หวนคืนสู่นภา

    ตอนที่ 42 : ที่มาของความขัดแย้ง

    ชายตระกูลหงที่ยังมีสติอยู่มีนามว่า 'หงคุน' ร่างกายของมันกำลังเจ็บปวดและทรมานอย่างมาก แต่มันยังดื้อรั้นต่อต้านแรงกดดันของหลี่ชิงหยุนอย่างทุลักทุเล "เจ้าหนู! เหตุใดเจ้ามายุ่งเรื่องตระกูลหง!?"

    หลี่ชิงหยุนไม่สนใจจะตอบ เขาแค่เดินไปทางหลี่หานเฟิงและหลี่หูจ้านทันที

    "นายน้อย!" หลี่หานเฟิงและหลี่หูจ้านตกตะลึงอย่างมาก พวกเขาไม่คิดว่าคนที่มาช่วยพวกเขาจะเป็นนายน้อยและลูกพี่ลูกน้องของพวกเขาเอง

    "นะ-นายน้อย ท่านเข้าสู่ระดับลมปราณหยกแล้วหรือ?" หลี่หานเฟิงพูดไม่ออก เมื่อเห็นออร่าที่กดขี่ของหลี่ชิงหยุน ตัวเขาเองก็อยู่ในระดับลมปราณหยก เพียงแต่เมื่อไม่กี่วันก่อน ก่อนที่พวกเขาจะออกมาตระกูล พวกเขายังเห็นว่านายน้อยคนนี้อยู่เพียงระดับรวบรวมลมปราณเท่านั้น 

    "ลมปราณหยก..." หลี่หูจ้านก็ตกตะลึงไม่แพ้กัน ลูกพี่ลูกน้องของเขากลายเป็นคนแข็งแกร่งตั้งแต่เมื่อใด

    "ท่านลุง อย่าเพิ่งพูดอะไร ปล่อยที่นี่ให้ข้าจัดการ" หลี่ชิงหยุนหยิบเม็ดยาฟื้นฟูระดับสูงออกมา เขาใส่มันลงไปในปากของหลี่หานเฟิงโดยตรง

    หลี่หานเฟิงรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่ส่งผ่านจากเม็ดยาบาดแผลที่แขนเริ่มฟื้นตัวและสมานแผลอย่างช้าๆ

    เม็ดยาที่ปรุงโดยหลี่ชิงหยุนนั้นมีคุณภาพสูงกว่าตลาดอย่างมาก จึงไม่แปลกที่สามารถฟื้นตัวได้รวดเร็วเช่นนี้

    ผู้คนรอบๆศาลาต่างก็หวาดกลัวในจิตสังหารของหลี่ชิงหยุนก่อนหน้านี้ ยามนี้ตระกูลหงทั้ง 20 คนหมดสติไปแล้ว เหลือเพียงแต่หงคุนที่พยายามลุกขึ้น 

    หงคุนชี้ไปที่หน้าของหลี่ชิงหยุนในลักษณะข่มขู่ " เจ้าหนู! เจ้ารู้หรือไม่ว่ากำลังยุ่งอยู่กับใคร!? พวกข้าตระกูลหงจะไม่ปล่อยเจ้าไปแน่!"

    "โอ้? เจ้ากำลังขู่ข้างั้นรึ?" หลี่ชิงหยุนไม่แยแสกับคนผู้นี้แม้แต่น้อย เขาเพียงแค่ชำเลืองมองอย่างเหยียดหยาม

    "เจ้าแค่รอ เมื่อหน่วยบังคับใช้กฏหมายกำลังจะมาที่นี่ คราวนี้เจ้าไม่รอดแน่" หงคุนพูดด้วยน้ำเสียงชั่วร้าย 

    ปิงเฟิงกำลังเดินตรงไปที่หลี่ชิงหยุนและยืนอยู่ด้านหลังของเขาอย่างเงียบๆ

    "ท่านลุง เกิดอะไรขึ้น? เหตุใดพวกมันถึงล้อมท่านเช่นนี้?" หลี่ชิงหยุนต้องการรู้ความเป็นมาของเรื่องในครั้งนี้

    หลี่หานเฟิงส่ายหน้าเบาๆ "นายน้อย พวกมันอาจต้องการบางสิ่งบางอย่างจากเรา แต่ตอนนั้นเราได้รับการปกป้องจากสมาคมการแพทย์ดังนั้นพวกมันจึงไม่ลงมือ"

     

    "ส่วนเรื่องขโมยสูตรยา ข้าก็ไม่รู้เช่นกันว่าสูตรยาของพวกมันมาอยู่ในศาลาได้อย่างไร" หลี่หานเฟิงเองก็ไม่ทราบเช่นกัน


    'ดูเหมือนว่ามันจะมีเบื้องหลังสำหรับเรื่องนี้' พฤติกรรมของตระกูลหงดูแปลกออกไปเล็กน้อยสำหรับหลี่ชิงหยุน เมืองนี้มีกฏหมายการรักษาความปลอดภัยจากราชวงศ์โม่ ดังนั้นแม้จะเป็นขุนนาง แต่หากมีการใส่ร้ายผู้อื่นพวกมันเองก็จะถูกลงโทษเช่นกัน

    แม้ว่าตระกูลขุนนางจะมีสิทธิพิเศษมากมาย แต่ไม่มีใครกล้าเหยียบหัวราชวงศ์โม่อยู่ดี!

    "กรับ กรับ กรับ"

    เสียงของกีบเท้าม้าดังขึ้นจากระยะไกล กลุ่มคนหกคนกำลังขี่ม้าตรงมาทางศาลายาตระกูลหลี่ พวกเขาประกอบไปด้วยผู้นำใส่ชุดเกราะสีเงิน พร้อมกับบริวารอีกห้าคนที่มีอาวุธครบมือ

    พวกเขาคือหน่วยบังคับใช้กฏหมายอย่างแม่นยำ หากเป็นคนธรรมดาที่เกิดความขัดแย้ง โดยปกติแล้วหน่วยบังคับใช้กฏหมายจะไม่ออกหน้าเช่นนี้อย่างแน่นอน แต่ดูเหมือนว่าตระกูลหงจะพอมีเส้นสายอยู่บ้าง

    หัวหน้าหน่วยที่ชื่อหลงอู๋มองไปรอบๆคนที่หมดสติก่อนจะเอ่ยถาม "เกิดอะไรขึ้นที่นี่?" 

    หงคุนไม่รอช้าที่จะกล่าวตัดหน้า "หัวหน้าหลง พวกศาลายาตระกูลหลี่ขโมยสูตรยาระดับ 4 ของพวกเราไป พวกเราเพิ่งได้สูตรยามาใหม่จากวังของนายน้อยที่สอง แต่เมื่อตรวจสอบเรากลับพบว่าสูตรยาที่ข้าเก็บไว้ในร้านได้หายไป"

    หลงอู๋มองไปที่หลี่ชิงหยุนและพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขึม "เจ้าหนู เจ้าคงเป็นพวกของศาลายาตระกูลหลี่ใช่หรือไม่? อาชญกรรมการขโมยของขุนนางต้องได้รับการลงโทษอย่างรุนแรง!" 

    "หืม? หัวหน้าหลง ท่านจะไม่ถามอะไรข้าสักหน่อยหรือ? เหตุใดท่านจึงยัดเยียดความผิดเช่นนี้ให้กับข้า?" หลี่ชิงหยุนไม่ได้รู้สึกโกรธเลย เขาแค่อยากรู้ว่าหัวหน้าหลงผู้นี้จะเล่นละครอะไรต่อหน้าเขา 

    "เห็นได้ชัดว่าสูตรยาอยู่ในศาลายาตระกูลหลี่ เจ้ายังต้องการหลักฐานอะไรอีก!" หลงอู๋ขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ เมื่อมีคนกล้าพูดต่อต้านเขา 

    หน่วยบังคับใช้กฏหมายเป็นหน่วยงานที่ผู้คนต่างหวาดกลัวอย่างมาก อิทธิพลของพวกเขากระจายไปทั่วทั้งเมืองในด้านของความเคร่งคัด หากหัวหน้าหน่วยพูดคำไหนขึ้นมานั่นเท่ากับเป็นวาจาอาญาสิทธิ์

    "หัวหน้าหลง เอาเช่นนี้เป็นไง? ข้ามีวิธีที่จะสืบหาว่าพวกเราขโมยสูตรยาจริงหรือไม่" หลี่ชิงหยุนเสนอแนะวิธีการสอบสวนที่แท้จริง

    "เจ้าหนู เจ้ากล้าต่อต้านข้างั้นรึ!?" หลงอู๋มีสีหน้าโกรธเล็กน้อย ไม่มีใครกล้าต่อต้านคำสั่งของหน่วยบังคับใช้กฏหมายเช่นนี้มาก่อน

    "หากท่านต้องการจับพวกเราไป ท่านต้องแน่ใจว่าพวกเรามีความผิด มิเช่นนั้นจะใครในเมืองหลวงจะเคารพพวกท่านอีก?" หลี่ชิงหยุนยังคงใช้คำพูดเพื่อบีบหลงอู๋ไม่ให้ต่อต้าน ก่อนจะกล่าวเสริมว่า "เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับชื่อเสียงของหน่วยบังคับใช้กฏหมายโดยตรง หากพวกท่านทำหน้าที่ไม่เป็นกลาง สำนักงานใหญ่อาจจะลงโทษหัวหน้าหน่วยอย่างรุนแรง... ท่านเข้าใจเรื่องนี้หรือไม่?"

    "ไม่จำเป็น! พวกเจ้าไปจับพวกมัน แค่พาพวกมันไปขังคุก!" หลงอู๋ไม่สนใจที่จะฟังพร้อมกับสั่งลูกน้องให้ไปจับหลี่ชิงหยุนโดยทันที

    หงคุนมีสีหน้าเยาะเย้ย มันรู้ดีอยู่แล้วว่าหลงอู๋เป็นพรรคพวกของเขาที่นายน้อยส่งมา ดังนั้นไม่ว่าอย่างไรหลงอู่จะเข้าข้างตระกูลหงอย่างแน่นอน

    "หัวหน้าหลง ท่านแน่ใจหรือว่าจะจับพวกข้าจริงๆ?" สายตาของหลี่ชิงหยุนกลายเป็นเย็นชา การพูดคุยกับหลงอู่ผู้นี้ไม่ต่างจากการสีซอให้ควายฟัง

    "หน่วยบังคับใช้กฏหมายไม่จำเป็นต้องต้องขอความคิดเห็นจากใคร! จับพวกมันไปรับโทษเดี๋ยวนี้!" หลงอู๋ปล่อยออร่าออกมาเพื่อข่มขู่

    "แม้ว่าท่านจะรับสินบนมา แต่ท่านควรตรวจสอบให้ดีเสียก่อนจะทำอะไร" หลี่ชิงหยุนหัวเราะเบาๆ ก่อนที่เขาจะหยิบตรานักปรุงยาระดับ 5 ขั้นสูงออกมาพร้อมกับติดไว้ที่หน้าอกของเขา 

    หลงอู๋ที่เห็นตราระดับ 5 ของหลี่ชิงหยุนก็ต้องตกตะลึง เขาเริ่มเหงื่อออกในทันทีราวกับว่าจะมีเรื่องไม่ดีบางอย่างเกิดขึ้น 

    "หัวหน้าหลง ในตระกูลหลี่ ทั้งข้าและบิดาของข้าต่างก็เป็นนักปรุงยาระดับ 5 แม้ว่าลุงของข้าจะเป็นนักปรุงยาระดับ 4 แต่แค่สูตรยาไร้ประโยชน์จากตระกูลหง พวกตระกูลหลี่ของข้าไม่จำเป็นที่จะต้องขโมยมัน" หลี่ชิงหยุนยิ้มจางๆให้กับหลงอู๋ 

     

    คำพูดคำเดียวจากหลี่ชิงหยุนทำให้หลงอู๋ไม่สามารถตอบโต้ได้


    ผู้คนรอบๆเริ่มเข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในทันที ก่อนหน้านี้ดูเหมือนว่าตระกูงหงตั้งใจจะวางกรอบศาลายาตระกูลหลี่อย่างแท้จริง

    หลี่ชิงหยุนเดินตรงไปที่หงคุน พร้อมหยิบขวดยาบางอย่างออกมาจากนั้นเขาหันไปคุยกับหลงอู๋ "หัวหน้าหลง เรามาดูกันดีกว่าว่าใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้"

    "จะ-เจ้าจะทำอะไร!?" หงคุนที่กำลังก้มหน้าเริ่มตื่นตระหนก

    "แน่นอนว่าข้าต้องการให้ทุกคนที่นี่รู้ความจริงกับสิ่งที่เกิดขึ้นเท่านั้น" หลี่ชิงหยุนหยิบเม็ดยาออกมาพร้อมใส่มันลงไปในปากของหงคุนด้วยความเร็วสูงสุด

    "อึก..."

     

    หงคุนกลืนยาเม็ดของหลี่ชิงหยุนลงไปโดยไม่มีการตอบโต้ 


    "เจ้าจะทำอะไรเขา!?" หลงอู๋ทนดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ และเขากำลังจะเข้าไปแทรกแซงระหว่างทั้งสองคน

    "พรึ่บ!"

    ทันใดนั้นปิงเฟิงกลับปรากฏตัวมายืนขัดขวางเส้นทางของหลงอู๋ไว้ พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "หลงอู๋ แค่รอดูเฉยๆ ไม่จำเป็นต้องทำอะไร เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับสมาคมการแพทย์โดยตรง ให้เราหาคนร้ายตัวจริงให้ได้ก่อน แล้วท่านจึงค่อยเคลื่อนไหว"

    หงคุนที่กินยาที่หลี่ชิงหยุนป้อนให้ มันไม่รู้สึกอะไรที่แปลกประหลาดจากร่างกายเลย ในตอนแรกมันคิดว่าสิ่งนี้จะเป็นยาพิษเสียอีก

     

    "เจ้าให้ยาอะไรแก่ข้า?" หงคุนอดไม่ได้ที่จะถามออกไป


    "เอาล่ะ มาตอบคำถามกัน ผลของยาคือ...หากเจ้าโกหก ร่างกายของเจ้าจะร้อนรุ่มราวกับถูกไฟคลอกและอวัยวะภายในจะเริ่มไหม้เกรียมที่ละนิด" หลี่ชิงหยุนพูดออกมาอย่างซุกซน

    'จะมียาเช่นนี้ในโลกได้อย่างไร?' สีหน้าของหงคุนดูไม่เชื่อ

    "เอาล่ะ ตอบมา ใครเป็นคนนำสูตรยาลอบเข้ามาไว้ในศาลายาตระกูลหลี่?" หลี่ชิงหยุนเริ่มเปิดไปที่ถามคำถามแรกทันที 

    "พวกเจ้านั่นแหละขโมยของจากพวก...อ๊า!" หงคุนพูดไม่ทันจบมันกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวดราวกับว่าอวัยวะภายในของมันกำลังไหม้อย่างช้าๆ!

    "จะ-เจ้าทำอะไรลงไป!?" ดวงตาของหงคุนมีความเกลียดชังและความโกรธที่ไม่ปกปิด

    "ข้าไม่ได้ทำอะไร หากเจ้ายังไม่พูดความจริง ร่างกายของเจ้าอาจจะไม่เหลือแม้แต่เถ้าธุลีเลยก็ได้ ข้าแค่แนะนำให้เจ้าพูดความจริงเสียดีกว่า..." หลี่ชิงหยุนพูดด้วยรอยยิ้มจางๆ

    เมื่อเห็นรอยยิ้มของหลี่ชิงหยุน ในสายตาของหงคุนรอยยิ้มนั้นไม่ต่างจากยมฑูตที่พร้อมจะเก็บเกี่ยวชีวิตของมันได้ทุกเมื่อ!

    "อ๊า!" เมื่อหงคุนไม่ยอมตอบ ร่างกายของมันก็ร้อนมากขึ้น จนมันอดไม่ได้ที่จะกรีดร้องเสียงดังออกมา

    "ข้าจะบอก! ข้าจะบอก! ได้โปรดปล่อยข้าไป!" หงคุนทนรับความเจ็บปวดเช่นนี้ไม่ไหวอีกต่อไป 

    "แค่พูดออกมา หากเจ้าพูดความจริง ผลของยาจะไม่ทำงานโดยธรรมชาติ" หลี่ชิงหยุนกอดอกและรอฟังอย่างเงียบๆ

    หงคุนกัดฟันพูดความจริงทั้งหมดว่า นายน้อยคนที่สองของตระกูลหงต้องการสมุนไพรระดับ 6 ที่หลี่หานเฟิงเก็บมาได้โดยบังเอิญ 

     

    แม้ว่าพวกมันจะต้องการซื้อ แต่หลี่หานเฟิงไม่ยอมขายมัน ดังนั้นพวกมันจึงใช้วิธีสกปรกในการลอบให้คนเอาสูตรยาไปไว้ในศาลายาตระกูลหลี่ ด้วยวิธีนี้พวกเขาจะไม่เสื่อมเสียชื่อเสียง และยังได้สมุนไพรระดับ 6 นั้นด้วย นี่เป็นแผนการที่แทบจะสมบูรณ์แบบ


    หลงอู๋ที่ได้ยินก็หน้ามืดด้วยความโกรธทันที ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปตำแหน่งของเขาคงจะโดนปลดออกอย่างแน่นอน เขามาที่นี่เพราะนายน้อยคนที่สองของตระกูลหงเป็นคนรับประกันว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาดเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ 

    แม้แต่คู่พ่อลูกหลี่หานเฟิงที่ได้ยินก็มีสีหน้าโกรธจัด ปรากฏว่านี่เป็นแผนการที่ถูกวางไว้ตั้งแต่แรก

     

    แม้แต่ผู้คนในบริเวณรอบๆก็ได้ยินสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด เรื่องราวในวันนี้จะทำลายชื่อเสียงของตระกูลหงอย่างแน่นอน


    หลี่ชิงหยุนกำลังปะติดปะต่อเรื่องราว ก่อนจะเข้าใจทุกอย่างได้ในทันที 

     

    เขาไม่คาดคิดว่าตระกูลหงจะคิดแผนการชั่วร้ายเช่นนี้ออกมาได้ โยนความผิดให้กับคู่พ่อลูกและยังได้ในสิ่งที่ต้องการ ตระกูลหงช่างน่ารังเกียจ!

     

    แม้ว่าเขาจะพยายามไม่ยุ่งเกี่ยวกับตระกูลหง แต่ดูเหมือนพวกเขาจำเป็นต้องให้หลี่ชิงหยุนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ให้ได้


    หากเขามาไม่ทัน เกรงกว่าชะตากรรมของหลี่หานเฟิงและหลี่หูจ้านจะเลวร้ายมากกว่านี้ บางทีอาจถึงขั้นเสียชีวิตด้วยซ้ำ แน่นอนว่าหลี่ชิงหยุนจะไม่ยอมให้เกิดสิ่งนี้ขึ้นอีกแน่นอน

    "ตระกูลหง..." หลี่ชิงหยุนพึมพำเบาๆ ดวงตาของเขาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงเล็กน้อย นี่เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเขากำลังโกรธอย่างแท้จริง

    "เอายาถอนพิษมาให้ข้า! ข้าบอกเจ้าไปหมดแล้ว!" หงคุนมีสีหน้าเจ็บปวดอย่างทนไม่ได้

    "ไม่จำเป็น" หลี่ชิงหยุนหัวเราะออกมาเบาๆ "สิ่งนั้นไม่ใช่ยาอย่างที่ข้าพูดไว้ ข้าแค่ใส่ฉีแห่งไฟลงไปและทำให้เจ้าทรมานเพื่อที่เจ้าจะได้เปิดปากพูดความจริงเท่านั้น"

     

    หลี่ชิงหยุนลุกขึ้นช้าๆ จากนั้นเดินไปทางหลงอู๋โดยไม่สนใจหงคุนอีกต่อไป


    "ไอ้สารเลว! ข้าจะฆ่าแก!" หลงคุนกัดฟันพร้อมกับโจมตีหลี่ชิงหยุนจากทางด้านหลัง 

     

    มันเพิ่งรู้ตัวว่าถูกหลี่ชิงหยุนหลอกเข้าเต็มเปา มันจะกลืนความเกลียดชังเช่นนี้ลงได้อย่างไร?


    "ข้าได้ให้โอกาสเจ้าแล้ว แต่เจ้าไม่หวงแหนมันอย่างแท้จริง" หลี่ชิงหยุนส่ายหัวพร้อมกับดีดนิ้วในมือของเขาราวกับเขาเปิดใช้งานบางสิ่งบางอย่าง และไม่สนใจจะหันกลับไปมองหงคุนด้วยซ้ำ

    "อ๊าก!"

    ร่างกายของหงคุนที่กำลังจะโจมตีหลี่ชิงหยุนกลับล้มลงอย่างกะทันหัน ความร้อนไหลผ่านตันเถียนเข้าสู่เส้นลมปราณของหงคุน และเริ่มเผาเส้นไหม้จุดกำเนิดพลังงานอย่างช้าๆ

    "ตุบ!"

    หงคุนล้มลงหมดสติเนื่องจากความเจ็บปวดที่รุนแรงจนเกินไป ตอนนี้หลี่ชิงหยุนได้ทำให้หงคุนพิการไปแล้ว บัดนี้หงคุนไม่ต่างจากขยะอีกต่อไป!

    "หัวหน้าหลง ดูเหมือนว่าความจริงได้รับการพิสูจน์แล้ว" หลี่ชิงหยุนยิ้มจางๆให้กับหลงอู๋ที่ยืนอยู่ตรงข้ามกับเขา สีหน้าของเขาบ่งบอกถึงการเยาะเย้ยที่ชัดเจน