จินหวังเฟย

    เล่ม 2 - ตอนที่ 8 อัดให้เละ


    “ท่านเสนาบดีฝ่ายซ้าย” องครักษ์หนิงเรียกอย่างเป็นห่วงและทำอะไรไม่ถูก จะยื่นมือเข้าไปช่วยก็สองจิตสองใจเหลือเกิน“มาให้ข้าอัดเสียดีๆ” สตรีตัวน้อยยิ้มอย่างพึงพอใจ“เจ้ากล้าอัดข้าอย่างนั้นหรือ ข้าเป็นพี่ชายบุญธรรมของเจ้านะ” โอวหยางไป๋แยกเขี้ยวโต้ตอบกลับมา ร่างกายเริ่มไร้เรี่ยวแรงอย่างที่นางพูด“ทำไมไม่กล้า...ข้ากล้า” นางโต้ตอบกลับสีหน้าท้าทายเพราะยังแค้นเคืองเรื่องในห้องขังที่คุกหลวงไม่หาย“เจ้า!” โอวหยางไป๋เริ่มเข่าอ่อนยวบ“ข้าหรืออุตส่าห์ช่วยพวกท่านทุกวิถีทาง แล้วดูท่านทำกับข้าสิ! กล้าดีอย่างไรเอาชีวิตของข้ามาล้อเล่น” นางชกลมสองสามหมัด ท่าทางแข็งขันยิ่งนัก“เจ้า!”“ท่านล้มนั่งเมื่อไร ข้าจะอัดท่าน!” จางหานเฟิ่งเผยรอยยิ้มชั่วร้าย“ข้าผิดไปแล้ว” จิ้งจอกเจ้าเล่ห์พลิกลิ้นว่องไว ใครกันเล่าอยากจะถูกอัด นี่เขาเป็นถึงเสนาบดีฝ่ายซ้ายผู้ยิ่งใหญ่เชียวนะ เกิดผู้ใดรู้เรื่องนี้เข้า เขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน“ยอมรับออกมาตรงๆ ก็ดี ข้าจะได้อัดท่านได้อย่างสะดวกใจ”คนที่กำลังจะถูกอัดมองจางหานเฟิ่งเป่าหมัดของตัวเอง รอยยิ้มร้ายกาจของนางยังคงปรากฏ และเมื่อเข่าทั้งสองข้างทรุดลงแนบกับพื้นไม้ ร่างโงนเงนเอียงจะล้มลง กำลังภายในสูญสิ้นชั่วครู่ เรี่ยวแรงเหือดหายไป หมัดน้อยๆ ของคนตรงหน้าก็ลอยเข้ามาปะทะโหนกแก้มอย่างจังพลั่ก!“โอ๊ย!”ผัวะ!องครักษ์หนิงถึงกับเบือนใบหน้าหนีภาพนั้นเพราะทนมองไม่ได้ ส่วนตันตันก็กำลังตาโตด้วยความตกใจ และจ้องมองนายของตัวเองอัดเสนาบดีฝ่ายซ้ายแห่งแคว้นจ้าวอย่างไม่ยั้ง“ข้าโมโหมากท่านรู้หรือไม่”“โอ๊ย!”“ข้าจะอัดท่านให้หายแค้น!”“โอ๊ย!”“ท่านทำให้ข้าไม่เชื่อใจท่านอีกต่อไปแล้วรู้หรือไม่” นางอัดไปที่ลำตัวเจ็ดแปดหมัด ดวงหน้าแดงก่ำเพราะการออกแรง นางยังปรานีพี่ชายบุญธรรมอยู่บ้าง ด้วยการอัดที่ใบหน้าเพียงแค่หมัดเดียว เพราะพี่ชายบุญธรรมของนางยังต้องเอาโฉมหน้านี้ไปพบผู้อื่นอยู่อีกโอวหยางไป๋เถียงไม่ออก แต่สิ่งที่เขาทำลงไปนั้นก็สมควรอยู่แล้ว เพื่อความสำเร็จ เขาทำได้ทุกวิถีทาง จะใจอ่อนไม่ได้อย่างเด็ดขาด เขาจึงยอมให้นางอัดให้หายโกรธจางหานเฟิ่งถอยออกมา นางหายใจแรงอยู่ไม่น้อย ดวงตาหงส์ยังสาดประกายคมกล้าเอาเรื่อง แล้วนางก็เป่าปอยผมที่หลุดลุ่ยลงมาปิดใบหน้า“พันตำลึงทอง ท่านเอามาจ่ายเป็นสินน้ำใจให้ท่านผู้เฒ่าฉีด้วย” นางสั่งเสียงเข้ม“ได้ๆ เจ้าอยากได้อะไร ข้าให้เจ้าหมด” โอวหยางไป๋ยอมแพ้หน้าตาบิดเบี้ยวเหยเก สภาพอันองอาจไม่มีให้เห็นในยามนี้“อย่าลืมสิพี่ชาย แม้ท่านจะเป็นเสนาบดีฝ่ายซ้ายแห่งแคว้นจ้าว แต่เมื่อข้าเข้าพิธีสมรสกับท่านอ๋อง ข้าก็จะกลายเป็นชายาเอกในจินอ๋อง ท่านต้องเคารพข้าด้วยซ้ำ” นางวางอำนาจบาตรใหญ่พลางเชิดคางขึ้น ห้ามเอาชีวิตของนางไปล้อเล่นแบบนั้นอีกนะ นางเอาตายแน่“เจ้า!” โอวหยางไป๋แยกเขี้ยวเมื่อถูกข่มขู่“องครักษ์หนิง! แบกพี่ชายของข้าออกไปซะ ข้าไม่อยากเห็นหน้าเขา เดี๋ยวข้าจะนึกอยากอัดเขาเพิ่มอีก” จางหานเฟิ่งสั่งองครักษ์ข้างกายจินเยี่ยหยางหน้าตาเฉย“ดูเหมือนว่าท่านเสนาบดีฝ่ายซ้ายจะทำเรื่องไม่ดีเอาไว้กับว่าที่ชายาเอก” องครักษ์ป้ายทองขั้นหนึ่งย่อตัวเตรียมแบกโอวหยางไป๋ขึ้นบ่าและพาจากไปจางหานเฟิ่งที่เพิ่งจะนั่งบนเก้าอี้ตัวเดิมเทน้ำชาให้กับตัวเอง พอได้ยินเช่นนั้นก็เอ่ยขึ้นเสียงเข้ม“กล้าเอาชีวิตของข้ามาขู่ท่านผู้เฒ่าฉีน่ะสิ ถ้าท่านผู้เฒ่าฉีไม่เอายาถอนพิษใจขาดมาให้ คนที่จะต้องตายก็คือข้า”“เป็นเช่นนี้นี่เอง”โอวหยางไป๋มองหน้าองครักษ์หนิงอย่างออดอ้อน เจ้าเห็นหรือไม่ว่าข้าถูกนางอัดไปตั้งหลายหมัด ที่ใบหน้าก็โดนเช่นกัน ไม่รู้ว่าจะมีรอยฟกช้ำหรือไม่“องครักษ์หนิงพาข้ากลับจวนแล้วช่วยทายาให้ข้าด้วยนะ ข้าเจ็บไปหมดทั่วทั้งกาย”“ท่านทาเองเถอะ” องครักษ์หนิงปฏิเสธทันใด และชำเลืองสายตามองหน้าอย่างเย็นชา“ข้าไม่มีแรง”“เหอะ! อีกสองสามชั่วยามเรี่ยวแรงของท่านก็คืนมาแล้ว” จางหานเฟิ่งสอดขึ้นมาทันใดอย่างหมั่นไส้“เจ้า! นางมารร้าย” โอวหยางไป๋แยกเขี้ยวยิงฟันใส่“พี่ชาย...ท่านอยากถูกอัดเพิ่มใช่หรือไม่” นางชำเลืองสายตามองคมกริบ“ไม่!” โอวหยางไป๋ส่ายหน้าไปมาเท่าที่ทำได้“ท่านอย่าลืม! รีบส่งคนไปจับตัวองค์ชายห้ายวิ๋นเทียนมู่ให้ได้” นางวกกลับมาคุยเรื่องสำคัญหน้าตาเคร่งเครียดต่อ และเติมน้ำชาใส่ถ้วยอีกครั้ง“เจ้าวางใจเถอะ งานนี้จะพลาดไม่ได้อย่างเด็ดขาด!”“ดี หลังจากได้ยาถอนพิษใจขาดมาแล้ว พวกเราก็ส่งพยานและหลักฐานให้กับเชวียนอ๋อง ให้เชวียนอ๋องไปจัดการกับแคว้นเป่ยเอาเอง”“เจ้าเป็นคนที่ข้าไม่อยากมีเรื่องด้วยมากที่สุดรู้หรือไม่”จางหานเฟิ่งฟังแล้วถึงกับเลิกหัวคิ้ว นางเป็นสตรีตัวเล็กๆ ที่ไม่มีแรงจะเชือดไก่ด้วยซ้ำ มาพูดชมนางเช่นนี้ก็ต้องน้อมรับเอาไว้สิ และเมื่อองครักษ์หนิงแบกร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของโอวหยางไป๋ออกไป ร่างที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ก็ลุกขึ้น ยามนี้อยากกลับบ้านแล้ว แต่จิ้นชิงไม่อยู่ ใครจะควบคุมรถม้าให้กัน“ตันตัน เจ้าไปบอกกับหลงจู๊ หาคนมาควบคุมรถม้าให้กับเรา”“ได้เจ้าค่ะ”
    ภายในรถม้าที่กำลังแล่นไปเรื่อยๆ จากถนนหลักเข้าสู่ตรอกไปยังฝั่งตะวันตก มีสองนายบ่าวนั่งอยู่ ข้างกายมีตะกร้าใส่ขนมจากหอสุรากุ้ยฮวาใบหนึ่ง ขณะที่ดวงตาหงส์มองตะกร้านั้น ใบหน้าของนางพราวไปด้วยรอยยิ้มเพราะนึกถึงจางซานหลงขึ้นมา แต่แล้วจู่ๆ รถม้าก็หยุดวิ่ง เกิดเหตุชุลมุนวุ่นวายที่ด้านนอก เมื่อมีคนกลุ่มหนึ่งพุ่งเข้ามาขวางทางรถม้าของจางหานเฟิ่ง“พวกเจ้าเป็นใคร!”“จับตัวสตรีที่อยู่ในรถม้ามาให้ได้!”“พวกเจ้า!”“คุณหนูใหญ่เจ้าคะ!” ตันตันตกอกตกใจจางหานเฟิ่งขยับตัวอย่างว่องไว นางพุ่งออกจากรถม้าไปก่อนแล้วมองสถานการณ์ตรงหน้า คนของหอสุรากุ้ยฮวาที่ควบคุมรถม้าแทนจิ้นชิงเสียชีวิตแล้ว ใจของนางขมวดด้วยความหวาดหวั่นขึ้นมาคนกลุ่มหนึ่งที่มีผ้าปิดบังใบหน้ากำลังต่อสู้กับคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ติดตามอารักขาความปลอดภัยให้กับจางหานเฟิ่งอยู่เงียบๆ ทันใดนั้นนางก็ดึงปิ่นระย้าผีเสื้อล้อวสันต์ออกมาเป็นอาวุธ อีกทั้งสั่งตันตันที่อยู่ในรถม้าเสียงเข้ม“เจ้าอย่าออกมา...อยู่ในรถม้านั่นแหละ!”“เกิดอะไรขึ้นเจ้าคะคุณหนูใหญ่”คุณหนูใหญ่สกุลจางกระโดดลงจากรถม้า ใครโจมตีเข้าใส่นาง นางจะต่อสู้ แต่แล้วจู่ๆ สติก็ดับวูบ ร่างล้มพับใส่ท่อนแขนของคนผู้หนึ่ง ก่อนที่คนผู้นั้นจะอุ้มนางและพานางจากไปด้วยความว่องไว วรยุทธสูงยิ่งกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง เสียงร้องตะโกนโหวกเหวกโวยวายดังขึ้นอยู่ไม่ขาด เป็นเสียงของทหารที่เฝ้าอารักขาให้กับจางหานเฟิ่ง“ว่าที่ชายาเอก! มันพาว่าที่ชายาเอกไปแล้ว!”ตันตันพุ่งออกมาจากรถม้าอย่างรวดเร็ว สาวใช้คนสนิทของจางหานเฟิ่งหน้าถอดสีพลางกวาดตามองหาและตะโกนขึ้นมาเสียงดังลั่น“คุณหนูใหญ่เจ้าคะ! คุณหนูใหญ่!”“ตามไปเร็วเข้า! ตามไปเร็ว!” ทหารที่ต้องอารักขาจางหานเฟิ่งพุ่งไปยังทิศทางเดียวกับที่คนผู้นั้นอุ้มนางจากไปอย่างรวดเร็ว“คุณหนูใหญ่เจ้าคะ! คุณหนูใหญ่!” ตันตันหมุนตัวไปมาอย่างทำอะไรไม่ถูก แต่เมื่อนึกถึงใครบางคนขึ้นมาได้ จึงรีบวิ่งกลับไปยังหอสุรากุ้ยฮวาอย่างเอาเป็นเอาตาย พอก้าวเข้าไปในหอสุรากุ้ยฮวาอีกครั้งด้วยท่าทางกระหืดกระหอบ ตันตันก็เปล่งเสียงถามเสี่ยวเอ้อร์ในทันใด “หลงจู๊...หลงจู๊อยู่ที่ใด”“หลงจู๊หรือ” เสี่ยวเอ้อร์มีหน้าตาเหลอหลาพลางถามกลับ“ถูกต้องแล้ว หลงจู๊อยู่ที่ใด”“หลังร้าน”สาวใช้ของจางหานเฟิ่งพุ่งไปยังหลังร้านฉับพลัน มีเสี่ยวเอ้อร์วิ่งตามมาด้วยความมึนงง พลันตันตันก็เปล่งเสียงขึ้นอย่างสะอึกสะอื้น“หลงจู๊...หลงจู๊...”“อ้าว...” ผู้เฒ่าหันมาเห็นตันตันก็แปลกใจ ทำไมถึงมีท่าทางกระหืดกระหอบเช่นนั้น เพิ่งจะออกไปกับจางหานเฟิ่งไม่ใช่หรือไร“เกิดเรื่องใหญ่แล้วเจ้าค่ะ มีคนร้ายบุกมาระหว่างทางและพาคุณหนูใหญ่ไปแล้วเจ้าค่ะ”“อะไรนะ!” หลงจู๊ตกใจ“มีคนพาคุณหนูใหญ่ไปเจ้าค่ะ มีคนพาคุณหนูใหญ่ไป” ตันตันปล่อยโฮออกมาทันที“เจ้า! ไปทำงานไป!” ผู้เฒ่าโบกมือไล่เสี่ยวเอ้อร์ให้ไปทำงานของตัวเองต่อ“ขอรับ” เสี่ยวเอ้อร์ถอยออกไปด้วยความมึนงง“เล่ามาว่าเกิดอะไรขึ้น”“มีคนร้ายบุกมาระหว่างทางกลับบ้าน...คนของหลงจู๊ที่มาควบคุมรถม้าให้ตายแล้ว” ตันตันเล่าเหตุการณ์ไปพร้อมเสียงสะอึกสะอื้น“ต้องไปบอกท่านอ๋องและท่านเสนาบดีฝ่ายซ้าย!”ผู้เฒ่าขยับตัวเตรียมจะไปสั่งงานคนของตัวเอง แต่ถูกตันตันรั้งเอาไว้เสียก่อน“ท่านอ๋องไม่อยู่ที่เมืองหลวง เห็นว่าต้องไปตรวจตรากองทัพที่นอกเมือง ส่วนท่านเสนาบดีฝ่ายซ้ายนั้นน่าจะอยู่ที่จวน เพราะองครักษ์หนิงเพิ่งจะแบกออกไป”“จริงด้วย ท่านอ๋องไปตรวจตรากองทัพ” หลงจู๊รู้เรื่องนี้อยู่แล้ว จึงมีสีหน้าเคร่งเครียดเพิ่มขึ้นมาอีกสองส่วน“ต้องรีบไปบอกท่านเสนาบดีฝ่ายซ้ายให้รีบตามหาคุณหนูใหญ่!” ตันตันเขย่าแขน“อืม...ข้าจะให้คนไปบอกท่านเสนาบดีฝ่ายซ้ายเดี๋ยวนี้!”


    คล้ายกับเรื่องจินหวังเฟย ที่คุณอ่าน