มนต์ดำ อาถรรพ์ อารมณ์ (ฉบับเซ็นเซอร์)

    ตอนที่ 67 เหยื่อสาวในกรงสวาท

    “ เหอ  เหอ  เหอ ” สองหน่อชนชั้นแรงงานหัวเราะแห้งๆ  เพราะจากอาการที่ปรากฎ  บอกชัดเจนว่าสมมุติฐานของพวกเขาเป็นจริง  ในระหว่างที่ทำอะไรไม่ถูกอยู่นั่นเอง  ศรีสมรก็รีบขอความช่วยเหลือ 


    “ พวกนายช่วยชั้นด้วย  นายอ้วนเป็นบ้าไปแล้ว ”


     

               เสียงร้องนั้นได้ดึงความสนใจของเหล่ากรรมกรจนหันไปมองพร้อมกัน  และในทันทีที่สบตา  สองหน่อกล้ามโตก็หยุดชะงัก  ราวกับต้องมนต์ ณ.จังงัน 


    “ อึก….” 

               


              ท่าทางที่แปลกไปของพวกเขา  ทำให้ศรีสมรนึกสงสัย  แต่พอตรึกตรองเพียงพริบตา  เจ้าหล่อนก็เข้าใจ 


    “ ว้าย…….ซวยแล้ว  เราตื่นเกินไป  เลยเผลอไปสบตากับเจ้าสองคนเข้าอย่างจัง ”


     

                แม้โดยพื้นฐาน  สองหน่อผู้มาใหม่จะเป็นสุจริตชนที่ไม่เคยทำเรื่องผิดกฎหมาย  แต่จิตสำนึกกลับโดนบางอย่างที่ไร้ตัวตนครอบงำ  และเจ้าสิ่งนั้นก็เกิดขึ้นจากอาคมอันต่ำทราม 


    “ อืม…แต่จะว่าไป  คุณนายคนสวยก็น่าโดน……เสียเหลือเกิน ” 


    “ ใช่แล้ว  เพราะเธอทั้งขาวทั้งอวบ  น่าฟัดไปทุกสัดส่วน ” 


    “ มะ…ไม่นะ ” ศรีสมรเริ่มหน้าเสีย  ด้วยสองหน่อที่น่าจะเป็นความหวัง  กลับร่วมทีมชายบ้ากามซะอย่างงั้น  แต่ในเมื่อชีวิตไม่สิ้นสุด  ก็ต้องดิ้นรนต่อไป  เธอจึงเค้นกำลังเฮือกสุดท้าย  เพื่อแทงเข่าไปที่กล่องดวงใจของหัวหน้าคนงาน 


    “ โอ้ก……..” อ้วนครางดังด้วยความเจ็บปวด  ใบหน้าเเปรเปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำ  และความจุกเสียดที่มากล้นก็ได้ดลบันดาลให้ร่างอุดมไขมันทรุดลงไปนอนกอง


     

                สองคนงานตกตะลึง  เพราะไม่คิดว่าคุณนายจะดุดันถึงเพียงนี้  และในระหว่างที่สองทรชนมัวแต่ยืนงง  ศรีสมรก็วิ่งหนี  เป้าหมายคือ…..ห้องน้ำเล็กๆที่อยู่ใกล้สุด 


    “ เฮ้ย!  อะ…ไอ้พวกบื้อช่วยจะ…จับเธอไว้สิวะ  ยะ..อย่าให้หนีไปได้ ” หัวหน้าคนงานเค้นคำกล่าวอย่างยากลำบาก  ดวงตาที่หรี่ต่ำแฝงแววเหลือกลาน  เพราะถ้าเหยื่อสาวหนีรอดไป  พวกเขาคงอดเสพสังวาสที่เลิศรส 


    “ คะ…ครับ….” สองหน่อพลันรู้สึกตัว  แต่ช้าไปซะเเล้ว  ด้วยเหยื่อสาวได้ผลุบหายเข้าไปในห้องน้ำ  พร้อมล็อคกลอนเป็นที่เรียบร้อย 


    “ แกร๊ก…..” 


    “ ซวยแล้ว  ลูกพี่  คุณนายหนีไปแล้ว ” สองหน่อหันไปฟ้อง  สีหน้าเลิ่กลัก  นายอ้วนจึงตวาดด่า 


    “ โธ่…ไอ้ระยำ  ใช้การไม่ได้  แค่ผู้หญิงคนเดียว  ก็จับไม่ได้  แบบนี้จะไปทำอะไรกิน ”


     

                สองหน่ออยากย้อนเหลือเกินว่า….ลูกพี่เองก็ปล่อยนางหลุดมือเช่นกัน  แต่ด้วยความเกรงบารมี  เลยได้แต่ก้มหน้านิ่ง  นายอ้วนจึงพยายามประคองกายให้หยัดยืน 


    “ ไอ้พวกไม่ได้ความ  ร้อนถึงกูต้องจัดการ  พวกมึงไปหาชะแลงมา  จะได้งัดห้องน้ำเข้าไปปล้ำนังคุณนายคนสวย ”


     

                หลังได้ยินคำสั่ง  สองหน่อก็ถึงกับเอ๋อรับประทาน  เพราะที่แห่งนั้นคือห้องทำงานส่วนตัวที่มีแต่ปากกา  กระดาษ  ดังนั้นเครื่องมือช่างอย่าง…ชะแลง  น่าจะเป็นอะไรที่หาได้ยาก  เลยเสี่ยงถามลูกพี่ 


    “ เออ……แล้วเราจะไปหาชะแลงได้ที่ไหนครับ  ในเมื่อที่นี่เป็นห้องทำงานของคุณนาย ” 


    “ โธ่……ไอ้ง่าว  พวกมึงก็หาอะไรที่แข็งๆมาใช้แทนสิวะ ” อ้วนส่ายศีรษะไปมา  อารมณ์เดือดปุดๆผสมความงุ่นง่านที่อัดแน่น  ทำให้สองหน่อรีบไปหาสิ่งของตามประสงค์  เพื่อบรรเทาโมโหร้ายของลูกพี่ 


    “ ได้ครับ  ซักครู่นะ ”


     

                ยอดยอมรับว่าทั้งฉิวทั้งขำ  เนื่องจากไอ้สามคนตรงหน้าทั้งงุ่มง่ามและเซ่อซ่า  ถึงขั้นปล่อยให้สมันน้อยในอุ้งมือ  หลุดรอดอย่างง่ายดาย   


    “ เฮ้อ…..ขืนปล่อยให้พวกมึงนำแสดงต่อไป  มีหวังอดรับประทานของหวานกันถ้วนหน้า ”


     

               เมื่อเป็นเช่นนี้  ยอดจึงต้องก้าวออกจากที่ซ่อน  พร้อมร้องถามสามชายกลัดมันที่กำลังวิ่งวุ่น 


    “ เฮ้ย…..พวก  ให้กูช่วยมั้ย ”


     

                สามชายกรรมกรถึงกับงุนงง  เพราะไม่รู้ว่าไอ้ยักษ์วัยกลางคนตรงหน้าเป็นใคร  หนึ่งในสองหน่อจึงย้อนถามห้วนๆ 


    “ แล้วน้าล่ะเป็นใคร  เข้ามาที่นี่ได้ไง ”


     

             ยอดแสยะยิ้มเล็กน้อย  ก่อนจะหันไปมองเจ้าของคำถาม  แน่นอนว่าดวงตาที่แข็งกร้าวของเขาได้ข่มให้กรรมกรชายวัยหลานถึงกลับหงอในฉับพลัน 


    “ หึ  หึ  หึ  จะเป็นใคร  ไม่ต้องสนหรอก  ขอแค่ให้ข้าร่วมวง  ก็จะทำให้พวกมึงได้ยัดเยียดความเป็นผัวให้นังคุณนายสาวคนสวย  ว่ายังไงล่ะ  สนใจมั้ย ”


     

              นับเป็นข้อเสนอที่ตรงใจทุกฝ่าย  และด้วยมนต์มายาที่บงการจิตใจ  เลยทำให้สามกรรมกรเห็นดีเห็นงามอย่างรวดเร็ว  นายอ้วนจึงต้อนรับพร้อมรอยยิ้ม 


    “ ตกลง  ว่าแต่…มึงมีแผนยังไง ”


     

             ยอดยังคงยิ้มกริ่ม สองเท้าย่างเข้าหาสามกรรมกรอย่างมั่นคง  ดวงตาคมกร้าวกวาดมองคู่สนทนาอยู่ตลอด  ตามสัญชาตเสือที่ไม่เคยไว้ใจผู้ใด  และพอได้ระยะที่พูดคุยถนัด  เขาก็ล้วงบางสิ่งออกจากกระเป๋ากางเกง  เมื่อเพ่งมองให้ดี  ก็พบว่ามันคือ……บัตรเครดิตแข็งๆใบหนึ่ง 


    “ เออ….นั่นน่ะหรือ….แผนของมึง ” อ้วนและพวกพ้องชะงักงันอยู่ครู่หนึ่ง  ก่อนจะเอ่ยถาม  สีหน้าฟ้องว่าสงสัย 


    “ ใช่แล้ว  พวกมึงไม่จำเป็นต้องใช้กำลังเลย ” ยอดตอบเบาๆ  ท่าทีสุขุม  แน่นอนว่าสองหน่อยังไม่เข้าใจ  ด้วยยังเยาว์  แต่นายอ้วนเริ่มเห็นภาพแล้ว  จึงแสยะยิ้มออกมาเล็กน้อย 


    “ เหอ  เหอ  เหอ  เข้าท่านี่หว่า  ทำไมกูถึงลืมคิดเรื่องนี้ ”


    ……………………….


                ศรีสมรลุกลี้ลุกลนอยู่ในห้องน้ำหรู  ดวงตาคู่งามเหลียวมองไปรอบๆ  ทำให้พบกับความคับแคบที่น่าจะมีปริมาณไม่เกิน 6 ตารางเมตร  แต่ก็ไม่พบอาวุธใดที่ใช้ปกป้องกาย  ด้วยมันมีแค่สบู่  ยาสีฟัน  ยาสระผม  และครีมบำรุงผิว 


    “ แย่จัง  รู้งี้  ติดไม้ถูพื้นไว้ในห้องน้ำซะก็ดี  แถมยังพาตัวเองมาสู่ทางตันอีก ถ้าพวกมันพังประตูเข้ามาได้  เราคงโดนรุมโทรมแน่ๆ ” ระหว่างที่ศรีสมรคิดหาทางรอดอยู่นั้นเอง  โสตประสาทก็แว่วเสียงกลไกบางอย่าง 


    “ แกร๊ก  แกร๊ก…..” 


    “ เอ๊ะ!  หรือว่า….” ศรีสมรเริ่มฉุกคิด  ดวงตาเหลือบมองกลอนประตู  จึงพบว่ามันกำลังสั่นเล็กน้อย  ด้วยไหวพริบปฏิภาณที่ว่างไว  เธอเลยทะยานไปดันทวาร 


    “ แกร๊ก……”


      

               เสียงกลไกดังขึ้นอีกครั้ง  คราวนี้กังวานกว่าทุกคราวที่ผ่านมา  ทำให้ศรีสมรรู้ว่าสลักภายในน่าจะหลุดจากการลงกลอน  แต่ด้วยน้ำหนักตัวที่ถาโถม  เลยทำให้บุคคลภายนอก  ดันประตูเข้ามาไม่ได้ 


    “ กึก  กึก…….” 


    “ ซวยแล้ว  แม้เราจะล็อคประตู  แต่ดันลืมลงกลอน  มันจึงสะเดาะเข้ามาง่ายๆ  ทำไมไม่ทันคิดนี้นะ ” ศรีสมรนึกตำหนิตัวเอง  แต่ไม่ทันก่นด่าให้สมใจ  เสียงห้าวใหญ่จากภายนอกก็แทรกเข้ามา 


    “ คุณนายครับ  เลิกแข็งขืนเถอะ  ยังไงพวกผมก็เข้าไปได้อยู่ดี  ดังนั้นจงยอมพลีกาย  จะได้เสพสุขให้ถึงขนาด ”


     

                ศรีสมรยอมรับว่าสงสัย  ด้วยเสียงดังกล่าวไม่ใช่ของนายอ้วนอย่างแน่นอน  และน่าจะไม่ได้มาจากสองหน่อกรรมกรเช่นกัน  เนื่องจากวัยของทั้งคู่ยังเยาว์เกินไปกับการมีโทนเสียงแบบนี้ 


    “ นี่มันเสียงของชายวัยกลางคน  หรือจะมีไอ้บ้ากามเพิ่มมาอีกคน  กระนั้น  กระแสนี้ก็ดูคุ้นหู  รึจะเป็น…….” ศรีสมรไม่อยากให้ความคิดนี้เป็นเรื่องจริง  แต่เพื่อให้หายแคลงใจ  จึงตัดสินใจตะโกนถาม 


    “ ใครเป็นคนพูดน่ะ  เพราะเสียงนี้น่าจะไม่ใช่หนึ่งในคนงานของชั้น ”


     

                 ภายนอกเงียบไปอึดใจ  ก่อนที่ชายคนเดิมจะตอบกลับมาด้วยเสียงที่ห้าวใหญ่ดุจเดิม 


    “ ผมคือ ยอด ยังไงล่ะครับ  คุณนายจำไม่ได้เหรอ ”


     

                 ทันทีที่ได้รับคำตอบ  คุณนายสาวก็เย็นวาบไปทั่วทั้งกาย  เพราะมันยืนยันสมมุติฐานที่ตั้งไว้ในตอนแรกอย่างไม่มีผิดเพี้ยน  อันถือว่าเป็นฝันร้ายขั้นสุด 


    “ ว้าย…..ตายแล้ว  ไอ้บ้ากามนี่มันตามมาถึงบ้านของเราได้ยังไง ”


     

                 เหมือนคนข้างนอกจะรู้เท่าทันความคิด  จึงได้ล้วงใจของคุณนายสาว  ด้วยถ้อยคำที่ชวนวาบหวาม 


    “ ผมรู้ว่าคุณนายสาวคงสงสัยว่าไอ้ยอดตามถึงบ้านได้ยังไง  ขอเฉลยว่าผมแอบสะเดาะกลอนรถยนต์  แล้วซุ่มอยู่เบาะหลัง  พอรถจอด  ก็รีบดอดออกมาก่อนที่คุณจะรู้ตัว  ทำให้ตามมาถึงนี่ได้ไม่ยาก ”


     

               ถึงจะล่วงรู้ความจริง  แต่ก็ไม่ทำให้คุณนายสาวรู้สึกดีขึ้นมาเลย  มิหนำซ้ำยังแอบมวลท้องจนอยากอาเจียน  เพราะเหตุดังกล่าวช่างชั่วช้าลามกจนไม่มีมาตราใดๆมาวัดได้ 


    “ บ้าน่า  บ้าที่สุด  ไอ้ชั่วยอด  มันรู้บ้านของชั้นแล้ว  แถมยังเข้าร่วมกับพวกคนงานที่ต้องมนต์มายา  แล้วเราจะหนีรอดจากสถานการณ์นี้ได้ยังไง ”  


    “ แกร๊ก  แกร๊ก…..”


     

             เสียงกลอนประตูสนั่นยิ่งกว่าเดิม  มันสะเทือนราวกับพร้อมจะหลุดได้ทุกเมื่อ  ศรีสมรเบิกตากว้าง  หัวใจเต้นถี่รัวจนแทบทะลุออกจากอก  เธอจึงพยายามกดประตูสุดแรง  แต่ฝ่ามือกลับเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อที่เย็นเฉียบ  ทันใดนั้นเอง  เสียงหัวเราะแหบต่ำก็ดังลอดเข้ามา  อันบีบให้คุณนายสาวรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งกาย 


     “ เหอ…เหอ…เหอ…คุณนายครับ  อย่าฝืนเลย  พยายามยังไง  ก็ไม่รอดหรอก ”  


    “ กึก! ” 


    “ ปัง……..”


     

             เสียงโลหะเสียดแทงขึ้นมาอีกครั้ง  ตามด้วยแรงกระแทกที่สะท้อนผ่านบานประตู  ทำให้ศรีสมรเผลอกรีดร้องออกมา  น้ำตาไหลพรากโดยไม่รู้ตัว  เธอรู้ดี  ฝันร้ายได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว 


    “ กรี๊ด…….”



    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2


    คล้ายกับเรื่องมนต์ดำ อาถรรพ์ อารมณ์ (ฉบับเซ็นเซอร์) ที่คุณอ่าน