หลังจากที่ต้องออกมาอยู่คนเดียว สิ่งที่ผมรู้สึกเสียใจที่สุดในชีวิตก็เกิดขึ้น นั่นก็คือคอมพิวเตอร์ที่มี E-book ทั้งหมดที่สะสมไว้ถูกขายทิ้ง ผมเลยหางานพาร์ททามทำเพื่อที่จะได้เก็บสะสมเงินกลับไปอ่านหนังสือที่รักอีกครั้ง
โชคดีที่ได้ที่ทำงานที่ร้านสะดวกซื้อใกล้กับอพาร์ทเม้น ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทางมากนักจากห้องถึงร้านใช้เวลาเพียง5นาทีเท่านั้นในการเดินไป แต่ในความโชคดีก็ยังมีความโชคร้าย ค่าแรงของมันเมื่อเทียบกับเวลาและงานที่ต้องจัดการแล้ว เรียกได้ว่าขู่กรรโชกกันดี ๆ นี่เอง จากความคิดของผมตอนแรกที่ทำเพื่อเก็บสะสมเงิน กลายเป็เพียงแค่การทำเพื่อให้มีข้าวกินในแต่ละวัน
แต่จะทำยังไงเพราะทางเลือกมันก็ไม่มีหรอก ถ้าไม่ทำงานจะไม่มีเงินไปเรียน ไม่มีเงินแม้แต่จะเลี้ยงปากท้องตัวเอง ผมจึงให้ความสำคัญกับการเพิ่มความรู้เสมอ โดยหวังว่าจะได้สอบชิงทุนเรียนฟรีในระดับปริญญาตรี
ในทุก ๆ เดือนผมจะต้องไปร้านหนังสือเพื่ออ่านให้จบอย่างน้อย 25 เล่ม ใช่แล้วฟังไม่ผิดหรอก 25 เล่ม นี่เป็ทักษะที่ผมภูมิใจที่สุด ผมสามารถอ่านได้อย่างรวดเร็วจนน่าเหลือเชื่อ แต่เชื่อเถอะว่าผมทำได้จริง ๆ และสาเหตุที่ทำให้ผมอ่านได้รวดเร็วขนาดนั้น อย่างแรกคงเป็เพราะผมชอบการอ่าน ส่วนอย่างหลังก็คือผมไม่ได้ซื้อ การไปยืนเนียนอ่านให้รวดเร็วก็ถือว่าภารกิจประจำวันที่จะต้องทำให้เสร็จอย่างรวดเร็วและว่องไวที่สุด
"ไอเด็กขี้ขโมย คิดว่ามาแอบอ่านนี่เนียนนักเหรอ!" เสียงะโที่ผสมไปด้วยอารมโกรธแต่น้ำเสียงกลับหวานใสดังขึ้นขณะที่ผมกำลังแอบทำภารกิจประจำวันอยู่
"เวร!" ผมรีบวางหนังสือเื่ 'การวิ่ง 100 เมตรอย่างไรให้ชนะเหรียญทอง โดย โจรย่องเบา' กลับไปที่ชั้นวางหนังสืออย่างเร่งรีบ
ผมก้มตัวเอามือทั้งสองข้างวางทาบกับพื้นพร้อมจินตนาการถึงท่าวิ่งที่หนังสือกล่าวถึงแล้วรีบทำตาม วางปลายเท้าหลังแนวเดียวกับส้นเท้าหน้า นี่คือท่าที่เหมาะกับนักวิ่งที่มีรูปร่างเตี้ย ส่วนสูงแค่ 160 ซม. ผมจึงเตรียมท่าวิ่งนี้ในทันที
' หนึ่ง สอง สาม ปัง!' จินตนาการถึงเสียงปืนที่ลั่นไก แล้วผมก็พุ่งตัวออกจากร้านทันที
ผมรู้ดีว่าเจ๊ร้านหนังสือไม่มีทางวิ่งตามทัน เป็เพราะผมวิ่งเร็วหรือเธอวิ่งช้า ไม่ใช่ทั้งสองอย่าง แต่เป็เพราะการทิ้งร้านหนังสือเพื่อมาไล่จับโจ..อะแฮ่ม! ผู้ใฝ่รู้นั้นเป็สิ่งที่ไร้สาระต่างหาก ในขณะที่การเฝ้าร้านหนังสือคนเดียวแล้วมาวิ่งจับผู้ใฝ่รู้ที่แอบอ่านหนังสือสักคนแบบผม พวกโจรตัวจริงที่แอบอยู่ก็คงขโมยเงินหรือหนังสือไปหมดร้านแน่ ๆ มีแต่คนสติไม่ดีเท่านั้นแหละที่จะตามจับคนที่วิ่งได้รวดเร็วเหมือนนักวิ่งขนาดนี้
หลังจากที่วิ่งหนีจากเจ๊ร้านหนังสือมา ผมก็เดินกลับมาถึงอพาร์ทเม้นที่ห้องสุดหรูในราคาค่าเช่าเพียงสองพันบาทที่รอคอยผมอยู่ ใช่แล้วที่บอกว่าสุดหรูเพราะในห้องมีพัดลมยังไงล่ะ อากาศที่มันร้อนอบอ้าวขนาดนี้ ถ้าไม่มีพัดลมแล้วจะใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างไร จากชีวิตที่เคยสุขสบายเปิดแอร์ได้ในหน้าร้อน กลับต้องมาใช้แค่พัดลมและน้ำแข็งประคบ แต่ผมก็ชินกับมันแล้วเพราะเวลาที่ล่วงเลยไปถึงสามปี
เอาจริง ๆ แล้วสภาพห้องของผมก็คือรูหนูนั่นแหละ ในห้องมีเพียงแค่หมอนใบเก่าและผ้าปูสีขาวที่อยู่วางกับพื้น ถึงอย่างนั้นผมก็เป็คนค่อนข้างรักความสะอาด ผมจะซักทำความสะอาดพวกมันในทุกอาทิตย์
ผมเดินไปวางกระเป๋าที่มุมห้องและเดินเข้าห้องน้ำ เมื่อส่องหน้าตัวเองในกระจก ก็เห็นรอยฟกช้ำเปนจ้ำตรงจมูกยังเด่นชัด ผมหยิบผ้าชุบน้ำแล้วเช็ดเบา ๆ ความปวดจากการโดนชกเข้าที่ใบหน้านั้น มันไม่โอเคเลยสักนิด ถึงจะเจอแบบนี้จนชินแล้ว แต่ความปวดมันก็ยังอยู่เหมือนเดิมอย่างกับการโดนครั้งแรกแทบทุกครั้งไป
ทำไมผมถึงโดนรังแก คำตอบนั้นง่ายมาก ใน่มัธยมต้นในตอนที่ครอบครัวของผมยังเป็ครอบครัว 'สุขสันต์' ด้วยฐานะครอบครัวที่อยู่ในระดับปานกลางไปถึงสูงทำให้ทุกคนเข้าหาผมอย่างเป็มิตร ด้วยความที่พ่อของผมทำงานเกี่ยวกับด้านอสังหา ทุกคนจึงเข้าหาผมโดยหวังว่าผมจะช่วยหาบ้าน ที่ดิน หรือคอนโดในราคาที่ถูกกว่าตลาด
พวกเขาเ่าั้ถูกผู้ปกครองสั่งให้เข้ามาตีสนิทกับผม มิตรภาพจอมปลอมที่พวกเขาหยิบยื่น เพียงหวังผลประโยชน์จากพ่อของผมโดยใช้ผมเป็สื่อกลาง
่มัธยมต้นผมจึงดูเหมือนเป็เด็กที่ทุกคนชื่นชอบ ถึงหน้าตาจะธรรมดา ตัวก็ไม่ได้สูง สิ่งเดียวที่ทำให้ผมดูโดดเด่นคือสีผิวที่ขาวในสภาพอากาศที่แดดออกแทบจะทุกวัน นั่นจึงเป็สิ่งเดียวที่ยังทำให้ผมดูแตกต่างจากคนอื่นอยู่บ้าง แต่ความชื่นชอบจากทุกคนมันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับรูปลักษณ์เลยสักนิด แต่มันมาจากฐานะลูกชายคนเดียวของครอบครัวต่างหาก
ในตอนนั้นตัวผมที่ยังมองโลกเป็แค่ขาวกับดำ มีความสุขกับมิตรภาพจอมปลอมเ่าั้ด้วยความคิดที่ว่าพวกเขาเข้าหาเราเพราะอยากเป็เพื่อนที่ดีกับเรา การแสดงออกของพวกเขาเ่าั้มันช่างงดงาม ด้วยความที่ตัวผมมีครอบครัวที่ไม่ได้อบอุ่น เมื่อได้รู้จักกับมิตรภาพและเพื่อนพ้อง ทำให้ผมไม่ได้สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติหรือรู้เื่รู้ราวเื้ักับสิ่งที่เกิดขึ้นรอบ ๆ ตัว
มีคนชอบก็มีคนเกลียด หรือจะพูดให้ถูกคือ ต่อให้ไม่มีคนชอบเราแต่มีคนเกลียดเราแล้วแน่ ๆ นั่นเป็บทเรียนแรกและบทเรียนที่ผมจะจำไปจนตาย มันเป็สิ่งที่ทำให้ผมได้เรียนรู้ว่าบางครั้งหนังสือก็ไม่สามารถสอนสิ่งเหล่านี้ได้ ผมจึงได้รับบทเรียนราคาแพงเมื่อความสัมพันธ์ระหว่างพ่อและแม่ขาดสะบั้นลง
ผมได้รับรู้ว่าแท้จริงแล้วโลกใบนี้มันเป็อย่างไร เมื่อผมถูกพ่อและแม่ทอดทิ้งตอนขึ้นมัธยมปลาย พวกเขาทิ้งผมไว้กับ อพาร์ทเม้นเช่าราคาสองพันและมอเตอร์ไซค์เก่า ๆ หนึ่งคัน ในวันที่ย้ายออกจากบ้านไปที่อพาร์ทเม้นนั้น
วัยรุ่นกลุ่มนึงก็มาเห็นเข้า ใช่แล้ว พวกเขาก็คือกลุ่มที่เข้ามาตีสนิทเพื่อหวังผลประโยชน์ พวกเขาต้องยอมฟังคำสั่งพ่อแม่ของพวกเขาทั้ง ๆ ที่พวกเขาไม่อยากทำแต่ก็ต้องทำเป็สนิทกับผม
ความอิจฉาริษยาที่พวกเขาเก็บไว้ในใจมาั้แ่่มัธยมต้นแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรผมได้ มันะเิออกมาใส่ผมอย่างท่วมท้นใน่ที่ผมตกต่ำที่สุด เมื่อผมโดนโยนทิ้งเหมือนกับหมาวัด พวกเขาก็รับรู้ว่าโอกาสที่รอคอยของพวกเขามาถึงแล้ว
ั้แ่วันนั้นชีวิตของผมก็ดิ่งลงเหว ตื่นเช้ามาสิ่งแรกที่พบเจอคือกลิ่นอันไม่พึงประสงลอยมาเตะจมูก เมื่อเปิดประตูไปยังแหล่งที่มาของกลิ่นก็พบกับไข่เน่าจำนวนมากมายแปะอยู่ที่ประตูหน้าห้อง พอถึงเวลาไปโรงเรียนก็โดนกลั่นแกล้งสารพัดต่าง ๆ นา ๆ เมื่อกลับจากโรงเรียนเพื่อไปทำงาน ก็ยังไม่วายโดนพี่ที่ทำงานใช้งานอย่างหนัก เหมือนกับผมเป็ทาสอย่างไรอย่างนั้น
่เวลาเดียวในชีวิตของผมที่รู้สึกว่าผมยังมีชีวิตคือการได้อ่านหนังสือ ในตอนพักเที่ยงผมเข้าไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุด ส่วนวันหยุดนั้นผมก็แอบอ่านหนังสือที่ร้านเจ๊ มันเป็เวลาที่ผมได้หลุดลอยไปกับโลกใบใหม่ โดยเฉพาะนวนิยาย แฟนตาซี อย่างเื่ พ่อมดตัวน้อยที่มีรอยสักรูปสายฟ้าและการต่อสู้กับเ้าแห่งศาสตร์มืดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งยุค ช่างเป็เื่ราวที่เพ้อฝันแต่ก็ชวนหลงไหล จนไม่สามารถปล่อยมือจากหนังสือได้ในเวลาเดียวกัน หากผมมีเวทย์มนตร์อย่างในนิยายบ้าง ชีวิตจะแตกต่างจากตอนนี้ไหมนะ ?
'เฮ้อ! น่าเบื่อจริง ๆ เลยแฮะ ถ้าชีวิตเป็เหมือนนิยายแฟนตาซีก็คงดี จะได้ไปต่างโลกแล้วไปเริ่มชีวิตใหม่ ' นทีจมดิ่งกับความคิดเพ้อฝันและจินตนาการของเขาไปเรื่อย ๆ จนผล็อยหลับไป
โลกกำลังเปลี่ยนแปลง !
วิวัฒนาการสู่ยุคใหม่ !
ปลุกสัญชาตญาณและขีดจำกัดขึ้นมา !
เอาชีวิตรอดให้ได้ในโลกที่แท้จริง TRUE WORLD !!
สี่ประโยคที่ทรงพลังอำนาจส่งตรงสู่สมองของมนุษย์ทุกคนในเวลา 00.00 ของวันที่ 11 เดือน 1 ปี 2020 ซึ่งได้ตรงกับเวลาที่มนุษยชาติเกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้กว่า 250,000 ปีอย่างพอดิบพอดี โลกที่ทุกคนรู้จักเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน
แผ่นดินใหม่ผุดขึ้นมาเหนือมหาสมุทรทั่วทุกแห่งของโลก ทวีปใหม่ที่ผุดขึ้นมานั้นกลืนกินมหาสมุทรจนมหาสมุทรเ่าั้เหลือพื้นที่เพียง 1 ใน 4 ของโลก ดินแดนใหม่ที่ผุดขึ้นมาเ่าั้มีสภาพแวดล้อมที่ไม่ว่ามนุษย์คนใดที่ก้าวขาย่างกรายเข้าไป คงไม่มีวันได้กลับมาพรรณนาถึงความแฟนตาซีของมันให้ฟัง
ต้นไม้ที่ใหญ่โตกว่าตึก 100 ชั้น สัตว์ประหลาดต่าง ๆ ที่มนุษย์ไม่เคยพบเห็นปรากฏขึ้นทั่วทุกระหองแหง บ้างมีขนาดใหญ่โตกว่าตึก 50 ชั้น บางตัวก็หน้าตาเหมือนมด บางตัวเหมือนตะขาบ แต่กลับมีปีกติดหลังของพวกมัน พวกมันสามารถว่ายน้ำได้ บินได้ ดำดินได้ เป็สัตว์ประหลาดไกลเกินกว่าที่มนุษย์จะจินตนาการถึง
นทีตื่นขึ้นมาในขณะที่เสียงสี่ประโยคทรงพลังยังก้องไปมาสะท้อนอยู่ในหัวของเขา เขายกมือกุมขมับอย่างปวดร้าว แทบจะทนกับอาการปวดไม่ไหว การมีเสียงแบบนี้สะท้อนไปมาในหัว เป็อะไรที่มนุษย์ไม่เคยััและไม่อยากจะััอย่างแน่นอน เมื่อเสียงเ่าั้ค่อย ๆ เบาลงก็เกิดเสียงเหมือนหุ่นยนตร์เอไอดังขึ้นในหัวของเขา
ระบบกำลังประมวลข้อมูลผู้เล่น 1%
ระบบกำลังประมวลข้อมูลผู้เล่น 52%
ติ๊ง! ประมวลข้อมูลเสร็จสิ้น
นที รบูลย์กิจวินิตร LV1 อาชีพ ไม่มี
อายุ 18 ปี
HP 80/80 MP 25/25
ความแข็งแกร่ง: 6
ความว่องไว : 11
ความฉลาด : 15
ความอดทน : 8
พลังิญญา : 5
แรงกาย : 8
กำลังคำนวณทักษะ Master ตามคุณสมบัติของผู้เล่น
ติ๊ง!!
ทักษะ Master ที่ได้รับ
Master Skill : Reading Master
คำอธิบาย: ผู้เล่นจะสามารถจดจำทุกสิ่งทุกอย่างที่อ่านได้หมดจากอดีตจวบจนถึงปัจจุบัน สามารถเรียก
ความทรงจำจากหนังสือที่อ่านขึ้นมาดูใหม่ได้ตลอดเวลา
Passive : เพิ่มความฉลาด 1 แต้ม ต่อ จำนวนหน้าหนังสือที่อ่าน 10,000 หน้า
จำนวนหน้าหนังสือที่อ่านแล้ว 345,600 หน้า ค่าความฉลาดที่เพิ่มขึ้น 34
หลังจากเสียงในหัวสิ้นสุดลง เสียงหัวใจเต้นถี่ดังออกมาจากอกซ้ายของนที เขาพยายามเป็อย่างยิ่งที่จะทำใจให้เย็นและสงบสติอารมณ์ของเขาไว้ แต่ก็ไม่สามารถทำได้!
' เกิดอะไรขึ้น?! ผู้เล่น? ทักษะ? นี่เรากำลังฝันอยู่อย่างงั้นเหรอ? ' นทียกมือขึ้นมาลูบกระหม่อมเบาๆ นึกถึงความเ็ปที่เพิ่งััไปชั่วครู่แล้วก็คิดว่าไม่น่าเป็ความฝันไปได้
‘ ปวดหัวขนาดนี้เราจะอยู่ในความฝันได้ยังไง!’ นทีทบทวนถึงสิ่งที่เพิ่งได้ยิน
เขาหยุดสงสัยตัวเองว่าเขากำลังอยู่ในความฝันหรือไม่แล้วเริ่มทดลองในทันที เขาใช้ชีวิตด้วยหลักการหนึ่งอยู่เสมอนั่นก็คือ ' ทุกอย่างเป็ไปได้ ' จิตใจก้นบึ้งสุดลึกของเขา้าให้สิ่งนี้เกิดขึ้นมากที่สุดแล้ว โลกแฟนตาซีที่เขาถวิลหาเกิดขึ้นจริง!
นทีนึกถึงคำอธิบายทักษะ Reading Master ที่เพิ่งได้รับ มันอธิบายถึงความสามารถจดจำทุกอย่างที่อ่านได้ เขาทดลองจินตนาการถึงหนังสือนิทานที่เคยอ่านในสมัยอนุบาล ภาพหนังสือก็ปรากฏขึ้นมาในหัวทันที เขาสามารถจดจำทุกตัวอักษรในหนังสือนั้นได้ราวกับว่าความทรงจำนี้มันอยู่กับเขามาตลอด
อะดรีนาลีนของนทีก็เริ่มพุ่งพล่านหลังจากพบว่าสิ่งที่ได้ยินในหัวเป็เื่จริง เขารีบวิ่งตรงไปยังกองหนังสือมุมห้อง ทดลองหยิบหนังสือเรียนวิชาฟิสิกส์ ม.4 ขึ้นมาแล้วพลิกทุก ๆ หน้าของหนังสือ เขาใช้สายตากวาดไปมาด้วยความรวดเร็วจนจบเล่ม เขาหลับตาแล้วจินตนาการถึงหนังสือที่เพิ่งอ่านนั้นแล้วพบว่าทุกหน้าทุกตัวอักษรปรากฏอยู่ในสมองไม่ผิดเพี้ยน
" เหลือเชื่อ! เรากลายเป็อัจฉริยะผู้มีความจำดั่งพระเ้า!" นทีอุทาน พร้อมเบิกตากว้าง
เขาแทบจะเก็บความตื่นเต้นไว้ไม่อยู่ หัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระเด็นออกจากหน้าอก ความใฝ่ฝันของหนอนหนังสืออย่างเขาที่อยากจะจดจำทุกอย่างที่อ่านได้ทุกตัวอักษรแม้จะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม ได้เกิดขึ้นจริง ๆ กับเขา
ความสามารถที่เขาได้รับมานั้นมันสุดแสนจะมหัศจรรย์ ถึงจะบอกว่าเป็ Reading Master แต่เพียงแค่กวาดตามองตัวหนังสือแล้วพลิกมันอย่างรวดเร็วแล้วสามารถจำได้นั้นคงไม่สามารถเรียกมันว่าการอ่านหนังสือได้อีกต่อไป เพราะมันคือความสามรถของ Photographic Memory หรือการจดจำสิ่งที่เคยเห็นได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน แต่ในกรณีของเขานั้นเพียงแต่เกิดขึ้นกับหนังสือที่อ่านเท่านั้น!