หลังจากค่ำคืนแห่งความสุขได้ผ่านพ้นไป เอกที่ตื่นเช้าเป็นเรื่องปกติก็ลงมาทำกับข้าวให้เด็กๆ โดยเฉพาะน้ำทิพย์อีกเดี๋ยวก็จะตื่นขึ้นมาแล้วจะเรียกร้องหาของกินก่อนเพื่อนจากเขา
ตึกๆๆ-!
พูดยังไม่ทันขาดคำเสียงวิ่งของยัยตัวแสบก็วิ่งมาหาเขาที่เป็นเรื่องปกติของทุกวัน
“คุณพ่อค่า วันนี้คุณพ่อจะทำอะไรให้น้ำทิพย์กินค่า...” น้ำทิพย์ที่วิ่งลงมาก็กอดเขาและถามเสียงอ้อนเขาเหมือนทุกวันก็ทำให้เอกยิ้มอย่างมีความสุข
“เมื่อคืนน้ำทิพย์กินเค้กเยอะเกินจนท้องเสีย พ่อเลยทำโจ๊กหมูสับให้เราทาน เพราะถ้าน้ำทิพย์ทานของหนักอีกด้วยน้ำทิพย์จะท้องเสียอีกนะคะ” เอกยิ้มและลูบหัวน้ำทิพย์อย่างเอ็นดู
“ค่า น้ำทิพย์เชื่อคุณพ่อเพราะอะไรที่คุณพ่อทำก็อร่อยทั้งนั้นน้ำทิพย์ไม่เรื่องมากหรอก” น้ำทิพย์ยิ้มร่า เมื่อรู้ว่าวันนี้เธอได้กินอะไร
หลังจากที่ไมค์ตื่นขึ้นมาหลังจากได้ยินเสียงวิ่งของน้ำทิพย์ที่มาหาเขาตอนเช้าทุกวัน เอกก็ไล่ให้ทั้งสองไปแปรงฟันแล้วรีบลงมากินโจ๊กที่เขาเตรียมไว้ให้ ทั้งสองที่ได้ยินเอกไล่ให้พวกเธอไปแปรงฟันก็ขานรับแล้วเดินไปล้างหน้าแปรงฟันอย่างยินดี
ในขณะที่ทั้งสามคนกินโจ๊กกันอย่างเอร็ดอร่อยน้ำทิพย์ที่กินเสร็จก่อนใครเพื่อนก็ได้ถามเอกขึ้นมาว่า
“คุณพ่อค่า วันนี้คุณพ่อจะทำอะไรต่อเหรอคะ” น้ำทิพย์ถาม
“วันนี้คุณพ่อจะพาพวกเราไปเล่นที่ป่าหลังสวนเราน้ำทิพย์อยากไปไหมเอ่ย” เอกที่เห็นว่าไหนๆ วันเกิดของพวกเขาทั้งสามก็พึ่งผ่านพ้นไปยังไม่ถึงวันเลยด้วยซ้ำก็เลยคิดจะพาเด็กๆ ไปเที่ยวป่าหลังสวนสักหน่อย เพราะที่ที่เขาจะพาทั้งสองไปมันยังมีอีกหลายๆ ที่ ที่ทั้งสองยังไม่เคยไป
“เย้ๆ ไปเที่ยวๆ น้ำทิพย์อยากไปเที่ยวป่าหลังสวนของพวกเรา” น้ำทิพย์ยิ้มดีใจพร้อมกับนั่งขาแกว่งไปมาอย่างร่าเริง
เอกที่สังเกตเห็นไมค์กินโจ๊กเงียบๆ ก็ได้แต่เอ่ยถาม
“แล้วไมค์ละครับ ไปด้วยกันไหม”
“ไปครับ..” ไมค์พยักหน้าไม่ปฎิเสธถึงเจ้าตัวจะนั่งเงียบๆ แบบนี้แต่ในใจก็ดีใจที่คุณพ่อของตัวเองได้พาทั้งสองไปเที่ยว
เวลาเกือบจะ 9 โมงเช้า เอกก็ได้เตรียมของกินต่างๆ เพราะยังไงรอบนี้เขาจะกลับก็เย็นพอดี เพราะอย่างนั้นเอกเลยเตรียมของในวันนี้เยอะหน่อย
“เที่ยวป่า เที่ยวเขา เราสุขใจ เที่ยวกับคุณพ่อทีไรอิ่มท้องสบายใจทุกที่” เมื่อเอกได้ยินน้ำทิพย์ร้องเพลงออกมาในระหว่างเดินทาง เอกก็ถึงกับต้องกลั้นเสียงหัวเราะของตัวเองอย่างสุดความสามารถ ไม่ใช่แค่เขาเท่านั้นทั้งไมค์และเจ้าคานที่ได้ยินก็ต้องพยายามกลั้นเสียงไม่ให้หัวเราะออกมา
เอกเคยคิดในใจเล่นๆ เพลงที่น้ำทิพย์ร้องออกแต่ละครั้งยังไงก็ต้องเป็นเพลงที่น้ำทิพย์แต่งออกมาเองแน่ๆ และถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ลูกสาวของเขาก็มีพรสวรรค์ในการแต่งเพลงเป็นอย่างมาก และถ้าเธอโตขึ้นเธอยากจะเดินในสายนี้เขาก็จะสนับสนุนอย่างเต็มที่ถ้าเธอชอบ
น้ำทิพย์ที่เลี้ยวหลังมาพอดีก็เห็นทั้งสามทำถ้าแปลกๆ ก็ได้แต่ถามพวกเขาด้วยสีหน้าสงสัย
“ทำไมทั้งสามคนต้องทำหน้าอย่างนั้นด้วยละคะ ทั้งสามคนเป็นอะไร ทุกคนหน้าแดงกันหมดแล้ว” น้ำทิพย์เอียงคอถามอย่างสงสัยอย่างเป็นห่วง
เอกที่ได้ยินคำถามของน้ำทิพย์ ก็พยายามเก็บอาการให้ได้มากที่สุดก่อนจะตอบคำถามของน้ำทิพย์ “อุบ ไม่มีอะไรหรอกน้ำทิพย์แค่พ่อกับพี่ไมค์เจ็บท้องนิดหน่อยเท่านั้น ตอนนี้พ่อหายดีแล้วพวกเรารีบเดินทางกันเถอะ”
“อืมๆ งั้นพวกเรารีบไปกันเถอะ” น้ำทิพย์ที่ไม่สงสัยในคำพูดของพ่อเธอก็ได้แต่พยักหน้าเข้าใจแล้วเดินต่อ
“เดี๋ยวก่อนน้ำทิพย์อย่าพึ่งไป เดี๋ยวพ่อจะพาพวกเราไปที่แห่งหนึ่งก่อนรับรองที่นั่นก็สวยไม่แพ้กันเลยนะ” เอกกล่าว
“เอ๋ จริงเหรอครับ” ไมค์ที่ไม่คิดว่าจะมีที่ ที่สวนพอๆ กับน้ำตกที่เอกพาก็รู้สึกสนใจขึ้นมาทันที
“จริงสิ แต่รอบนี้ที่เราไปคงจะถูกใจน้ำทิพย์มากกว่านะ” เอกกล่าวกับลูกชายยิ้มๆ ใช่แล้วเพราะที่ที่เขาจะพาไปเป็นที่ใฝ่ฝันของผู้หญิงหลายๆ คนที่ต้องการมาให้ได้สักครั้งแต่โชคร้ายที่พวกเธอไม่มีทางรู้ได้เลยว่าสถานที่สวยงามเช่นนี้กับไม่ถูกเปิดเผยให้ใครได้เข้าไปมาก่อนและตัวเขาก็ไม่คิดจะบอกคนนอกให้ใครรู้เหมือนกัน ทำไมเขาต้องบอกให้คนอื่นรู้ด้วยละในเมื่อเขาต้องการเก็บให้คนสำคัญเท่านั้นที่จะสามารถรับรู้ที่แห่งนี้ได้
“ถ้าอย่างนั้นคุณพ่อรีบๆ พาน้ำทิพย์ไปสิคะ น้ำทิพย์อยากเห็นแล้วว่าที่นั่นจะสวยอย่างที่คุณพ่อบอกรึเปล่า” น้ำทิพย์จับแขนเอกแกว่งไปแกว่งมาเรียกร้องให้พ่อของเธอพาไปเร็วๆ
เดินมาได้สักพักเขาก็เห็นหมีสองตัวนอนขวางทางเดินอยู่นั้นก็ได้ลุกขึ้นยืนทันที
“เอ๋ ทำไมถึงมีคุณหมีเหมือนคุณหมีที่นี่ด้วยละคะ” คราวนี้น้ำทิพย์ไม่ได้หวาดกลัวเหมือนคราวที่แล้ว เพราะด้วยความที่อยู่กับเจ้าคานบ่อยทำให้เธอหมดความกลัวต่อเผ่าพันธุ์นี้ไปจนหมด
“โฮกกก พวกเจ้าหลีกทางไปซะ นายน้อยจะเดินไปที่แห่งนั้น” คานที่เห็นลูกน้องของตัวเองนอนขวางทางนายของมันอยู่ก็ได้ตะโกนคำรามใส่
“โฮกกกx2” หมีทั้งสองตัวที่นอนขว้างทางอยู่นั้นก็ได้เปิดทางให้กับเอกง่ายๆ ถึงเจ้าคานไม่บอกทั้งสองก็จะเปิดทางให้เอกอยู่แล้ว ในเมื่อเอกเป็นนายของคานนั้นก็เท่ากับเอกเป็นนายใหญ่ของพวกมันเช่นกัน
“พวกแกเดี๋ยวก่อน” ก่อนที่ทั้งสองตัวจะจากไปเอกก็เรียกพวกมันซะก่อน
“โฮก...” หมีสองตัวที่กำลังจะเดินไปก็หยุดลงแล้วหันหน้ามามองเอกอย่างสงสัย
“ไม่ต้องมาทำหน้าสงสัย ฉันจะถามพวกแกว่าสนใจจะไปเดินเล่นกับพวกเราไหม” เอกจ้องมองหมีสองตัวแล้วรอคำตอบอย่างใจเย็น
“พวกเราไปได้ด้วยเหรอครับ/ค่ะ” คู่ผัวเมียหมีทั้งสองกล่าวถามเอก
เอกที่รู้อยู่แล้วว่าหมีสองตัวนี้มันเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกับเจ้าคานก็ไม่ได้แปลกใจ แต่ดูเหมือนเด็กน้อยทั้งสองจะตกใจพอสมควรที่ทั้งสองได้เห็นคุณหมีที่พูดได้เหมือนเจ้าคานแล้ว
“ว้าว พี่ไมค์มีคุณหมีที่พูดได้เหมือนพี่คานด้วยละ” น้ำทิพย์กล่าวกับไมค์อย่างตื่นเต้น ส่วนไมค์ที่ไม่ได้พูดอะไรก็ได้แต่จ้องมองทั้งสองตัวอย่างสนใจแทน
“ได้สิ ถ้าอยากจะเดินเที่ยวกับพวกเราก็ตามมา” เอกพยักหน้าอนุญาตให้พวกมันตามมาได้
“โฮกกกx2 พวกเราดีใจจังได้เดินกับนายน้อยด้วยแหละ” คู่ผัวเมียหมีดูเหมือนจะดีใจที่ได้ติดตามครอบครัวของเอกไปด้วย
เมื่อทั้งสามคน และหมีอีกสามตัว เดินมาถึงสถานที่ ที่เอกบอกน้ำทิพย์เป็นคนแรกที่ตาโตและรีบวิ่งไปดูทันที
“ว้าว...สุดยอดดดด ที่นี่มีแต่ดอกไม้เต็มไปหมดเลย” ใช่แล้วสิ่งที่น้ำทิพย์เห็นก็คือทุ่งดอกไม้ที่ยาวสุดลูกหูลูกตานั้นเองถ้าให้เทียบก็กว้างพอๆ กับสนามฟุตบอลโลก 20 สนามได้ และที่นี่ไม่ใช่ทุ่งดอกไม้ธรรมดา เพราะทุกดอกนั้นเป็นดอกไม้ที่เอาไว้สำหรับปรุงยาทั้งนั้นไม่แปลกใจเลยทำไมหมีคู่ผัวเมียคู่นี้ถึงได้นอนเฝ้าทางนี้ไว้เพราะที่นี่มันเป็นสมบัติล้ำค่านั้นเอง ถึงตัวเขาจะมาตอนเด็กๆ แล้วก็จริงแต่ตัวเขาจำไม่ได้แล้วว่ามันมีดอกอะไรบ้างจำได้อย่างเดียวว่าที่นั่นเป็นสวนดอกไม้ที่สวยงามมากๆ
“คานและทั้งสองช่วยดูแลเด็กๆ แทนฉันสักแป๊บหนึ่งนะ ฉันจะไปดูดอกไม้เอาไว้ทำยาสักหน่อย”
“โฮก..ได้ครับ/ค่ะ”
จากนั้นไม่นานเอกก็เก็บดอกไม้ 2 ดอกต่อหนึ่งชนิด
“นี้มันดอกกุหลาบแสงจันทร์ ดอกไม้หายากที่สามารถนำไปปรุงยาแก้โรคโรหิตจางให้ขาดเพียงแค่เม็ดเดียว และถ้าเราเข้าประมูลละก็คงจะได้ไม่ต่ำกว่าร้อยล้านแน่ๆ” เอกที่เดินเก็บดอกไม้ไปพลางๆ ก็รู้สึกตกใจที่ดอกไม้พวกนี้เป็นของล้ำค่าสุดๆ เพียงแค่ดอกเดียวของที่นี่อาจจะสามารถทำสงครามกันได้เลย
“นี่มันอะไร” เอกที่เดินมาสักพักก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายพลังเอกภพจำนวนมหาศาลตรงหน้าเขา สิ่งที่เอกเห็นก็เป็นถ้ำ ทั่วๆ ไป ไม่ได้มีอะไรน่าสนใจแต่ทำไมถึงได้มีพลังเอกภพหนาแน่นเช่นนี้
ติ้ง-!
“คุณกำลังเข้าสู่ดันเจี้ยน ระดับ 1”
“ยืนยันที่จะเข้าสู่ดันเจี้ยน YES/No”
เอกถึงกลับสะดุ้ง เขาไม่แปลกใจที่นี่จะมีดันเจี้ยน แต่ที่เขาตกใจจริงๆ ก็คือ ระบบ ทำไมเขาถึงมีระบบ มันเกิดอะไรขึ้นการที่เขาจะได้ระบบมาต้องไปที่สมาคมนักผจญภัยและโบสถ์ศาสนจักร ไม่ใช่รึไง แล้วทำไมมันถึงปรากฏอยู่ตรงหน้าเขาได้
แต่เมื่อเขากด No และออกห่างจากดันเจี้ยน และเรียกระบบ อีกครั้งก็ไม่เห็นมีการตอบสนองอะไรทั้งสิ้น เอกรู้สึกแปลกประหลาดเป็นอย่างมาก เขาเชื่อว่าเขาไม่ได้ตาฝาดในสิ่งที่เห็นอย่างแน่นอน
ในเมื่อเอกรู้สึกสงสัยแต่เขาก็ไม่คิดทำอะไรวู่วาม เพราะดันเจี้ยนแห่งนี้ไม่รู้ว่ามีอะไรบ้าง เพราะฉะนั้นเขาต้องเก็บเรื่องนี้ไว้ก่อน
“ระบบ ที่เราเห็นมันคืออะไรกันแน่ เราไม่เชื่อว่ามันเป็นโฮโลแกรมที่สร้างขึ้นมา เพราะไม่มีใครที่ไหนมาสร้างโฮโลแกรมไว้ที่นี่ได้แน่ๆ ครอบครัวของเรายิ่งแล้วใหญ่พวกเค้าคงไม่มีเวลามาทำเรื่องไร้สาระอย่างการสร้างโฮโลแกรมไว้ที่นี่อย่างแน่นอน” เอกเดินกลับมาหาเด็กๆ ด้วยสีหน้าคบคิดอยู่ภายใน