ท่านพี่! ข้าในเวอร์ชันนี้ดีหรือไม่ (มี e-book นะคะ)

    ตอนที่ 55 อย่างไรก็ไม่ใช่พ่อลูก

            “เจ้าไม่กลัวว่าฟ้าจะผ่าเจ้าตายหรือนังลูกเนรคุณ” เสนาบดีลู่มองหน้าหลุนหย่าหยาอย่างโกรธแค้น 

            “ท่านกับข้าไม่มีความสัมพันธ์ใดต่อกัน” หลุนหย่าหยาตอบอย่างไม่แยแส แม้ความจริงจะเป็นอย่างไร แต่ในเมื่อเขาไม่ทำตัวให้สมกับเป็นบิดาและสามีที่ดี นางยังจะกตัญญูต่อเขาไปทำไมกัน นางยอมให้คำว่าอกตัญญูฝังติดไปบนตัวนางตลอดชีวิต แต่นางจะไม่มีวันยอมช่วยเหลือให้คนมักใหญ่ใฝ่สูงและจิตใจชั่วร้ายคนนี้ให้ขึ้นไปมีอำนาจอย่างแน่นอน

            “บุญคุณที่ข้าเลี้ยงดูเจ้ามาหลายปีเล่า มันไม่คู่ควรที่เจ้าจะตอบแทนข้าบ้างเลยหรือ”

            “บุญคุณของท่านอย่างนั้นหรือ ตั้งแต่วันที่ท่านยอมให้เจินอี๋เหนียงกับลู่เยี่ยนฟางทำร้ายท่านแม่และข้าจนต้องตายจากโลกนี้ไป ท่านกับข้าก็ถือว่าไม่มีสิ่งใดติดค้างกันแล้ว”

            แม้จะฟังว่าคำพูดของหลุนหย่าหยาออกจะแปลกไปอยู่บ้าง แต่เวลานี้เสนาบดีลู่กลับไม่มีเวลาใคร่ครวญ

            “เจ้าจับตัวข้ามาทำไม”

            “ตอนนี้ลู่เยี่ยนฟางอยู่ที่ไหน”

            “ฟางเอ๋อเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ด้วย” เสนาบดีลู่ขมวดคิ้วถาม

            “นางจับตัวท่านพ่อของข้าไป ท่านอย่าบอกนะว่าท่านไม่รู้เรื่องนี้” หลุนหย่าหยาจ้องหน้าอีกฝ่ายเขม็ง

            “หากข้าบอกว่าข้าไม่รู้เรื่อง เจ้าจะเชื่อข้าไหม”

            “ไม่เชื่อ” หลุนหย่าหยาเตรียมจะลุกออกจากห้อง “รอให้ข้าหาตัวลู่เยี่ยนฟางเจอก่อน หลังจากนั้นข้าค่อยกลับมาคิดบัญชีกับท่าน ท่านอย่าคิดว่าข้าจะไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้เป็นฝีมือท่านที่คอยส่งคนไปลอบทำร้ายข้า”

            “เจ้าคิดที่จะทำอะไร! ข้าเป็นบิดาของเจ้านะ” เสนาบดีลู่ตะโกนขึ้น แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับจากหลุนหย่าหยาเลยแม้แต่คำเดียว

     

            “พี่ใหญ่! ท่านช่วยแก้มัดให้ข้าที” ลู่เหวินถงตะโกนขึ้นมาอย่างดีใจ เขาถูกคนจับมัดไว้กับเจินอี๋เหนียงจนขยับตัวไม่ได้ และเทียนที่จุดอยู่ก็ใกล้จะไหม้ผ้าม่านเต็มทีแล้ว

            “ทำไมเจ้าถึงถูกมัดอยู่ที่นี่” หลุนหย่าหยาแก้มัดให้น้องชาย

            “พี่รองขอรับ พี่รองมัดข้ากับท่านแม่ไว้ นางตั้งใจจะเผาเรือนนี้ทิ้ง”

            “นางตั้งใจจะเผาพวกเจ้าทั้งเป็นเลยหรือ ทำไมล่ะ?”

            “เพราะข้าบังเอิญได้ยินเรื่องที่นางกำลังจะทำน่ะสิ” ลู่เหวินถงก้มหน้าลงอย่างเสียใจ “ข้าเพิ่งรู้ว่านางเป็นคนจิตใจอำมหิตนัก คิดจะฆ่าได้แม้กระทั่งมารดาและน้องชายเพื่อปิดปาก”

            “เจ้ารู้อะไรมารีบบอกข้ามาให้หมด อย่ามัวชักช้า เรื่องนี้เกี่ยวพันกับอีกหลายชีวิต”

            ลู่เหวินถงรีบเงยหน้าขึ้น “สองสามวันมานี้ข้านึกสงสัยว่าทำไมพี่รองถึงเอาแต่หมกตัวอยู่แต่ในเรือน วันนี้ข้าจึงตั้งใจจะเข้าไปหานาง กลัวว่านางจะไม่สบายแล้วไม่มีใครดูแล แต่ข้ายังไม่ทันเดินไปถึงตัวเรือนก็ได้ยินเสียงของนางเหมือนกับกำลังสั่งการอะไรบางอย่าง ข้าก็เลยแอบฟังอยู่ด้านนอก ได้ยินแค่ว่านางสั่งให้คนพวกนั้นไปลักพาตัวผู้หญิงคนหนึ่งที่สวมแหวนหงส์ หากลักพาตัวผู้หญิงคนนั้นมาไม่ได้ก็ให้ลักพาตัวคนในครอบครัวมาสักคนหนึ่งขอรับ ไม่ทันจะได้ยินนางพูดอย่างอื่น คนชุดดำพวกนั้นก็จับได้ว่าข้าแอบฟังพวกเขาคุยกันอยู่ พี่รองจึงสั่งให้คนชุดดำจับข้าไปมัดไว้กับท่านแม่ และตั้งใจจะเผาข้ากับท่านแม่ทิ้ง ทำไมพี่รองถึงได้โหดร้ายเช่นนี้ขอรับ”

            “นางไม่ใช่พี่รองของเจ้าอีกต่อไปแล้ว! พี่รองของเจ้าตายไปแล้ว เอาเถอะ...ข้าจะพาเจ้ากับแม่ของเจ้าไปหลบอยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัยก่อน”

            “แล้วท่านพ่อเล่าขอรับ”

            “ท่านพ่อของเจ้าเคยส่งคนไปฆ่าข้า แต่บังเอิญว่าข้าดวงแข็งก็เลยรอดมาได้ เจ้ายังคิดว่าข้าจะใจดีช่วยเหลือเขาอีกหรือ” หลุนหย่าหยาจ้องหน้าน้องชาย

            ลู่เหวินถงเข้าใจเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในทันที ทั้งท่านพ่อทั้งพี่รอง พวกเขาต่างก็กำลังวางแผนเพื่อที่จะทำร้ายพี่ใหญ่ เพราะพวกเขาอยากขึ้นเป็นใหญ่และมีอำนาจ แต่เวลานี้ลู่เหวินถงไม่ใช่คนไม่รู้ผิดชอบชั่วดีเช่นนั้นอีกแล้ว หากพี่ใหญ่จะทำอะไรเขาก็จะไม่ห้าม ใครก่อกรรมใดไว้ก็ย่อมต้องรับผิดชอบด้วยตนเอง

            “ข้าขอแค่ได้ดูแลท่านแม่จนตลอดชีวิต เท่านี้ข้าก็พอใจแล้วขอรับ ส่วนท่านพ่อกับพี่รอง...เมื่อถึงจุดที่แก้ไขอะไรไม่ได้ ข้าจะตั้งป้ายหน้าหลุมศพไว้รอพวกเขาก็แล้วกัน พี่ใหญ่...ความต้องการของข้ามีเพียงเท่านี้ขอรับ” ลู่เหวินถงพูดขึ้นอย่างเข้าใจ

     

            หลุนหย่าหยารอการติดต่อกลับจากลู่เยี่ยนฟางอยู่สองวันจึงได้รับจดหมายมาฉบับหนึ่ง

            “นางนัดให้ข้าออกไปเจอที่บ้านร้างนอกเมือง ห่างจากประตูเมืองฝั่งเหนือไปห้าสิบลี้” หลุนหย่าหยาส่งจดหมายต่อให้กับหลุนหยุนซีและหลุนหยุนฮวา นางกำชับว่าให้ข้าไปคนเดียว หากรู้ว่ามีคนติดตาม นางจะ...ทำร้ายท่านพ่อ”

            “หยาเอ๋อ เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพี่รองเถอะ ปล่อยเจ้าไปทำเรื่องเสี่ยงอันตรายอย่างนี้คนเดียวข้าทำใจไม่ได้” หลุนหยุนซีพูดขึ้นเมื่ออ่านจดหมายจบ

            “แต่ในจดหมายของลู่เยี่ยนฟาง นางย้ำว่าต้องเป็นข้าเท่านั้นนะเจ้าคะ”

            “ถึงอย่างนั้นก็เถอะ พี่รองจะตามไปกับเจ้าด้วย” 

            “พี่รองไม่เป็นห่วงท่านพ่อหรือ”

            “ห่วงสิ แต่ข้าก็เป็นห่วงเจ้าด้วย”

            “ลู่เยี่ยนฟางเป็นคนจิตใจโหดเหี้ยม แม้แต่มารดากับน้องชายนางยังคิดจะเผาพวกเขาทั้งเป็น แล้วท่านคิดว่าหากท่านตามข้าไปด้วย นางจะไม่ทำร้ายท่านพ่อหรือเจ้าคะ”

            “เรื่องนี้...” หลุนหยุนซีพูดไม่ออกไปชั่วขณะ

            “นี่มันก็ดึกมากแล้ว พวกเรากลับไปพักผ่อนเอาแรงกันก่อนดีกว่าเจ้าค่ะ พรุ่งนี้เราค่อยมาปรึกษากันอีกที” หลุนหย่าหยาเดินออกจากห้องไปโดยไม่สนใจพี่ชายและพี่สาว

            หลุนหยุนซีหันไปถามหลุนหยุนฮวา “เจ้าเชื่อว่านางจะกลับไปพักผ่อนจริงหรือ นางคงไม่แอบไปตามนัดคนเดียวหรอกนะ”

            “พี่รอง ข้ารู้ว่าท่านเป็นห่วงท่านพ่อกับหยาเอ๋อ แต่ในจดหมายก็ระบุไว้ชัดเจนแล้วว่าลู่เยี่ยนฟางต้องการให้หยาเอ๋อเดินทางไปคนเดียว อีกอย่างนอกจากการค้าแล้วท่านก็ทำอย่างอื่นไม่เป็น วรยุทธ์ท่านก็ไม่ได้เรื่อง ท่านยังจะตามไปเป็นตัวถ่วงน้องสาวอีกหรือเจ้าคะ ไม่สู้ให้พี่หยิ่งปิ่นแอบตามไปไม่ดีกว่าหรือ”

            “ข้ามันไร้ประโยชน์ขนาดนั้นเลยหรือ”

            “ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกเจ้าค่ะ เพียงแต่ครั้งนี้ท่านช่วยนางไม่ได้จริงๆ” หลุนหยุนฮวาตบไหล่ปลอบใจพี่ชาย

     

            หลุนหย่าหยากลับห้องมาก็เอาแต่นั่งลูบแหวนหงส์ที่สวมอยู่ นางไม่รู้ว่าหากนางมอบแหวนวงนี้ให้ลู่เยี่ยนฟางแล้วมิติวิเศษยังจะคงอยู่หรือไม่ หากลู่เยี่ยนฟางใช้ประโยชน์จากแหวนไม่ได้ นั่นก็ถือเป็นเรื่องดีที่นางจะยอมเสียสละแหวนไป แต่ถ้าลู่เยี่ยนฟางใช้ประโยชน์จากมิติได้ล่ะ การช่วยเหลือท่านพ่อครั้งนี้ก็จะถือว่าเป็นอันตรายมาก เพราะคนอย่างลู่เยี่ยนฟางไม่มีทางปล่อยศัตรูไปแน่ ไม่เพียงลู่เยี่ยนฟางจะกำจัดตนเอง แต่คนที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับลู่เยี่ยนฟางทั้งหมดก็คงจะถึงจุดจบกันในคราวนี้

            ก๊อก ก๊อก ก๊อก 

            เสียงเคาะหน้าต่างดังขึ้น หลุนหย่าหยาจึงเดินไปเปิดหน้าต่างห้องก็พบหย่งปิ่นยืนอยู่บนต้นไม้ระดับเดียวกับขอบหน้าต่าง พวกเขาต้องติดต่อกันทางนี้เพราะรอบบ้านมีคนของลู่เยี่ยนฟางคอยสอดส่องอยู่เต็มไปหมด

            “ได้ความว่าอย่างไรบ้างเจ้าคะ”

            “ที่บ้านร้างแห่งนั้นมีนักฆ่าประมาณห้าร้อยคนของสกุลเจินตรึงกำลังอยู่โดยรอบ อาวุธที่พวกเขาใช้ล้วนอาบยาพิษไว้ทั้งหมด ข้าเข้าไปไม่ถึงด้านในเพราะกลัวพวกมันจะไหวตัวทันแล้วเตรียมการตั้งรับอย่างเข้มงวดกว่าเดิมซึ่งมันจะไม่เป็นผลดีกับเรา ส่วนนายท่านหลุนยังสบายดี เพียงแต่อาจจะอิดโรยไปบ้าง” หย่งปิ่นรายงาน 

            “คนของเรามีอยู่เท่าไหร่เจ้าคะ เอาเฉพาะนักแม่นปืนฝีมือดีที่สุด”

            “นักแม่นปืนที่ดีที่สุดของเราเวลานี้มีอยู่สามร้อยคน” หย่งปิ่นตอบอย่างลำบากใจ เพราะก่อนหน้านี้เซียวหมิงเฉินเพิ่งมีคำสั่งให้องครักษ์ในค่ายเดินทางขึ้นเหนือเพื่อเตรียมพร้อมหากเกิดสงคราม ทำให้เวลานี้มีองครักษ์เหลืออยู่ในค่ายแค่ห้าร้อยคน แต่จะให้ทั้งห้าร้อยคนละทิ้งค่ายไปเลยก็ไม่ได้

            “ท่านสั่งให้นักแม่นปืนทั้งสามร้อยคนไปล้อมคนพวกนั้นไว้ รอข้าส่งสัญญาณให้ จากนั้นพวกท่านก็ลงมือได้ทันที”

            “แล้วเจ้ากับนายท่านหลุนจะไม่เป็นอะไรใช่ไหม” หย่งปิ่นยังเป็นกังวล “หยาเอ๋อ…เจ้าเป็นเหมือนน้องสาวของข้าคนหนึ่งข้าก็ต้องห่วงเจ้าเป็นธรรมดา แต่ในอนาคตเจ้าจะต้องเป็นพระชายาของเซียวซื่อจื่อด้วย ข้าได้รับมอบหมายจากซื่อจื่อให้ปกป้องคุ้มครองเจ้า ดังนั้นเรื่องยกนี้ให้หน้าที่ของข้าจะดีกว่า”

            “พี่หย่งปิ่น” หลุนหย่าหยาพูดด้วยท่าทางจริงจัง “ข้ารู้ว่าท่านต้องแบกรับกับหน้าที่ที่พี่หมิงเฉินมอบหมายให้ ทั้งยังเป็นห่วงเพราะข้าเป็นน้องสาวของพี่ฮวา แต่ทำไมท่านไม่นึกถึงข้าบ้างว่าคนที่เรากำลังไปช่วยนั่นคือท่านพ่อของข้า ที่ท่านพ่อต้องมาเจอเรื่องร้ายอย่างนี้สาเหตุก็เป็นเพราะข้า ลู่เยี่ยนฟางต้องการกำจัดข้า หากท่านพ่อเป็นอะไรไป ข้าคงไม่อาจให้อภัยตัวเองได้ตลอดชีวิต”

            หย่งปิ่นคิดว่าคงห้ามนางไม่ได้แล้วจึงได้แต่เอ่ยเตือน “เช่นนั้นเจ้าต้องระวังตัวให้ดี ข้ากับองครักษ์ทั้งหมดจะรอสัญญาณจากเจ้า” 

            “ท่านกลับไปเตรียมกำลังก่อนเถิดเจ้าค่ะ พรุ่งนี้ข้าจะเดินทางไปที่จุดนัดหมายคนเดียว”

            “แล้วเสนาบดีลู่เล่าจะให้ข้าทำยังไงกับเขา”

            “ท่านพาเขาไปกับท่านด้วยก็แล้วกัน รอข้าให้สัญญาณท่านค่อยปล่อยตัวเขาเข้าไป” หลุนหย่าหยาหายใจเข้าลึกๆ “ทางที่ดีท่านหาทางให้เสนาบดีลู่พูดไม่ได้จะดีที่สุด เขาเป็นฉลาดหากปล่อยให้เขามีโอกาสพูด แผนการที่เราวางเอาไว้อาจจะล้มเหลวได้”

            “ได้ ข้าจะจัดการเสนาบดีลู่เอง” หย่งปิ่นไม่ได้ติดใจกับคำแนะนำที่โหดร้ายของหลุนหย่าหยา เพราะถึงอย่างไรนางกับเสนาบดีลู่ก็ไม่ใช่พ่อลูกกัน และเขาตั้งใจเอาไว้แล้วว่าไม่ใช่แค่ทำให้เสนาบดีลู่พูดไม่ได้ แต่จะทำให้ขุนนางชั่วคนนั้นใช้มือใช้เท้าไม่ได้อีกเลยตลอดชีวิต

    คล้ายกับเรื่องท่านพี่! ข้าในเวอร์ชันนี้ดีหรือไม่ (มี e-book นะคะ) ที่คุณอ่าน