หลังจากคัดลอกพรสวรรค์เนตรโลหิตระดับกลางมาแล้วเย่เทียนก็กลับไปยังที่พักของเขา
ชั้นสามของป้อมปราการ
“เปิดค่ายกล”
เย่เทียนเริ่มหลอมรวมพรสวรรค์เนตรโลหิตระดับกลางทันทีครั้งนี้เขาไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดอะไรมาก เพียงแต่ร่างกายของเขาแค่ร้อนขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น
เพียงไม่นานกระบวนการหลอมรวมพรสวรรค์ก็สิ้นสุดลง
ในเวลานี้ ในบรรดาพรสวรรค์มากมายของเย่เทียนปรากฏชื่อของพรสวรรค์เนตรโลหิตระดับกลางเพิ่มเข้ามา
พรสวรรค์ของเนตรโลหิตระดับกลางของเย่เทียนไม่ใช่การปลดปล่อยพรสวรรค์ออกมาจากดวงตาที่สามตรงหว่างคิ้วเหมือนจักรพรรดิเนตรโลหิตแต่เขาสามารถเปิดใช้งานพรสวรรค์เนตรโลหิตจากดวงตาข้างใดข้างหนึ่งของเขาได้
ในตอนแรกเย่เทียนคิดว่าเมื่อหลอมรวมพรสวรรค์เนตรโลหิตแล้วเขาจะมีดวงตาอีกดวงปรากฏขึ้นบนหว่างคิ้ว แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะคิดมากไป
ด้วยพรสวรรค์เนตรโลหิตระดับกลางเย่เทียนสามารถลดความกังวลของเขาลงได้เล็กน้อย
หากเขาเจอสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิที่มีพรสวรรค์ในการโจมตีทางจิตวิญญาณเขาจะสามารถใช้พรสวรรค์เนตรโลหิตเพื่อต่อต้านการโจมตีทางวิญญาณนั้นได้
น่าเสียดายประโยชน์ที่แท้จริงของพรสวรรค์เนตรโลหิตคือการทำลายจิตสำนึกของศัตรูทำให้วิญญาณของศัตรูสับสน ไม่ใช่ทำลายวิญญาณของศัตรูโดยตรง มันเป็นพรสวรรค์ที่ส่งผลกระทบต่อวิญญาณเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
แน่นอนว่าพรสวรรค์เนตรโลหิตนี้จริงๆแล้วไม่ได้ยอดเยี่ยมอะไร เพียงแต่ว่ามันเป็นพรสวรรค์เดียวที่เย่เทียนจะสามารถใช้รับมือกับสัตว์อสูรที่มีพรสวรรค์ในการโจมตีวิญญาณได้
หลังจากนั้นไม่นาน
เย่เทียนก็ติดต่อกับนักบุญหญิงแห่งนิกายเทพจันทราและได้รู้ข่าวของจักรพรรดิจันทรา จักรพรรดิเนตรโลหิตและคนอื่นๆ
“พวกเขาพบสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิตัวนั้นแล้ว!”
เย่เทียนประหลาดใจ
จักรพรรดิเนตรโลหิตได้เดินทางไปยังสถานที่ที่จักรพรรดิเป่าหลงถูกสังหารก่อนจะพบกับขนของสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิเขาจึงได้ใช้พรสวรรค์คำสาปทำการสาปแช่งสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิตัวนั้น
การโจมตีด้วยพรสวรรค์คำสาปจะสามารถระบุตำแหน่งโดยประมาณของเป้าหมายได้ทำให้สามารถติดตามเป้าหมายได้ตลอด
แน่นอนว่าผู้ที่ถูกสาปไม่ใช่สัตว์อสูรระดับจักรพรรดิที่มีพรสวรรค์ในการโจมตีทางจิตวิญญาณตัวนั้นแต่เป็นสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิอีกตัว
แต่ตราบใดที่เขาพบมัน บางทีเขาอาจพบสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิที่มีพรสวรรค์ในการโจมตีทางจิตวิญญาณก็เป็นได้
เมื่อสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิถูกสาปไว้แล้วแน่นอนว่าพวกมันจะต้องหลบหนีและจะไม่อยู่ที่เดิมนานนัก แต่จักรพรรดิฝั่งมนุษย์นั้นสามารถติดตามมันได้หลังจากรู้ตำแหน่งของมันแล้วจากนั้นพวกเขาก็ตามรอยมันจากกลิ่นอายที่มันทิ้งไว้
ในที่สุดเหล่าจักรพรรดิก็พบสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิเหล่านั้นและยังได้พบกับสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิที่มีพรสวรรค์ในการโจมตีจิตวิญญาณ
ในการปะทะกันครั้งแรกมีจักรพรรดิมนุษย์ตายไป1 คน แต่สัตว์อสูรระดับจักรพรรดิกลับถูกฆ่าไป10 ตัว ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ยังไม่สามารถสังหารสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิที่มีพรสวรรค์ในการโจมตีทางจิตวิญญาณได้
ในการปะทะครั้งนั้น จักรพรรดิจันทราได้รับบาดเจ็บไม่น้อยพรสวรรค์คำสาปของจักรพรรดิเนตรโลหิตก็ไม่สามารถใช้งานได้ชั่วคราว เนื่องจากเขาใช้มันหลายครั้งดังนั้นเขาจึงไม่สามารถยืนยันที่อยู่ของสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิที่มีพรสวรรค์ในการโจมตีจิตวิญญาณได้อีก
คราวนี้เหล่าจักรพรรดิมนุษย์ได้ยืนยันแล้วว่าพรสวรรค์ในการโจมตีวิญญาณของสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิตัวนั้นไม่สามารถฆ่าจักรพรรดิจันทราและจักรพรรดิเนตรโลหิตได้
แต่สำหรับจักรพรรดิทั่วไปมันสามารถสังหารพวกเขาได้อย่างง่ายดาย มีเพียงจักรพรรดิที่มีพลังวิญญาณมากกว่าจักรพรรดิทั่วไป10 เท่าเท่านั้นที่สามารถต้านทานการโจมตีวิญญาณของอีกฝ่ายได้
ใน 36 จักรพรรดิแห่งฐานจงไห่ นอกจากจักรพรรดิจันทราและจักรพรรดิเนตรโลหิตแล้วจักรพรรดิที่มีพลังวิญญาณมากกว่าจักรพรรดิทั่วไป 10 เท่ามีไม่เกิน10 คน 36 จักรพรรดิล้วนแต่มีพลังต่อสู้ที่แข็งแกร่งแต่พลังวิญญาณของพวกเขาไม่ได้สูงเท่าที่ควร นี่จึงเป็นข่าวร้าย
“ดูเหมือนว่าระดับการบ่มเพาะของจักรพรรดิทั้ง36 คนจะไม่ได้สูงมากนัก แต่ก็พอเข้าใจได้เพราะมนุษย์เพิ่งฝึกฝนมาเพียงร้อยกว่าปีแต่สัตว์อสูรฝึกฝนมาอย่างยาวนาน แม้หลังเหตุการณ์ภัยพิบัติจะทำให้เกิดพลังปราณขึ้นบนโลกแต่พลังบ่มเพาะก็ไม่สามารถเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วได้ ดังนั้นระดับการบ่มเพาะของมนุษย์จึงไม่ได้สูงมากนัก”เย่เทียนคิดกับตัวเอง
ดูจากสถานการณ์ตอนนี้แล้วหากไม่ฆ่าสัตว์อสูรระดับจักรพรรดินั่น สถานการณ์คงจะไม่ดีขึ้น
ดูเหมือนว่าเหล่าสัตว์อสูรจะให้ความสำคัญกับสัตว์อสูรตัวนั้นเป็นพิเศษมันจึงสามารถหลบหนีไปได้ ตอนนี้พวกเขาคงต้องฝากความหวังไว้กับการโจมตีครั้งต่อไปแล้ว
ไม่แน่ว่าหากไม่รีบกำจัดมันอีกฝ่ายอาจจะบุกเข้ามาในฐานที่มั่น หากเป็นเช่นนั้นทุกอย่างคงจบสิ้นอย่างแน่นอน
“ช่างมันเถอะเราต้องรีบฝึกฝนก่อน พยายามแข็งแกร่งขึ้นให้มากที่สุด!”
เย่เทียนพยายามฝึกฝนอย่างหนักเขาใช้ประโยชน์จากสมบัติของเขาเปิดพื้นที่สมองอย่างบ้าคลั่ง
ทุกๆ 2 วัน เย่เทียนจะสามารถเปิดพื้นที่สมองได้1% ความเร็วในการบ่มเพาะของเขาในขณะนี้เหนือกว่าผู้ฝึกยุทธ์ที่มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับจันทรามากจนพวกเขาไม่สามารถจินตนาการได้ถึง
เย่เทียนมาถึงฐานป้องกันในโลกสัตว์อสูรนี้เป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้ว
การบ่มเพาะตลอด 1 เดือนที่ผ่านมาทำให้ความแข็งแกร่งของเย่เทียนเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ตอนนี้เขาสามารถเปิดพื้นที่สมองได้ถึง31% แล้ว ความแข็งแกร่งทางร่างกายของเขาเท่ากับ3.1 พลังมังกร และการโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาคือ 12,400มังกร
พลังโจมตีของระดับราชาศักดิ์สิทธิ์มีเพียงแค่1,000 มังกรเท่านั้นในขณะที่เย่เทียนมีพลังถึง 12,400 มังกร ทั้งความเร็วและพลังป้องกันของเย่เทียนก็เป็นพรสวรรค์ระดับลึกลับดังนั้นอาจพูดได้ว่าเขาไม่มีข้อบกพร่องเลย
จากการประเมินคร่าวๆ แม้ว่าจะไม่นับพรสวรรค์ด้านมิติและพรสวรรค์ด้านเวลาพลังการต่อสู้ที่แท้จริงของเขาก็อยู่ในระดับราชาศักดิ์สิทธิ์ระดับสูงสุดแล้ว
พลังโจมตีของราชาศักดิ์สิทธิ์นั้นเหนือกว่าระดับจักรพรรดิทั่วไปมากแต่ความเร็วและพลังป้องกันของระดับจักรพรรดิไม่ใช่สิ่งที่ราชาศักดิ์สิทธิ์จะเทียบได้แน่นอนเย่เทียนสามารถชดเชยเรื่องเหล่านี้ด้วยพรสวรรค์การป้องกันและพรสวรรค์ความเร็วระดับลึกลับได้
และหากเขาเปิดใช้งานพรสวรรค์ด้านมิติและพรสวรรค์ด้านเวลาเย่เทียนจะสามารถสังหารระดับจักรพรรดิที่ไม่แข็งแกร่งได้อย่างแน่นอน
“เรามีพลังต่อสู้เทียบเท่ากับระดับจักรพรรดิแล้วน่าเสียดายที่มันยังไม่เพียงพอที่จะสามารถคุกคามระดับจักรพรรดิที่แท้จริงได้ เว้นเสียแต่ว่าพรสวรรค์ของเราจะมีระดับสูงกว่าระดับลึกลับ!”เย่เทียนถอนหายใจ
อย่างไรก็ตามเขาได้ลองพยายามแล้วแต่เมื่อพรสวรรค์ของเขากลายเป็นระดับลึกลับ เขาก็ไม่สามารถคัดลอกพรสวรรค์ระดับความลึกลับประเภทเดียวกันได้อีกดูเหมือนว่าพรสวรรค์ระดับลึกลับจะมาถึงจุดสูงสุดแล้ว
แต่เย่เทียนยังรู้สึกได้รางๆว่ายังมีพรสวรรค์ระดับที่สูงกว่าระดับลึกลับอยู่ เพียงแต่เขายังไม่เจอมันในตอนนี้
ติ๊ง!
มีข้อความจากผู้ติดต่อเกี่ยวกับภารกิจของเขาในครั้งนี้
“ตรวจสอบสถานการณ์ของสัตว์อสูรในพื้นที่หมายเลข13 รายงานภารกิจได้ตลอดเวลา ภารกิจ 2 คนกำหนดเวลา 3 วัน”
พื้นที่หมายเลข 13 อยู่ห่างจากสถานที่แห่งนี้ประมาณ300,000 กิโลเมตร ซึ่งไม่ไกลนัก แต่ที่นี่คือโลกของสัตว์อสูรระยะทาง 300,000 กิโลเมตรนั้นอันตรายมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้
ในสถานการณ์ที่ตึงเครียด ระดับศักดิ์สิทธิ์ทั่วไปไม่กล้าเข้าไปลึกถึง300,000 กิโลเมตรแต่เย่เทียนเป็นมหาปราชญ์ ดังนั้นเขาจึงได้รับมอบหมายภารกิจในครั้งนี้
เย่เทียนรู้สึกว่าภารกิจนี้สมเหตุสมผลมากดังนั้นเขาจึงไม่ได้ขอเปลี่ยนภารกิจ
ที่ทางออกของฐานทัพ
เย่เทียนเห็นคู่หูของเขาในภารกิจนี้อย่างรวดเร็ว
“เฟิงลู่เซวี่ย!”
เย่เทียนมองไปที่เฟิงลู่เซวี่ยด้วยความประหลาดใจคู่หูของเขาในภารกิจครั้งนี้คือหมอนี้
แต่เขาก็ตระหนักได้ว่าระดับมหาปราชญ์ในที่แห่งนี้มีไม่มากนักโอกาสที่เขาจะได้เจอกับเฟิงลู่เซวี่ยจึงค่อนข้างสูง
“เย่เทียน บังเอิญจริงๆไม่คิดว่าภารกิจแรกของเราจะได้ร่วมทีมกัน!”
เฟิงลู่เซวี่ยก็แปลกใจเช่นกัน
หลังจากนั้นพวกเขาก็ออกเดินทางทันทีทั้งสองคนไม่ได้บินออกไป แต่ใช้วิธีวิ่งออกไปแทน การบินในโลกของสัตว์อสูรมันสะดุดตามากเกินไปการเดินทางบนพื้นดินจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
ระหว่างทาง
เย่เทียนถาม “เฟิงลู่เซวี่ยนายเป็นสมาชิกหลักของหอทหารรับจ้างขวานสงครามใช่ไหม? ฉันสนใจทักษะดาบในมือของจักรพรรดิขวานสงคราม มีวิธีไหนบ้างไหมที่จะทำให้ฉันขอยืมมันจากเขาได้แต่ถ้าต้องการทักษะดาบระดับทองสิบเล่มแล้วละก็ แน่นอนฉันคงต้องหมดหวัง”
“นายกำลังพูดถึงทักษะดาบที่อยู่เหนือกว่าระดับทองอย่างนั้นหรือ?ฉันเป็นเพียงศิษย์สายนอกของจักรพรรดิขวานสงครามเท่านั้น เรื่องนี้ฉันช่วยนายไม่ได้!แต่ถ้านายต้องการจริงๆ ก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาส!”
เฟิงลู่เซวี่ยกล่าวอย่างจริงจัง