้คอปเปอร์ ”
ยอร์ชพยายามเดินเขย่งไปด้านหน้าเรื่อยๆ น้ำตามทางเดินท่วมสูงจนทำให้พวกเขาเดินทางได้ยาก นักศึกษาบางคนที่มาด้วยกันเตี้ยมากจนเขาต้องเกาะคนที่อยู่ใกล้ๆแล้วใช้เท้าว่ายน้ำแทน
“ ฮ่าๆๆ นั่นสิเนอะ ว่าแต่เริ่มหิวแล้วสิ กี่ชั่วโมงแล้วนะที่เราติดอยู่ที่นี่ เดินยังไงก็ยังไม่เจอทางออก ”
คอปเปอร์ลูบไปยังท้อง เขารู้สึกหิวไม่น้อยทั้งๆที่กินข้าวมาเยอะพอสมควร
“ ผ่านมาแล้ว 8 ชั่วโมง ”
“ นานขนาดนั้นเลย น่าจะมีจุดให้แวะกินข้าวนะ ”
“ ใช่ๆ ” เพื่อนที่มาด้วยกันพูดเสริม หลายคนรู้สึกหิวข้าว ต่อให้จะพกอาหารสำเร็จรูปมาก็ตาม สถานการณ์ไม่เอื้ออำนวยให้พวกเขากินข้าวเลย
ทันใดนั้นเองปริมาณน้ำจากทางเดินได้เพิ่มสูงขึ้น บางคนที่เดินเขย่งจำเป็นต้องว่ายน้ำ บางคนจมลงไปทั้งตัวจนต้องรีบถอดชุดเกราะออก
“ ปลอดภัยกันนะ ”
คอปเปอร์มองไปด้านหลัง มีเพียง 5 คนที่ยังคงทรงตัวในน้ำได้ด้วยการเดิน ส่วนที่เหลือกำลังว่ายน้ำกันทั้งหมด ยอร์ชจึงนำเสื้อชูชีพขึ้นมาสวม อย่างน้อยมันทำให้เขาประหยัดแรงไม่ต้องว่ายน้ำเยอะ คนอื่นๆรีบนำเสื้อชูชีพออกมาเช่นกัน การเป็นฮันเตอร์ทำให้พวกเขาต้องพร้อมตลอด ภายในแหวนเก็บของหลายคนไม่ได้เตรียมพร้อมรับมือแค่น้ำท่วม พวกเขาพร้อมรับมือกับการร่วงตกจากที่สูงด้วยการพกไอพ่นและร่มชูชีพมาด้วยเช่นกัน
“ ดูเหมือนข้างหน้าจะมีคนมา ”
คำพูดของยอร์ชทำให้ใบหน้าของทุกคนกลับมาจริงจัง เมื่อครู่พวกเขายังสนุกกับการว่ายน้ำ ตอนนี้กลับต้องจริงจังกับศัตรูที่กำลังจะมาเผชิญหน้ากัน
“ ครั้งนี้มีกี่คนยอร์ช ”
“ 76 คน ”
“ แม่เจ้า เรามีแค่ 35 คนแบบนี้รับมือได้ยากแน่ๆ แล้วยังต้องสู้ใต้น้ำอีก จะว่าไปพวกเขาก็ต้องสู้ใต้น้ำเหมือนเราด้วยหนิ ไม่น่าจะแย่เท่าไหร่ ”
การตรวจสอบจากไอรีนชัดเจนมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ จนรู้ได้ว่าคนที่กำลังเดินมาจากทางเลี้ยวฝั่งขวามือคือคนจากหอพักอินทรีย์ หลายคนมีสติดีเพราะพวกเขาจริงจังกับทุกอย่าง ความหยิ่งทรนงทำให้พวกเขาสามารถตัดสินใจได้ในทุกๆสถานการณ์ ยอร์ชจึงบอกให้ทุกคนเตรียมตัวเพราะอีกฝ่ายส่งการโจมตีแรกมาแล้ว
“ สร้างโล่ป้องกันใต้น้ำเร็วเข้า ”
นักเวทใช้เวทป้องกันทำให้เกิดบาเรียหลากสีใต้น้ำจากธาตุของแต่ละคนที่ต่างกันออกไป แม้หลายคนจะสัมผัสการโจมตีไม่ได้ พวกเขากลับทำตามที่ยอร์ชสั่ง
ทันใดนั้นม่านพลังที่เปิดเอาไว้ใต้น้ำก็ถูกกระแทกจนส่งเสียงอึกทึกดังขึ้นมาบนผิวน้ำ ทำให้รู้ว่ามีการส่งสกิลมาทางใต้น้ำหวังจะลอบโจมตี
“ ยอร์ช ฉันยิงธนูใต้น้ำได้ช้ามากๆ เอายังไงดี ”
หลายสกิลอ่อนแอมากเมื่อต้องสู้ใต้น้ำ หากต้องการเหนือกว่าศัตรูจำเป็นต้องมีอาชีพเฉพาะทาง ในกลุ่มของพวกเขามีเพียงนักเวทน้ำ ยอร์ชจึงลูบคางเล็กน้อยก่อนจะบอกให้นักเวทน้ำใช้เวทที่แข็งแกร่งที่สุด ครั้งนี้พวกเขาจำเป็นต้องสร้างพื้นที่ต่อสู้ที่ได้เปรียบขึ้นมา
“ ช่วยดึงน้ำในจุดที่เราอยู่ออกไปให้ที ”
“ มันต้องใช้มานาเยอะมากเลยนะ ”
“ ไม่ต้องห่วง ครั้งนี้เราต้องใช้มานาเยอะเป็นพิเศษหากอยากจะเอาชนะอีกฝ่าย ”
นักเวทธาตุน้ำ 2 คนพยักหน้า พวกเขาถือเป็นหัวใจหลักสำคัญในการเดินทางเพราะควบคุมน้ำในทางเดินได้
หลังจากใช้สกิลแยกน้ำออกไป พวกเขาก็กลับมาเดินได้อีกครั้งหนึ่ง ยอร์ชจึงบอกทุกคนให้โจมตีมาที่เขา นักเวท นักธนู รวมไปถึงใครก็ตามที่โจมตีระยะไกลได้ให้ส่งการโจมตีมายังเขาทั้งหมด หลายคนไม่เข้าใจแต่ก็ต้องทำตามเพราะคือคำสั่ง
ทันทีที่การโจมตีของนักเวทไม่ว่าจะเป็นธาตุไฟ ธาตุสายฟ้า หรือแม้กระทั่งธาตุน้ำแข็งปลดปล่อยการโจมตีต่างๆเข้ามาหา ยอร์ชทำเพียงยกกล้องขึ้นมาถ่ายภาพเก็บการโจมตีนั้นเอาไว้แล้วรอให้คนอื่นๆโจมตีเขาเช่นกัน
แชะแชะ แชะแชะ
เมื่อเห็นว่ายอร์ชเก็บการโจมตีได้ หลายคนรู้สึกสงสัย ยอร์ชจึงอธิบายให้ฟังว่าแผนที่เขาวางเอาไว้คืออะไร หลายคนจึงแสดงท่าทางตื่นเต้นรีบส่งการโจมตีไปให้ยอร์ชเก็บเอาไว้ จนมานาของทุกคนเหลือเพียงแค่ครึ่งเดียว
“ นักเวทไม่ต้องควบคุมน้ำแล้ว ”
น้ำค่อยๆกลับคืนสภาพทำให้พวกเขาต้องลอยตัวอยู่เหนือผิวน้ำ ทันใดนั้นก็มีการโจมตีของอีกฝ่ายพุ่งเข้ามาหาพวกเขาจากใต้น้ำอีกครั้ง ยอร์ชจึงเก็บมันเอาไว้ในรูปถ่ายจากนั้นค่อยๆลอยไปเกาะขอบทางเดินแล้วชะโงกหน้าไปดูว่าอีกฝ่ายเข้าใกล้ระยะโจมตีหรือยัง
นักศึกษาหอพักแรดที่สนใจสิ่งที่ยอร์ชทำพยายามลอยมาเกาะไหล่ชะโงกหน้าออกไปดูเช่นกันจนทำให้ทางเดินเต็มไปด้วยสายตาหลายสิบคู่
“ พวกเขากำลังทำอะไร ”
หอพักนักศึกษาอินทรีย์ส่องไฟไปยังจุดที่ส่งการโจมตีไป สิ่งที่พวกเขาเห็นสร้างความตกใจให้ไม่น้อยนึกว่าเจอผี ในทางเดินที่มืดมิดนักศึกษาหอพักแรดกำลังเกาะอยู่ขอบกำแพงพลางชะโงกหน้าออกมาดูพวกเขาราวกับกำลังมองดูเพื่อนบ้านทะเลาะกัน
แต่แล้วพวกเขากลับแสดงท่าทางตื่นตะลึงงันเมื่อจู่ๆน้ำที่กำลังแหวกว่ายหายไปจนร่วงกระแทกพื้น พริบตานั้นได้ปรากฎแสงเหนือจุดที่พวกเขายืนก่อนจะมีการโจมตีมากมายปลดปล่อยออกมาจากกลุ่มแสงกระแทกพวกเขาทุกคนจนล้มลงไปนอนบนพื้นดิน
“ เป็นฉันจ้างให้ก็ป้องกันไม่ได้ จู่ๆน้ำดันหายไปแบบนี้ ”
คอปเปอร์พูดด้วยท่าทางเห็นใจอีกฝ่าย สกิลของยอร์ชนับว่าโกงไม่น้อยที่สามารถเก็บน้ำเข้าไปในรูปถ่ายได้
เพียงแต่ว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งรอดมาได้ เธอใช้สกิลสร้างม่านพลังคลุมทับตัวเองเอาไว้ทำให้รอดจากการโจมตีทุกอย่าง นอกจากนั้นยังมีเพื่อนอีก 5 คนรอดมาได้เช่นกันจากการใช้ไอเทมป้องกัน ทว่าพวกเขากลับถูกน้ำมหาศาลหล่นกระแทกกลางศีรษะจนจมลงสู่ใต้น้ำ ในขณะนั้นเองน้ำที่กำลังกดพวกเขาก็ได้หายไปสร้างความตกใจให้คนทั้ง 6 ที่รอดจากการโจมตี
ยอร์ชไม่คิดปล่อยพวกเขาไปตั้งแต่แรกจึงปล่อยมวลน้ำออกมาอีกแล้วก็เก็บพวกมัน ทำแบบเดิมซ้ำๆจนทำให้คนจากหอพักอินทรีย์ราวกับถูกโยนเข้าไปในขวดน้ำที่กำลังถูกเขย่าไปมา
ต่อให้จะสร้างม่านพลังขึ้นมาป้องกันได้ พลังของพื้นที่แห่งนี้กลับควบคุมทุกอย่างไม่ให้แสดงผลเกินเลเวล 1 มวลน้ำที่กระแทกร่างจึงทำลายม่านพลังก่อนจะส่งพวกเขาให้สลบไปทีละคน แม้แต่วิโอเลตที่เป็นตัวเต็งยังไม่เว้น
“ หอพักอินทรีย์อีซี่เหมือนกันนี่หว่า ”
“ มันไม่ง่ายเหมือนที่แกพูดหรอกนะคอปเปอร์ ถ้าเจอข้างนอกหนีได้ให้หนี ”
“ ฮ่าๆๆ แต่ตอนนี้เราอยู่ในเขาวงกตนะ พวกเขาสิที่ควรจะหนีไม่ใช่เรา ใช่ไหมพวก ”
คอปเปอร์หันไปพูดกับเพื่อนร่วมหอก่อนจะเดินเข้าไปยืมสิ่งของบนร่างกายของคนที่ถูกการโจมตีเมื่อครู่ การทดสอบจะยังไม่จบจนกว่าจะเจอทางออก