ภายในโพรงถ้ำผลึกอันกว้างใหญ่, บรรยากาศพลันเย็นเยียบจับขั้วหัวใจ. ศิษย์พี่ในอาภรณ์สีดำสนิทผู้นั้นยืนนิ่งอยู่หน้าทางเข้า, ดวงตาคมกริบของมันเบิกกว้าง, จ้องมองไปยังรังอสูรขนาดมหึมาใจกลางโพรงถ้ำนั้น. ราชินีตะขาบผลึก (晶石蜈蚣女王) อันนอนขดตัวนิ่งสงบอยู่, บัดนี้เริ่มจะขยับเขยื้อนร่างอันมหึมาของมันอย่างเชื่องช้า, กลิ่นอาย (气息) พลังปราณ (灵气) อันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างนั้น, ทำให้แม้แต่ผู้มีพลังระดับสูงเช่นศิษย์พี่ผู้นี้ยังต้องรู้สึกถึงแรงกดดันอันมิเคยเป็นมาก่อน.
'เจ้าเด็กนั่น...มันล่อลวงข้าเข้ามาในกับดักอสูรชั้นสูงเทียวรึ!' ความคิดนั้นแล่นปราดเข้ามาในห้วงคำนึงของศิษย์พี่ผู้นั้นอย่างรวดเร็ว, ความโกรธแค้นและความตื่นตระหนกปะปนกันอยู่ในแววตา. มันตระหนักได้ในบัดดลว่าตนเองได้ตกหลุมพรางของเด็กหนุ่มอันมันเคยดูแคลนไว้นั่นเอง.
เจี้ยนหลิน (剑林) ผู้ซ่อนกายอย่างแนบเนียนอยู่หลังซอกหลืบแห่งแท่งผลึกศิลาใหญ่, สองมือกำแน่น, ดวงใจเต้นระรัว. เขามิได้มีเวลามากพอที่จะวางอุบายซับซ้อน, สัญชาตญาณสั่งให้เขาหาที่กำบังอันใกล้ที่สุดและปลอดภัยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในยามนี้.
ในเพลาที่ศิษย์พี่ผู้นั้นกำลังจะตัดสินใจว่าจะล่าถอยหรือจะบุกเข้าไปชิง "เมล็ดพันธุ์รากวิญญาณ" (灵根之种) คืนจากเจี้ยนหลิน (ซึ่งมันคาดว่ายังคงซ่อนตัวอยู่ในบริเวณนั้น) นั้นเอง!
เจี้ยนหลินอันซ่อนตัวอยู่, ค่อยๆ เพ่งสมาธิทั้งหมดไปที่การ "หยั่งรู้ถึงพฤกษา" (草木之触) ของตน. เขาสัมผัสได้ถึง "รากไม้" (树根) ขนาดเล็กจำนวนนับไม่ถ้วนอันชอนไชและแผ่ขยายอยู่ใต้พื้นศิลาและตามซอกหลืบแห่งผนังถ้ำผลึกนี้. มันเป็นรากของพฤกษ์พรรณโบราณอันมิรู้จักชื่อ, แต่กลับมี "พลังชีวิต" (生命之力) อันเข้มข้นอย่างน่าประหลาดใจ.
เด็กหนุ่มตัดสินใจในเสี้ยววินาที! เขามิได้ต้องการจะ "ควบคุม" รากไม้เหล่านั้นโดยตรง, ด้วยเหตุว่านั่นเป็นการสิ้นเปลืองพลังและอาจจะเปิดเผยตัวตนของเขาได้. แต่เขากลับใช้พลังธาตุพฤกษา (草木之力) อันละเอียดอ่อนของตน, "ปลุกเร้า" (激发) ให้รากไม้เหล่านั้น "สั่นไหว" (震颤) อย่างรุนแรงในบริเวณที่ศิษย์พี่ผู้นั้นยืนอยู่!
"ครืด! ครืด! ครืด!" พื้นศิลาใต้เท้าของศิษย์พี่ผู้นั้นพลันสั่นสะเทือนอย่างผิดปกติ! รากไม้เล็กๆ อันซ่อนอยู่ใต้ดินเริ่มจะ "ดัน" หรือ "ขยับ" แผ่นหินให้เคลื่อนตัว! มันมิได้เป็นการโจมตีอันรุนแรง, หากแต่สร้างความ "สับสน" และ "ความไม่มั่นคง" ให้กับศัตรูได้อย่างมิคาดคิด!
"อะไรกัน!?" ศิษย์พี่ผู้นั้นอุทานออกมาด้วยความตกใจ, มันรีบกระโดดถอยหลังไปหลายก้าว, มองดูพื้นดินอันสั่นไหวด้วยความมิเข้าใจ.
ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง! เจี้ยนหลินก็ใช้พลังธาตุพฤกษา "เหนี่ยวนำ" (引导) ให้ "เถาวัลย์" (藤蔓) อันเลื้อยพันอยู่ตามผนังถ้ำใกล้กับรังแห่งราชินีตะขาบผลึก, พลัน "ดีดตัว" และ "สะบัด" อย่างรุนแรง! พวกมันมิได้พุ่งเข้าโจมตีผู้ใด, หากแต่ "ปัดป่าย" ไปโดน "อสูรตะขาบผลึก" บริวารจำนวนมากอันกำลังคลานวนเวียนอยู่รอบๆ รังอย่างจัง! ครั้งนี้มิใช่เพียงสองสามตน หากแต่เป็นฝูงใหญ่อันกำลังตื่นตัว!
"กรี๊ซซซซ! กรี๊ซซซซ!" อสูรตะขาบผลึกบริวารเหล่านั้น, อันกำลังตื่นตัวจากการปรากฏตัวของศิษย์พี่อยู่แล้ว, ครั้นเมื่อถูก "รบกวน" อย่างกะทันหันเช่นนี้, ก็พลันส่งเสียงร้องแหลมแสบแก้วหูออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว! พวกมันเข้าใจผิดคิดว่าผู้ที่มารบกวนคือ "ผู้บุกรุก" อันเพิ่งจะเข้ามาใหม่!
ฝูงอสูรตะขาบผลึกจำนวนมากหันขวับ, ขาผลึกจำนวนนับไม่ถ้วนขยับอย่างรวดเร็ว, พุ่งเข้าใส่ศิษย์พี่ผู้นั้นทันทีราวกับคลื่นสีดำทะมึน!
"บัดซบ! พวกเจ้าอสูรชั้นต่ำ! กล้าดียังไงมารนหาที่ตาย!" ศิษย์พี่ผู้นั้นครั้นเมื่อเห็นฝูงอสูรตะขาบผลึกจำนวนมหาศาลพุ่งเข้ามา, ก็คำรามออกมาด้วยความเดือดดาล. มันตวัดกระบี่สีดำสนิทในมือออกไป, ปลายกระบี่เปล่งประกายแสงสีครามเย็นเยียบ, เข้าปะทะกับอสูรตะขาบผลึกเหล่านั้นอย่างดุเดือด!
เสียงโลหะกระทบกับเปลือกผลึกแข็งดังสนั่นหวั่นไหว! ประกายพลังปราณสาดกระจายไปทั่วบริเวณ!
เจี้ยนหลินมิได้หยุดอยู่แค่นั้น! เขารู้ดีว่าเพียงแค่บริวารอสูรเหล่านี้ย่อมมิอาจต้านทานศิษย์พี่ผู้นี้ได้นานนัก. เขาจะต้องทำ "ทุกอย่าง" เพื่อ "ก่อกวน" และสร้างความโกลาหลให้มากที่สุด!
เขาใช้พลังธาตุพฤกษา "ปลุกพลัง" ให้ "เห็ดราเรืองแสง" (发光菌类) อันขึ้นอยู่ตามผนังถ้ำ, พลัน "สว่างวาบ" และ "ดับวูบ" สลับกันไปอย่างรวดเร็ว! สร้างความสับสนให้กับทั้งศิษย์พี่และเหล่าอสูรตะขาบ! "ขาวน้อย" (小白) อันซุกอยู่ในอกเสื้อของเจี้ยนหลิน พลันส่งเสียง "คิก! คิก!" แหลมเล็กออกมาอย่างต่อเนื่อง, มันใช้หัวเล็กๆ ดุนไปที่อกของเจี้ยนหลินซ้ำๆ ราวกับจะบอกใบ้ให้เขาใช้เถาวัลย์อีกกลุ่มหนึ่งอันซ่อนอยู่ในมุมมืด!
จากนั้น, เขาก็ใช้ "การหยั่งรู้ถึงพฤกษา" ควบคุม "รากไม้" เล็กๆ ใต้พื้นดินอีกครั้ง, คราวนี้เขามิได้ทำให้มันสั่นไหว, หากแต่กลับ "ชี้นำ" ให้มัน "งอก" หรือ "แทงยอด" ขึ้นมาอย่างรวดเร็วในบริเวณอันศิษย์พี่ผู้นั้นกำลังต่อสู้อยู่! รากไม้ที่แหลมคมเหล่านั้นแม้จะมิสามารถทำอันตรายมันได้โดยตรง, หากแต่ก็สร้างความ "รำคาญ" และ "กีดขวาง" การเคลื่อนไหวของมันได้อย่างมาก!
"ไอ้เด็กเหลือขอ! นี่มันเป็นฝีมือของเจ้าใช่หรือไม่!" ศิษย์พี่ผู้นั้นตวาดลั่น, มันเริ่มจะตระหนักได้ถึงความผิดปกติอันเกิดขึ้น. แต่ในขณะอันมันกำลังจะหันมาสนใจเจี้ยนหลิน, ราชินีตะขาบผลึกอันถูก "ปลุก" ให้ตื่นเต็มที่จากความโกลาหลและการต่อสู้แห่งเหล่าบริวาร, ก็พลันส่งเสียงคำรามอันแหบโหยแต่ทรงพลังยิ่งกว่าเดิม!
"กร๊าซซซซซซซซซ!"
ร่างมหึมาของมันเคลื่อนไหวแล้ว! มันมิได้สนใจเจี้ยนหลินอันซ่อนตัวอยู่, หากแต่กลับพุ่งเป้าความโกรธเกรี้ยวทั้งหมดไปยัง "ผู้บุกรุก" อันแข็งแกร่งที่สุดและกำลังสร้างความวุ่นวายในอาณาเขตของมัน – ศิษย์พี่ในอาภรณ์สีดำผู้นั้น!
ครั้นเมื่อเห็นว่าแผนการของตนเองได้ผล, และศัตรูทั้งสองฝ่ายกำลังจะเข้าปะทะกันอย่างเต็มรูปแบบ, เจี้ยนหลินก็มิได้รอช้าอีกต่อไป! สัญชาตญาณการเอาตัวรอดสั่งให้เขา "หนี" ในบัดดล!
ร่างของเจี้ยนหลินพลันเลือนหายไปจากซอกหลืบผลึกนั้นอย่างรวดเร็ว! "ก้าวพริ้วเยี่ยงเมฆา" ถูกใช้ออกมาอย่างสุดกำลัง, ทุกย่างก้าวเบาหวิวและเปลี่ยนทิศทางอย่างฉับพลัน, เขามุ่งหน้าไปยัง "ทางออกอื่น" แห่งโพรงถ้ำผลึกนี้, อันเป็นอุโมงค์เล็กๆ ที่มืดมิดและดูเหมือนจะยังมิมีผู้ใดเคยสำรวจมาก่อน, ซึ่ง "ขาวน้อย" ได้ส่งสัญญาณบอกเขาไว้ตั้งแต่แรก. มันสั่นสะเทือนถี่รัวที่อกเสื้อ, ราวกับจะเร่งเร้าให้เขารีบหนี!
เสียงคำรามแห่งราชินีตะขาบผลึกและเสียงตวาดอย่างเดือดดาลของศิษย์พี่ผู้นั้นยังคงดังไล่หลังมา, พร้อมกับเสียงปะทะแห่งพลังปราณอันรุนแรงจนทำให้ผนังถ้ำสั่นสะเทือน. แต่เจี้ยนหลินก็มิได้หันกลับไปมอง.
เขาวิ่ง...วิ่งอย่างมิคิดชีวิต...มุ่งหน้าสู่ความมืดมิดเบื้องหน้า, ทิ้งความโกลาหลและเสียงคำรามอันน่าสะพรึงกลัวไว้เบื้องหลัง. ทว่า...แม้จะหลุดพ้นจากสายตาของศัตรูทั้งสองฝ่ายได้ชั่วขณะ, แต่กลิ่นอายแห่งความตายและแรงสั่นสะเทือนจากส่วนลึกแห่งโพรงถ้ำยังคงตามติดมามิห่าง...เส้นทางเบื้องหน้ายังคงมืดมิดและเต็มไปด้วยความมิแน่นอน.
(จบตอนที่ 99)