“ ข้าคือหยางเฟยหลง ไม่ทราบว่าท่านเป็นใคร”
“ ที่แท้ราชบุตรเขยหยางเฟยหลง ข้าคือหนึ่งในสี่ผู้พิทักษ์วังหลวง นามว่าหลี่ตงกง ที่นี่เป็นสถานที่ต้องห้าม ท่านบุกรุกเข้ามาเช่นนี้ ข้าสามารถสังหารท่านได้นะ”
ผู้พิทักษ์หลี่ตงกง ไม่แค่เอ่ยวาจาข่มขู่ ยังแผ่พลังออกมาเพิ่มขึ้น ทำให้ราเชนถึงกับต้องถอยหลังไปหลายก้าว
“ เฮ้ ข้านึกว่านี่คือตำหนักขององค์ชายรองหลี่คัง ข้าเลยเข้ามาเท่านั้น”
“ ในเมื่อเข้าใจผิด ท่านก็รีบกลับไปซะ องครักษ์เงา พวกเจ้าคุ้มครองราชบุตรเขยกลับไป อย่าให้ออกมาเดินเพ่นพ่าน เช่นนี้อีก”
เงาคนสีดำ สี่ห้าคน ก็โผล่ขึ้นมาราวกับภูตพราย แต่งกายด้วยชุดสีดำา มีผ้าคลุมมิดชิด ผายมือเชิญราเชนออกจากตำหนักรัชทายาททันที
“ ตำหนักองค์ชายรอง ไปทางด้านนี้”
องครักษ์เงา หิ้วปีกราเชนออกมาจากตำหนักรัชทายาท แล้วพามาส่งที่ตำหนักขององค์ชายรองหลี่คัง ซึ่งราเชนนั้นไปมาแล้วรอบหนึ่ง แต่ครั้งนี้ องค์ชายรองหลี่คังได้ตื่นขึ้นมาแล้ว
“ นี่เจ้ามาได้ยังไง โอ้..องครักษ์เงามาส่งเจ้าด้วยตัวเองเลยหรือนี่”
“ ข้าว่า พวกเขาคุมตัวข้ามามากกว่า” ราเชนเอ่ยพร้อมกับส่งสายตาแดกดันชายชุดดำ แต่พวกเขาไม่สนใจ พอทำหน้าที่จบ ก็พุ่งตัวหายไปในความมืดอีกครั้ง
“ ไม่เป็นไร ข้ากำลังต้องการเพื่อน เจ้าไปที่หอชมจันทร์ กับข้าดีกว่า ที่นั่นมีสาวสวย ข้ารับรองว่าเจ้าต้องติดใจแน่”
“ ข้ากำลังจะเป็น้องเขยของท่าน ยังจะพาข้าไปหาสาวๆ อีกอย่างนั้นเร๊อะ”
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า น้องสิบหกยังเด็ก ไม่อาจเข้าหอกับเจ้าได้ ข้าเลยชวนเจ้าไปเที่ยวนี่ไง”
ราเชนได้แต่ส่ายหัว แล้วก็เอ่ยเบาๆ ว่า
“ ข้าแค่มารับเงินของข้าเท่านั้น ท่านเตรียมเอาไว้หรือยัง”
“ เงินแค่นี้ ไม่มีปัญหา ตอนนี้เสด็จพ่อ ยังไม่ให้คนส่งมอบทรัพย์สินของข้ามาเลย รอพรุ่งนี้เสียก่อน ข้าจะเข้าไปรับมอบทรัพย์สมบัติของข้าที่ถูกยึดเอาไว้ วันนี้ข้าเพิ่งตื่นได้ไม่นาน เลยยังไม่ได้ไปทำเรื่องเบิกมา”
ราเชนได้แต่ส่ายหัว นี่หรือคนที่จะเป็นรัชทายาทแห่งอาณาจักรปัจจิมคนต่อไป
“ ไม่ต้องห่วงน่า พรุ่งนี้ทรัพย์สมบัติของข้าก็สามารถเบิกได้แล้ว ท่านกุนซือบอกเฟยหลงทีซิ ว่าเงินของข้าถูกอายัดไปเท่าไร”
“ เฉพาะทองคำอย่างเดียว ก็ประมาณ 200 ล้านเหรียญทอง และยังมีรางวัลที่ฝ่าบาททรงประทานให้อีก 100 ล้านเหรียญทอง หากพรุ่งนี้องค์ชายไปทำเรื่องเบิก ก็จะมีทองคำไม่ต่ำกว่า 300 ล้านเหรียญทอง” กุนซือฉีกุ้ยเอ่ยขึ้นมาทันที
ราเชนได้ฟังเช่นนี้ก็ใจชื้นขึ้นหน่อย แต่ก็ยังสงสัยว่า ทำไมเขาไม่ได้เงินแบบองค์ชายรองบ้างนะ ทั้งๆ ที่เขาเป็นคนที่พิชิตศึกในครั้งนี้
“ เจ้ากำลังคิดว่า เจ้าทำไมไม่ได้พระราชทานรางวัลเหมือนข้าใช่ไหม เจ้าไม่รู้อะไร
สินสมรสที่พระราชทาน จากเสด็จพ่อ กับ เสด็จแม่ แค่เพียงทองคำ ก็ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านเหรียญทอง ไม่รวมเพชรนิลจินดาอีกนะ เจ้าจะมีเงินทองมากมาย ชาตินี้เจ้าไม่มีทางใช้หมดแน่ๆ”
“ ร้อยล้านเชียว?” ราเชนเอ่ยอย่างดีใจ
“ ใช่แล้ว ไปกันเถอะ ข้าอยากเห็นสาวงามที่หอชมจันทร์แล้ว ได้ข่าวว่า วันนี้มีการประมูลสาวงามจากเผ่าเซียงอี้ด้วย”
ราเชนไม่ได้ถามรายละเอียด ก็ถูกดึงขึ้นไปบนรถม้า โดยมีทหารองครักษ์แต่งกายด้วยชุดชาวบ้านธรรมดา 10 คน และยังมีกุนซือฉีกุ้ย และ ลูกชายฉีอี้ เป็นผู้ติดตาม ไปเท่านั้น
จนรถม้าวิ่งมาถึงที่หน้าหอชมจันทร์ ซึ่งเป็นหอคณิกาที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง มีตึกสูงถึง8ชั้น พอเข้าไปก็พบว่าข้างในมีสระน้ำขนาดใหญ่ มีตึกสูงตั้งอยู่ริมสระน้ำอีกหลายหลังราวกับห้องคาราโอเกะ มีสะพานไม้ทอดยาวไปที่กลางสระที่ทำเป็นลานโล่ง รอบๆ ล้วนประดับด้วยโคมไฟหลากสี มีสาวงามระบำฟ้อนอยู่บนลานกลางสระน้ำ
เสียงดนตรีมโหรีขับกล่อม มีนักเที่ยวมากมายเข้ามาสถานที่แห่งนี้ แต่ละคนล้วนแล้วแต่เป็นคหบดี ขุนนาง จอมยุทธ์ ที่กระเป๋าหนักกันทั้งนั้น ราเชนเองก็เพิ่งจะเข้ามาเห็นสถานเริงรมย์ ของคนในโลกนี้เป็นครั้งแรก ก็รู้สึกตื่นตาตื่นใจไม่น้อย
เจ้าของหอนามว่า เยว่เหนียง เป็นสตรีวัยกลางคน เห็นพวกขององค์ชายหลี่คังเข้ามา ก็รีบเข้ามาต้อนรับ เห็นกุนซือฉีกุ้ยเอ่ยกระซิบบอกกับนางบางอย่าง ทำให้เยว่เหนียง ถึงกับทำความเคารพอย่างนอบน้อม แล้วพาขึ้นไปบนชั้นลอยที่อยู่บนชั้นสอง ซึ่งเป็นห้องสำหรับแขกคนสำคัญของทางร้าน
“ อีกสักพัก จะมีการประมูลเพื่อดื่มสุราชมจันทร์ทั้งคืนกับ แม่นางซือซือ แห่งเผ่าเซียงอี้ ที่หอชมจันทร์ของเรา”
“ แม่นางซือซือ ผู้นี้หรือเปล่าที่ผู้คนร่ำลือกันว่า เสียงพิณของนางราวกับมีมนตร์สะกด เสียงร้องของนางแม้แต่นกยังต้องหยุดโบยบิน การเคลื่อนไหวของนางแม้แต่จันทรายังต้องหลบ” องค์ชายรองหลี่คังรีบเอ่ยอย่างตื่นเต้น
“ ใช่เจ้าค่ะ นางได้ตระเวนเปิดงานแสดงและวันนี้โชคดีได้มาเปิดงานแสดงที่หอชมจันทร์ของเรา หากองค์ชายรองสนใจในตัวซือซือ คงต้องเข้าแข่งขันประมูลกับ แขกของเราท่านอื่นๆ โดยเฉพาะวันนี้องค์ชายสี่ก็มาร่วมงานนี้ด้วย”
“ อะไรนะ น้องสี่ก็มาด้วย?” องค์ชายรองเอ่ยอย่างตกใจ จนเจ้าของหอชมจันทร์ชี้ไปทางชั้นลอยที่อีกด้านหนึ่งเห็น องค์ชายสี่หลี่หมิง มากับ ชายหนุ่มอีกคน ซึ่งราเชนนั้นยังคงจำหน้ามันได้ดี มันคือ เกาจิ้งอัน นั่นเอง ราเชนเห็นแล้ว ก็คิดอยากจะฆ่ามันทิ้งซะในคืนนี้เสียเลย องค์ชายสี่หลี่หมิง พอเห็นหน้า องค์ชายรอง ก็รีบพาเกาจิ้งอันกับพรรคพวกอีกหลายสิบคนเข้ามาหาทันที
“ ไม่นึกเลย ว่าเสด็จพี่ก็มาที่นี่ด้วย อย่าบอกนะ ว่าคิดจะประมูลร่ำสุรา กับแม่นางซือซือ ในค่ำคืนนี้”
“ หรือว่า เจ้าไม่ได้มาเพื่อซือซือ”
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้ามีเชียนเชียน อยู่แล้ว ข้าไม่สนใจคนอื่นๆ หรอก วันนี้ข้ามาเป็นเพื่อน คุณชายเกาจิ้งอันเท่านั้น”
เกาจิ้งอันยกมือคารวะองค์ชายรอง ตามมารยาท
“ คุณชายเกามาจากแดนเหนือ เพื่อประมูลดื่มสุรากับสาวงามที่อาณาจักรปัจจิมเชียวรึ?”
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า กระหม่อมเป็นชายที่ชื่นชอบบุปผางาม ไม่ว่าจะอยู่ที่อาณาจักรใด หากว่าชื่นชอบแล้ว ข้าจะนำกลับไปที่แดนเหนือ ครั้งนี้ก็เช่นกัน หวังว่าองค์ชายรองคงไม่คิดจริงจังกับเรื่องนี้นะ”
“ เฮอะ หากว่าเจ้ามีปัญญาก็ตามสบาย”
“ คุณชายหยาง เจอกันอีกแล้ว ท่านสบายดี?” เกาจิ้งอันไม่สนใจองค์ชายรอง แต่หันมามองหน้าราเชน แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม ราวกับว่าไม่มีความแค้นกับราเชนมาก่อน
“ เกาจิ้งอัน หากว่าเจ้าสามารถเห็นดวงตะวันขึ้นในวันพรุ่งนี้ ข้าจะไม่ขอใช้ชื่อ หยางเฟยหลงอีกต่อไป”
ราเชนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม ไม่สนใจใครๆ ทั้งสิ้น ทุกๆ คนที่ได้ยินก็ล้วนแล้วตกตะลึงพรึงเพริด
“ บังอาจ กล้าพูดกับอาคันตุกะของ เสด็จพ่ออย่างนี้เชียวรึ?” เสียงตวาดของ องค์ชายสี่หลี่หมิงดังออกมา นักพรตดำคนคุ้มกันของเกาจิ้งอัน และลูกน้องอีกนับสิบคน ขยับตัวพร้อมถืออาวุธรอคำสั่งของเกาจิ้งอันทันที
องค์ชายรองหลี่คัง ไม่รู้เรื่องอะไรก็หันมาหาราเชนเช่นกัน
“ เกิดอะไรขึ้น”
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่มีอะไร คุณชายหยางคงเข้าใจข้าผิดไป เรื่องของตระกูลหยาง เป็นพระราชโองการของฝ่าบาท ส่วน เรื่องที่ตระกูลเมิ่งถูกสังหารทั้งตระกูล นั่นเป็นเพราะคนของอาณาจักรฮาน ข้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเลย”
“ ใจเย็นๆ ก่อนนะ อีกสองวันเจ้าจะกลายเป็นราชบุตรเขยแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้” องค์ชายรองรีบเอ่ยเตือนสติราเชน แต่ราเชนไม่พูดอะไรออกมา ได้แต่จ้องมองหน้าของเกาจิ้งอัน ไม่มีใครเข้าใจความรู้สึกของเขา เพราะว่าสามวันข้างหน้าไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้น ดังนั้น คืนนี้จึงเป็นโอกาสที่ดีที่สุด ที่จะฆ่าเกาจิ้งอันซะ
“ น้องสี่ เจ้าพาคุณชายเกาจิ้งอันไปที่นั่งของพวกเจ้าได้แล้ว” องค์ชายรองเอ่ยไล่
“ หยางเฟยหลง เจ้าคิดว่าเจ้าจะได้เป็นราชบุตรเขยหรือไง” องค์ชายสี่หลี่หมิงเอ่ยออกมาราวกับรู้แผนกำจัดหยางเฟยหลงมาก่อน แต่ถูกจ้าวเหล่ยเทียน ที่ปรึกษาเข้ามากระซิบเตือนไม่ให้พูด เกาจิ้งอันเลยรีบเอ่ยออกมา
“ หยางเฟยหลง มะรืนนี้ ท่านจะได้เป็นราชบุตรเขยแล้ว ระมัดระวังคำพูดด้วย คืนนี้ข้าจะไม่ทูลฟ้องฝ่าบาท แต่หากคิดแก้แค้น ข้าคงต้องป้องกันตัว พวกเราไปกันเถอะ”
พอพวกองค์ชายสี่ไปแล้ว องค์ชายรองก็รีบถามทันที
“ ข้าได้ยินมาว่า คนตระกูลเกาสังหาร ครอบครัวเจ้าอย่างนั้นรึ?
ราเชนได้แต่พยักหน้า
“ แย่แล้ว ข้าไม่รู้ว่าเกาจิ้งอัน มาทำไมที่นี่ แต่ว่าเจ้าคิดจะฆ่ามันแก้แค้นในเมืองหลวงนี่ไม่ได้นะ น้องสาวของมันตอนนี้เป็นถึง ฮองเฮาแห่งอาณาจักรอุดร ขืนมันตายที่นี่ อาณาจักรปัจจิมเดือดร้อนแน่”
ราเชนเงียบไม่ตอบ แต่ว่าหากไม่สังหารมัน ในใจของเขาก็รู้สึกร้อนรุ่มอย่างบอกไม่ถูก
“ อีกอย่างตอนนี้มันเป็นอาคันตุกะของเสด็จพ่อ ขืนเจ้าทำอะไรมัน เสด็จพ่อก็ไม่เอาเจ้าไว้แน่ ข้าเองก็ไม่รู้จะช่วยอย่างไรด้วย”
“ ข้าเข้าใจสถานการณ์ดี องค์ชายไม่ต้องกังวล ข้าก็พูดไปเพราะความแค้นเท่านั้น”
“ ดี ดี เดี๋ยวข้าจะเรียกสาวงามมานั่งเป็นเพื่อนเจ้า เฮ้...ไปคัดสาวๆ มาที่นี่สักสิบคนไป”
ราเชนตอนนี้ได้แต่ถอนใจออกมา แต่ในใจคิดว่า ไม่ว่าอย่างไร เขาต้องหาทางฆ่าเจ้าเกาจิ้งอันคืนนี้ให้ได้....