เมื่อเกษมและมีสท์หันไปตามเสียงปริศนาภาพที่ทั้งคู่เห็นก็คือ ชายหนุ่มรูปร่างค่อนข้างท้วมสวมชุดม่อฮ่อม ผิวขาว และที่ดูโดดเด่นสุดๆ ก็คือใบหูที่ใหญ่มาก ๆ มันกางออกมาจนกระทั่งทะลุเส้นผมลื่นตรงที่ถูกไว้ยาวจนปกบ่าสายตาของเขามองต่ำไม่กล้าสบตาดูลักษณะแล้วเป็คนขี้อายเอาเสียมาก ๆ
ทางฝั่งของเกษมเองเมื่อได้เห็นความตั้งใจเช่นนั้นเขาจึงตอบรับทันทีโดยที่แทบจะไม่คิดอะไร “เอาสิ ๆ แถวนี้คนต่างชาติเยอะเจอคนพูดภาษาเดียวกันก็รวม ๆ กลุ่มกันไว้แหละดีแล้ว ฮ่า ๆ ๆ ๆ ”ดูท่าหนุ่มแว่นจะยินดีเป็อย่างยิ่งที่ได้เพื่อนใหม่เพิ่มขึ้นั้แ่วันแรกที่เข้ามาอยู่ภายในรั้วมหาวิทยาลัย
หลังจากทักทายแนะนำตัวกันเสร็จสรรพก็ใกล้ถึงเวลาในการปฐมนิเทศพอดีดังนั้นพวกนักศึกษาใหม่จึงพากันเดินทางไปยังหอประชุม อันเป็สถานที่ที่เหล่านักศึกษาออแกเนียนทุกคนจะได้พบกันเป็ครั้งแรกและพวกเขาเ่าั้จะต้องใช้ชีวิตร่วมกันไปจวบจนจบการศึกษา
ระหว่างทาง เกษมก็ได้พบกับอลันและโจเซฟซึ่งทั้งคู่ก็กำลังมุ่งหน้าไปที่หอประชุมเช่นกัน เกษมและมีสท์จึงได้พาเพื่อนใหม่ของพวกเขาเข้าไปทักทาย
“เฮ้!!สวัสดีอลัน สวัสดีโจเซฟ.. คนนี้ชื่อโสตเป็เพื่อนคนไทยอีกคนหนึ่งพึ่งรู้จักกันเมื่อกี้เอง”นายแว่นเข้าไปทักทายพร้อมแนะนำเพื่อนที่พึ่งรู้จักเมื่อครู่ให้ชายหัวเห็ดและหนุ่มเดรดล็อค
“ยินดีที่ได้รู้จักนะอลันแล้วก็โจเซฟด้วย หน้าพวกนายดูไม่น่าจะพูดภาษาไทยได้เลยเนอะ แหะ ๆ ..” โสตพยายามทักทายชายผิวสีน้ำผึ้งทั้งสองเพื่อให้เกิดความสนิทสนมเร็วที่สุด(ประโยคแรกก็ทักทายแบบนี้เลย เข้าสังคมเป็ไหมเนี่ยนายโสต!!)
“นายไม่ใช่คนแรกหรอกที่คิดแบบนี้..เคยมีคนที่คิดว่าพวกเราฟังไทยไม่ออกพูดไทยไม่ได้ก็เลยแซวจนมีเื่กันมาแล้ว ฮ่าๆ ๆ ๆ ” อลันพูดพาดพิงถึงโอ๊ตกับหน่อมก่อนจะหันมาหัวเราะกับโจเซฟอย่างสนุกสนานซึ่งความเป็มิตรของทั้งคู่ดูจะช่วยให้โสตผ่อนคลายได้เยอะขึ้นทีเดียว
และนั่นก็เป็ขณะเดียวกันกับที่โอ๊ตและหน่อม..“ฮัดเช้ยย ! โอ้ยมีใครนินทาเราว..ฮะฮะฮะฮัดเช้ยย!! เราวะเนี่ยย” ทั้งคู่ต่างจามออกมาพร้อมๆกันอย่างน่าฉงน
กลับมา ณ มหาวิทยาลัยออแกเนียน
“แล้วกลุ่มเพื่อนที่มาสอบกับนายไม่มีใครสอบผ่านเลยหรอ?”โจเซฟมองหารอบ ๆ ก่อนจะถามถึงโอ๊ต,ดั๊ก,หน่อม และเกี้ย
“ใช่ ๆ พวกนั้นมันสอบไม่ผ่านกันหมดเลย แต่แปลกตรงที่เราก็ทำข้อสอบไม่ได้เหมือนกันแล้วดันสอบผ่านนี่สิ” เมื่อได้ไตร่ตรองคำถามของโจเซฟเกษมก็ฉุกคิดขึ้นได้และเกิดความสงสัยภายในทันที
และอีกหนึ่งอุปนิสัยของโสตก็คือ เขาเป็คนที่ถ้ามีคนเอ่ยถามอะไรขึ้นมาแล้วเขารู้คำตอบเขาจะรู้สึกอึดอัดมากถ้าไม่ได้ตอบหรืออธิบายเื่นั้น ๆ ออกไป ชายผมยาวหูกางจึงได้ทำการพูดโพล่งขึ้นมาในทันทีเพื่อไขข้อข้องใจให้กับเกษมที่กำลังทำหน้าฉงน “ก็เพราะเพื่อนๆ นายไม่มีใครเป็ออแกเนียนเลยยังไงล่ะ เราเคยได้ยินมาว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้ผู้ที่ผ่านการสอบคัดเลือกจะต้องเป็ชาวออแกเนียนเท่านั้น”
“โอ้โฮเฮะ! เพื่อนใหม่เรานี่สุดยอดไปเลย ความรู้แน่นปึ้ก! เยี่ยมๆ ๆ ฮ่า ๆ ๆ ๆ ” อลันเดินเข้ากอดคอโสตอย่างชื่นชมโดยที่ชายหนุ่มร่างท้วมหูกางได้แต่ก้มหน้ายิ้มกรุ้มกริ่มๆ แต่ภายในใจของเขานั้นสุดแสนจะดีใจเหลือเกินที่คนเข้าสังคมไม่เก่งอย่างเขาได้รับการยอมรับจากเพื่อน ๆ
“เฮ้!! ใกล้ถึงเวลาปฐมนิเทศแล้วเรารีบเข้าไปจองที่นั่งกันเถอะ” มีสท์พูดพลางเดินนำเพื่อน ๆ เข้าไปในหอประชุมแต่ในขณะที่กำลังเดินทางนั้น.. เกษมก็ยังคงไม่ปักใจเชื่อเท่าไหร่นักกับเื่ที่เพื่อนใหม่ของเขาพูด
ณ หอประชุมยานแม่.. ก่อนจะเข้าไปด้านในทุกคนต้องถูกสแกนร่างกายและยืนยันตัวตนอีกครั้งเมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ในครั้งนี้จะไม่มีพาหนะทรงแคปซูลมารับนักศึกษาดั่งเช่นครั้งก่อนผู้ผ่านการตรวจสอบจะถูกดูดขึ้นไปบนยานในทันทีเหมือนกับถูกมนุษย์ต่างดาวพาขึ้นยานยังไงอย่างงั้น
ภายในอาคารเป็สถานที่อันหรูหราเมื่อเข้ามาทุกคนจะพบกับพรมสีแดงชาดที่ทอดยาวไปด้านหน้ากว่าแปดสิบเมตรสองข้างทางขนาบข้างด้วยรูปปั้นชิ้นส่วนอวัยวะต่าง ๆ ยาวไปจนจบทาง
เมื่อเดินมาจนสุดก็จะพบกับประตูบานใหญ่ซึ่งก็คือประตูที่จะพาไปสู่ห้องที่เอาไว้ใช้ในการเรียนการสอนของเหล่าออแกเนียนรุ่นใหม่นั่นเอง..ทุกคนไม่รอช้าที่จะเข้าไปจับจองที่นั่งในหอประชุมสุดอลังการซึ่งเป็ที่นั่งสโลปไล่ระดับเรียงลงมาเป็ขั้นๆ
เมื่อกวาดสายตานับดูอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้วในรุ่นนี้มีนักศึกษารวมทั้งสิ้นสามสิบสามคน
และในที่สุดก็ถึงเวลานัดหมาย..
เสียงรองเท้าคัชชูของผู้ชายส้นหนักเดินกรุบกรับเข้ามายืนประจำตำแหน่งซึ่งเป็โพเดียมที่อยู่บริเวณด้านหน้าสุดของหอประชุม“ด้วยพลังแห่งเอ็ดเวิร์ด อาเธอร์ สปีช ขอบันดาลให้ ใครก็ตามที่พึ่งเข้ามาในมหาวิทยาลัยแห่งนี้จงพูดภาษาเดียวกันทั้งหมดและห้ามทุกคนที่ไม่เกี่ยวกับการสอบครั้งนี้เข้ามาภายในมหาวิทยาลัยออแกเนียนเด็ดขาด!” วาจาสิทธิ์ของ เอ็ดเวิร์ด อาเธอร์ สปีช ที่สาม ดังกังวานไปทั่วทั้งหอประชุมั้แ่โพเดียมบนเวทีที่เขายืนจนถึงหลังห้อง
และหลังจากสิ้นสุดประโยค.. ทุกคนที่อยู่ในหอประชุมแห่งนั้นไม่ว่าจะเป็ชนชาติใดก็ตาม ต่างก็สามารถพูดคุยสื่อสารกันรู้เื่ทุกคนตามคำกล่าว
“ในเมื่อทุกชาติพันธุ์ไม่มีข้อจำกัดในด้านภาษาอีกต่อไปและในที่นี้จะมีเพียงแค่พวกคุณเท่านั้น ดังนั้นผมขออนุญาตเริ่มต้นการปฐมนิเทศ ณ บัดนี้”คุณเวิร์ดยืนไขว้มือไว้ด้านหลังพลางกล่าวเปิดการปฐมนิเทศอย่างเป็ทางการ
“ก่อนอื่นต้องขอสวัสดี และยินดีต้อนรับออแกเนียนทุกท่านเข้าสู่มหาวิทยาลัยออแกเนียนซึ่งมหาวิทยาลัยแห่งนี้ในปัจจุบันมีกระผมเอ็ดเวิร์ด อาเธอร์ สปีช ที่สาม เดอะคอนโทรลเลอร์ ‘The Controller’ เป็ผู้ดูแลอยู่และในสถานที่ที่พวกคุณกำลังนั่งอยู่ตรงนี้มีชื่อว่าหอประชุมแอนวู้ด (Anwood) ซึ่งจะใช้สำหรับการเรียนการสอนและการประชุม” ชายผู้ดีเกริ่นด้วยเสียงนุ่มลึกอันเป็เอกลักษณ์
“บางคนนั้นอาจจะพึ่งเคยเจอผมครั้งแรกในวันนี้..แต่บางคนก็อาจจะมีเหตุการณ์บางอย่าง ที่ทำให้เราได้เจอกันมาก่อนแล้ว” เมื่อพูดจบสุภาพบุรุษชุดทักซิโด้ก็ได้มองมาทางกลุ่มของเกษม และกลุ่มของชายผิวสีที่อยู่ในเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทบริเวณสนามฟุตบอลของมหาวิทยาลัยหลังจากวันสอบคัดเลือกหนึ่งวัน
“ออแกเนียนทุกท่านหรอ?” หนุ่มแว่นทวนคำพูดของคุณเวิร์ดก่อนย้อนไปนึกถึงสิ่งที่โสตเคยบอก
“เอาล่ะ ต่อไปนี้ผมจะอธิบายสิ่งที่ทุกคนควรรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับออแกเนียนเพราะบางครอบครัวก็ไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับออแกเนียนให้ลูกหลานได้ฟังเลย” เอ็ดเวิร์ด อาเธอร์ สปีช ที่สาม กล่าวตามบทที่เขาได้เตรียมมาต่อไป
เมื่อเกษมได้ยินดังนั้นเขาก็นึกในใจอย่างมีความหวังที่จะคลี่คลายความสงสัยทั้งหมดที่สั่งสมมาั้แ่วันสอบคัดเลือก “ดีล่ะ!! จะได้เข้าใจสักทีว่ามันคืออะไรกันแน่!”
“ออแกเนียนนั้นคืุ์ที่มีอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายเป็อวัยวะพิเศษโดยถ้าอวัยวะพิเศษนั้น ๆ ถูกปลุกพลังขึ้นมาแล้ว ก็จะทำให้อวัยวะนั้นมีศักยภาพมากกว่ามนุษย์ทั่วๆ ไป และที่สำคัญที่สุดก็คืออวัยวะส่วนนั้นจะมีความสามารถในการทำบางสิ่งบางอย่างที่มนุษย์ปกติไม่สามารถทำได้ เช่น อวัยวะพิเศษของผมคือปาก โดยความสามารถพิเศษของผมก็คือ ผมสามารถพูดอะไรแล้วทำให้สิ่งที่ผมพูดเกิดขึ้นจริงได้เป็ต้น โดยอวัยวะพิเศษเ่าั้จะได้รับสืบทอดผ่านทางพันธุกรรมมาจากบรรพบุรุษ”ชายผู้นำการประชุมกล่าวต่อ
“สุดยอด.. เหมือนที่นายบอกเลยความสามารถของคุณเวิร์ดน่ะ”เกษมหันไปชื่นชมเพื่อนใหม่ของเขา ซึ่งเป็อีกครั้งที่ทำให้โสตดีใจจนอมยิ้มไม่หยุด
“เอ.. ว่าแต่ที่เขาบอกว่าศักยภาพมากกว่ามนุษย์ทั่วๆ ไปกับมีความสามารถบางอย่างที่มนุษย์ทำไม่ได้นี่มันต่างกันยังไงหรอ นายรู้มั้ย?”หนุ่มหน้าเนิร์ดถาม
“อวัยวะพิเศษของนายคืออะไรล่ะ?”ชายร่างท้วมผมยาวปะบ่าเอ่ยถามกลับ
เกษมคิดลังเลอยู่พักหนึ่งก่อนจะตอบออกไปอย่างเก้ ๆ กัง ๆ “อืม..ก็น่าจะเป็ดวงตาล่ะนะ”
“ห้ะ?นายเนี่ยนะมีตาเป็อวัยวะพิเศษ? ไม่น่าใช่ล่ะมั้ง..ถึงแม้ตาของนายจะดูพิเศษกว่าคนอื่นตรงที่ทั้งสองข้างคนละสีกันก็เถอะ” โสตโต้สวนกลับในทันทีจนทำเอาหนุ่มแว่นสะดุ้งเฮือก
“ทำไมล่ะ?” เกษมถามต่อด้วยความสงสัย
“ก็ถ้านายมีตาเป็อวัยวะพิเศษจริง ๆนายคงไม่ต้องใส่แว่นหรอก เพราะว่าศักยภาพที่พูดถึงน่ะมันก็คือสิ่งที่คนปกติทำได้แต่นายจะทำได้ดีกว่าเช่นถ้าอวัยวะพิเศษของนายคือตา นายก็อาจจะมองเห็นได้ไกลกว่า หรือมองในที่มืดได้ดีกว่าแต่นี่นายยังต้องใส่แว่นอยู่เลยฉันถึงคิดว่ามีอวัยวะพิเศษไม่น่าจะใช่ตายังไงล่ะ”ชายหูกางอธิบาย
“อ๋อ.. ไม่ใช่หรอกที่จริงฉันน่ะมองเห็นทุกอย่างชัดแล้วไม่ว่าจะใส่แว่นหรือไม่ใส่แต่ที่ใส่นี่ก็เพราะมีสท์บอกว่ามันดูดีกว่าน่ะ ฮ่า ๆ ๆ ” เกษมหลุดขำออกมาจนถูกคุณเวิร์ดที่กำลังอธิบายสิ่งต่างๆ เกี่ยวกับออแกเนียนอยู่บนเวทีนั้นเพ่งเล็งมาจึงทำให้ทั้งคู่เงียบกริบไปตาม ๆ กัน
แต่โสตเองก็ยังไม่หยุดพยายาม..เขาแอบยื่นหน้าเข้ามาใกล้กับเกษมเพื่อไขข้อข้องใจให้กับหนุ่มแว่นในเื่ที่เขายังอธิบายไม่จบ“ส่วนสิ่งที่มนุษย์ธรรมดาไม่มีทางทำได้น่ะ ก็อย่างที่คุณเวิร์ดยกตัวอย่างนั่นแหละไม่มีมนุษย์ธรรมดา ๆ คนไหนสามารถพูดอะไรแล้วมันเป็คนจริงไปซะทุกอย่างได้หรอก” ชายหูกางกระซิบกระซาบ
ซึ่งนั่นก็เป็ขณะเดียวกันกับที่เอ็ดเวิร์ดกำลังทยอยให้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับออแกเนียนต่อไป“ส่วนการที่ออแกเนียนจะเบิกพลังครั้งแรกได้นั้นขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมของแต่ละคน เช่น ถ้ามีคนในครอบครัวคอยให้คำแนะนำในการใช้พลังมาั้แ่เด็กคน ๆ นั้นก็จะสามารถใช้พลังได้เร็วกว่าคนที่ไม่ได้รับคำแนะนำ”
และด้วยประโยคนี้เอง..หนุ่มแว่นจึงได้แอบคิดอยู่ในหัวด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจและสงสัยในเวลาเดียวกัน “แล้วทำไมป๊าถึงไม่บอกเราั้แ่แรกนะว่าเราเป็ออแกเนียน ทำไมต้องให้เรามารู้ด้วยตัวเองด้วย?ถ้าสอนเราั้แ่เด็ก ๆ ป่านนี้เราอาจจะเก่งมากๆ ไปแล้วก็ได้”
“อย่างไรก็ตาม ถ้าหากออแกเนียนคนใดได้มีโอกาสเข้ามายังมหาวิทยาลัยออแกเนียนแห่งนี้อากาศภายในมหาวิทยาลัยที่เหล่าผู้มีอวัยวะพิเศษหายใจเข้าไปนั้น ก็จะเป็เหมือนสารกระตุ้นให้คนที่ยังไม่รู้ว่าตนเองเป็ออแกเนียนได้ััถึงพลังแห่งอวัยวะพิเศษของตน” เดอะคอนโทรลเลอร์อธิบายต่อด้วยน้ำเสียงชวนฟัง
“และการที่ผมได้สร้างระบบนี้ขึ้นมา ก็เพื่อที่จะเพิ่มเปอร์เซ็นต์ในการค้นพบเหล่าออแกเนียนที่มีอวัยวะพิเศษใหม่ๆ นั่นเอง เพราะในร่างกายของคนเรานั้นมีอวัยวะมากมายที่พร้อมจะเป็อวัยวะพิเศษที่รอการค้นพบอยู่” เขาเล่าต่อพลางกวาดสายตาไปยังนักศึกษาทุกคน
“และด้วยพลังแห่งออแกเนียนที่มีก็จะสามารถช่วยให้บุคคลคนนั้นๆ ทำข้อสอบคัดเลือกอันสุดหินของทางมหาวิทยาลัยผ่านได้นั่นเอง แต่.. ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะโชคดีที่ได้รับอากาศเข้าไปแล้วจะสามารถใช้พลังได้เลย อาจจะเพียงแค่รับรู้ว่าตนเองมีอวัยวะพิเศษคืออะไรแต่ก็ยังคงต้องค้นหาความพิเศษของมันต่อไปด้วยตัวเองและฝึกฝนเพื่อพัฒนาขีดความสามารถนั้นให้ชำนาญมากยิ่งขึ้น” เอ็ดเวิร์ด อาเธอร์ สปีช ที่สาม ได้เฉลยเกี่ยวกับถึงกลไกในการที่ทำให้ออแกเนียนมือใหม่ผ่านการสอบคัดเลือก
“โอ้โฮ.. ผมนี่อึ้งไปเลยย”เกษมเอ่ยคำติดปากของเขาออกมาอีกครั้งหลังจากตะลึงกับกลไกสุดล้ำของคุณเวิร์ด
“มิน่าล่ะ!! ในตอนที่เราทำข้อสอบแล้วเห็นสัญลักษณ์อยู่ตามช้อยส์ แสดงว่าอวัยวะพิเศษของเราคือตาจริงๆ สินะ” หนุ่มแว่นหันไปเล่าเหตุการณ์ประหลาดในห้องสอบให้โสตที่นั่งข้างๆ ฟัง ก่อนจะถามชายหนุ่มผมยาวต่อ “อืม.. ถ้าของเราคือการมองเห็นสัญลักษณ์ในข้อสอบแล้วของโสตคืออะไรหรอ?”
“อวัยวะพิเศษของเราคือหู เราก็เลยได้ยินเสียงว่ามีคนคอยบอกคำตอบอยู่น่ะเสียงมันมาจากไหนไม่รู้นะ แต่เราก็พอรู้อยู่แล้วว่าการสอบจะมีวิธีการคัดเลือกคนที่เป็ออแกเนียนแบบนี้เราเลยกาคำตอบตามนั้นไปเลย แล้วมีสท์ล่ะ?” ชายหูกางเล่าพร้อมหันไปถามเด็กสาวที่นั่งถัดไป
“อวัยวะพิเศษของเราคือิั ในตอนที่เราทำข้อสอบอยู่พอเราเอามือไปัักระดาษิัของเราก็กลายเป็เหมือนโพยขึ้นมาเลยล่ะ ผิวของเราตอนนั้นมีตัวอักษรเต็มไปหมดซึ่งตอนแรกเราก็ใมาก ช็อคจนทำอะไรไม่ถูกไปสักพักหนึ่ง แต่สุดท้ายเราก็ลอกคำตอบตามโพยที่ขึ้นมาอยู่บนิัเรานะก็ข้อสอบมันยากมากนี่หน่า.. เราไม่รู้จะทำยังไง แหะ ๆ แล้วอลันกับโจเซฟล่ะ?”มีสท์ตอบแบบเขิน ๆ พลางหันไปถามสองหนุ่มที่นั่งต่อจากเธอ
“อ้าว.. หลับไปซะแล้ว อยากรู้จังว่าอวัยวะพิเศษของอลันกับโจเซฟคืออะไรกันนะ?” มีสท์พูดเสียงอ่อยด้วยความผิดหวังเล็กๆ หลังจากหันไปเห็นสองหนุ่มกำลังนอนหลับปุ๋ย
แต่เหมือนว่าเกษมจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้“อืม.. เราคิดว่าพลังอวัยวะพิเศษของเราคือการมองเห็นว่าอวัยวะพิเศษของแต่ละคนคืออะไรแล้วเราก็จำได้ว่าตอนคุณเวิร์ดกำลังใช้พลังเราก็เห็นปากของคุณเวิร์ดเรืองแสง” เขาเริ่มวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ ที่ได้รับมา เพื่อช่วยคลายปมที่กำลังสงสัย
“ส่วนพลังอวัยวะพิเศษของมีสท์ก็น่าจะสามารถทำให้ิัของตัวเองล่องหนได้ใช่รึเปล่า?เพราะตอนที่เราเห็นตัวของมีสท์เรืองแสง คนอื่น ๆ จะไม่มีใครมองเห็นมีสท์เลย เช่นตอนที่มีสท์กำลังช่วยลุงควันในการแสดงมายากล ผู้เข้าชมทุกคนต่างก็ไม่มีใครมองเห็นมีสท์เลยแม้แต่คนเดียวแล้วก็ตอนที่มีสท์เข้าไปช่วยห้ามในการทะเลาะกันของ โอ๊ต,หน่อม,ดั๊ก กับ อลันและโจเซฟทั้ง ๆ ที่มีสท์เป็คนเอาเชือกไปมัดแท้ ๆ แต่กลับไม่มีใครรู้เลยว่ามีสท์มีตัวตน” หนุ่มแว่นเริ่มเชื่อมโยงข้อมูล ก่อนจะลองอธิบายเหตุการณ์ที่เขาวิเคราะห์ออกมาและถามไปยังมีสท์เพื่อยืนยันข้อสันนิษฐานของเขา
“ว้าว.. ใช่แล้วล่ะ นั่นคือพลังของเราเองพลังของนายนี่สุดยอดไปเลยเนอะ” สาวผมเปียยืนยันความสามารถของเธอ ซึ่งทำให้เกษมเริ่มมั่นใจในพลังของเขามากขึ้นเรื่อยๆ
“ถ้างั้นอวัยวะพิเศษของอลันเราจำได้ว่าเคยเห็นตอนอลันกำลังโกรธเพราะทะเลาะกับกลุ่มเพื่อนของเรานั่นแหละเราเห็นแสงออกมาจากขาของอลัน แสดงว่าอวัยวะพิเศษของเขาก็น่าจะเป็ขาล่ะมั้งแต่ไม่รู้ว่าสามารถทำอะไรได้ ส่วนอวัยวะพิเศษของโจเซฟเราก็ยังไม่เคยเห็นเหมือนกันแฮะ..” เกษมอธิบายต่อพร้อมคาดเดาอวัยวะพิเศษของชายหัวเห็ด..
ซึ่งในขณะนั้นเอง! “อะแฮ่ม!..” เอ็ดเวิร์ดอาเธอร์ สปีช ที่สาม กระแอมพลางมองมายังกลุ่มของเกษมที่ส่งเสียงดังรบกวนการปฐมนิเทศของเขาอีกครั้ง!