ท่านพี่! ข้าในเวอร์ชันนี้ดีหรือไม่ (มี e-book นะคะ)

    ตอนที่ 35 อยู่ในใจไม่อาจลืม

            “ต่อไปเจ้าต้องหาเวลามาเยี่ยมท่านอาเล็กของเจ้าบ่อยๆ นะเจ้าใหญ่” นายท่านใหญ่เจินบอกกับบุตรชาย

            “ทำไมหรือขอรับท่านพ่อ ท่านกลัวว่าท่านอาเล็กกับฟางเอ๋อจะโดนรังแกอย่างนั้นหรือขอรับ”

            “พ่อรู้สึกว่าเด็กคนนั้นไม่เหมือนคนเดิมที่พวกเราเคยรู้จัก ถึงแม้พ่อจะไม่เคยพบนางด้วยตัวเอง แต่จากคำบอกเล่าของอาเล็ก ไม่ใช่ว่าคุณหนูใหญ่ลู่มีนิสัยขี้ขลาดและไม่สู้คนหรอกหรือ แต่ที่พ่อเห็นนางวันนี้มันไม่ใช่อย่างนั้นเลย นางดูเป็นคนเยือกเย็น ทั้งยังนิ่งเสียจนพ่อไม่สามารถอ่านท่าทางของนางออกเลย”

            “ข้าก็คิดเช่นนั้นเหมือนกันขอรับ ต่อไปข้าจะหาเวลาไปเยี่ยมท่านอาเล็กบ่อยๆ ก็แล้วกัน”

            “ส่วนเรื่องของเจ้ารอง เจ้าสืบได้ความว่าอย่างไร”

            “วันที่เกิดเรื่องกับน้องรอง ดูเหมือนน้องรองจะไปเที่ยวที่หอคณิกามาขอรับ ระหว่างทางกลับก็เจอเข้ากับรถม้าของจวนสกุลหลุนเข้าพอดี เป็นน้องรองที่บังคับรถม้าของจวนเราไปขวางทางคุณหนูหลุนและคุณหนูใหญ่ลู่ไว้ขอรับ เกือบจะเกิดเรื่องทะเลาะวิวาทกันขึ้นแล้ว เพราะน้องรองตั้งใจจะเข้าไปล่วงเกินคุณหนูใหญ่ลู่ แต่ข้าไปเห็นเหตุการณ์เข้าพอดีก็เลยห้ามน้องรองไว้ได้ทัน เหตุการณ์หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรแล้วขอรับ”

            “หรือว่าเจ้ารองจะได้รับพิษมาจากหอคณิกา” นายท่านใหญ่เจินคิด “เจ้าส่งมือสังหารของเราไปจัดการกับหอคณิกาแห่งนั้นซะ พ่อสงสัยว่าคนที่ทำร้ายเจ้ารองจะอยู่ที่นั่น ในเมื่อยังจับใครไม่ได้ ก็ทำลายสถานที่นั้นให้มันหมดไปเลยก็แล้วกัน”

            “แต่ว่าหอคณิกาแห่งนั้นเรายังไม่รู้ว่าเป็นของผู้ใดเลยนะขอรับท่านพ่อ หากเราเผลอไปล่วงเกินคนที่ไม่ควรเข้า ข้าเกรงว่ามันจะส่งผลร้ายกับจวนเรามากกว่าผลดี ท่านพ่ออย่าลืมว่าเวลานี้เราจะทำให้ตัวเองเป็นจุดสนใจไม่ได้ ทางฝั่งรัชทายาทเราก็ยังต้องรอดูท่าทีของเสนาบดีลู่ ส่วนอีกทางหนึ่งเรายังต้องรอดูท่าทีขององค์ชายรองด้วย ช่วงเวลาที่สำคัญแบบนี้ ข้าเห็นว่าเราควรพักเรื่องแก้แค้นให้น้องรองไปก่อนขอรับ”

            “ไม่เสียแรงที่เจ้าจะขึ้นเป็นผู้นำคนต่อไปของตระกูลเรา พ่อฝากความหวังไว้ที่เจ้าด้วย เช่นนั้นเราพักเรื่องแก้แค้นให้เจ้ารองไว้ก่อนก็แล้วกัน เจ้าใหญ่...พ่อถามเจ้าจริงๆ เถอะว่าเจ้าแต่งกับลูกสะใภ้มานานขนาดนี้แล้วทำไมลูกสะใภ้ถึงยังไม่มีข่าวดีอีก ความจริงคำถามนี้ควรจะเป็นแม่เจ้าที่มาถาม แต่เจ้าก็รู้ว่าท่านแม่ของเจ้ามีนิสัยเป็นอย่างไร” นายท่านใหญ่เจินพูดกับบุตรชายคนโตอย่างเปิดอก

            นายท่านใหญ่เจินสงสารบุตรชายคนโตของเขามาก นั่นก็เพราะเจินเป่ยฉีเป็นบุตรชายคนโตที่เกิดจากฮูหยินคนเก่า ส่วนเจินเป่ยจื่อเป็นบุตรชายที่เกิดจากฮูหยินคนปัจจุบัน แต่เพราะฮูหยินคนใหม่ต้องการผลักดันให้ลูกชายของตนขึ้นเป็นผู้สืบทอดของตระกูล แต่คนไร้ความสามารถเช่นเจินเป่ยจื่อจะเป็นที่ยอมรับของผู้อาวุโสของตระกูลได้อย่างไร

            อีกอย่างตัวเขาเองก็ไม่มีความคิดที่จะยกตำแหน่งนี้ให้กับบุตรชายคนรองอยู่แล้ว เพราะเจินเป่ยฉีนั้นถือเป็นคนมีความสามารถ เหมาะสมที่จะขึ้นเป็นผู้นำของตระกูลมากกว่า ทั้งยังมีคำสัญญาที่เขาให้ไว้กับฮูหยินคนเก่าด้วยว่าเขาจะต้องมอบตำแหน่งผู้สืบทอดนี้ให้กับบุตรชายของนาง และด้วยหัวใจที่รักมั่นต่อฮูหยินคนเก่า นายท่านใหญ่เจินจึงต้องการทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับหญิงคนรัก

            เมื่อฮูหยินคนใหม่รู้เข้าก็เอาความโกรธและความเกลียดชังมาลงไว้ที่เจินเป่ยฉีจนหมด ตั้งแต่เด็กจนโต เจินเป่ยฉีถูกมารดาคนใหม่ทำทารุณมากจนเขากลายเป็นคนเย็นชา นายท่านใหญ่เจินเป็นเพียงคนเดียวที่มอบความรักให้กับเขา 

            “ว่ายังไงล่ะ ทำไมยังไม่ตอบพ่ออีก”

            “เรื่องนี้ข้าก็ไม่อาจให้คำตอบกับท่านพ่อได้ขอรับ ท่านพ่อ...ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติเถิดนะขอรับ เร่งรัดไปก็ไม่ใช่เรื่องดี ไม่ใช่ว่าเจ้ารองก็มีหลานสาวหลานชายให้ท่านพ่อแล้วไม่ใช่หรือ”

            “มันจะไปเหมือนกับลูกหลานที่เกิดมาจากเจ้าได้อย่างไร แต่ก็เอาเถอะ ถึงพ่อจะบอกให้เจ้ารับอนุเข้ามาอีกสักหลายคน เจ้าก็คงจะปฏิเสธพ่อเหมือนทุกครั้ง ไปเถอะ...กลับไปพักผ่อน พรุ่งนี้พ่อจะให้เจ้าตามไปดูการฝึกนักฆ่ากลุ่มใหม่ของเราสักหน่อย”

            “เช่นนั้นข้าต้องขอตัวก่อนขอรับท่านพ่อ”

            เจินเป่ยฉีปิดประตูห้องหนังสือของบิดาพร้อมกับถอนหายใจ เขาจะตอบบิดาได้อย่างไรว่าที่ภรรยาของเขายังไม่ท้องก็เพราะเขายังไม่เคยเข้าหอกับนางเลยสักครั้ง เป็นเพราะสตรีคนเดียวที่อยู่ในใจของเขาคือลู่อวิ๋นชย่า แต่เวลานี้นางได้กลายเป็นคู่หมั้นของคนอื่นไปแล้ว และอีกไม่นานนางก็จะกลายเป็นของชายคนนั้นอย่างสมบูรณ์

            เพียงแต่เขาจะยอมให้เรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร เขาแอบมองนางมาตั้งแต่นางยังเป็นเด็ก ความสวยและรอยยิ้มของนางยังติดตรึงอยู่ในใจของเขาอย่างมิอาจลืม 

            เมื่อยังเด็กเวลาที่เขาเห็นนางถูกน้องชายกับญาติผู้น้องรุมรังแก ที่เขาไม่เข้าไปช่วยนางก็เพราะเขาไม่อยากถูกฮูหยินคนใหม่ของบิดาทำโทษ เขาทำได้เพียงยืนมองดูนางถูกรังแกทั้งอย่างนั้น แต่เวลานี้เขาโตแล้ว และมีอำนาจมากพอที่จะปกป้องนางได้แล้ว ในเมื่อทำอย่างไรเขาก็ลืมนางไม่ได้ เช่นนั้นก็ต้องช่วงชิงนางมาไว้ข้างกายเสียเลย แม้จะต้องขังนางไว้กับเขาชั่วชีวิตเขาก็ยอม

            ‘ชย่าเอ๋อ เมื่อก่อนข้าอาจจะขี้ขลาดและเห็นแก่ตัวที่ไม่ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือเจ้า แต่เวลานี้ข้าเปลี่ยนไปแล้ว อำนาจในมือข้าก็มีไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นเซียวหมิงเฉินหรือใครหน้าไหนก็อย่าได้หวังว่าจะได้เจ้าไปครอบครองเลย เจ้าเป็นผู้หญิงของข้า ไม่ว่าอย่างไรข้าก็จะไม่มีวันปล่อยเจ้าไป’

     

            “ช่างเป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่งที่เสนาบดีลู่เดินทางมาเยี่ยมเยียนข้าด้วยตัวเอง” ผู้ตรวจการหนานออกมาต้อนรับแขกที่ห้องโถงรับรองด้วยท่าทางไม่ยินดียินร้าย “ปกติแล้วข้ามักจะทิ้งงานไว้ไม่หอบเอาเรื่องปวดหัวกลับมาที่บ้าน วันนี้เสนาบดีลู่คงอยากมาดื่มเหล้าผ่อนคลายกับข้าเท่านั้นกระมัง”

            “หากไม่มีเรื่องหนักใจข้าคงไม่มารบกวนท่าน คิดว่าท่านคงรู้เรื่องของบุตรชายของข้าแล้วใช่หรือไม่” เสนาบดีลู่พูดขึ้นอย่างไม่อ้อมค้อม

    ผู้ตรวจการหนานแสร้งยกมือขึ้นคลึงขมับ “ทำไมอยู่ๆ ข้าก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาได้นะ”

            “ผู้ตรวจการหนาน...”

            “ท่านไม่ต้องพูดอะไรแล้วเสนาบดีลู่ เรื่องของบุตรชายท่าน ข้าช่วยเหลือไม่ได้จริงๆ ความผิดของเขาครั้งนี้คงไม่อาจเลี่ยงได้ ทั้งพยานและหลักฐานต่างก็รัดกุม” ผู้ตรวจการหนานยกมือห้ามเสนาบดีลู่และรีบอธิบายให้อีกฝ่ายฟังด้วยท่าทางหนักใจ

            “เช่นนั้นข้าขอถามท่านได้หรือไม่ว่าเรื่องที่ท่านเข้าตรวจสอบที่สำนักศึกษาหลวงนั้นเกี่ยวข้องกับเซียวซื่อจื่อใช่หรือไม่”

            “เซียวซื่อจื่ออย่างนั้นหรือ?” ผู้ตรวจการหนานทำสีหน้าตกใจ “เรื่องของสำนักศึกษาหลวงจะเกี่ยวข้องกับจวนเซียวได้อย่างไร”

            “เช่นนั้นท่านหมายถึงรัชทายาททรงตรวจสอบเรื่องนี้เองอย่างนั้นหรือ” เสนาบดีลู่ถามอย่างไม่อยากเชื่อ เพราะเขาจำคำพูดของเซียวหมิงเฉินวันนั้นได้เป็นอย่างดี

            “ข้าไม่ขอปิดบังท่านก็แล้วกัน เวลานี้รัชทายาทต้องการตรวจสอบสำนักศึกษาหลวง ทั้งยังต้องการตรวจสอบการสอบคัดเลือกบัณฑิตด้วยพระองค์เองอีก ท่านก็น่าจะรู้ว่าต่อไปเมื่อรัชทายาทขึ้นครองบัลลังก์ พระองค์คงต้องการคนเก่งและมีฝีมือเข้าไปทำงานรับใช้ ดังนั้นเรื่องนี้ย่อมไม่เกี่ยวกับเซียวซื่อจื่อแน่นอน”

            “ความหมายของท่านคือเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเซียวซื่อจื่อจริงๆ สินะ” เสนาบดีลู่ยังคงไม่เชื่อ

            “ท่านมาพบข้าในวันนี้เพื่อต้องการให้ข้าช่วยเหลือเรื่องบุตรชายของท่านใช่หรือไม่”

            “ย่อมเป็นเช่นนั้น” 

            “หากเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับรัชทายาท ท่านคิดว่าผู้ใดที่จะสามารถขัดขวางงานของรัชทายาทได้อีกเล่า” ผู้ตรวจการหนานลุกขึ้นยืนพร้อมจัดเครื่องแต่งกาย “นี่ก็ได้เวลาพักผ่อนของข้าแล้ว ข้าขอไม่ส่งท่านก็แล้วกัน”

            เสนาบดีลู่เดินออกจากจวนของผู้ตรวจการหนานอย่างใช้ความคิด จริงสิ...ในเมื่อเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับรัชทายาท หากเขาต้องการจะช่วยลู่เหวินถง เขาคงต้องไปขอคำความช่วยเหลือจากองค์ชายรองเสียแล้ว มีเพียงองค์ชายรองเท่านั้นที่จะขัดขวางงานของรัชทายาทได้

     

            “เจ้าทำได้ดีมาก” รัชทายาทกล่าวชมอีกฝ่ายด้วยความพอใจ 

            “เวลานี้เสนาบดีลู่คงไปขอเข้าพบองค์ชายรองแล้ว พระองค์ต้องการให้กระหม่อมทำสิ่งใดต่อหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ” ผู้ตรวจการหนานถามต่อ

            “ตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ว่าเจ้าทำงานให้เรา หากองค์ชายรองเข้ามาแทรกแซงการทำงานของเจ้าก็ปล่อยให้เขาทำได้ตามใจ ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าในราชสำนักมีใครบ้างที่คอยช่วยเหลือเขาอยู่ พอถึงเวลาข้าจะได้กำจัดพวกมันให้หมดในคราวเดียว”

    คล้ายกับเรื่องท่านพี่! ข้าในเวอร์ชันนี้ดีหรือไม่ (มี e-book นะคะ) ที่คุณอ่าน