“เอาละ ถ้าคุณไม่ยอมดินเนอร์กับผมอย่างน้อยก็คงจะอนุญาตให้ผมไปส่งที่บ้านนะ” บิ๊คว่า
“ฉันกลับรถประจำทางได้ค่ะเที่ยวต่อไปนี้อีกสักพักก็มาถึง” ทาเมร่ากล่าวแต่ไม่ได้ดึงดันอะไรมาก
“อีกสักพักหรือ...อีกตั้ง 20นาทีไม่ใช่หรือ...?” เขาเหยียดยิ้มเมื่อเห็นสีหน้าเธอซึ่งแสดงว่าเขาพูดถูกต้องแล้ว
“เอาละ รถผมจอดอยู่นั่นผมว่านั่งรถผมไปสบายๆดีกว่าแล้วก็ถึงเร็วกว่าด้วย”
“ก็ได้ค่ะ” เธอตอบตกลงแม้จะมีท่าทางลังเลอยู่บ้าง
“เชิญทางนี้ครับ”เมื่อผ่านพ้นอุปสรรคขึ้นแรกไปได้ บิ๊คก็ออกจะมั่นใจ ว่าเขาสามารถจะจัดการกับด่านอื่นๆที่เธออาจสร้างขึ้นขวางทางเขาไว้อีก เขายังคงจับปลายศอกเธอไว้ขณะเดินพามาที่รถ“ถ้าคืนนี้คุณไม่ยอมดินเนอร์กับผม งั้นพรุ่งนี้เราไปทานอาหารกลางวันกันนะครับ”เขาหยุดเดินเพื่อไขกุญแจเปิดประตูรถด้านที่นั่งข้างคนขับให้
อย่างไรตามบิ๊คััได้กับความลังเลที่เกิดขึ้นอยู่ ก่อนที่เธอจะตอบเขาเสียด้วยซ้ำ
“ไม่จำเป็หรอกค่ะ”
อุปสรรคอีกขั้นหนึ่งได้คืบหน้าเข้ามาแล้วบิ๊คซ่อนรอยยิ้มไว้ขณะเปิดประตูรถให้เธอ
“จำเป็สิเรายังมีเื่อีกนิดหน่อยที่จะต้องพูดกันให้รู้เื่ไง”
“เื่อะไรกันคะ?” แววลังเลหายไปแต่สีหน้าของทาเมร่ากลับเผือดซีดลงทันที ดวงตาสีฟ้าที่เหลือบขึ้นมองหน้าบิ๊คขณะนี้มีแววประหวั่นเกิดอยู่อย่างเห็นได้ชัด
ซึ่งทำให้เขาออกจะฉงนใจบิ๊คเอื้อมไปััตรงซอกคอของเธอ และรู้สึกถึงพลังแรงแห่งชีพจรที่เต้นอยู่อารมณ์ปรารถนาแผ่ซ่านไปทั่ว มันไม่ใช่อารมณ์ที่เกิดขึ้นเพราะความใคร่ แต่มันน่าจะเรียกได้ ว่าเป็ความปรารถนาที่ใคร่จะได้ปกป้องคุ้มครองเธอมากกว่า ทาเมร่าเผยอริมฝีปากคล้ายจะพูดอะไรบางอย่างออกมา บิ๊คเองก็ไม่รู้ว่าเธอจะพูดอะไรแต่เขาก็อยากให้เธอมั่นใจไว้ก่อน
“อย่ากลัวไปเลย” และแล้วเขาก็โน้มตัว ประทับริมฝีปากลงบนเรียวปากเธออย่างแ่เบา
ทันทีที่ริมฝีปากของทาเมร่าสะท้านขึ้นความรู้สึกดื่มด่ำก็เกิดขึ้นในใจบิ๊ค จุมพิตนั้นจึงเพิ่มพลังขึ้นไม่ใส่ใจกับท่าทีลังเลผสมกับความไม่เต็มใจของเธออีกต่อไป อุ้งมือของเขาโน้ม่คอระหงของเธอลงบิ๊คพยายามบังคับตัวเองไว้ที่จะไม่ปลดเข็มปักบนมุ่นมวยของเธอออก เพื่อโลมไล้ริมฝีปากลงบนความเนียนนุ่มปานเส้นไหมของเรือนผมนั้นเขายังไม่อยากทำอะไรที่มันรวบรัดจนเกินไปนักจนกว่าจะได้รับรู้ว่าเธอเต็มใจและพร้อมที่จะสนองตอบด้วยความยินดีเสียก่อน
อ้อมแขนของเขาโอบอยู่ตรงสะเอวฝ่ามือลูบไล้ขึ้นมาจนถึง่ไหล่ ร่างของทาเมร่าค่อยๆเบียดชิดเข้ามาอย่างไม่รู้ตัวััที่โลมเร้าจนเนินทรวงของเธอ แนบอยู่กับอกเสื้อด้านหน้าของเขา เสื้อนอกที่ไม่ได้กลัดกระดุมให้เข้าที่แบะออก จุมพิตนั้นทั้งอบอุ่นและเร่งเร้าเช่นที่มันควรจะเป็...แต่มันก็เป็เพียงการััอย่างผิวเผินเต็มที บิ๊ค้าอะไรที่มากกว่านั้น แต่เสียงจากภายในเตือนเขาว่า...ยังไม่ควรจะรีบร้อนขณะเดียวกัน เขาก็รู้สึกถึงอาการแข็งขืนร่างของเธอไว้ เป็ความรู้สึกที่้าจะป้องกันไม่ให้เธอปล่อยตัวปล่อยใจเกินไป ทั้งๆที่น่าจะทำได้ ดังนั้น เขาจึงยอมปฏิบัติตามคำเตือนของสัญชาตญาณภายใน ไล้ริมฝีปากลงเพียงแ่ๆก่อนจะผละออกในที่สุด
ขณะยืดร่างขึ้นนั้นบิ๊คก็หรี่ตาลงคล้ายสำรวจตรวจสอบอารมณ์เธออยู่ และออกจะใเมื่อพบว่าสีหน้าของเธอบอกควมสับสนประหลาดใจกับสิ่งที่เขาได้ทำลงไปความรู้สึกภายในถามตัวเองขึ้นอีกว่า ทำไมผู้หญิงคนนี้จึงแตกต่างกว่าผู้หญิงอีกนับร้อยที่เคยเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนเขาและรับจูบของเขาด้วยความเสน่หาอย่างเหลือพรรณนา...? เพียงแต่เขาไม่อาจตอบคำถามนั้นได้พร้อมกับเหตุผลที่ว่า ทำไมเขาจึงมีความรู้สึกพิเศษกับเธอนัก...?
มันดูคล้ายกับว่ามีประตูที่มองไม่เห็นปิดกั้นไว้ระหว่างเขากับเธอ ทันใด...บิ๊คก็มีความรู้สึกว่าเขาไม่อาจจะอ่านความคิดของผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าคนนี้ออกเลยมันทำให้เกิดความรำคาญใจขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เขาอยากทำลายกำแพงที่ขวางกั้นนั้นลงเสียให้หมดเพื่อว่าเธอจะได้ไม่ปิดกั้นความคิดนั้นไว้จากเขา มันเป็ความรู้สึกรุนแรงที่อยากจะได้ลงมือเสียในนาทีนั้นแต่เขาก็พยายามระงับอารมณ์ไว้
“ผมคงจะไม่ขอโทษที่จูบคุณ”เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ถ้าจะเป็ก็เพียงแค่ว่า...มันออกจะเร็วไปหน่อยเท่านั้น”
เธอทำท่าเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างออกมาแต่ก็ไม่ได้พูด ทาเมร่าไม่ได้ขัดขวางหรือแข็งขืนไปกับจุมพิตนั้นและซื่อสัตย์เกินกว่าที่จะเสแสร้งอยู่ในความรู้สึกของตนเอง เพราะรู้ดีว่าเธอเองก็มีความรู้สึกเช่นไร ดังนั้นเธอจึงเลื่อนตัวเข้าไปในที่นั่งโดยไม่ปริปากพูดอะไรออกมาเลยบิ๊คปิดประตูลง เดินอ้อมไปยังที่นั่งด้านคนขับ
หลังจากทาเมร่าแจ้งที่อยู่แล้วบิ๊คก็ขับรถออกจากที่จอด เมื่อออกมาถึงถนนใหญ่และเลยไปถึงสัญญาณไฟจราจรแล้วทาเมร่าจึงได้เอ่ยถามขึ้น
“จะต้องให้บอกเส้นทางอีกครั้งไหมคะ?”
“ไม่ต้องหรอก ผมไปถูก”
“คุณอยู่ในแคนซัส ซิตี้นี่เองหรือคะ...?”เนื่องจากเขาสนใจกับสัญญาณไฟจราจรที่กำลังเปลี่ยนและกับยวดยานที่อยู่บนท้องถนนทาเมร่าจึงเห็นเพียงเสี้ยวหน้าด้านข้างที่ค่อนข้างกระด้างเ็าเหมือนผู้ชายทั่วๆไป
“ครับ...ใช่”
ไมต้องสงสัยเลยว่า เขาจะต้องอยู่แถบจอห์นสันเคาท์ตี้แน่...ทาเมราคิด...และแล้วก็ยินดีให้ตัวเองตกอยู่ในภวังค์แหงความคิดคล้ายจะศึกษาถึงอารมณ์ที่ขัดแย้งของตัวเอง อันที่จริงเธอก็รู้อยู่ว่า จะต้องถูกเขาจูบ แต่ทำไมจึงไม่ยับยั้งเขาไว้เสีย...อันที่จริงเธออาจจะแสร้งทำเป็ไม่พอใจหรือทักท้วงเขาก็ได้ แต่ทาเมร่าก็จำต้องยอมรับว่าตัวเองก็รู้สึกรื่นรมย์ไปกับรสจูบนั้นด้วย...รื่นรมย์...มันช่างเป็คำง่ายๆที่อธิบายถึงความรู้สึกอันมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นกับตัวเองในขณะนั้นได้ดียิ่งนัก
แสงไฟจากร้านอาหารหลายๆแห่งสาดสว่างอยู่ทั้งสองข้างทาง ร้านอาหารเ่าั้รวมกลุ่มกันอยู่เพื่อแข่งขันขายอาหารซึ่งเป็สินค้าของตนตามแบบทั่วๆไป แม้ว่าขณะนั้นจะยังไม่ค่ำจนเกินนัก แต่แสงสว่างจากหลอดไฟนีออนก็เหมือนจะเรียกร้องชวนเชิญให้ลูกค้าได้เข้าไปอุดหนุน
“ถ้าผมไม่อาจชวนให้คุณร่วมทานอาหารกับผมได้อย่างน้อยก็ควรยอมให้ผมซื้อแซนด์วิชไปทานกันดีไหมล่ะ?” บิ๊กต่อรองขึ้นอีก
ใจหนึ่งทาเมร่าอยากตกลงด้วย เพราะสิ่งใดก็ตามที่จะเป็สื่อให้มีโอกาสได้อยู่ใกล้ชิดกับเขาสิ่งนั้นย่อมมีอำนาจยิ่ง แต่เธอก็ยังยึดมั่นอยู่แต่กับคำตอบในตอนแรก ดังนั้น จึงยังส่ายหน้าปฏิเสธอยู่นั่นเอง
“ฉันจำเป็ต้องรีบกลับบ้านจริงๆค่ะ”จากที่เขาชำเลืองมองดูเธอเพียงแวบเดียว ทาเมร่าก็รู้ว่าคำตอบของเธอยัง้าคำอธิบายประกอบอีกด้วย และเธอเองก็หวั่นอยู่ว่าเขาอาจจะกล่าวหาว่าเธอเล่นตลอกอะไรกับเขาอยู่ก็ได้“คือแม่ของฉันไม่ค่อยสบายค่ะ”
“อ้าว...นี่คุณยังอยู่กับพ่อแม่อย่างนั้นหรือ?”
“กับแม่เท่านั้นค่ะพ่อตายั้แ่ฉันยังเล็ก...”นี่ไงล่ะนี่คือโอกาสที่เธอจะพูดได้แล้ว การพูดอย่างเปิดเผยนี้ น่าจะเลยไปถึงเื่ที่ทำให้เธอจำต้อง “ขอยืม”เงินจำนวนนั้นไปใช้ก็ได้...แต่ทำไมมันถึงได้อ้าปากไม่ออกเอาเสียเลยก็ไม่รู้
“ผมก็ยังตั้งใจอย่างที่พูดกับคุณในตอนแรกนั่นแหละ ว่าผมขอเชิญคุณทานกลางวันพรุ่งนี้ชดเชยกับคืนนี้ยังไงล่ะ...ตกลงนะ”ในน้ำเสียงที่คล้ายประชดนั้นมันมีการบังคับอยู่เป็นัย
ทาเมร่ากล้ำกลืนคำพูดที่ดูออกจะมากความลงทันทีและไม่ได้คัดค้านอีกว่า...มันไม่ได้มีความจำเป็อะไรเลย แต่สิ่งทีเธอทำคือยักไหล่เหมือนไม่ไยดีกับคำเชิญเท่าไรนัก
“ก็คุณเป็นายจ้างนี่คะ”เธอเอ่ยออกไป
มีเสียงแว่วๆจากภายในสมองที่กำลังรุกเร้าเธออยู่ ว่าทำไมเล่า...ทำไมเธอยังไปคิดต่อสู้กับความจริงที่ว่า เขากำลังเริ่มหลงเสน่ห์เธอแล้วใช้มันให้เป็ประโยชน์เสียสิ...พรุ่งนี้ไปรับประทานอาหารกลางวันกับเขาเสีย อาจจะหว่านเสน่ห์ใส่เขาบ้างเล็กน้อย...การที่เขาจะชอบเธอหรือไม่นั้นเธอคงไม่โง่เสียจนดูไม่
ออกหรือทำเป็ไม่รู้ไม่เข้าใจแน่...ทำไมถึงไม่ตีสองหน้ากับเขาเล่า...แต่เมื่อทาเมร่าเหลือบมองไปยังใบหน้าเคร่งขรึมของบิ๊ค เสียงภายในอีกเสียงหนึ่งก็ถามขึ้นว่า...มันเป็การฉลาดแล้วหรือที่จะคิดทำอย่างนั้น...?