หลังจากเมื่อวานที่คิรินกินไข่เจียวจนอิ่มแล้ว ก่อนจะสำรวจรอบๆ พบว่าตอนนี้ปัญหาคือวัตถุดิบในห้องไม่มีอะไรเลย มีเพียงไข่กับน้ำเปล่า ช่างเสียดายพื้นที่ในตู้แช่เสียจริง
แต่ที่มากกว่าวัตถุดิบคือเงิน ต้องถามก่อนว่ามีเงินเท่าไหร่แล้วแต่ละบาทนี้มันใช้ยังไงก่อน คิรินได้แต่นั่งคิดไม่ตก
"ฉันมีเงินเท่าไหร่หรือ" คิรินเอ่ยออกมา ก่อนที่หน้าจอโฮโลแกรมจะสว่างขึ้น แสดงค่าเงินที่มีอยู่ในตอนนี้
พบว่าบัญชีของคิรินมีอยู่ 5,000 เหรียญ* อาจมองว่าเยอะ ทว่าจำนวนเหรียญพวกนี้ก็ซื้อของได้แค่ไม่กี่อย่างเท่านั้น
คิรินมองจำนวนเงินที่มีสลับกับราคาของแต่ละอย่าง เอาเป็ว่ากินไข่ไปก่อนแล้วกัน อีกอย่างอาหารเปียกนั่นถึงจะรสชาติแย่แต่ก็อิ่มได้ คิรินนึกให้กำลังใจตัวเอง
ทว่าจิติญญาเชฟยอมไม่ได้อย่างแน่นอน ว่าแล้วคิรินก็รีบจัดการตัวเอง ก่อนจะเตรียมตัวออกไปซื้อของเข้าครัว
"จะว่าไปร่างนี้ทำอาชีพอะไรนะ" คิรินพึมพำออกมาเบาๆ ก่อนจะมองดูความเรียบร้อยตรงหน้ากระจก
ชุดที่คิรินเลือกใส่เป็เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาว ยาวพอปกปิดขาอ่อน สวมกางเกงยีนสีเทา ชายเสื้อด้านหน้าใส่ไว้ในกางเกงแบบลวกๆ พับแขนเสื้อขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเดินออกมาหยิบหมวกแก๊ปสีน้ำเงินขึ้นสวม พร้อมกับกระเป๋าผ้าสีขาวลายกระต่ายน่ารัก
มองดูตัวเองเล็กน้อยก่อนจะยกยิ้มพอใจกับแฟชั่นที่เลือก เอาเข้าจริงๆ ภายในตู้เสื้อผ้าเมื่อเปิดมาก็แทบจะไม่มีอะไรเลย เสื้อเชิ้ตสีขาวอยู่สองสามตัวที่มีลาย กางเกงยีนอีกสามสี่ตัวที่คล้ายๆ กัน คิรินได้แต่ปลงตกกับแฟชั่นเ้าของร่างก่อนหน้า
"เดี๋ยวนะแล้วฉันจะไปอย่างไงล่ะเนี่ย" คิรินเดินมาถึงหน้าประตูก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าตนไม่ได้อยู่โลกเดิมแล้ว
ดังนั้นการเดินทางย่อมไม่เหมือนเดิม อุปสรรค์แรกของวันคือการเดินทางนั่นเอง
"ไม่ต้องห่วง ผมเชื่อมต่อกับโทรศัพท์ของคุณแล้ว คุณสามารถเดินทางได้ทันที" จอโฮโลแกรมตัวเดิมเอ่ยขึ้นมาเมื่อได้ยินคำถาม
เมื่อคิรินได้ยินดังนั้นก็รีบเปิดโทรศัพท์ของตัวเอง พบว่ามีข้อมูลอีกหลายอย่างที่คิรินยังไม่รู้
"เอาไว้ค่อยดูบนรถก็ได้" คิรินพูดก่อนจะเดินออกมาจากห้อง
สิ่งแรกที่พบคือทางเดินที่กว้างขวาง ทว่าสองข้างเต็มไปด้วยห้อง เป็ครั้งแรกที่คิรินได้ก้าวขาออกจากห้องั้แ่ลืมตาตื่นขึ้นมา หลายอย่างแตกต่างออกไป
บนชั้นนี้มีหลายห้องก็จริง ทว่ากลับเงียบเชียบราวกับไม่มีใครอยู่ ทางเดินที่ปลอดโปร่ง อีกทั้งความเงียบสงบทำให้คิรินผ่อนคลายไม่น้อย
เดินไปสักพักก็เจอเข้ากับลิฟต์ ทุกอย่างตรงนี้เหมือนกับคอนโดที่คิรินเคยอยู่ในโลกก่อน ดังนั้นคิรินจึงไม่ค่อยกังวลเท่าไหร่นะ
ลิฟต์ค่อยๆ เคลื่อนลงช้าๆ ใจของคิรินเองก็สั่นระรัวเช่นกัน ภายในใจคิดว่าต้องเจอกับอะไรก็อดที่จะตื่นเต้นไม่ได้
หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไป แน่นอนว่าการเดินทางก็เช่นกัน คิรินอาจจะลืมคิดถึงข้อนี้ไปนั่นเอง
คิรินที่กำลังตื่นเต้นได้ที่แต่เมื่อก้าวขาออกจากที่พักก็ต้องตกตะลึง สิ่งที่คิดในหัวว่าการเดินทางจะราบรื่นก็ต้องตกเหวไปอย่างน่าเสียดาย
อย่างที่บอกว่าเทคโนโลยีได้ถูกยกระดับขึ้น ดังนั้นไม่แปลกใจที่รถจะไปอยู่บนอากาศ จักรยานจะอยู่บนทาง และคนจะเดินบนถนนได้อย่างไร้กังวล
คิรินที่ไม่คิดว่าจะได้เจอกับเื่พวกนี้ก็นิ่งสนิทไปแล้ว แม้ว่าจะมีการวิจัยออกมาว่าในอนาคตจะมีรถที่สามารถวิ่งบนอากาศได้ก็เถอะ แต่นั่นมันตอนที่ยังไม่เกิดขึ้นนี่ คิรินได้แต่ยืนอึ้งอยู่พักใหญ่
"เอาจริงดิ แล้วฉันต้องทำไงต่อ ใครก็ได้ช่วยด้วย~" คิรินที่คล้ายจะสติแตกเต็มทีก็เริ่มโอดครวญขึ้นมา
แม้จะพยายามยอมรับหลายอย่างแต่บางทีก็มากเกินไป แล้วต้องเรียกรถอย่างไร สถานที่อยู่ไกลหรือเปล่า ไหนจะค่าเดินทางอีก
คิรินแทบจะทรุดลงไปนั่งกับพื้นตอนนี้ก็ค่อยๆ ตั้งสติอีกครั้ง น้อยนักที่คิรินจะสติแตก การทำงานในครัวในฐานะเชฟคิรินมักจะเจอเื่ไม่คาดคิดอยู่เสมอ ดังนั้นสติจึงเป็เื่สำคัญ ล่าสุดที่คิรินสติหายก็คงเป็ตอนเรียนอยู่ปี2 มั้งนะ
"ซื้อของสดใกล้ฉันได้ที่ไหน" คิรินที่ตั้งสติได้แล้วก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนจะบอกข้อมูลลงไป
"เดินไปประมาณ 200 เมตรคุณจะเจอซูเปอร์ ของที่นั่นถูกมาก และเงินของคุณที่มีอยู่ตอนนี้น่าจะพอซื้อมันได้" เสียงจากโทรศัพท์เอ่ยขึ้นมา
คิรินที่ได้ยินก็นิ่งอีกครั้ง ตอนนี้รู้สึกเหมือนโดนทุบซ้ำๆ อยู่ตลอด จริงอยู่ที่เงินมันมีไม่เยอะ แต่คนเป็เชฟมันก็ต้องคำนวณได้อยู่แล้ว
คิรินคิดก่อนจะเดินไปเรื่อยๆ ตามจีพีเอส แน่นอนว่าจีพีเอสตัวนี้ไม่พาคิรินเข้าป่า หรือลงคลองอย่างแน่นอน
ระหว่างทางที่เดินไปคิรินก็พบว่าบรรยากาศในตอนนี้ดีกว่าในอดีตมาก แม้จะมีรถยนต์ทว่าก็ไม่ได้มีมลพิษเลย ต้นไม้ก็ขึ้นตามทางไม่น้อย อีกทั้งทุกคนยังทิ้งขยะได้เป็ที่เป็ทางอย่างมาก พร้อมกับแยกส่วนไว้อย่างดี
ทางสำหรับคนเดินเท้าเองก็ปลอดภัยหายห่วง เนื่องจากบนทางพื้นมีเพียงแค่จักรยานและคนเท่านั้น อีกทั้งยังแบ่งไว้เป็สัดส่วน มีพื้นที่ของจักรยานและคนเดินอย่างเท่าเทียม
คิรินเดินมาเรื่อยๆ ก่อนจะสังเกตว่าแทบจะไม่มีใครสูบบุหรี่เลยแม้แต่น้อย หากมีก็จะไปสูบในที่ที่จัดไว้ให้ ซึ่งมองดูแล้วก็มีไม่กี่คนเท่านั้น
คิรินเดินชื่นชมกับบรรยากาศได้ไม่เท่าไหร่ ภาพตรงหน้าก็เปลี่ยนไป จากท้องถนน สู่ฟ้าที่มีรถขึ้นไปบินอยู่
"ขอโทษครับ คุณเจ็บตรงไหนหรือเปล่า" แม้คิรินจะเป็คนชนทว่าก็เป็คิรินที่ล้มไปเสียเอง
"ผมไม่เป็อะไร ขอโทษคุณด้วยที่ผมเดินชน" คิรินเอ่ยออกมาก่อนจะยันตัวเองลุกขึ้น พร้อมกับมีฝ่ามือหนาคอยประคอง
"ผมสิที่ต้องขอโทษ ผมยืนขวางทางคุณนะ" ชายตรงหน้าพูดออกมา
"งั้นคนละครึ่งเป็ไง ผมผิดที่เดินไม่ดู ส่วนคุณก็ยืนขวางผม โอเคไหม" คิรินเอ่ยแก้ปัญหาออกมาอย่างรวดเร็ว เพราะหากเถียงกันจริงๆ ก็คงไม่มีใครยอมแพ้แน่นอน
"ก็ได้ครับ จริงสิผมเซริว คุณชื่ออะไรหรอ" เซริวเอ่ยออกมา
"ผมคิริน" เมื่อเอ่ยแนะนำตัวกันจบแล้ว ทุกอย่างก็เหมือนจะเงียบลง
เซริวเป็ชื่อที่ดูคุ้นๆ ทว่านึกไม่ออกว่าไปได้ยินจากที่ใด แต่คิรินเป็หนูน้อยที่ไม่คิดอะไรนอกจากอาหารดังนั้น ชื่อเซริวจึงถูกปัดทิ้งไปอย่างน่าสงสาร
"คุณจะไปที่ไหนหรอ" เซริวเอ่ยออกมาท่ามกลางความเงียบ อาจจะเพราะหาเื่คุยเพื่อคลายความอึดอัดนี้ก็ได้
"ผมจะไปซูเปอร์ ไปซื้อของน่ะ" คิรินเอ่ยอย่างไม่ปกปิด เอาเข้าจริงมันก็ไม่ใช่เื่ที่ต้องปิดบังอยู่แล้ว
"งั้นผมขอไปด้วยสิ แล้วก็นะคุณคิรินคุณไม่ควรบอกใครตรงๆ ว่าคุณจะไปไหนนะ ถ้าเป็พวกไม่หวังดีคุณอาจเป็อันตราย" เซริวเอ่ยออกมา
แม้ว่าโลกนี้จะน่าอยู่มากเพียงใด ทว่าจิตใจคนเป็สิ่งที่ไม่สามารถคาดเดาได้อยู่แล้ว
ทั้งคู่พากันเดินไปซูเปอร์พร้อมกับพูดคุยเื่ต่างๆ ไปด้วย ทำให้ทั้งสองคลายความอึดอัดไปได้ไม่น้อย อีกทั้งระยะห่างก็ดูเหมือนจะแคบลงเช่นกัน
เดินมาไม่นานนักคิรินกับเซริวก็มาถึงซูเปอร์กัน แม้จะเป็เพียงห้างขนาดเล็ก ทว่าก็กว้างขาวไม่น้อย อีกทั้งของขายที่นี่ก็เยอะจนคิรินตาลายไปเลยทีเดียว
คิรินมองซ้ายมองขวาก่อนจะพบว่าเซริวใช้ความเร็วจากอะไรไม่รู้เดินไปลากรถเข็นมาพร้อม ทำให้คิรินอึ้งไปไม่น้อยกับความรวดเร็วของเซริว
"คุณจะซื้ออะไรบ้างหรอ" เซริวเมินสายตาอึ้งๆ ของคิรินไปแม้จะยืดอกขึ้นเล็กน้อยก็เถอะ
"ซื้อวัตถุดิบทำอาหารน่ะ" เซริวที่ได้ยินดังนั้นก็มองหน้าคิรินไปหนึ่งที
วัตถุดิบในตอนนี้เป็สิ่งที่อยู่ระดับล่างสุด ทุกคนมองว่ามันไม่จำเป็ขนาดนั้น เนื่องจากมีอาหารที่สามารถอิ่มได้ทั้งวัน แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีการปลูกและขายออกมาเรื่อยๆ
"งั้นไปทางนั้น" เซริวไม่ได้เอ่ยอะไรออกไป แต่เลือกที่จะพาคิรินไปโซนของวัตถุดิบแทน
ด้วยความที่อยู่จุดสูงสุดของการปกครอง สายตาของเซริวย่อมไม่พลาดอยู่แล้ว อีกทั้งความรู้สึกของสัญชาตญาณของเซริวมันฟ้องว่าคิรินมีสิ่งที่น่าสนใจอยู่ ดังนั้นเซริวจึงเลือกที่จะคอยสำรวจเงียบๆ จะดีกว่า
เมื่อมาถึงโซนของวัตถุดิบ แน่นอนว่านี่คือ์ของคิริน หลายอย่างถูกนำมาวางกองไว้อย่างน่าเสียดาย อีกทั้งเครื่องปรุงต่างๆ ที่มีให้เลือกมากมายทั้งที่คิรินรู้จักและไม่รู้จัก
จิติญญาของเชฟตัวน้อยเริ่มเข้าสิงร่างทันที คิรินเดินตรงไปยังชั้นวางอย่างรวดเร็ว ภายในหัวเริ่มคิดคำนวณออกพร้อมกับบริหารเงินที่มีอยู่ไปด้วย ก่อนจะคิดไปว่าหลังจากนี้จะหาเงินอย่างไรดี แน่นอนว่าต้องเริ่มจากเซริว
เซริวที่มองดูอยู่เงียบๆ ก็พบว่าคิรินมีความสามารถไม่น้อย จากการเลือกวัตถุดิบอย่างคล่องแคล่วนั่นเอง หลายครั้งที่คิรินบ่นออกมา แน่นอนว่าคนที่ััเฉียบแหลมอย่างเซริวต้องได้ยินแน่นอน
วัตถุดิบมากมายที่คิรินเลือกมามันเป็สิ่งที่เซริวพอรู้จักอยู่บ้าง ทว่าไม่รู้วิธีทำเท่านั้น ก่อนจะหันไปเห็นสิ่งแปลกๆ
"คิรินสิ่งนี้คืออะไรหรอ" เซริวเอ่ยอย่างสงสัยพร้อมกับหยิบเ้าตัวที่ว่าขึ้นมาดู
มันคือลูกกลมๆ ที่มีขนแข็งๆ อยู่รอบๆ อีกทั้งตัวของมันก็แข็งไม่น้อย
"มันคือมะพร้าวที่ปอกเปลือกแล้ว เนื้อข้างในของมันเอามาทำน้ำกะทิได้ น้ำกะทิก็สามารถใช้ทำได้ทั้งของคาวและของหวาน จากที่ผมดูข้างในของมันน่าจะมีน้ำอยู่ น้ำของมันหวานใช้ได้ ดื่มแล้วสดชื่นไม่น้อย" คิรินเอ่ยออกมาเพื่อคลายข้อสงสัย
เซริวที่ยืนฟังอย่างตั้งใจก็เอ่ยพยักหน้าอย่างลืมตัว ทว่านั้นก็เป็การเปิดประสบการณ์ให้เซริวนั่นเอง ดังนั้นการเลือกซื้อของในครั้งนี้เต็มไปด้วยการตอบคำถามของเซริว ทว่าคิรินก็ยินดีที่จะตอบอย่างเต็มไป อีกทั้งการเลือกซื้อของครั้งนี้ก็ทำให้คิรินได้เพื่อนใหม่เช่นกัน
"ไอ้เ้าบ้าเซริว เผลอเป็ไม่ได้ หายหัวไปอยู่ไหนนะ โผล่มาเมื่อไหร่จะซัดหน้าให้คอยดูเถอะ" น้ำเสียงที่เกรี้ยวกราดของเจโรมดังขึ้น
เมื่อการเดินทางมาถึงเมืองหลวงแน่นอนว่าเป็ความลับ แทนที่จะเจอเซริวอยู่ในห้องก็ดันพบกับความว่างเปล่า สิ่งนี้เองทำให้เจโรมของขึ้นได้ไม่ยาก
** 1 เหรียญ มีค่า 100 บาท
5,000 เหรียญ มีค่า 500,000 บาท
แต่ราคาของขั้นต่ำอยู่ที่ 10 เหรียญแล้ว **
อีพี่ไปเป็เด็กน้อยหัดสงสัยอยู่ อย่าพึ่งถามหาเลยนายเจโรม5555
เจอกันตอนหน้าค้าาาาา