“หลังจากบทเรียนแรกจบลง สิ่งที่เหลืออยู่กลับไม่ใช่แค่ความทรงจำ…”
*****
ข้อความบนหน้าจอมือถือที่กะพริบเตือนในคืนก่อนเป็ข้อความจากศรที่ส่งไฟล์รูปภาพสแกนหน้ากระดาษ "สมุดบันทึกสวาท" ของเนเน่มาให้ผมเปิดอ่านล่วงหน้า เพื่อเตรียมปรับปรุงแผนการสอนในบทปฏิบัติจริงบทเรียนถัดไป ค่ำคืนนี้ในห้องทำงานส่วนตัวอันเงียบสงัดและอบอุ่น ผมนั่งทอดสายตาอ่านข้อเขียนบรรยายความรู้สึกสยิวซ่านทางผิวกายของศิษย์สาวอวบผ่านหน้ากระดาษอย่างละเอียดลออภายใต้แสงโคมไฟสีส้มสลัวสว่างรำไร
ลายมือโย้เย้ทว่าน่ารักของเนเน่บรรยายความรู้สึกสยิวซ่านจากการฝึกหัดปฏิบัติจริงในคาบแรกที่ัักับผมไว้อย่างโจ่งแจ้งและเปี่ยมไปด้วยกระแสราคะอันร้อนแรง:
'ตอนที่นิ้วอุ่นร้อนและฝ่ามือหนาของอาจารย์เดชกดแตะบีบเค้นลงบนหน้าท้องของหนู... ร่างกายของหนูสั่นสะท้านร้อนรุ่มไปหมด มันเป็ความเสียวแปลบปลาบแล่นขึ้นสู่ทรวงอกจนยอดอกของหนูเกร็งแข็งชันอย่างที่หนูไม่เคยพบเจอมาก่อนในชีวิต และยามที่อาจารย์ขยับแทรกท่อนเอ็นเนื้อร้อนขยายใหญ่เข้ามาลึกสุดตัวในร่องสวาทของหนู... หนูอึดอัดจนแทบจะขาดใจตายเพราะมันแน่นตึงและคับแน่นไปหมด แต่พอมันเริ่มขยับบดเบียดสอดกระแทกกระทั้นเน้นย้ำจุดเสียวซ่านภายใน หนูกลับมีความสุขความยินดีซ่านสั่นสะท้านสมองขาวโพลนไปหมด รสรักน้ำอุ่นร้อนสีขาวขุ่นของอาจารย์ที่ฉีดพุ่งพรั่งพรูเข้ามาในตัวหนู มันร้อนวาบในช่องท้องจนหนูกลายเป็คนละคน พอกลับมาถึงคอนโดหนูเอาแต่นอนนวดบดขยี้ปุ่มเสียวสะโพกของตัวเองและคิดถึงภาพจังหวะกระแทกของอาจารย์จนเปียกชุ่มกางเกงชั้นในไปหมด หนูอยากเรียนวิชารักบทถัดไปเร็วๆ แล้วค่ะอาจารย์เดช... หนูยอมถอดเสื้อผ้าให้อาจารย์ขยำเค้นอีกทั้งเต้าเลยค่ะ'
ผมอ่านข้อเขียนระบายความในใจเ่าั้พร้อมขยับรอยยิ้มเสือร้ายด้วยความพึงพอใจอย่างที่สุด การตอบสนองทางผิวกายและการเรียนรู้ทางเสน่หาของเนเน่กำลังก้าวหน้าไปไกลเกินคาด ััอันชุ่มฉ่ำของเธอยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำและความรู้สึกปวดหนึบตรงแกนกายภายใต้กางเกงของผม และความกระหายอยากที่จะสั่งสอนบทเรียนเตียงนอนขั้นถัดไปก็ยิ่งพลุ่งพล่านในกายหนุ่มของผมจนแกนท่อนเนื้อร้อนเริ่มคับขืนกางเกงทำงานจนปวดร้าวหน่วงเนื้อ
"ก๊อก... ก๊อก..."
เสียงเคาะประตูไม้โอ๊กที่คุ้นชินดังขึ้นช่วยดึงความทรงจำเสียวซ่านของผมกลับคืนสู่ความจริง ก่อนที่บานประตูจะถูกเปิดออก เผยร่างล่ำสันสมาร์ทของศรที่ก้าวเดินเข้ามาพร้อมกับเสียงหัวเราะขี้เล่นตามสไตล์ชายชาตรี เขาสวมกางเกงยีนสีเข้มหนาปึกกับเสื้อเชิ้ตลายสก็อตปลดกระดุมเม็ดบนสามเม็ดโชว์แผงอกสีน้ำผึ้งแน่นขนัดไปด้วยกล้ามเนื้อและไรขนดูดิบเย้ายวนใจ
"เป็อย่างไรบ้างครับอาจารย์เดช? ได้อ่านบันทึกการบ้านของศิษย์รักเนเน่หรือยังครับ?" ศรเอ่ยปากถามพร้อมทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ไม้โอ๊กตรงข้ามโต๊ะทำงานของผมด้วยท่าทีผ่อนคลายและเป็กันเอง
"อ่านแล้วล่ะศร ผิวกายของเนเน่ตอบสนองได้ว่องไวดีมาก คลาสปฏิบัติวันพรุ่งนี้ค่ำฉันจะจัดเตรียมสอนบทเรียนขั้นสูงเื่ 'การควบคุมความรู้สึกกระสันและการสวมบทบาทสวาทภาคปฏิบัติจริง' ให้เธอ" ผมตอบน้ำเสียงทุ้มสุภาพนิ่งขรึมคุมมาดครูใหญ่ตามปกติ
"สุดยอดเลยครับอาจารย์ สมกับเป็ผู้เชี่ยวชาญสูงสุดของสถาบันเราจริงๆ" ศรยิ้มพราย ดวงตาคมเข้มฉายแววราคะขี้เล่นปนชื่นชม "ส่วนเคสของคุณหญิงพิมพ์ที่ผมรับผิดชอบดูแลสัปดาห์นี้ เธอก็ส่งข้อความชื่นชมผลงานการสอนสวาทมาให้ผมเหมือนกันครับ เธอติดใจในทักษะการเล้าโลมลูบไล้รสรักและการใช้สะโพกของผมกระแทกบดขยี้จุดกระสันในวัยทองของเธออย่างมาก จนคุณหญิงส่งของขวัญเป็นาฬิกาหรูเรือนทองคำราคานับล้านนี้มาให้ผมเลยครับ" ศรขยับข้อมือโชว์นาฬิกาเหลืองอร่ามสะท้อนแสงไฟให้ผมดูด้วยรอยยิ้มภาคภูมิใจ
ศรเริ่มเปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกของบทเรียนกับคุณหญิงพิมพ์ต่ออย่างออกรส "คุณหญิงพิมพ์เธอชอบให้ผมใช้ปลายนิ้วกดเค้นตรงจุดอ่อนไหวแถวหน้าขาด้านในก่อนเริ่มบทรักจริงครับอาจารย์ พอเรือนร่างส่วนล่างเริ่มชุ่มชื้นมีหยาดน้ำหวานหล่อลื่นตามธรรมชาติ เธอก็แทบจะร้องขอให้ผมปีนขึ้นเตียงบดกระแทกสะโพกสนองตัณหาให้หมดสิ้น ผมสังเกตเห็นว่าการฝึกฝนแบบค่อยเป็ค่อยไปช่วยควบคุมจังหวะการหายใจของคุณหญิงให้เต้นมั่นคงได้ดีมาก และน้ำรักของเธอก็ออกมาเปียกชุ่มกางเกงในแทบทุกรอบที่ผมก้มลงชิมรสเลยทีเดียว"
"ก็ดี แต่อย่าเหลิงไปจนเสียงานล่ะศร ความพึงพอใจของนักเรียนคือกำไรก้อนใหญ่ ทว่ามาตรฐานและความเป็ส่วนตัวของสถาบันคือกฎเหล็กสูงสุดของเรา" ผมเตือนน้ำเสียงเรียบกระซิบก่อนจะปิดหน้าจอสมุดบันทึกของเนเน่ลงเป็ส่วนตัว "แล้วเื่ประวัติผู้สมัครคนใหม่ที่จะเข้าเรียนหลักสูตรพิเศษของฉันล่ะ? นายจัดเตรียมข้อมูลคัดกรองเบื้องต้นไว้เรียบร้อยแล้วหรือยัง?"
"เรียบร้อยครับอาจารย์เดช รายนี้ถือเป็เคสพิเศษและน่าทะนุถนอมมากครับ เป็เด็กหนุ่มหน้าหวานใสประธานชมรมศิลปะดนตรีมหาวิทยาลัย สมัครเรียนหลักสูตรเฉพาะทางแนวชายรักชาย เพื่อ้าไขข้อข้องใจเื่ความเสียวสยิวทางผิวกายของตัวเองว่าเบี่ยงเบนไปทางใดกันแน่" ศรส่งสมุดบันทึกประวัติสมัครเรียนเล่มที่สองที่มีรูปถ่ายชัดเจนส่งให้ผม
ผมรับสมุดเล่มนั้นมาเปิดออกดู ภาพถ่ายประวัติเผยให้เห็นหนุ่มน้อยหน้าใสวัยยี่สิบเอ็ดปีชื่อ "พีท" ดวงตากลมโตแฝงความประหม่าสั่นระริก ผิวขาวละเอียดราวกับหิมะปนชมพูระเรื่อ ท่าทางบอบบางอ่อนหวานและขี้อายประหนึ่งสาวแรกรุ่นน่าเอ็นดูเป็ที่สุด ประวัติระบุเหตุผลในการสมัครเรียนด้วยตัวหนังสือบรรจงเขียนสั่นๆ: "้าเรียนรู้ทักษะััเนื้อตัวเพื่อขจัดความสับสนในความรู้สึกกระสันสยิวของตัวเองกับเพศเดียวกัน ภายใต้การนำทางของผู้เชี่ยวชาญที่สุภาพและอบอุ่น"
ผมจ้องมองข้อมูลปูมหลังของพีท วิเคราะห์ถึงสภาพจิตใจของวัยรุ่นหนุ่มในปัจจุบันที่ต้องเผชิญหน้ากับความสับสนทางเพศ การเปิดโรงเรียนแห่งนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อตอบสนองความใคร่เท่านั้น ทว่ายังเป็เหมือนพื้นที่ปลอดภัยที่ปราศจากคำตัดสินใดๆ เพื่อประเมินจิตใจของพีท ผมจึงร่างแผนการสอนในบททฤษฎีวันพรุ่งนี้เช้าอย่างใส่ใจ ขั้นแรกคือการขจัดความประหม่าด้วยท่าทางสุภาพของอาจารย์เดช สอนการััผิวมือ แตะฝ่ามืออุ่นของผมลงบนมือขาวละเอียดของเขา และอาจจูงมือเขาให้แตะััแผ่นอกหนาเพื่อเปรียบเทียบจังหวะชีพจร
"พีท... งั้นเหรอ?" ผมเพ่งพิจารณาภาพหนุ่มน้อยหน้าหวานดวงตากลมสลัว ความน่ารักปนประหม่าของพีทเปรียบเสมือนผ้าขาวสะอาดตาที่ผมในฐานะอาจารย์เดชอยากจะใช้ท่อนเนื้ออุ่นร้อนััร้อนแรงของตนเองประทับตราสวาท และละลายความเหนียมอายของเขาให้พังทลายหมดสิ้นบนเตียงสีดำ
"เด็กคนนี้ดูสับสนและขี้กลัวมากครับอาจารย์ ตอนที่ผมคุยสัมภาษณ์เบื้องต้น เขานั่งบิดนิ้วเขินอายก้มหน้าจนหน้าแดงก่ำไปถึงใบหู ผมว่าอาจารย์ต้องใช้ความสุภาพเรียบร้อยปนมาดครูใหญ่ค่อยๆ ปลดปล่อยความกลัวของเขาอย่างระมัดระวังในคลาสเรียนวันพรุ่งนี้เช้าแล้วล่ะครับ" ศรให้คำแนะนำด้วยแววตาซุกซนเ้าเล่ห์ตามปกติ
"ไม่ต้องห่วงหรอกศร ในฐานะผู้สอนวิชารัก อาจารย์เข้าใจดีว่าควรรับมือกับเด็กขี้กลัวอย่างไร ความอ่อนโยนบวกกับการชี้แนะอย่างมีจิตวิทยาและการแตะต้องทางกายแ่เบาจะทำให้เขายอมปลดเปลื้องหน้ากากความกลัวและเปิดรับััสวาทของอาจารย์เองในที่สุด" ผมเปลี่ยนคำแทนสรรพนามตนเองเพื่อสะท้อนความมั่นใจของครูผู้คุมเกมรัก
"โอ้โฮ อาจารย์เดชออกตัวพูดประโยคน้ำเสียงแบบนี้ แสดงว่าเด็กหนุ่มหน้าหวานคนนี้ตกเป็เป้าหมายคลาสสอนพิเศษสลักรักของอาจารย์แน่นอนแล้ว" ศรหัวเราะลั่นชอบใจลุกขึ้นยืนบิดกล้ามเนื้อหน้าท้องแกร่ง "ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวไปจัดการซ่อมแซมโซฟาหนังในห้องเรียนที่สองก่อนนะครับ พอดียามค่ำวานนี้คุณหญิงพิมพ์เธอเสียวซ่านหนักหน่วงจนเกร็งจิกเล็บขูดโซฟาหนังแท้แทบพังไปชิ้นหนึ่ง"
"ไปเถอะศร ตรวจดูระบบแสงไฟในห้องเรียนปฏิบัติที่สามให้เรียบร้อยด้วยล่ะ อย่าให้เกิดข้อผิดพลาด" ผมสั่งการทิ้งทวน
เมื่อศรปิดประตูเดินพ้นห้องทำงานไป ผมหันกลับมาตรวจสอบใบประวัติของพีทอีกครั้ง ความอ่อนใสและใบหน้าหวานประหม่าของเขาจุดประกายราคะลึกซึ้งในใจผม คลาสทฤษฎีการปรับทัศนคติสำหรับพีทในเช้าวันพรุ่งนี้ จะเป็ก้าวแรกในการทดลองััชายเหนือชายที่ร้อนระอุไม่แพ้คลาสของเนเน่
ผมเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ ปล่อยให้ความเงียบงันโอบล้อมกาย สายตามองเข็มนาฬิกาที่เคลื่อนขยับผ่านสี่ทุ่มสิบห้านาที วันพรุ่งนี้เช้าจะเป็จุดเริ่มต้นบทเรียนใหม่ของพีท และวันพรุ่งนี้ค่ำจะเป็บทปฏิบัติจริงขั้นสูงของเนเน่ ช่างเป็ตารางสอนวิชารักที่อัดแน่นและท้าทายจินตนาการยิ่งนัก
"ก๊อก...ก๊อก..."
พลันเสียงประตูด้านนอกดังขึ้นอีกครั้งเบาๆ ใน่ค่ำคืนดึกสงัด ผมสะดุ้งขยับตัวตรง มองผ่านหน้ากระดาษปิดแฟ้ม ลุกขึ้นก้าวไปดึงบานประตูออกแง้มดูช้าๆ ทว่ากลับไม่พบใครยืนอยู่เลย มีเพียงเศษกระดาษแผ่นเล็กๆ แผ่นหนึ่งสอดอยู่ใต้ซอกประตู บนกระดาษเขียนข้อความด้วยลายมือประณีต: "อาจารย์เดชคะ... หนูทนรอถึงคืนวันพรุ่งนี้ไม่ไหวแล้ว พรุ่งนี้เช้าหนูขอพบอาจารย์ก่อนคลาสเรียนได้ไหมคะ? - เนเน่" กลิ่นน้ำหอมรสลูกกวาดอบอวลโชยฟุ้งขึ้นมาจากเศษกระดาษแผ่นเล็กใบนั้น...
ผมหยิบกระดาษแผ่นน้อยขึ้นมาจรดแนบชิดปลายจมูก สูดกลิ่นกายหอมหวานของเนเน่ลึกสุดปอด ความร้อนในกายหนุ่มตอบรับสาส์นลับของศิษย์สาวจนหัวใจเต้นกระตุกรัว ผมกวาดสายตามองไปรอบๆ ทางเดินที่ไร้ผู้คน ความตื่นเต้นที่เธอพยายามก้าวข้ามกฎระเบียบของโรงเรียนกระตุ้นอารมณ์เสือร้ายให้ยิ่งกระหายอยากทดลองสิ่งใหม่ๆ
ผมหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะสอดเศษกระดาษโน้ตสีขาวแผ่นนั้นลงในลิ้นชักโต๊ะทำงานข้างกุญแจทองเหลืองของห้องปฏิบัติการพิเศษ ความเย้ายวนของสตรีอวบอั๋นที่สลัดความอายย่องมาทิ้งรอยรักถึงห้องทำงานช่างเป็เื่ยากที่จะปฏิเสธ พรุ่งนี้เช้าก่อนคลาสของพีท บางทีบทเรียนลับแบบฉับพลันชิมลางอาจจะเปิดฉากขึ้นเร็วกว่ากำหนดเสียแล้ว ผมปิดไฟห้องทำงานแล้วเตรียมพร้อมรับศึกหนักของวันรุ่งขึ้น...