ทะลุมิติไปเป็นพระชายาแพทย์ผู้มากพรสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 133 ลองดู, มีละคร

            ก้นยังนั่งไม่ทันร้อนพ่อค้าหน้าเลือดสมควรตายนี่คิดจะขูดรีดนางอีกแล้ว

            ในใจมู่จื่อหลิงโมโหนัก!

            เหตุใดที่พบพ่อค้าหน้าเลือดผู้นี้นางไม่เคยได้เปรียบเลย

            “เถ้าแก่มู่นี่คือชาดำอี่เย่ [1]ที่ข้าดัดแปลงขึ้นมาโดยเฉพาะ เป็นชาดำที่หอมที่สุด เข้มข้นที่สุดหายากยิ่งนัก หนึ่งพันตำลึงนี่ก็ถือว่าเห็นแก่มิตรภาพอันดีของพวกเรามาคิดให้ท่านปกติไม่ใช่เพียงแค่นี้แน่” เย่จื่อมู่พูดลอยๆ อย่างมีเหตุผลรองรับ

            มู่จื่อหลิงเบ้ปากอย่างอารมณ์เสีย“ชิ! ใครมีมิตรภาพอันดีกับท่านกันแปะทองบนหน้าให้มันน้อยๆ หน่อย”

            คิดแต่ว่าจะขูดรีดนางอยู่ทุกขณะจิตยามนี้มาบอกว่ามีมิตรภาพอันดีกับนาง

            มิตรภาพดียังรีดไถปานนี้? หน้าไม่อายนัก!

            “ก็ใช่น่ะสิจะว่าอย่างไรพวกเราก็หนีการไล่ล่าของหมาป่ามาด้วยกัน จะตรงใดก็ยังนับว่าเป็นมิตรภาพที่ดี”เย่จื่อมู่ลุกขึ้นอย่างสง่างาม ลูบคางอันเกลี้ยงเกลา แสร้งครุ่นคิด พูดอย่างช้าๆ“อืม มิอาจนับว่ามิตรภาพดี อย่างไรก็สามารถนับได้ว่าร่วมทุกข์ร่วมสุข”

            มุมปากมู่จื่อหลิงกระตุกอย่างอับจนคำพูดหน้าผากปรากฏเส้นดำสามเส้นดังตุบๆๆ

            ก่อนหน้านี้ยังมิตรภาพดีอยู่เลยต่อมาก็กลายเป็นร่วมทุกข์ร่วมสุขแล้ว ต่อไปจะไม่เปลี่ยนเป็นร่วมเป็นร่วมตายหรือ?

            ต่อให้หน้าหนาแค่ไหนก็มิได้หนาด้วยวิธีนี้นี่!

            ทว่าวันนี้มาหาพ่อค้าหน้าเลือดผู้นี้เพื่อคิดบัญชีก่อนหน้าให้ชัดเจนแล้วยังต้องให้เขาช่วย มิอาจไหลไปตามเรื่องนี้ได้แล้ว

            มิเช่นนั้นนางจะต้องถูกพ่อค้าหน้าเลือดผู้นี้ยั่วโทสะจนเส้นเลือดสมองแตกเป็นแน่ ดังนั้นจะต้องไม่ให้พูดไร้สาระต่อไปเด็ดขาด

            มู่จื่อหลิงถลึงตาใส่เย่จื่อมู่อย่างขุ่นเคืองบ่นออกมาอย่างอดไม่อยู่ “พ่อค้าหน้าเลือด ท่านบอกสิท่านรับเงินข้าไปแล้ว เหตุใดจึงไม่มีความรับผิดชอบปานนั้นไม่ช่วยจนถึงที่สุด เพราะเหตุใดวันนั้นจึงไปไม่ร่ำลาสักคำ?”

            ยามนี้มั่นใจได้แปดถึงเก้าส่วนว่าเป็นเพราะหลงเซี่ยวอวี่มาหานาง เขาถึงไป

            ส่วนพวกเขาจะพบหรือไม่พบกันนางก็ไม่อยากสนใจแล้ว

            ยามนี้นางมาเพื่อจับผิดกับเรื่องที่เย่จื่อมู่เผ่นโดยไม่ส่งเสียงสักแอะ จะต้องเค้นจนถึงที่สุด

            เย่จื่อมู่แบมืออย่างไร้ความผิดรับคำอย่างเป็นปกติยิ่งนัก “ข้ากลับอยากบอกว่า ผู้ใดก็ไม่รู้นอนหลับราวกับหมูเรียกอย่างไรก็ไม่ตื่น”

            ที่จริงแล้วเขาก็อยากรู้นักว่าเหตุใดวันนั้นเด็กสาวผู้นี้จึงบังเอิญนักหลับได้อย่างร้ายกาจประหนึ่งคนตาย มิน่าเล่าฉีอ๋องจึงได้สูญเสียการควบคุม

            โทสะมู่จื่อหลิงอัดแน่นอยู่ในทรวงอก

            สิ่งใดเรียกว่านางหลับเหมือนหมู?

            ถ้ามิใช่เพราะหมอนี่อยู่ถ้าไม่ใช่เพราะอยากสลัดให้พ้นโดยเร็ว นางจะวางใจไปสกัดยาในระบบซิงเฉินหรือ

            นางกำลังสกัดยาอย่างยากลำบากเจ้าหมอนี่กลับดีนัก เผ่นไปเพียงลำพังไม่ส่งเสียงสักแอะยามนี้กลับพูดพลิกลิ้นว่านางหลับเหมือนหมู เกินไปแล้ว!

            มู่จื่อหลิงค้อนใส่เขาอย่างอารมณ์เสีย“เช่นนั้นเสื้อผ้าดีๆ ของข้าจะขาดวิ่นได้อย่างไร ทั้งยังมีเลือดหมาป่าเต็มตัวเป็นอุบายของท่านหรือไม่?”

            จนถึงตอนนี้นางก็คิดไม่ออกเป็นมือของใครกันแน่ที่ซวย กินอิ่มว่างจนไม่มีอะไรทำ ทำทั้งตัวนางเหมือนได้รับบาดเจ็บจนเกินเยียวยา

            “เลือดหมาป่าอันใด? เถ้าแก่มู่อย่าได้ปรักปรำข้าวันนั้นข้าได้รับบาดเจ็บ เลือดไหลมากเพียงนั้น วิ่งได้ก็โชคดีเหลือแสนแล้วจะยังมีแรงไปฆ่าหมาป่า?” เย่จื่อมู่หน้าไม่แดงใจไม่เต้นพูดด้วยความมั่นอกมั่นใจ

            ล้อเล่นน่ะถ้าให้เด็กสาวผู้นี้รู้ว่าเป็นอุบายของเขา ยังจะไม่พ่นไฟใส่เขาเสียตอนนี้ซักถามเขาจนถึงที่สุดหรือ

            เย่จื่อมู่คิดในใจว่าเรื่องที่เขาทำในวันนั้น ทำให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่น่าเชื่อนั่นเขาจดจำไว้ในใจก็พอแล้ว ต่อให้มีสิ่งเน่าในท้องก็มิอาจพูดออกมา!

            ดวงตามู่จื่อหลิงหรี่ลงน้อยๆในใจปรากฏความสงสัย

            หรือว่าเป็นหลงเซี่ยวอวี่? นั่นยิ่งเป็นไปไม่ได้

            นางยอมเชื่อว่าเป็นการกลั่นแกล้งของพ่อค้าหน้าเลือดที่น่าเชื่อถือไม่ได้ผู้นี้ดีกว่าไปเชื่อว่าหลงเซี่ยวอวี่ที่รักสะอาดขั้นสุดยอดจะว่างไม่มีเรื่องทำจนเอาเลือดหมาป่ามาป้ายตน

            ทว่า ยามนี้ไม่ใช่เวลามาสะสางเรื่องนี้

            มู่จื่อหลิงกัดฟันด้วยความโกรธแค้น“แต่ท่านก็จะทิ้งข้าไว้ในดงสัตว์ป่าเพียงลำพังมิได้หรือว่าท่านไม่กลัวว่าข้าจะตกต้นไม้ถูกหมาป่าคาบไป?”

            “เถ้าแก่มู่ก็ยังสบายดีมิใช่หรือ”เย่จื่อมู่ลุกขึ้น พูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับไม่ใส่ใจ

            เขาลูบคางกวาดสายตาบนตัวมู่จื่อหลิงเสียหนึ่งรอบ “ดูสิ ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนและแขนขาก็มิได้หัก”

            “ใครว่าสบายดีกันใครว่าแขนขาไม่หัก ท่านรู้หรือไม่ว่าข้าแขนหัก และเกือบตายไปแล้ว อีกเพียงนิดเดียวก็ตายแล้ว”ดวงตามู่จื่อหลิงเอ่อคลอไปด้วยหยดน้ำโดยพลัน น้ำเสียงเจือแววสะอื้น

            นางตั้งใจเน้นความด้านหลังในใจมีแผนการไว้แล้ว

            ไม่ว่าเย่จื่อมู่จะช่วยนางด้วยเหตุผลใดทว่า เขาสามารถเสี่ยงอันตรายช่วยชีวิตนางได้ ยินยอมให้ตนเองบาดเจ็บแต่นางไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย

            เช่นนั้น ในใจก็คงจะเป็นห่วงนางอยู่บ้าง?

            ดังนั้น ลองดู?

            หากเป็นเช่นนี้จริง...บางทีอาจจะเข้าใจเย่จื่อมู่ได้บางอย่างจากเรื่องนี้ก็ได้

            ต่อให้ไม่เข้าใจอะไรเลยนางก็ต้องนำสิ่งที่เขารีดไถไปกลับคืนมาอย่างยุติธรรม

            เย่จื่อมู่มุมปากกระตุกเล็กน้อยในใจกลับสงสัย ยายหนูนี่จะใช้อุบายอะไร?

            ใบหน้าของเขาไม่เปลี่ยนสีโบกมือพูดอย่างมั่นใจ “เถ้าแก่มู่อย่าได้ล้อเล่น วันนั้นข้าเห็นคนมาช่วยท่านฝีมือเขาสูงส่งกว่าข้า จะเกิดเรื่องได้อย่างไร”

            “มีคนมาช่วยข้าแต่เขาเพียงพาข้าออกมาจากป่าสายหมอก แล้วก็ทิ้งข้าไว้คนเดียวที่นั่นจากนั้นเขาก็จากไปทิ้งข้าไว้เพียงลำพัง” ใบหน้ามู่จื่อหลิงแสร้งทำเป็นน้อยอกน้อยใจและโดดเดี่ยวในใจก็ยังไม่สบายใจ

            พูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาบริเวณที่อ่อนไหวที่สุดในใจมู่จื่อหลิงก็ยังคงขมปร่าขึ้นมารางๆ ทว่าถูกนางเมินไป

            พวกเขาไม่ได้ระบุชื่อแซ่แต่ต่างฝ่ายต่างรู้ว่าคนที่พูดถึงคือผู้ใด

            บางทีมู่จื่อหลิงอาจจะเสแสร้งได้สมจริงเกินไปบางทีในใจนางอาจจะน้อยใจและโดดเดี่ยวจริงๆ

            เมื่อเห็นมู่จื่อหลิงน้ำตาคลอหน่วยน่าสงสารปานนี้ ก้นบึ้งหัวใจของเย่จื่อมู่ก็บังเกิดความปวดใจ

            ทว่าเขาก็ยังคงไม่ใคร่จะเชื่อ คิ้วเข้มภายใต้หน้ากากขมวดน้อยๆ “ในเมื่อเขาไปช่วยท่านจะยังทิ้งท่านไว้ที่นั่นได้อย่างไร? ข้าไม่เชื่อ”

            คำพูดนี้ของเย่จื่อมู่ก็แสดงว่าดูออกว่ามีละคร!

            ในมุมที่เย่จื่อมู่มองไม่เห็นดวงตามู่จื่อหลิงก็ปรากฏความเจ้าเล่ห์ นางม้วนแขนเสื้อขึ้นมาสูงๆเผยให้เห็นแขนที่ได้รับบาดเจ็บของตน

            “ท่านดูสิข้ามิได้พูดโกหก ตรงนี้ถูกลูกศรแทงทะลุ ถ้ามิใช่เพราะยามนั้นหลบอย่างว่องไวลูกศรคงไม่ถูกแขน แต่ถูกตรงนี้ จากนั้นข้าก็จะตายอยู่ที่นั่นแล้ว”มู่จื่อหลิงสูดจมูกอย่างน่าสงสาร และยกนิ้วชี้ไปที่ตำแหน่งหัวใจ

            นางเกือบจะยกนิ้วโป้งให้ทักษะการแสดงของตนเองเชยชมขนานใหญ่ นางรู้สึกว่าตนเองจะแสดงได้สมจริงเกินไปแล้ว

            เป้าหมายที่มาในวันนี้จะสำเร็จหรือไม่ ต้องดูที่ก้าวนี้แล้ว

            ดวงตามู่จื่อหลิงมองเย่จื่อมู่เป็นเวลานาน

            ไม่ทำให้นางผิดหวังจริงดังคาด

            เย่จื่อมู่เห็นบาดแผลของมู่จื่อหลิงที่ยังมีเลือดซึมออกมาที่ผ้าพันแผลสีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที แขนข้างนั้นแดงไปหมด มองแล้วเสียดแทงนัยน์ตาเขาเป็นพิเศษ

            สายตาเขาจับจ้องไปยังแขนข้างที่ได้รับบาดเจ็บของมู่จื่อหลิงนิ่งราวกับผู้ใดก็มองความหมายในนัยน์ตาของเขาไม่ออก ครู่หนึ่ง เขาถึงพูดอย่างช้าๆ ว่า“เจ็บหรือไม่?”

            แม้เย่จื่อมู่จะสวมหน้ากากอารมณ์บนใบหน้ายังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่มู่จื่อหลิงก็ยังคงจับความผิดปกติในแววตาเฉลียวฉลาดของเขาได้อย่างรวดเร็ว

            เห็นได้ว่าเย่จื่อมู่กำลังเป็นห่วงนางแต่เป็นเพราะเหตุใดกันแน่?

            ในใจมู่จื่อหลิงคิดอย่างไรก็คิดไม่ออก

            แต่ยามนี้นางก็ไม่อาจคิดมากเกินไปได้ อย่างน้อยๆ ก็พิสูจน์ได้ว่าการเจ็บตัวของนางมีประโยชน์

            “ศรหนาเพียงนั้นแขนถูกแทงทะลุ ท่านว่าจะเจ็บหรือไม่เล่า? ข้าต้องให้ท่านดูบาดแผลหรือไม่ท่านจะได้รู้ว่าตอนนั้นข้าเจ็บเพียงใด” มู่จื่อหลิงแสร้งน้อยอกน้อยใจเป็นที่สุดมือก็ทำท่าประกอบราวกับกลัวว่าจะยังไม่พอ เตรียมแกะผ้าพันแผลออก

            เย่จื่อมู่รีบดึงมือที่จะแกะผ้าพันแผลออกของนางไว้สีหน้าเคร่งขรึม “อย่าขยับ พูดมาว่าเกิดอันใดขึ้น?”

            เห็นยายหนูนี่บาดเจ็บเขาปวดใจยิ่งนัก

            ในระหว่างที่ครุ่นคิดเย่จื่อมู่ก็ขมวดคิ้ว แววตามีความสงสัย หรือว่าหลงเซี่ยวอวี่จะทิ้งยายหนูผู้นี้ไว้ที่นั่นจริงๆ? ทำให้นางได้พบกับมือสังหารอีกครั้ง?

            ท่าทางสูญเสียการควบคุมตัวของหลงเซี่ยวอวี่เพราะมู่จื่อหลิงก่อนหน้านี้ทำให้เขาไม่อยากจะเชื่อนัก

            แต่สีแดงทิ่มแทงนัยน์ตานี่ก็บอกเขาว่าหลงเซี่ยวอวี่จะทิ้งนางไว้จริงหรือไม่จริงไม่สำคัญแล้วเพราะหลงเซี่ยวอวี่ไม่ได้ปกป้องมู่จื่อหลิงอย่างแท้จริง ทำให้นางบาดเจ็บ

            ความคิดของฉีอ๋องผู้นั้นทำให้ผู้อื่นเดาไม่ออกจริงๆ

            รู้เช่นนี้แต่แรกเขาคงพานางกลับมาเลย จะยังวางอุบายให้มากมายไปไยกัน ช่างเปล่าประโยชน์โดยแท้

            เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นเย่จื่อมู่จริงจังเช่นนี้ในใจมู่จื่อหลิงก็อึ้งไป

            ทันใดนั้น ในใจนางก็ปรากฏความรู้สึกใช้วิธีนี้หลอกลวงผู้อื่น ไม่ดีอย่างมากใช่หรือไม่?

            ทว่าเมื่อคิดถึงเย่จื่อมู่ที่หนีไปก่อนก็ทำให้นางโมโหจนตายไปครึ่งหนึ่งแล้วยังรีดไถเงินนางไปมากมายเพียงนั้น ในใจมู่จื่อหลิงจึงสงบลงในทันที

            ในเมื่อยามนี้เย่จื่อมู่หลงเชื่อแล้วดูเหมือนจะเป็นห่วงอยู่บ้าง เช่นนั้นก็ควรพูดถึงเป้าหมายที่นางมาในวันนี้ได้แล้ว

            มู่จื่อหลิงหลบเลี่ยงคำถามของเย่จื่อมู่นัยน์ตามีหยาดน้ำคลอหน่วย ถลึงตาใส่เขาอย่างขุ่นเคือง“พ่อค้าหน้าเลือดท่านว่าท่านรับเงินข้าไปมากมายเพียงนั้นแต่มิได้ส่งข้ากลับมาอย่างปลอดภัย ท่านละอายหรือไม่”

            แม้ปากนางจะน้อยเนื้อต่ำใจแต่ในใจกลับลอบยินดีปรีดา ยามนี้มีความมั่นใจถึงเก้าส่วนที่พ่อค้าหน้าเลือดผู้นี้จะช่วยนางไม่เลวจริงๆ

            เย่จื่อมู่รู้สึกตัวขึ้นมาเมื่อครู่นี้ยายหนูนี่กำลังใช้การเจ็บตัวมาเรียกร้องความน่าสงสารตอนนี้เห็นว่าแผนสำเร็จแล้ว จึงเตรียมจะเอาเงินกลับไป?

            ต้องพูดว่าไม้นี้ของนางใช้ได้ผลชะงัด แต่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็จับทางได้

            แต่บาดแผลของนางเป็นของจริงเขาดีใจที่นางใช้บาดแผลนี้มาพูดธุระ อย่างน้อยก็ทำให้ต่อไปเขาไม่ประมาทอีก

            เย่จื่อมู่ลูบศีรษะของมู่จื่อหลิงด้วยรอยยิ้มบางพูดอย่างจนปัญญา “ได้ยินเถ้าแก่มู่พูดเช่นนี้ คิดจะบิดพลิ้วไม่ยกกำไรห้าส่วนของหลิงซั่นถังในอนาคตให้ข้าแล้ว?”

            แม้ปากจะพูดเช่นนี้แต่เขาไม่เชื่อว่ายายหนูนี่สิ้นเปลืองแรงใจเพียงนี้ เพื่อมาเอาเงิน

            จริงดังคาด...

            มู่จื่อหลิงหัวเราะหึๆ อย่างนิสัยไม่ดี“ข้าไม่สนใจ ถ้าท่านไม่ช่วยเหลือข้า ก็คืนเงินข้ากลับมาทั้งหมด”

            มุมปากเย่จื่อมู่กระตุกยายหนูนี่ หางของจิ้งจอกน้อยโผล่ออกมาแล้ว

            เขาส่ายศีรษะอย่างหมดทางเลือกแสร้งลำบากใจ พูดยิ้มๆ “เช่นนั้นเถ้าแก่มู่ต้องการเงินกลับไป หรือต้องการให้ข้าช่วยเหลือกัน?”

            มู่จื่อหลิงแสดงออกอย่างใจกว้างนางโบกมืออย่างองอาจ “เห็นแก่ฐานะที่ท่านรักเงินเพียงนั้น ข้าก็จะใจกว้างสักครั้งไม่เอาเงินกับท่านแล้ว ท่านเพียงแค่ช่วยเหลือข้าก็พอ แล้วก็เป็นอันสิ้นสุด”

            ---------------------------------------------------

            เชิงอรรถ

            [1] ชาดำอี่เย่เป็นชาที่มีชื่อเสียงของจีน

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นพระชายาแพทย์ผู้มากพรสวรรค์ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน