‘เวลาแห่งความสุขมักผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว’เป็นอีกครั้งหนึ่งที่หยางเถาอวี้รู้สึกเช่นนี้หนึ่งเดือนที่ใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวซือคงจ่วนอี๋น้อย ได้รับการต้อนรับการดูแลเอาใจใส่จากเหล่าสัตว์อสูรในเมื่อวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่นางจะได้อยู่ร่วมกับทุกตนจึงอดใจหายมิได้
เด็กสาวเข้าไปในมิติของรุ่ยเอ๋อสรรหาวัตถุดิบชั้นเลิศออกมาทำอาหารมื้อใหญ่นางคิดจะเชิญสัตว์อสูรทุกตนที่เคยช่วยฝึกยุทธ์ให้นางกับกงซุนชื่อเหยียนมาร่วมรับประทานอาหารด้วยกันนับดูแล้วมีไม่ต่ำกว่าสิบตนแน่นอนว่าย่อมต้องเชิญสัตว์อสูรเซียนทั้งสี่มาร่วมวงด้วย
“ทีเจวันนายขลุกอยู่กับรุ่ยเอ๋อมาตลอดเดือนเลยไม่คิดจะโผล่หน้าออกมาให้ชั้นเห็นบ้างหรือไง” หยางเถาอวี้ตะโกนเรียกหาทีเจวัน
“ผมจะออกไปโชว์ตัวตอนงานเลี้ยงนะครับเจ้านาย”ทีเจวันส่งเสียงดังบอกนายสาว ทว่าไม่ยอมปรากฏตัวออกมาให้เห็น
“ชะๆถูกตามใจจนเคยตัว ชักกล้าขัดใจ แถมยังไม่รู้จักดูแลเจ้านายเลยนะ”หยางเถาอวี้บ่นกระปอดกระแปดก่อนจะหันไปสั่งให้กงซุนชื่อเหยียนจัดการวัตถุดิบต่างๆตามที่ต้องการ
ตลอดทั้งวันเด็กสาวขลุกอยู่กับกงซุนชื่อเหยียนเพื่อเตรียมอาหารขนาดสี่สิบคนกินนับเป็นงานหนักสำหรับแรงงานแค่สองคนโดยแท้
“ข้าจะทำหม้อไฟกับปิ้งย่างจะได้เบาแรงการเตรียมอาหารสำหรับสี่สิบที่ลงหน่อย แค่เตรียมน้ำซุปหม้อไฟน้ำจิ้มสูตรเด็ดกับเนื้อสดต่างๆ ไว้แล้วก็ให้ทุกคนได้สนุกกับการปิ้งย่างและจิ้มจุ่มเอง อืมแต่เสริมด้วยอาหารจานผัดอีกสักสองสามอย่าง แล้วก็เค้กกับผลไม้”
หยางเถาอวี้ยุ่งวุ่นวายทั้งวันไม่นานก็ล่วงเข้าสู่ช่วงเย็น
เนื้อหลากหลายชนิดถูกแร่เป็นชิ้นบางวางเรียงอย่างสวยงามไว้บนถาดไม้หลายถาดถัดมาเป็นหม้อไฟน้ำพริกหมาล่า หม้อไฟน้ำซุปเต้าเจี้ยวปรุงรส หม้อไฟน้ำซุปต้มยำมุมหนึ่งวางเครื่องปรุงรสสำหรับจุ่มกับเนื้อปิ้งย่าง มุมหนึ่งวางหม้อน้ำจิ้มสูตรเต้าหู้ยี้สูตรเต้าเจี้ยวกับสูตรน้ำมันโรยงาขาวสำหรับพวกลิ้นบาง สูตรซีฟู๊ดสูตรหมาล่าสำหรับพวกชอบความเผ็ดความจัดจ้านถัดไปอีกโต๊ะวางถาดไก่ทอดน้ำปลาคลุกพริกหมาล่า ถาดกุ้งเผาถาดเป็ดย่างน้ำผึ้งอย่างละหลายตัว อีกมุมหนึ่งวางผลไม้นานาชนิดไว้สำหรับสัตว์อสูรมังสวิรัติ
เด็กสาวชะเง้อคอมองหาข่าเอ๋อกับจุ้ยเฉียงแต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่เห็นเงาร่างของทั้งสองสักทีในที่สุดเมื่อเห็นว่าเย็นมากแล้วจึงได้ตัดใจ หันไปตะโกนบอกแก่ทุกตน
“อาหารเสร็จแล้วเจ้าค่ะมาเริ่มงานเลี้ยงกันเถอะเจ้าค่ะ”
ทุกตนเริ่มทยอยกันเข้ามารวมกลุ่มหยางเถาอวี้แนะนำวิธีกินหม้อไฟ สาธิตวิธีปิ้งย่างเนื้อต่างๆก่อนเริ่มลงมือรับประทานอาหาร จากนั้นให้ทุกตนบริการตนเองยกเว้นจุ้ยเหม่ยกับสี่สัตว์อสูรเซียนที่นางกับกงซุนชื่อเหยียนพอจะให้บริการได้ไหว
“ถึงข้าจะเคยชินกับการกินเนื้อสัตว์สดๆแต่รสชาติอาหารที่เจ้าปรุงนับว่าไม่เลว” หลาง หนึ่งในสี่สัตว์อสูรเซียนเอ่ยขึ้น
“หึข้าว่าอาหารสดๆ อร่อยกว่าเยอะ” เสอกล่าวขัดขึ้นนางเป็นสัตว์อสูรอสรพิษเซียนเพศเมีย ลิ้นบางกว่าสัตว์อสูรตนอื่นไม่น้อยรับรสชาติอาหารจัดจ้านไม่ค่อยไหว ทว่าเรียกหาน้ำจิ้มรสเต้าเจี้ยวมาเติมไม่ขาดร่างจำแลงในรูปมนุษย์งดงามยวนตาของนางคีบเนื้อสัตว์ชิ้นบางที่ย่างเสร็จแล้วจิ้มน้ำจิ้มเต้าเจี้ยวเข้าปากไม่หยุด
“ดูเจ้าสิชอบกลั่นแกล้งนังหนูอยู่เรื่อย”สยฺงพูดขัดคอเสอทันทีพร้อมกับฉกเนื้อปลาของโปรดตนไปจากจานของเสอ
“ไม่เป็นสุภาพบุรุษเอาซะเลยฮึ” เสอต่อว่าด้วยความขุ่นเคือง แต่ก็มิได้ห้ามปรามอันใด
การสนทนาในวงอาหารระหว่างสัตว์เซียนทั้งสี่กับจุ้ยเหม่ยเป็นไปอย่างสนุกสนานหยอกกันบ้าง ต่อว่ากันบ้าง ไม่นานอาหารที่จัดเตรียมไว้ก็พร่องหายไปกว่าเก้าส่วน
กระทั่งอิ่มหนำสำราญกันทุกตนแล้วหยางเถาอวี้จึงนำเค๊กชิ้นโตหลายชิ้นออกมาวาง
“นี่เป็นอาหารหวานที่ข้าทำขึ้นไม่แน่ใจว่าพวกท่านจะทานกันได้หรือไม่ที่บ้านเกิดของข้าเรียกของหวานชนิดนี้ว่าเค้ก นิยมรับประทานกันในงานฉลองต่างๆเช่นการฉลองวันเกิดเจ้าค่ะ” เด็กสาวเตรียมตัดเค๊กออกเป็นชิ้นๆนางไม่ได้ปักเทียนวันเกิดเพราะคิดว่าทุกตนในที่นี้คงไม่คุ้นชินกับธรรมเนียมจึงตัดทอนขั้นตอนนี้ไป แค่อธิษฐานขอพรด้วยจิตก็เพียงพอ แต่ก่อนที่เด็กสาวจะลงมีดเสียงจุ้ยเหม่ยพลันดังขึ้น
“เดี๋ยวก่อนก่อนจะกินเค้ก ข้าอยากมอบของขวัญวันเกิดให้เจ้าก่อน” จุ้ยเหม่ยกล่าวเสียงดัง
“ขอให้เจ้ามีสุขภาพแข็งแรงพบพานแต่สิ่งที่ดี มีอายุมั่นขวัญยืนนะนี่เป็นโอสถวิเศษที่ข้าปรุงให้เจ้าโดยเฉพาะเลยนะ ลองกินดูสิ”จุ้ยเหม่ยกล่าวอวยพรก่อนจะยื่นกล่องไม้กล่องหนึ่งให้หยางเถาอวี้
เด็กสาวเปิดกล่องไม้ออกดูภายในมีเม็ดยาวิเศษสีทองขนาดเท่าลูกอม นางไม่รอช้าหยิบเม็ดยาเข้าปากกลืนเข้าไปอย่างไม่ลังเล
จุ้ยเหม่ยเห็นดังนั้นจึงกล่าวต่อ“หลับตาและอย่าต่อต้าน” นางยื่นนิ้วขึ้นจิ้มหน้าผากของหยางเถาอวี้ส่งพลังปราณสีทองระรอกหนึ่งเข้าไปทางมโนทวารของเด็กสาวอย่างอ่อนโยนเพื่อถ่ายทอดบางสิ่งบางอย่างให้
“รู้สึกอย่างไรบ้าง”
“ข้า...เอ๊ะ” เสียงครางจี๊ดๆ ฮึ่มฮ่ำรอบด้านพลันหายไป แทนที่ด้วยเสียงพูดคุยจ้อกแจ้กจอแจราวกับเสียงพูดคุยของมนุษย์ที่นางคุ้นเคย
“ข้าฟังเสียงของพวกท่านออก!”เสียงพูดของนางดังลั่น เด็กสาวทั้งตื่นเต้นดีใจทั้งแปลกใจ
“ข้าก็ฟังที่ท่านพูดรู้เรื่อง!”เสียงร้องระคนแปลกใจดังขึ้นจากสัตว์อสูรรอบด้าน
“ข้าก็ฟังออก”
“ข้าก็ด้วย”
ทุกคนทำหน้างุนงงสงสัย
“หึเป็นไงเล่า ยาเปิดโอษฐ์เปิดโสตประสาทของข้า” จุ้ยเหม่ยยืดอก
“ยาเปิดโอษฐ์เปิดโสตประสาท!”แทบทุกคนอุทานขึ้นพร้อมกัน
“ยาสวรรค์บรรพกาลที่หายสาบสูญไปนับหมื่นปีเนี่ยนะ”เสอร้องเสียงหลง
“เป็นอย่างไรบ้างนังหนูเจ้าชอบของขวัญของข้าหรือไม่” จุ้ยเหม่ยหันไปถามเด็กสาว
“แน่นอนเจ้าค่ะข้าชอบมากๆ ยอดเยี่ยมที่สุดเลยเจ้าค่ะ” ตามปกติหากต้องการสื่อสารกับสัตว์ต่างๆ ได้มนุษย์จำต้องฝึกจนถึงขั้นเซียนเสียก่อนแต่ยาเปิดโอษฐ์เปิดโสตประสาทช่วยลัดขั้นตอนอีกยาวไกลให้นางทักษะนี้ถูกใจนางเป็นที่สุด
“ยาเปิดโอษฐ์เปิดโสตประสาทนี้มีหลักการเช่นไรหรือเจ้าคะ”หยางเถาอวี้สนใจยิ่ง แต่หากจะถามสูตรยาก็เกรงใจเกินจะเอ่ยปากได้นางจึงถามเพียงหลักการทำงานของมัน
“ก็แค่เปิดประสาทหูของเจ้าให้ได้ยินคลื่นความถี่เสียงในระดับของสัตว์อสูรภาษาของเจ้าเรียกว่าอะไรนะ...” อยู่ด้วยกันมาเป็นเดือนหยางเถาอวี้สอนภาษาโลกมนุษย์กับโลกดาวทวิภาคให้จุ้ยเหม่ยหลายคำ
“จูนคลื่นความถี่หรือเจ้าคะ”
“นั่นแหละๆเมื่อจูนคลื่นความถี่ให้เจ้ารับรู้ได้ก็ปรับกล่องเสียงของเจ้าให้สามารถเปล่งคลื่นความถี่เหล่านี้ออกมาได้จากนั้นก็แค่ถ่ายทอดภาษาสัตว์อสูรต่างๆ ให้เจ้า”
‘หลักการง่ายดายเพียงนี้ต่อๆ ไปข้าคงสามารถนำไปปรับใช้ต่อยอดกับสิ่งต่างๆ ได้อีกมากโข’หยางเถาอวี้ครุ่นคิด
“ขอบพระคุณท่านแม่จุ้ยเหม่ยเป็นที่สุดเจ้าค่ะ”
“นายหญิงท่านออกตัวซะอลังการขนาดนี้ ของขวัญของพวกข้ามิกร่อยแย่หมดหรือนี่”หู่เอ่ยเสียงสลด หมดความมั่นใจในของขวัญที่ตนเตรียมมาให้ไปมากโข
“โอะโฮะๆๆเรื่องนั้นช่วยไม่ได้” จุ้ยเหม่ยสวนกลับอย่างไม่ใยดี
“แกล้งกันชัดๆเลย” เสอกระเง้ากระงอดสะบัดเอวคอดกิ่วของนางก่อนจะยื่นมือส่งของขวัญให้หยางเถาอวี้เป็นรายถัดไป
“ขอให้เจ้าสวยสดงดงามเยี่ยงข้ามากขึ้นทุกวันๆฮึ” กล่าวเสร็จก็สะบัดสะโพกงามงอนขยับตัวหลบให้สยฺงที่ยืนจ่อรออยู่เป็นตนที่สาม
“ขอให้เจ้าแข็งแกร่งสุดยอดเหมือนข้านะ”สยฺงส่งกล่องเหล็กใบใหญ่ให้ กล่าวอวยพรเสร็จก็ยกแขนขึ้นเบ่งอวดกล้ามเนื้อเป็นมัดๆของตน
“งั้นข้าขอให้เจ้าชาญฉลาดและว่องไวเช่นฝีเท้าของข้า”หลางเอ่ยพร้อมยื่นถุงใบหนึ่งให้
“หึพวกเจ้าอวยพรกันง่ายๆ แบบนี้ได้อย่างไร ดูตัวอย่างจากข้าไว้”หู่บ่นเพื่อนของตนพร้อมกล่าวต่อ “ขอให้เจ้ามีอำนาจบารมี ผู้คนเกรงขามเหมือนอย่างข้านะเอ้า นี่ของขวัญจากข้า” กล่าวจบพร้อมยื่นกล่องของขวัญให้
“โห่ไม่เห็นจะต่างจากพวกข้าตรงไหนเลย” เสียงบ่นดังระงมขึ้นจากเสอ สยฺงและหลาง
สัตว์อสูรทุกตนทยอยกันเข้ามามอบของขวัญพร้อมอวยพรวันเกิดให้หยางเถาอวี่ต่อจากอสูรเซียนทั้งสี่เล่นเอานางน้ำตาซึม เปี่ยมด้วยความอบอุ่นใจเป็นที่สุด
กระทั่งมาถึงคิวของสัตว์อสูรตนสุดท้ายในงานเว่ยวันนี้แต่งตัวแปลกประหลาด รอบคอมีผ้าสีชมพูสดใสผูกเป็นโบว์เพิ่มระดับความน่ารักขึ้นไปอีกหลายขั้นในสายตาของหยางเถาอวี้มันกระโดดขึ้นมาพองลมลอยตัวอยู่ตรงหน้าเด็กสาวและพุ่งเข้าจู่โจมกินเต้าหู้นางเป็นครั้งที่สองทว่าคราวนี้มิใช่แก้มนวล แต่เป็นริมฝีปากอวบอิ่มจิ้มลิ้มสีชมพูระเรื่อของเด็กสาวเล่นเอาสัตว์อสูรเพศบุรุษตนอื่นอิจฉาตาร้อนไปตามๆ กัน ตัวเล็กดีเฉกเช่นนี้เองแก่แค่ไหนก็ยังดูเหมือนเด็กรุ่นเยาว์อยู่เสมอ ผู้คนไม่ถือสา
“จี๊ดๆข้าเฝ้าครุ่นคิดมาตลอดคืน คิดไปคิดมาก็หาของขวัญอันควรค่าให้แก่คุณหนูไม่ได้ดังนั้น.. ข้าขอส่งตัวเองเป็นของขวัญให้ท่านไม่ทราบคุณหนูจะยินดีรับข้าไว้ข้างกายหรือไม่ จี๊ด” เว่ยทำเสียงเล็กเสียงน้อยก้มหน้างุดๆ พึมพำด้วยท่าทางเขินอาย
เด็กสาวอึ้งงันไปชั่วขณะพลันได้ยินเสียงจุ้ยเหม่ยเอ่ยขัดขึ้น “หากเจ้าจะติดตามนังหนูเจ้าต้องทำพันธะสัญญาผูกพันธะกับนางเสียก่อน เจ้ายินยอมหรือไม่เล่า”จุ้ยเหม่ยครุ่นคิดในใจหากหยางเถาอวี้จะมีผู้ติดตามไปช่วยเหลือข้างกายเพิ่มย่อมเป็นเรื่องดีนางมีชะตากรรมที่ยิ่งใหญ่นัก เว่ยมีฝีมือไม่น้อย เชี่ยวชาญการโจมตีใส่ศัตรูหมู่มากการทดสอบเมื่อวานแม้เด็กสาวจะสามารถเอาชนะเว่ยได้แต่ต้องไม่ลืมว่าขณะนั้นเว่ยลดพลังของตนลงมาอยู่ที่ขั้นปัจฉิมตอนปลายเทียบเท่าเด็กสาวอีกทั้งท่าเท้าพลังปราณธาตุแสงของหยางเถาอวี้มิใช่ธรรมดาเกรงว่าในบรรดาผู้ฝึกปราณที่มีระดับสูงกว่านางหนึ่งขั้นก็ไม่มีทางเอาชนะนางได้ในแง่ความเร็ว
“ข้ายินดีอย่างยิ่งขอรับนายหญิง”เว่ยหันไปเอ่ยตอบจุ้ยเหม่ย “แล้วคุณหนูเล่าขอรับ”จากนั้นก็หันมาส่งสายตาวิบวับเป็นประกายใส่หยางเถาอวี้
“หึ”หู่แค่นเสียงคราหนึ่งอย่างนึกหมั่นไส้ ‘น่าอิจฉาไอ้เว่ยเฒ่าหัวงูยิ่งนัก หากข้าไม่มีหน้าที่ต้องเฝ้าพิทักษ์ป่าหมื่นอสูรแห่งนี้ข้าก็จะขันอาสาติดตามนังหนูไปเหมือนกัน’
“อ่าในเมื่อท่านเว่ยเต็มใจ ข้าก็ยินดีเช่นกันเจ้าค่ะ” หยางเถาอวี้ตอบคำจากนั้นจึงแตะลงบนหน้าผากเล็กๆ ของเว่ยเพื่อเริ่มทำพันธะผูกอสูร
“งี๊ด”เจ้าเม่นน้อยทำหน้าดีใจหนักหนาหลังจากความปรารถนาของตนสำเร็จสมประสงค์มันกระโจนขึ้นไปเกาะบนไหล่ของเด็กสาวอย่างออดอ้อนทันที
“ขอบคุณทุกท่านมากนะเจ้าคะข้าจะจดจำน้ำใจของพวกท่านไว้ไม่มีวันลืมเลยเจ้าค่ะ”
ขณะสองคนกับหลายตนกำลังตกอยู่ในบรรยากาศซาบซึ้งตรึงใจ
“เจ้านายขอรับ”เสียงทีเจวันดังขึ้นข้างหลังในขณะที่เหล่าสัตว์อสูรตรงหน้าหยางเถาอวี้อ้าปากค้าง
หยางเถาอวี้เห็นปฏิกิริยาจากทุกตนจึงรีบหันไปดูและแล้วนางก็ได้แต่ตกตะลึงพรึงเพริดปากอ้าตาค้างอยู่หลายอึดใจ
“นะ..นาย ที เจ วัน?” ที่เห็นอยู่ตรงหน้าคือมนุษย์สีเงินยวงผู้หนึ่งลักษณะเหมือนมนุษย์หุ่นยนต์ตัวร้ายในหนังสมองกลครองโลกภาคสองสุดโปรดของนางอย่างไรอย่างนั้นหยางเถาอวี้ถึงกับติดอ่างในวินาทีนี้
“ของขวัญวันเกิดเจ้านายเป็นร่างอัพเกรดของผมเองครับ คิดว่าจะสำเร็จไม่ทันเสียแล้ว”ทีเจวันพูดพลางขยับเดินเข้ามาหา
เด็กสาวเผลอผงะถอยหนีไปสองก้าวจึงเพิ่งนึกได้นี่ไม่ใช่หุ่นยนตร์ในหนังสงครามสุดโหดเรื่องนั้นนี่นา นี่มันทีเจวันพอตั้งสติได้จึงกระโจนเข้าจับเนื้อจับตัวของทีเจวันเพื่อสำรวจร่างกายตรงหน้าทันที
“นายนาย สุดยอดไปเลย ว่าแต่... แปลงร่างได้แบบนี้คงไม่สูญเสียความสามารถดั้งเดิมอะไรๆไปหรอกนะ”
“แน่นอนครับว่าไม่ผมสามารถแปลงร่างกลับเป็นยานบินหรือหดรูปกลับเป็นกำไลข้อมือได้แต่กว่าจะวางแบบแปลนวงจรในร่างใหม่เสร็จ กว่าจะสามารถควบคุมให้เสถียรได้เล่นเอาเหนื่อยเลยขอรับ” ทีเจวันตอบพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า
“สุดยอดของสุดยอดนายสามารถแสดงอารมณ์ความรู้สึกแบบมนุษย์ได้เป็นอย่างดี เสียอย่างเดียวกอดแล้วหนาวอะ ไม่มีโหมดฮีตเตอร์บ้างเหรอ”หยางเถาอวี้กอดทีเจวันแน่นด้วยความดีใจราวกับได้กอดพี่ชายที่จากกันไปนานต้องรู้ว่าที่ผ่านมา ทีเจวันเป็นดั่งมิตรแท้เพื่อนตายของนางร่วมทุกข์ร่วมสุขมาด้วยกัน ช่วยให้นางไม่โดดเดี่ยวยามเมื่อทีเจวันเริ่มมีจิตวิญญาณ นางดีใจอย่างยิ่งแต่เวลานี้ความดีใจของนางทะลุขึ้นไปถึงสวรรค์ชั้นฟ้าแล้ว
“ผมจะเก็บไว้เป็นหนึ่งในลำดับถัดไปของการพัฒนาวงจรสร้างผิวกายให้เหมือนมนุษย์มากขึ้นนะครับอาจต้องทดลองพัฒนาการเพาะเซลผิวหนังดู” ทีเจวันกอดตอบเด็กสาวเช่นกันเล่นเอาเจ้าเม่นน้อยหน้ายู่ด้วยความหวงนายสาวคนใหม่ทันที