“ เหอ เหอ เหอ ” สองหน่อชนชั้นแรงงานหัวเราะแห้งๆ เพราะจากอาการที่ปรากฎ บอกชัดเจนว่าสมมุติฐานของพวกเขาเป็นจริง ในระหว่างที่ทำอะไรไม่ถูกอยู่นั่นเอง ศรีสมรก็รีบขอความช่วยเหลือ
“ พวกนายช่วยชั้นด้วย นายอ้วนเป็นบ้าไปแล้ว ”
เสียงร้องนั้นได้ดึงความสนใจของเหล่ากรรมกรจนหันไปมองพร้อมกัน และในทันทีที่สบตา สองหน่อกล้ามโตก็หยุดชะงัก ราวกับต้องมนต์ ณ.จังงัน
“ อึก….”
ท่าทางที่แปลกไปของพวกเขา ทำให้ศรีสมรนึกสงสัย แต่พอตรึกตรองเพียงพริบตา เจ้าหล่อนก็เข้าใจ
“ ว้าย…….ซวยแล้ว เราตื่นเกินไป เลยเผลอไปสบตากับเจ้าสองคนเข้าอย่างจัง ”
แม้โดยพื้นฐาน สองหน่อผู้มาใหม่จะเป็นสุจริตชนที่ไม่เคยทำเรื่องผิดกฎหมาย แต่จิตสำนึกกลับโดนบางอย่างที่ไร้ตัวตนครอบงำ และเจ้าสิ่งนั้นก็เกิดขึ้นจากอาคมอันต่ำทราม
“ อืม…แต่จะว่าไป คุณนายคนสวยก็น่าโดน……เสียเหลือเกิน ”
“ ใช่แล้ว เพราะเธอทั้งขาวทั้งอวบ น่าฟัดไปทุกสัดส่วน ”
“ มะ…ไม่นะ ” ศรีสมรเริ่มหน้าเสีย ด้วยสองหน่อที่น่าจะเป็นความหวัง กลับร่วมทีมชายบ้ากามซะอย่างงั้น แต่ในเมื่อชีวิตไม่สิ้นสุด ก็ต้องดิ้นรนต่อไป เธอจึงเค้นกำลังเฮือกสุดท้าย เพื่อแทงเข่าไปที่กล่องดวงใจของหัวหน้าคนงาน
“ โอ้ก……..” อ้วนครางดังด้วยความเจ็บปวด ใบหน้าเเปรเปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำ และความจุกเสียดที่มากล้นก็ได้ดลบันดาลให้ร่างอุดมไขมันทรุดลงไปนอนกอง
สองคนงานตกตะลึง เพราะไม่คิดว่าคุณนายจะดุดันถึงเพียงนี้ และในระหว่างที่สองทรชนมัวแต่ยืนงง ศรีสมรก็วิ่งหนี เป้าหมายคือ…..ห้องน้ำเล็กๆที่อยู่ใกล้สุด
“ เฮ้ย! อะ…ไอ้พวกบื้อช่วยจะ…จับเธอไว้สิวะ ยะ..อย่าให้หนีไปได้ ” หัวหน้าคนงานเค้นคำกล่าวอย่างยากลำบาก ดวงตาที่หรี่ต่ำแฝงแววเหลือกลาน เพราะถ้าเหยื่อสาวหนีรอดไป พวกเขาคงอดเสพสังวาสที่เลิศรส
“ คะ…ครับ….” สองหน่อพลันรู้สึกตัว แต่ช้าไปซะเเล้ว ด้วยเหยื่อสาวได้ผลุบหายเข้าไปในห้องน้ำ พร้อมล็อคกลอนเป็นที่เรียบร้อย
“ แกร๊ก…..”
“ ซวยแล้ว ลูกพี่ คุณนายหนีไปแล้ว ” สองหน่อหันไปฟ้อง สีหน้าเลิ่กลัก นายอ้วนจึงตวาดด่า
“ โธ่…ไอ้ระยำ ใช้การไม่ได้ แค่ผู้หญิงคนเดียว ก็จับไม่ได้ แบบนี้จะไปทำอะไรกิน ”
สองหน่ออยากย้อนเหลือเกินว่า….ลูกพี่เองก็ปล่อยนางหลุดมือเช่นกัน แต่ด้วยความเกรงบารมี เลยได้แต่ก้มหน้านิ่ง นายอ้วนจึงพยายามประคองกายให้หยัดยืน
“ ไอ้พวกไม่ได้ความ ร้อนถึงกูต้องจัดการ พวกมึงไปหาชะแลงมา จะได้งัดห้องน้ำเข้าไปปล้ำนังคุณนายคนสวย ”
หลังได้ยินคำสั่ง สองหน่อก็ถึงกับเอ๋อรับประทาน เพราะที่แห่งนั้นคือห้องทำงานส่วนตัวที่มีแต่ปากกา กระดาษ ดังนั้นเครื่องมือช่างอย่าง…ชะแลง น่าจะเป็นอะไรที่หาได้ยาก เลยเสี่ยงถามลูกพี่
“ เออ……แล้วเราจะไปหาชะแลงได้ที่ไหนครับ ในเมื่อที่นี่เป็นห้องทำงานของคุณนาย ”
“ โธ่……ไอ้ง่าว พวกมึงก็หาอะไรที่แข็งๆมาใช้แทนสิวะ ” อ้วนส่ายศีรษะไปมา อารมณ์เดือดปุดๆผสมความงุ่นง่านที่อัดแน่น ทำให้สองหน่อรีบไปหาสิ่งของตามประสงค์ เพื่อบรรเทาโมโหร้ายของลูกพี่
“ ได้ครับ ซักครู่นะ ”
ยอดยอมรับว่าทั้งฉิวทั้งขำ เนื่องจากไอ้สามคนตรงหน้าทั้งงุ่มง่ามและเซ่อซ่า ถึงขั้นปล่อยให้สมันน้อยในอุ้งมือ หลุดรอดอย่างง่ายดาย
“ เฮ้อ…..ขืนปล่อยให้พวกมึงนำแสดงต่อไป มีหวังอดรับประทานของหวานกันถ้วนหน้า ”
เมื่อเป็นเช่นนี้ ยอดจึงต้องก้าวออกจากที่ซ่อน พร้อมร้องถามสามชายกลัดมันที่กำลังวิ่งวุ่น
“ เฮ้ย…..พวก ให้กูช่วยมั้ย ”
สามชายกรรมกรถึงกับงุนงง เพราะไม่รู้ว่าไอ้ยักษ์วัยกลางคนตรงหน้าเป็นใคร หนึ่งในสองหน่อจึงย้อนถามห้วนๆ
“ แล้วน้าล่ะเป็นใคร เข้ามาที่นี่ได้ไง ”
ยอดแสยะยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองเจ้าของคำถาม แน่นอนว่าดวงตาที่แข็งกร้าวของเขาได้ข่มให้กรรมกรชายวัยหลานถึงกลับหงอในฉับพลัน
“ หึ หึ หึ จะเป็นใคร ไม่ต้องสนหรอก ขอแค่ให้ข้าร่วมวง ก็จะทำให้พวกมึงได้ยัดเยียดความเป็นผัวให้นังคุณนายสาวคนสวย ว่ายังไงล่ะ สนใจมั้ย ”
นับเป็นข้อเสนอที่ตรงใจทุกฝ่าย และด้วยมนต์มายาที่บงการจิตใจ เลยทำให้สามกรรมกรเห็นดีเห็นงามอย่างรวดเร็ว นายอ้วนจึงต้อนรับพร้อมรอยยิ้ม
“ ตกลง ว่าแต่…มึงมีแผนยังไง ”
ยอดยังคงยิ้มกริ่ม สองเท้าย่างเข้าหาสามกรรมกรอย่างมั่นคง ดวงตาคมกร้าวกวาดมองคู่สนทนาอยู่ตลอด ตามสัญชาตเสือที่ไม่เคยไว้ใจผู้ใด และพอได้ระยะที่พูดคุยถนัด เขาก็ล้วงบางสิ่งออกจากกระเป๋ากางเกง เมื่อเพ่งมองให้ดี ก็พบว่ามันคือ……บัตรเครดิตแข็งๆใบหนึ่ง
“ เออ….นั่นน่ะหรือ….แผนของมึง ” อ้วนและพวกพ้องชะงักงันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถาม สีหน้าฟ้องว่าสงสัย
“ ใช่แล้ว พวกมึงไม่จำเป็นต้องใช้กำลังเลย ” ยอดตอบเบาๆ ท่าทีสุขุม แน่นอนว่าสองหน่อยังไม่เข้าใจ ด้วยยังเยาว์ แต่นายอ้วนเริ่มเห็นภาพแล้ว จึงแสยะยิ้มออกมาเล็กน้อย
“ เหอ เหอ เหอ เข้าท่านี่หว่า ทำไมกูถึงลืมคิดเรื่องนี้ ”
……………………….
ศรีสมรลุกลี้ลุกลนอยู่ในห้องน้ำหรู ดวงตาคู่งามเหลียวมองไปรอบๆ ทำให้พบกับความคับแคบที่น่าจะมีปริมาณไม่เกิน 6 ตารางเมตร แต่ก็ไม่พบอาวุธใดที่ใช้ปกป้องกาย ด้วยมันมีแค่สบู่ ยาสีฟัน ยาสระผม และครีมบำรุงผิว
“ แย่จัง รู้งี้ ติดไม้ถูพื้นไว้ในห้องน้ำซะก็ดี แถมยังพาตัวเองมาสู่ทางตันอีก ถ้าพวกมันพังประตูเข้ามาได้ เราคงโดนรุมโทรมแน่ๆ ” ระหว่างที่ศรีสมรคิดหาทางรอดอยู่นั้นเอง โสตประสาทก็แว่วเสียงกลไกบางอย่าง
“ แกร๊ก แกร๊ก…..”
“ เอ๊ะ! หรือว่า….” ศรีสมรเริ่มฉุกคิด ดวงตาเหลือบมองกลอนประตู จึงพบว่ามันกำลังสั่นเล็กน้อย ด้วยไหวพริบปฏิภาณที่ว่างไว เธอเลยทะยานไปดันทวาร
“ แกร๊ก……”
เสียงกลไกดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้กังวานกว่าทุกคราวที่ผ่านมา ทำให้ศรีสมรรู้ว่าสลักภายในน่าจะหลุดจากการลงกลอน แต่ด้วยน้ำหนักตัวที่ถาโถม เลยทำให้บุคคลภายนอก ดันประตูเข้ามาไม่ได้
“ กึก กึก…….”
“ ซวยแล้ว แม้เราจะล็อคประตู แต่ดันลืมลงกลอน มันจึงสะเดาะเข้ามาง่ายๆ ทำไมไม่ทันคิดนี้นะ ” ศรีสมรนึกตำหนิตัวเอง แต่ไม่ทันก่นด่าให้สมใจ เสียงห้าวใหญ่จากภายนอกก็แทรกเข้ามา
“ คุณนายครับ เลิกแข็งขืนเถอะ ยังไงพวกผมก็เข้าไปได้อยู่ดี ดังนั้นจงยอมพลีกาย จะได้เสพสุขให้ถึงขนาด ”
ศรีสมรยอมรับว่าสงสัย ด้วยเสียงดังกล่าวไม่ใช่ของนายอ้วนอย่างแน่นอน และน่าจะไม่ได้มาจากสองหน่อกรรมกรเช่นกัน เนื่องจากวัยของทั้งคู่ยังเยาว์เกินไปกับการมีโทนเสียงแบบนี้
“ นี่มันเสียงของชายวัยกลางคน หรือจะมีไอ้บ้ากามเพิ่มมาอีกคน กระนั้น กระแสนี้ก็ดูคุ้นหู รึจะเป็น…….” ศรีสมรไม่อยากให้ความคิดนี้เป็นเรื่องจริง แต่เพื่อให้หายแคลงใจ จึงตัดสินใจตะโกนถาม
“ ใครเป็นคนพูดน่ะ เพราะเสียงนี้น่าจะไม่ใช่หนึ่งในคนงานของชั้น ”
ภายนอกเงียบไปอึดใจ ก่อนที่ชายคนเดิมจะตอบกลับมาด้วยเสียงที่ห้าวใหญ่ดุจเดิม
“ ผมคือ ยอด ยังไงล่ะครับ คุณนายจำไม่ได้เหรอ ”
ทันทีที่ได้รับคำตอบ คุณนายสาวก็เย็นวาบไปทั่วทั้งกาย เพราะมันยืนยันสมมุติฐานที่ตั้งไว้ในตอนแรกอย่างไม่มีผิดเพี้ยน อันถือว่าเป็นฝันร้ายขั้นสุด
“ ว้าย…..ตายแล้ว ไอ้บ้ากามนี่มันตามมาถึงบ้านของเราได้ยังไง ”
เหมือนคนข้างนอกจะรู้เท่าทันความคิด จึงได้ล้วงใจของคุณนายสาว ด้วยถ้อยคำที่ชวนวาบหวาม
“ ผมรู้ว่าคุณนายสาวคงสงสัยว่าไอ้ยอดตามถึงบ้านได้ยังไง ขอเฉลยว่าผมแอบสะเดาะกลอนรถยนต์ แล้วซุ่มอยู่เบาะหลัง พอรถจอด ก็รีบดอดออกมาก่อนที่คุณจะรู้ตัว ทำให้ตามมาถึงนี่ได้ไม่ยาก ”
ถึงจะล่วงรู้ความจริง แต่ก็ไม่ทำให้คุณนายสาวรู้สึกดีขึ้นมาเลย มิหนำซ้ำยังแอบมวลท้องจนอยากอาเจียน เพราะเหตุดังกล่าวช่างชั่วช้าลามกจนไม่มีมาตราใดๆมาวัดได้
“ บ้าน่า บ้าที่สุด ไอ้ชั่วยอด มันรู้บ้านของชั้นแล้ว แถมยังเข้าร่วมกับพวกคนงานที่ต้องมนต์มายา แล้วเราจะหนีรอดจากสถานการณ์นี้ได้ยังไง ”
“ แกร๊ก แกร๊ก…..”
เสียงกลอนประตูสนั่นยิ่งกว่าเดิม มันสะเทือนราวกับพร้อมจะหลุดได้ทุกเมื่อ ศรีสมรเบิกตากว้าง หัวใจเต้นถี่รัวจนแทบทะลุออกจากอก เธอจึงพยายามกดประตูสุดแรง แต่ฝ่ามือกลับเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อที่เย็นเฉียบ ทันใดนั้นเอง เสียงหัวเราะแหบต่ำก็ดังลอดเข้ามา อันบีบให้คุณนายสาวรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งกาย
“ เหอ…เหอ…เหอ…คุณนายครับ อย่าฝืนเลย พยายามยังไง ก็ไม่รอดหรอก ”
“ กึก! ”
“ ปัง……..”
เสียงโลหะเสียดแทงขึ้นมาอีกครั้ง ตามด้วยแรงกระแทกที่สะท้อนผ่านบานประตู ทำให้ศรีสมรเผลอกรีดร้องออกมา น้ำตาไหลพรากโดยไม่รู้ตัว เธอรู้ดี ฝันร้ายได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
“ กรี๊ด…….”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
