อีกแล้ว!
เกิดเื่แบบนี้ขึ้นอีกแล้ว!
ชีวิตที่แล้วพี่อู๋ก็ต้องตกงาน และมีอุปสรรคถาโถมเข้าใส่ไม่หยุด
ป้อมที่โชคดีได้โอกาสย้อนเวลากลับมาแก้ไขสิ่งต่างๆ เพื่อเปลี่ยนอนาคตให้ดีขึ้น ปรากฏว่าชีวิตของพี่อู๋ได้ฉิบหายกว่าเดิม
เพียงแค่สองวันหลังจากที่เขาได้ย้อนเวลากลับมา พี่อู๋ก็ถูกส่งเข้าห้องขังไปซะแล้วววว
พึ่งจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ได้สองวัน ก็ถูกส่งเข้าไปนอนโรงพยาบาลเกือบสองเดือน แถมพี่ชายร่วมสาบานก็ยังมาติดคุกหัวโตอีก
ทำไมโลกใบนี้ถึงใจร้ายกับเขาเหลือเกิน...
ป้อมกรีดร้องอยู่ในใจ "กูคือตัวเอก เป็บุตรแห่งโชคชะตา พระเ้าให้โอกาสกูย้อนเวลากลับมา เกมมันพึ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น รอก่อนเถอะมิคกี้!"
ทว่าทางฝั่งมิคกี้เอง เขาก็คิดว่าเกมมันพึ่งจะเริ่มต้นเช่นกัน
แม้ว่าตัวละครสนับสนุนอย่างพี่อู๋ ที่เป็มือขวาของพระเอกจะถูกตัดออกไปแล้ว แต่ว่ามิคกี้เองจะต้องไม่ประมาทเด็ดขาด
เพราะอีกฝ่ายเป็บุตรแห่งโชคชะตา เป็พระเอกของนิยาย ป้อมจะไม่มีวันพ่ายแพ้ง่ายๆ แบบนี้แน่นอน
สามสิบปีอยู่ฝั่งธนฯ สามสิบปีอยู่ฝั่งพระนคร อย่ารังแกเด็กและคนจน
ถ้าให้โอกาสป้อมได้พักหายใจ เขาจะกลับมาในไม่ช้า
อีกทั้งสิ่งที่มิคกี้ต้องรับมือไม่ใช่ป้อมที่เป็พระเอกเพียงคนเดียว ในโลกนิยายที่มิคกี้ได้ทะลุมิติเข้ามา มันยังมีพระเอกอีกหลายคน
และนอกจากพระเอกเ่าั้แล้ว ก็ยังมีตัวร้ายแบบเขาอีกมากมาย
แต่ถึงอย่างนั้นแล้ว พระเอกพวกนี้ก็โกงเกินไป พวกเขาได้รับการเอ็นดูจากนักเขียน เพื่อสนองความสะใจในการตบเกรียนตัวร้ายทุกรูปแบบ และเพื่อสร้างความสนุกให้ผู้อ่านที่ได้เห็นพระเอกโชว์เทพ
ต่อให้พระเอกพวกนี้เจอตัวร้ายที่เก่งหรือโกงแค่ไหน แม้ว่าพวกเขาจะพ่ายแพ้ แต่ก็ยังสามารถกลับไปตั้งหลักเริ่มต้นใหม่ได้ทุกครั้ง
ทว่าทางฝั่งตัวร้ายนั้น ตราบใดที่เดินหมากพลาดเพียงครั้งเดียวก็สามารถถูกจบเกมในทันที
เพราะฉะนั้นแล้ว มิคกี้จะต้องไม่เปิดเผยจุดอ่อนใดๆ ทั้งสิ้น!
ทุกๆ การเคลื่อนไหวจะต้องสมบูรณ์แบบ หมดจด และไร้ที่ติ
อีกทั้งคุณชายมิคกี้ที่อยู่ในเนื้อเื่เดิม เขาได้อาศัยร้อยเล่ห์เพทุบายกำราบพวกตัวเอกจนโงหัวไม่ขึ้น แค่ได้เห็นหน้ามิคกี้ก็แทบจะปัสสาวะรดกางเกง
จนถูกขนานนามว่า 'ปีศาจเมืองชล'
ส่วนเขาคือมิคกี้เวอร์ชันปรับปรุง พร้อมฟังก์ชันและความสามารถที่มากกว่าเดิม ถ้ายังต้องมาแพ้พวกพระเอกอีก ก็ให้คุณพ่อลาเต้ลบนิยายเื่นี้ทิ้งไปได้เลย ไม่ต้องเขียนมันต่อแล้ว!
"ปูนพี่พร้อมก่อ ไม่รู้ว่าสุดหล่อพร้อมยัง? อิ_อิ"
มิคกี้เดินทางมายังโรงพยาบาลจีโนมิกส์ด้วยอารมณ์ที่เบิกบาน
และในเวลานี้เอง ใบเฟิร์นที่กำลังดำเนินการจัดการเคลียร์เื่ของพี่อู๋ ที่เป็แพทย์ประจำโรงพยาบาลของเธอ
ทันทีที่เธอเห็นมิคกี้ที่เดินเข้ามาในห้องทำงาน จึงได้เอ่ยปากถามขึ้นว่า "พี่ได้ยินมาว่าน้องมิคกี้เองเป็พยานอยู่ในตอนที่เกิดเหตุ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็มายังไงคะ?"
มิคกี้พยักหน้า และเริ่มเล่าออกมาว่า "ในตอนนั้นผมกำลังไปเยี่ยมคุณป้อม และทันทีที่ผมมาถึงหน้าประตู ผมก็ได้ยินเสียงกรีดร้องของคุณป้อมดังออกมาจากในห้อง เสียงกรีดร้องของเขาตอนนั้นดังลั่นโรงพยาบาล"
"ผมจึงะโเรียกหมอและพยาบาลที่อยู่แถวนั้นทันที หลังจากที่ผมและหมอเข้าไปในห้อง ผมก็เห็นหมออู๋กำลังใช้เข็มเงินขนาดใหญ่แทงเข้าที่หน้าอกของคุณป้อมตรงบริเวณหัวใจ ผมที่เห็นอย่างนั้นจึงรีบวิ่งเข้าไปคุมตัวหมออู๋เอาไว้ พอหลังจากนั้นไม่นาน ตำรวจก็มาถึงและพาตัวหมออู๋ไปโรงพัก"
"ฟังจากหมอที่มาดูอาการ เขาบอกว่าเข็มเงินถูกแทงลึกลงไปประมาณเจ็ดถึงแปดเิเ ถ้าหมออู๋ไม่ได้แทงเข็มพลาด เกรงว่าคุณป้อมคงจะได้ไปเข้าเฝ้าพระอินทร์"
มิคกี้เล่าเหตุการณ์ทุกอย่างตามความจริงที่เกิดขึ้น ยกเว้นเื่ที่เขาขอพรกับระบบก่อนหน้านี้
ใบเฟิร์นหน้ามุ่ยขมวดคิ้ว และพูดออกมาว่า "พี่ได้ยินมาว่าคุณป้อมเป็น้องชายร่วมสาบานของหมออู๋ และความสัมพันธ์ของพวกเขาก็ดีมาก ดีกว่าพี่น้องแท้ๆ สักอีก แล้วทำไมหมออู๋ถึง้าฆ่าน้องชายตัวเองด้วยละ?"
มิคกี้ส่ายหัวด้วยความจนด้วยเกล้าพร้อมเอ่ยว่า "ตอนหมออู๋ถูกจับ เขาแหกปากร้องโวยวายยืนกรานตลอดว่า เขากำลังช่วยชีวิตคนไม่ใช่ฆ่าคน! ถึงจะบอกว่าเป็การรักษาแบบการแพทย์แผนจีน แต่จะมีใครฝังเข็มโดยใช้เข็มเงินที่ใหญ่เท่าเข็มถักนิตติ้งบ้างละ และยังแทงลึกทะลุลงไปถึงหัวใจอีก!"
ใบเฟิร์นยกมือกุมขมับ พลางถอนหายใจ
เธอยังไม่เชื่อว่าหมออู๋จะมีเจตนาฆ่าคน เพราะถึงอย่างไร หมออู๋ก็เป็แพทย์ของโรงพยาบาลเธอมานาน และยังมีชื่อเสียงที่ดีในวงการมาโดยตลอด
แต่ทว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น มันมีทั้งหลักฐานและพยานหลายคน จะมีเพียงแค่แรงจูงใจในการลงมือที่ยังไม่แน่ชัดเท่านั้นเอง
หมออู๋เป็นายแพทย์คนหนึ่ง แต่เขาได้กระทำผิดจรรยาบรรณแพทย์ ลงมือก่อเหตุฆาตกรรมในโรงพยาบาลแบบนี้
โทษที่เขาได้รับ ต้องหนักหนาสาหัสเป็เท่าตัวแน่นอน!
มิคกี้ลุกขึ้นไปชงกาแฟ และถามขึ้นมาว่า "พี่เฟิร์นจะจัดการเื่นี้ยังไงครับ?"
"คงได้แต่ต้องไล่ออกเท่านั้น" ใบเฟิร์นยิ้ม พูดอย่างช่วยไม่ได้ "ไม่ว่าผลตัดสินจะออกมาเป็แบบไหน เหตุการณ์นี้ก็ได้ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของโรงพยาบาลไปแล้ว"
"ไม่ต้องคิดมากครับ ยิ่งคิดมากคิดเยอะไปก็ปวดหัวเอาซะเปล่า ตอนนี้ก็เริ่มเย็นแล้ว พวกเราไปหาอะไรกินกันดีกว่าครับ" มิคกี้นั่งไขว้ขาบนโซฟา จิบกาแฟชิลๆ และกล่าวว่า "จากผลวิจัยของศาสตราจารย์โทริโกะได้กล่าวไว้ว่า อาหารอร่อยๆ จะช่วยเยียวยาเื่ร้ายๆ ทุกสิ่ง!"
"กิน กิน กิน ในหัวมีแต่เื่กินหรือยังไง?" ใบเฟิร์นพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ใช้ความอดทนเป็อย่างมาก
"ได้ยินมาว่ามีสุกี้หมวยน้อยพึ่งเปิด แบบนี้ผมต้องไปกินคนเดียวแล้วสิ..."
ใบเฟิร์นลุกขึ้นยืนสวมเสื้อคลุม พร้อมหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพายไหล่ เดินผ่านมิคกี้ออกจากห้องไปหน้าตาเฉย
"พี่เฟิร์นครับ?" มิคกี้มองไล่ตามหลังไปด้วยความสงสัย
"น้องมิคกี้ก็มาเร็วๆ สิ รีบไปจะได้คิวไวๆ ไม่ต้องรอคิวนาน"
"รอคิว??? พี่เฟิร์นจะไปกินสุกี้หมวยน้อยด้วยเหรอครับ?"
"พี่บอกตอนไหนว่าจะไม่ไปคะ? หื้มมมม?" เวลานี้ ใบเฟิร์นยืนเท้าสะเอวจ้องมองมิคกี้ตาเขม็ง
"ค้าบๆ"