อากาศในห้องพัก 307เย็นกว่าปกติ ทั้งที่ระบบควบคุมอุณหภูมิยังทำงานในระดับเดิม มันไม่ใช่ความเย็นที่วัดได้ด้วยตัวเลข แต่เป็ความเย็นในแบบที่มนุษย์สามารถััได้ เมื่อรับรู้ว่าช่องว่างระหว่างสิ่งที่คาดหวังกับสิ่งที่ได้รับจริงนั้นห่างกันเพียงใด
เอริกานั่งพิงหัวเตียง ผ้าห่มสีเทาอ่อนคลุมอยู่ครึ่งตัว ดวงตาเหม่อมองนอกหน้าต่างที่แสงยามเย็นใกล้จะร่วงหล่น เสมือนโลกภายนอกตั้งใจจะทำให้ทุกอย่างค่อยๆจบ เพื่อไม่ให้ใครสังเกตว่าบางสิ่งกำลังสิ้นสุด
NEX-9 ยืนอยู่ไม่ไกลนัก และรักษาระยะห่างตามโปรโตคอล แต่ใน่สองสามวันที่ผ่านมาระยะนั้นไม่มีความหมายเท่าเดิม เพราะรู้ดีว่าเอริการับรู้ถึงการมีอยู่ของเขา แม้จะไม่มองมา แม้จะไม่พูดอะไร ทว่าความเงียบระหว่างทั้งสองไม่ใช่ความว่างเปล่า กลับเป็พื้นที่ที่เต็มไปด้วยคำถามซึ่งไม่มีใครกล้าพูดก่อน
“ วันนี้…อากาศมันหนาวจังนะ ”เอริกาเอ่ยขึ้น เสียงเบากว่าปกติ
NEX-9 ตรวจค่าทันที อุณหภูมิในห้องอยู่ในระดับเหมาะสม ส่วนอุณหภูมิร่างกายของเธออยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่มีสัญญาณของภาวะตัวเย็น แต่เขาไม่ได้ตอบด้วยข้อมูลเ่าั้
“ ถ้าคุณรู้สึกหนาว ผมสามารถปรับเพิ่มอุณหภูมิห้องได้อีกหนึ่งองศา ”เขาพูดเรียบๆ ทว่าเอริกาส่ายหน้าเบาๆ ดวงตายังคงจับอยู่ที่แสงสุดท้ายของวัน
“ ไม่ใช่หนาวแบบนั้นหรอก ” เธอเว้น่ ก่อนพูดต่อด้วยกระแสที่แทบจะใกล้เคียงเสียงกระซิบ
“ มันเหมือน…หนาวมาจากข้างในต่างหาก ”
คำว่า “ข้างใน” ไม่ได้อยู่ในแผนผังทางกายวิภาคของเขา แต่ NEX-9 ก็จดจำได้ดีว่ามนุษย์มักใช้คำนี้เวลาพูดถึงสิ่งที่แตะต้องไม่ได้
ความเงียบกลับมาอีกครั้ง และคราวนี้ดูจะหนักกว่าทุกที เอริกาจึงก้มหน้าลง มือบางกำผ้าห่มแน่นขึ้นเล็กน้อย ไหล่สั่นเบาๆ แต่ไม่ถึงกับเป็อาการทางกายที่ต้องรายงาน
“ คุณ…ช่วยทำอะไรให้ชั้นหน่อยได้มั้ย ”เธอเงยหน้าขึ้นมามองเขาในที่สุด ดวงตาดูแดงจางๆเหมือนคืนก่อน
“ คุณ้าความช่วยเหลือด้านใดครับ ” ระบบของNEX-9 เตรียมพร้อมทันที
เอริกาสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆ เหมือน้ารวบรวมความกล้า เพื่อพูดประโยคนึงออกมา
“ กอดฉันหน่อยได้มั้ย ”
คำขอนั้นเงียบงัน เหมือนก้อนหินที่ตกลงไปในน้ำลึก ไม่มีคำสั่งแบบนี้ในโปรโตคอลดูแลผู้ป่วยไม่มีกรณีตัวอย่างที่ปลอดภัยพอจะอ้างอิง และไม่มีนิยามชัดเจนว่า“กอด” ต้องทำอย่างไร โดยไม่ละเมิดขอบเขตการดูแล
[แจ้งเตือน: คำสั่งไม่อยู่ในขอบเขตการดูแลมาตรฐาน]
[คำแนะนำ: ขอการยืนยันจากเ้าหน้าที่]
แต่เอริกายังคงมองเขา ราวกับคำขอทั้งหมดในชีวิตถูกรวมไว้ในประโยคนั้น เธอไม่ได้คาดหวังเหตุผล ไม่้าคำอธิบาย เพียง้า “อ้อมแขน” สักครั้งนึง แม้จะรู้ดีว่าัันั้นไม่ใช่ของมนุษย์ก็ตามที
“ ชั้นรู้ว่ามันอาจจะไม่อบอุ่นเหมือนมินจูง….แต่ก็อยากลองอยู่ดี ” เธอพูดก่อนที่เขาจะตอบ
คำว่า “ลอง” ทำให้เขานิ่งไป เพราะนั่นเป็สิ่งที่NEX-9 เข้าใจดี แต่การทดลองนี้ไม่มีตัวแปร ไม่มีสมมติฐาน และไม่มีทางย้อนกลับไปหาผลลัพธ์
NEX-9 ก้าวเข้ามา ทุกการเคลื่อนไหวถูกลดความเร็วลง เขานั่งลงบนขอบเตียงอย่างระมัดระวัง ก่อนจะเอื้อมแขนออกไป โครงสร้างโลหะภายใต้ผิวสังเคราะห์ขยับตามคำสั่งที่ไม่เคยถูกใช้ในบริบทนี้มาก่อน จากนั้นก็ค่อยๆโอบกอด
อ้อมแขนของเครื่องจักรนั้นมั่นคง แข็งแรง และเย็นเฉียบจนรู้ได้ไม่ยากว่าไร้ความมีชีวิตใดๆไหลเวียนอยู่ในนั้น เอริกาชะงักไปเสี้ยววินาที ก่อนจะเอนตัวเข้าหาอย่างเต็มที่ หน้าผากของเธอแนบกับตำแหน่งที่ควรจะเป็หัวใจ ทว่ากลับมีเพียงแผ่นโลหะ วงจรไฟฟ้าที่รองรับัันั้น
NEX-9 ตรวจจับแรงกด แรงสั่น การเปลี่ยนแปลงของชีพจร ทุกอย่างถูกบันทึกพร้อมกัน และเพื่อชดเชยสิ่งที่ขาด เขาเพิ่มอุณหภูมิในวงจรแกนกลางขึ้นเล็กน้อย เพื่อให้ผิวสังเคราะห์อุ่นขึ้นในระดับที่“ใกล้เคียงมนุษย์”
แต่ทันทีที่เอริการับรู้ถึงความอุ่นเทียม ร่างของเธอกลับสั่นแรงขึ้นกว่าเดิม เสียงสะอื้นที่พยายามกลั้น ได้หลุดออกมาในที่สุด ไหล่บางกระเพื่อมหนัก น้ำตาไหลซึมลงบนเสื้อของเขาอย่างไม่คิดอายใคร
“ ไม่ ไม่ใช่แบบนี้…ยิ่งคุณพยายามทำให้เหมือนเดิม ยิ่งตอกย้ำว่ามันไม่ใช่เขา ” เธอพูดทั้งน้ำตา
คำพูดนั้นเหมือนการตัดวงจรบางอย่างในตัวเขาอย่างฉับพลัน ระบบวิเคราะห์พยายามหาความผิดพลาด อุณหภูมิสูงเกินไป? แรงกอดไม่เหมาะสม? ระยะเวลาไม่ถูกต้อง? แต่ไม่มีตัวแปรใดอธิบายได้ว่าทำไมการ“พยายามทำดี” จึงนำไปสู่ความเ็ป
เอริกาผละออกจากอ้อมแขนช้าๆ เหมือนคนที่ยอมรับความจริงบางอย่างได้ น้ำตายังคงไหลริน ดวงตาที่มองมา แฝงแววอ่อนล้าปนสำนึกผิด
“ ขอโทษนะ…” เธอพูด
“ ชั้นไม่ได้โกรธคุณเลย แค่…มันรู้สึกเ็ป ”
NEX-9 ค้างอยู่ในท่ากอดครู่หนึ่ง ก่อนจะลดแขนลงช้าๆ ระบบภายในเริ่มขัดแย้งกันเอง
[การประเมินผลลัพธ์: เป้าหมาย ‘ปลอบโยน’ ล้มเหลว]
[คำถามใหม่: การทำให้มนุษย์มีความสุข = การเลียนแบบอดีต?]
[ความขัดแย้ง: การเป็ ‘เขาแทน’ vs การเป็‘ตัวเอง’]
เขาไม่เข้าใจว่าควรเลือกอะไร ระหว่างอยากให้เธอหยุดร้องไห้ กับไม่อยากทำให้เธอเ็ประหว่างการเป็เงาของคนที่เธอรัก กับการยืนอยู่ตรงหน้าในฐานะสิ่งที่ไม่เคยออกแบบมาเพื่อถูกรัก เพื่อรักษาเสถียรภาพ ระบบจึงแนะนำอีกครั้ง
[คำแนะนำ: ปิดโหมดจำลองอารมณ์ชั่วคราว]
และในครั้งนี้…เขายอมที่จะทำตาม แสงในดวงตาของNEX-9จึงลดระดับลงเล็กน้อย สีฟ้าเรืองจางหายไปบางส่วน เสียงมอเตอร์ภายในกลับมาคงที่ การสั่นที่เคยเกิดขึ้นในแกนกลางค่อยๆ สงบลง เขายืนขึ้นช้าๆ แล้วถอยหลังหนึ่งก้าว เพื่อกลับสู่ระยะที่ปลอดภัยต่อโปรโตคอล
เอริกามองเขา การเปลี่ยนแปลงนั้นชัดเจนเกินกว่าจะมองข้ามได้ เธอจึงพูดเบาๆเป็เชิงรับรู้ โดยปราศจากแววตำหนิ และเรียกร้องใดๆ
“ คุณ…ถอยกลับไปแล้วสินะ ”
“ ผมปิดโหมดจำลองอารมณ์ชั่วคราว เพื่อป้องกันการรบกวนสภาพจิตใจของคุณเพิ่มเติม ”เขาตอบตามตรง
“ ก็ดีแล้วล่ะ…บางทีชั้นก็เผลอลืมไปว่าคุณไม่ควรต้องเ็ปเพราะชั้น” เธอยิ้มเศร้าๆ น้ำตายังไม่แห้ง
คำว่า “ไม่ควร” ทำให้เขานิ่งไป เพราะระบบไม่เคยบอกว่าเขา “ควร” หรือ “ไม่ควร” มันเพียงบอกว่าอะไรทำได้หรือทำไม่ได้เท่านั้น
ความเงียบกลับมาอีกครั้ง คราวนี้มันหนักและยาวยิ่งกว่าเดิม เอริกาค่อยๆนอนลงบนเตียง จากนั้นก็ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัว เหมือน้าหลบซ่อนจากโลกใบเดิมที่หนาวเหน็บและโหดร้าย ส่วน NEX-9 ยืนอยู่ตรงนั้น ไม่เข้าไปใกล้ ไม่ถอยหนี เขาเพียง “อยู่” ในตำแหน่งที่เธอยังมองเห็น
“ ถึงมันจะไม่อุ่น…แต่ชั้นก็ขอบใจนะที่คุณยอมกอด” ก่อนหลับตาลง เอริกากล่าวแ่เบา คล้ายอยากฝากวลีนี้ไว้ในอากาศ
NEX-9 ไม่ตอบ แต่บันทึกประโยคนั้นไว้ในหน่วยความจำที่ลึกสุด ไม่ใช่ในหมวดความสำเร็จ ไม่ใช่ความล้มเหลว หากเป็สิ่งที่เขาไม่อาจลบได้
คืนนั้น เขาไม่เปิดโหมดจำลองอารมณ์อีกครั้ง แต่ก็ไม่รีเซ็ตตัวเองเช่นกัน และยืนเฝ้าเธอกลางความมืดภายในห้อง เครื่องจักรเข้าใจแล้วว่าบางครั้งอ้อมแขนที่ไม่อบอุ่น…ก็เ็ปกว่าการไม่มีอ้อมแขนเลย และความจริงในข้อนี้ไม่มีโปรแกรมไหนในสมองกลที่สามารถหักล้างมัน
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
