เอี๊ยด~!
เสียงเบรคดังขึ้นเล็กน้อยพลางมีสายตาของคนมากมายมองจ้องมายังรถหุ้มเกราะที่พึ่งวิ่งเข้ามาในค่ายทหารเขต G68
“ถึงแล้วครับ”
“ขอบคุณมากครับ” แอชเชอร์หันไปขอบคุณทหารที่มาส่งจนถึงค่ายแห่งนี้ เดิมทีเขาคิดจะกลับไปกองทัพที่ 7 แต่บังเอิญว่าเขาสามารถหาแต้มภารกิจได้จากสถานที่แห่งนี้ แอชเชอร์จึงให้ผู้บัญชาการกองทัพที่ 7 ส่งเขามาเป็นแนวหน้าเพื่อจัดการปัญหามอนสเตอร์บุกโจมตีเขต G68 หนึ่งในพื้นที่ที่กองทัพที่ 7 ดูแล
“ร้อยตรีแอชเชอร์ใช่ไหมครับ” ทหารสวมใส่เครื่องแบบเต็มยศเดินเข้ามาทำความเคารพแอชเชอร์ที่ยืนมองตึกต่างๆ
“ครับ”
“ผมได้รับหน้าที่ให้มาอำนวยความสะดวกครับ อันดับแรกจะพาไปยังห้องพักเพื่อเก็บข้าวของก่อน จากนั้นจะพาเดินดูสิ่งต่างๆภายในค่ายแห่งนี้ ผมช่วยถือครับ”
“อ๋อ ไม่ต้อง มันไม่ได้หนัก”
แอชเชอร์ปฎิเสธการช่วยเหลือจากชายที่เข้ามาทักทายเพื่อนำเขาเดินชมสิ่งต่างๆ การที่แอชเชอร์ไม่ยอมให้ใครยกกระเป๋าช่วยนั้นไม่ใช่ว่าเขาไม่ชิน แต่เนื่องจากมันเป็นการเปิดโอกาสให้คนลงมือจัดการใส่ร้ายเขามากเกินไป หากมีของบางอย่างไม่ถูกต้องในกระเป๋าโดยที่เขาไม่ได้ใส่เข้าไป คงจะมีปัญหาหลายอย่างตามมา
การเดินไปยังห้องพักและเดินชมสถานที่ต่างๆเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความวุ่นวายที่กำลังเกิดทั่วทุกหนแห่งภายในค่ายแห่งนี้ แอชเชอร์รู้ดีว่าเหตุการณ์ความวุ่นวายแบบนี้จะต้องเกิดอย่างแน่นอน เพราะที่นี่ถูกระบุให้เป็นแนวหน้าของสนามรบที่ใช้ในการสู้กับมอนสเตอร์ที่บุกเข้ามายังเขต G68 การมีทหารบาดเจ็บถูกหามกลับเข้ามาในค่าย มีทหารมากมายสวมชุดเกราะหลากหลายรุ่นวิ่งออกไป มันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกใดๆเลย อย่างไรก็ตามแอชเชอร์ได้หันไปมองยังม้านั่งตัวหนึ่ง หลังจากรู้ว่ามีใครบางคนมองเขาไม่วางตา
“ไง ไม่นึกว่าจะสัมผัสได้ถึงการจ้องมองเร็วแบบนี้”
ชายที่กล่าวทักทายเป็นคนเดียวกันกับที่นั่งอยู่ในห้องผู้บัญชาการกองทัพที่ 7 ในวันที่พวกเขาสองคนยื่นข้อเสนอให้แก่กันจนแอชเชอร์เข้าร่วมหน่วยสเปเชียลฟอส
“สวัสดีครับหัวหน้า”
“สวัสดี ทำไมถึงมาที่นี่ล่ะ ไม่ใช่ว่าจะต้องกลับไปประจำการที่กองทัพอย่างนั้นเหรอ”
“ผมมาล่าแต้มภารกิจครับ” แอชเชอร์ตอบออกไปตามตรง ทำเอาหัวหน้าหน่วยพิเศษสเปเชียลพอใจเป็นอย่างมาก
“เอาล่ะๆ ฉันไม่รบกวนนายแล้ว อีกเดี๋ยวคงได้คุยกัน…ไปๆ”
แอชเชอร์ทำความเคารพอีกครั้งแล้วเดินสำรวจค่าย การที่ค่ายแห่งนี้มีระดับ S ถึง 2 คนแอชเชอร์มองว่ามันคงจะง่ายขึ้นถ้าพวกเขาทั้งสองสวมชุดเกราะมาร์คเอทเข้าสนามรบ อย่างไรก็ตามเขายังคงสงสัยเช่นกันว่าสมาชิกอีก 3 คนหายไปไหน ตั้งแต่เขาเข้าหน่วยสเปเชียลโฮล ผู้บัญชาการไม่เคยเปิดเผยข้อมูลคนในหน่วยให้เขารับรู้เลย ยกเว้นหัวหน้าหน่วยเท่านั้นที่เขารู้จัก กระทั่งการเดินสำรวจทุกๆตำแหน่งครบพอดี แอชเชอร์ก็ได้รับคำสั่งให้ไปรวมตัวที่ห้องประชุม
“นี่ที่นั่งของคุณครับ”
แอชเชอร์นั่งลงไปบนเก้าอี้ที่เตรียมเอาไว้ให้สำหรับเขาโดยเฉพาะ พลางมองไปยังหัวหน้าหน่วยพิเศษสเปเชียลโฮลที่นั่งอยู่ไม่ไกลออกไป ดูเหมือนว่าตำแหน่งที่นั่งภายในนี้จะจัดตามลำดับยศทหาร จากจำนวนคนที่เข้าประชุมนั้นมีไม่มาก แต่เขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมครั้งนี้ถึงต้องมาพบตาลุงที่เสนอชื่อของเขาอีกครั้งหนึ่ง
“เอาล่ะ ได้เวลาแล้วเราจะเริ่มประชุมกัน”
คนที่เป็นหัวหน้าค่ายไม่ใช่ผู้พันเจมส์อีกต่อไป เป็นคนที่แอชเชอร์ไม่รู้จักและไม่คุ้นหน้า หลังจากที่การประชุมเริ่มขึ้นหน้าจอใจกลางห้องก็ถูกเปิดให้เห็นผู้บัญชาการและรองผู้บัญชาการกองทัพที่ 7 ที่ต้องการประชุมร่วมกับพวกเขา
“จากเมื่อวาน ตอนนี้ทางเราได้ช่วยเหลือพลเรือนออกมาได้ 70 % แล้ว เหลือเพียง 30 % เท่านั้น ซึ่งตำแหน่งที่เราคาดการณ์ว่าพวกเขาจะหลบซ่อนตัวคือหลุมหลบภัยหมายเลข 4 ที่ขาดการติดต่อ”
ภาพเขต G68 เปิดแสดงให้ทุกๆคน พลางบอกตำแหน่งหลุมหลบภัยหมายเลข 4 แอชเชอร์จึงจดจำเส้นทางและจดจำสิ่งกีดขวางที่แสดงจากภาพมุมสูง พลางมองดูรอบๆภาพถ่ายจากเพดานของเขต G68 บอกให้รู้ถึงจำนวนมอนสเตอร์คร่าวๆที่อาศัยอยู่บริเวณนั้น กระทั่งการวางแผนบุกที่จะเริ่มขึ้นในวันพรุ่งนี้ดำเนินไปถึงเที่ยงวัน การประชุมในวันนี้ก็จบลง
แอชเชอร์เลือกกลับไปนอนพัก เขายังไม่ได้นอนตั้งแต่เมื่อคืน การนำเรื่องกลุ่มขนนกสีแดงมาพูดในวันนี้คงจะสร้างความวุ่นวายเกินไป แอชเชอร์จึงเก็บเอาไว้ก่อน พรุ่งนี้ยังไม่สายหากเขาจะนำมาเล่าเรื่อง ไว้หลังจากพวกเขาช่วยพลเรือนอีก 30 % ออกมาจากเมืองให้ได้ก่อนค่อยเล่าก็ยังไม่สายเพราะจะทำให้ใครหลายๆคนเปิดใจรับ
อย่างไรก็ตามแอชเชอร์กลับถูกระบุให้อยู่ในห้องประชุมไปก่อน เนื่องจากผู้บัญชาการและรองผู้บัญชาการต้องการจะคุยกับเขา กระทั่งในห้องประชุมเหลือเพียงแคแอชเชอร์และหัวหน้าหน่วยพิเศษ ผู้บัญชาการก็ได้เอ่ยปากกล่าวทักทาย
“ปลอดภัยดีสินะ”
“ครับ ผมปลอดภัยดี สวัสดีผู้บัญชาการและรองผู้บัญชาการครับ” แอชเชอร์ทำความเคารพ
“เอาล่ะ ที่ฉันเรียกให้นายอยู่ก่อนเพราะมีหลายเรื่องต้องการจะคุยกับนาย”
“เกี่ยวกับเรื่องเขต G68 ใช่ไหมครับ”
“ทั้งใช่และไม่ใช่ เอาล่ะเล่ารายละเอียดข้อมูลสุดท้ายที่ได้จากเขต F47 ให้ฉันฟังหน่อย”
แอชเชอร์มองไปยังรายละเอียดของรายงานฉบับสุดท้ายที่น็อตเขียนขึ้นจากการสำรวจของเขา แอชเชอร์จึงเล่าทุกๆอย่างที่เขาเห็นเป็นฉากๆ เดิมทีเขาถูกผู้บัญชาการระงับความคิดไม่ให้เขาตอบสิ่งที่คาดการณ์ในที่ประชุมของค่าย F47 เอาไว้ ตอนนี้เขากลับถูกให้เอ่ยถึงสิ่งที่คาดการณ์ได้ แอชเชอร์จึงคาดการณ์ทุกๆอย่างรวมถึงนำเอาข้อมูลจากชีวิตก่อนมาใช้งานอ้างอิง
“นายจะบอกว่ารังแมงมุมไม่ได้มีเพียงเท่านี้สินะ”
“ใช่ครับ เพียง 4 รังที่สำรวจไปถึงไม่ใช่จำนวนต่ำสุด และก็ยังไม่น่าจะถึงครึ่งของรังที่มีใต้ดิน”
“จะบอกว่ามันมีเยอะกว่านั้นสินะ”
“ครับ จากที่ผมเห็นแมงมุมระดับ 7 ดาวภายในรังที่เราสำรวจไปถึงมีน้อยเกินไป ต่อให้ไข่จะมีมากมาย มีกระทั่งตัวที่พึ่งฟักออกมาก็ตาม แต่พวกมันยังไม่ใช่ทั้งหมดแน่นอน วัดจากแมงมุมที่โจมตีพวกผมก็ได้ จากระดับของพวกมันที่บุกโจมตีล้วนแล้วแข็งแกร่ง กลับกันภายในรังทั้ง 4 แมงมุมที่แข็งแกร่งกลับมีน้อย ผมคิดว่าจะต้องมี 6 ดาวเป็นแสนๆตัว 7 ดาวก็ต้องมีมากกว่านี้แน่นอน”
บนใบหน้าของผู้บัญชาการและคนที่ได้ยินการคาดการณ์ของแอชเชอร์ ปรากฎรอยย่น หากเป็นอย่างที่แอชเชอร์พูดจริงเขตที่อยู่รอบๆมีอุโมงเชื่อมไปยังเขต F47 จะต้องถูกทำลายอย่างแน่นอน
“จำคลิปเสียงที่ผมเก็บมาได้ครั้งแรกไหมครับ สิ่งนี้เป็นอีกหนึ่งที่ทำให้ผมยืนยันว่ามันจะต้องมีตัวที่แข็งแกร่งมากๆอยู่ด้วย”
“เอาล่ะ พอจะคิดภาพออกแล้ว สงสัยเราคงต้องเตรียมตัวอย่างหนักเพื่อรับมือกับการกลับไปยังเขต F47 หน่วยพิเศษสเปเชียลโฮลรับคำสั่ง”
แอชเชอร์ยืนตรง หัวหน้าของเขาก็เช่นเดียวกัน
“ต่อจากนี้ไปพวกนายจะต้องช่วยเหลือทหารกองทัพที่ 7 หน้าที่หลักคือช่วยชาวเมือง หน้าที่รองคือจัดการมอนสเตอร์และเก็บฟอสเอนเนอร์จี้มาเป็นพลังงานสำรองเพื่อใช้ในพื้นที่เขต F47”
“รับทราบ~!” ทั้งสองรับทราบภารกิจ แอชเชอร์ที่เห็นนาฬิกาข้อมือแจ้งเตือนจึงเข้าไปดูข้อความที่ถูกส่งมา ปรากฎว่าหน่วยสำรองพิเศษมีภารกิจใหม่ปรากฎออกมาด้วยคำสั่งของผู้บัญชาการกองทัพที่ 7 พร้อมกับส่งรายชื่อของเขาให้เป็นผู้ดูแลภารกิจโดยสมบูรณ์เพียงคนเดียวเท่านั้น
“แอชเชอร์ นายมีอะไรจะพูดไหม”
“มีครับ” แอชเชอร์หันหน้าออกจากนาฬิกา แม้เขาจะนำเรื่องนี้ไปพูดกับคนอื่นไม่ได้ แต่สามารถคุยกับผู้บัญชาการได้
“ในระหว่างทางที่ผมเดินทางมายังเขต G68 ผมถูกซุ่มโจมตีจากชายสวมชุดเกราะสีดำจำนวน 30 คนครับ จากการตรวจสอบพวกเขาเป็นระดับ A และระดับ B ที่ใช้มานาบูสยกระดับพลังของชุดเกราะ”
แอชเชอร์เปิดหลักฐานที่เขาเก็บมาได้ให้กับผู้บัญชาการและหัวหน้าได้ดู ทุกคนที่เห็นวิธีการฆ่าของแอชเชอร์ล้วนตะลึงไม่น้อยเพราะยากจะมีใครทำแบบเขาได้ การยิงธนูปลดระเบิดของชุดเกราะไม่ให้ทำงาน แม้จะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้สไนเปอร์ก็ยังยากที่จะทำ
“ผู้บัญชาการเชื่อใจคนที่ประชุมตอนนี้มากแค่ไหนครับ”
แอชเชอร์ทำหน้าจริงจัง ต่อจากนี้ไปเขาจะเล่าเรื่องที่นำปัญหามาสู่ตัวของเขาและผู้บัญชาการกองทัพที่ 7
“พวกเขาไม่มีทางทรยศหักหลัง”
“ถ้าอย่างนั้นผมก็จะบอกความจริงให้ฟัง คนกลุ่มนี้และอีกหลายๆกลุ่มที่คิดจะจัดการกับตัวของผม ใช้สัญลักษณ์นี่”
รูปขนนกสีแดงปรากฎบนจอภาพ ผู้บัญชาการที่ 7 ย่นคิ้ววิเคราะห์มัน แอชเชอร์จึงเล่าเรื่องตำแหน่งที่เขาเจอสัญลักษณ์ รวมไปถึงดึงข้อมูลที่เขาได้จากชุดเกราะรุ่นแรกที่เขาพบเจอบนพื้นดินเหนือเขต F47 มาพูด เพื่อให้ผู้บัญชาการกองทัพที่ 7 ตระหนักถึงการฝังรากลึกของพวกมันที่อยู่ในกองทัพ
“แอชเชอร์ นายรู้ไหมกำลังทำอะไรอยู่”
“ผมรู้ครับ สิ่งนี้อันตรายมาก อาจจะทำให้ผมตายได้และอาจจะทำให้คนที่รู้ข้อมูลตายได้เช่นกัน แต่ที่ผมยอมบอกก็เพราะว่าสิ่งที่ผู้บัญชาการต้องการทำ จำเป็นต้องจัดการพวกมันด้วย หากเกี่ยวข้องกับพวกมันผมจะให้ยืมมือเท่าที่ต้องการ”
“นี่สินะสิ่งที่ทำให้นายเข้ามาเป็นทหาร” ผู้บัญชาการถามแอชเชอร์ เขาไม่รู้ว่าแอชเชอร์เข้ามาเป็นทหารด้วยสาเหตุใด แต่ที่รู้ได้คือไม่ใช่เพราะต้องการปกป้องผู้คน เมื่อรู้ความจริงของแอชเชอร์ที่ยอมบอก ผู้บัญชาการกองทัพที่ 7 เริ่มตระหนักถึงภัยใหญ่ใกล้ตัว
“เอาล่ะ ฉันรับรู้แล้ว นายอย่าพึ่งนำข้อมูลนี้ไปเปิดเผยที่ไหน ฉันจะทำข้อมูลสำรองเก็บเอาไว้ เมื่อถึงเวลาสำคัญฉันจะนำไปสั่นสะเทือนการประชุมของผู้บัญชาการทั้ง 10 กองทัพ”
“ขอบคุณครับ ผู้บัญชาการครับ ผมมีหนึ่งคำถาม”
“ว่ามา”
“ทำไมเราถึงไม่กวาดล้างมอนสเตอร์ในวันพรุ่งนี้เลยครับในเมื่อโอกาสกวาดล้างสำเร็จมีความเป็นไปได้สูงมากๆ”
“นั่นก็เพราะว่ามันเกี่ยวข้องกับเขต F47 ยังไงล่ะ นายคิดยังไงหากว่าภารกิจที่นี่จบเร็วเกินไป ด้วยคนที่จ้องจะเล่นงานนายพวกมันจะทำอะไรอีก”
แอชเชอร์คิดตาม ก่อนจะถอนหายใจออกมา หลังจากรู้ว่าเหล่าคนที่มีอำนาจสามารถนำเขากลับไปยังเขต F47 ได้โดยที่มอบหน้าที่อันหนักหน่วงกว่าเดิมให้เขาถ้าการกวาดล้างเขต G68 เสร็จเร็วเกินไป ดังนั้นแอชเชอร์จึงรู้ว่าการที่พวกเขากวาดล้างพื้นที่ G68 ช้าไม่เร่งรีบเป็นเพราะว่ากำลังรอเวลาเหมาะสมในการกลับไปยังเขต F47
“ผมเข้าใจแล้วครับ”
“ดี งั้นไว้เพียงเท่านี้ หัวหน้าหน่วย คุณช่วยดูแลเขาด้วยเช่นกัน”
“ครับท่านผู้บัญชาการ ผมจะดูแลเขาให้ดีเลยล่ะ”
หัวหน้าหน่วยพิเศษสเปเชียลฟอสฉีกยิ้มกว้างก่อนจะพาแอชเชอร์เดินออกจากห้องประชุมไปยังโรงอาหาร พวกเขาจำเป็นต้องทำความรู้จักกันสักเล็กน้อย เพื่อให้ความสัมพันธ์ของคนในหน่วยแน่นแฟ้นกว่าเดิม