ลิขิตเลือด พันธการหลานสาว

    EP. 29: น้ำตาแห่งพงไพร

    คาอินปิดประตูลงอย่างช้าๆ เสียงไม้ที่กระทบกับวงกบดังก้องในความเงียบราวกับเสียงค้อนของผู้พิพากษา เขายืนนิ่งอยู่ตรงนั้นเป็นเวลานาน แผ่นหลังที่เคยตั้งตรงและสง่างาม บัดนี้กลับดูหนักอึ้งราวกับกำลังแบกรับน้ำหนักของโลกทั้งใบไว้ ในมือของเขาคือขวดแก้วคริสตัลขนาดเล็กที่บรรจุของเหลวสีเขียวมรกต มันส่องประกายเรืองรองอย่างน่าประหลาด แสงสีเขียวที่สั่นไหวอยู่ภายในนั้นราวกับมีชีวิตและหัวใจเป็นของตัวเอง... น้ำตาแห่งพงไพร...ชื่อของมันช่างงดงาม แต่สิ่งที่มันจะนำมานั้นอาจเป็นได้ทั้งพรวิเศษและคำสาปอันเลวร้าย

     

    เอลาร่านั่งอยู่บนเตียง เธอรวบผ้าห่มขึ้นมาพันกายจนมิดชิดยิ่งกว่าเดิม หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความสับสน ความอยากรู้ และความหวาดหวั่นเล็กๆ เธอมองตามแผ่นหลังของคาอิน ไม่กล้าที่จะเอ่ยคำใดออกไปเพื่อทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดนี้ เธอรู้ว่าการตัดสินใจครั้งสำคัญกำลังจะเกิดขึ้น และมันเป็นการตัดสินใจที่เกี่ยวกับตัวเธอโดยตรง

     

    ในที่สุด คาอินก็หันกลับมา ใบหน้าของเขาเรียบเฉยจนอ่านความรู้สึกไม่ออก แต่ดวงตาสีเลือดคู่นั้นกลับฉายแววของความขัดแย้งอย่างรุนแรง มันคือสงครามระหว่างเหตุผลและความรู้สึก...ระหว่างความจำเป็นและความกลัว

     

    "อิซาเบลล่าบอกว่า...สิ่งนี้จะช่วยปลุกพลังในตัวเจ้าให้ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์" เขากล่าวเสียงเรียบ พลางเดินเข้ามาหาเธอช้าๆ แล้วยื่นขวดแก้วนั้นให้

    เอลาร่ารับมันมาอย่างลังเล ขวดแก้วในมือเธอเย็นเฉียบ แต่ของเหลวข้างในกลับให้ความรู้สึกอุ่นอย่างน่าประหลาด เธอมองลึกลงไปในประกายสีเขียวนั้น และรู้สึกราวกับได้ยินเสียงกระซิบของใบไม้และเสียงไหลรินของสายน้ำดังแว่วมาจากที่ไกลๆ มันคือเสียงเรียกจากสายเลือดอีกครึ่งหนึ่งของเธอ...สายเลือดที่เธอไม่เคยรู้จักและไม่เคยเข้าใจ

     

    "ท่าน...เชื่อใจนางหรือคะ?" เอลาร่าถามขึ้นเบาๆ เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับคาอิน "อิซาเบลล่า...นางอาจจะวางยาพิษหรือทำอะไรไม่ดีกับมันก็ได้"

     

    คาอินส่ายหน้าช้าๆ "นางไม่ใช่คนที่จะใช้วิธีตื้นๆ แบบนั้น" เขากล่าว "นางเป็นพวกที่ชอบดูละคร...ชอบเห็นความขัดแย้งและความวุ่นวาย การมอบพลังให้เจ้าคือการเพิ่มตัวแปรที่คาดเดาไม่ได้เข้ามาใน 'เกม' ของนาง มันจะทำให้เรื่องสนุกขึ้นสำหรับนาง...แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ข้ากังวล"

     

    "แล้วท่านกังวลอะไรหรือคะ?"

     

    คาอินทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ เธอ บนใบหน้าของแวมไพร์โบราณผู้ไม่เคยเกรงกลัวสิ่งใดปรากฏร่องรอยของความเปราะบางขึ้นเป็นครั้งแรก "ข้ากังวล...ว่าเมื่อเจ้าแข็งแกร่งขึ้น...เมื่อเจ้าควบคุมพลังของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์...เจ้าอาจจะไม่ต้องการข้าอีกต่อไป"

     

    คำสารภาพที่ตรงไปตรงมานั้นทำให้หัวใจของเอลาร่ากระตุกวูบ เธอวางขวดแก้วลงบนเตียงแล้วยื่นมือทั้งสองข้างไปกุมมือที่เย็นเฉียบของเขาไว้แน่น

     

    "ไม่ว่าหนูจะแข็งแกร่งขึ้นแค่ไหน...ไม่ว่าหนูจะมีพลังมากเพียงใด...หนูก็ยังต้องการท่านเสมอ คาอิน" เธอกล่าวอย่างหนักแน่น จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาเพื่อสื่อให้เห็นถึงความจริงใจ "ท่านคือคนแรกที่ทำให้หนูรู้สึกปลอดภัย...คือคนแรกที่ทำให้หนูรู้จักความรัก...และคือคนแรกที่ทำให้หนูเป็น 'ของใครสักคน' อย่างแท้จริง พลังที่เพิ่มขึ้นมา...มันไม่ได้เปลี่ยนความจริงข้อนั้นไปได้เลย"

     

    เธอโน้มตัวเข้าไปใกล้ "ตรงกันข้าม...หนูต้องการพลังนี้...เพื่อที่จะได้ยืนเคียงข้างท่าน...เพื่อที่จะได้ปกป้องท่าน...เหมือนที่ท่านปกป้องหนูมาตลอด หนูไม่อยากเป็นแค่ภาระที่ท่านต้องคอยดูแลอีกต่อไปแล้ว"

     

    คำพูดของเธอราวกับน้ำทิพย์ที่ชโลมลงบนหัวใจที่แห้งผากของคาอิน กำแพงแห่งความกลัวที่เขาสร้างขึ้นเริ่มพังทลายลง เขายกมือขึ้นลูบแก้มของเธออย่างแผ่วเบา "เจ้าไม่เคยเป็นภาระสำหรับข้าเลย เอลาร่า...เจ้าคือเหตุผลที่ทำให้ข้าอยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไป"

     

    เขาก้มลงจูบเธออย่างนุ่มนวลและลึกซึ้ง มันคือจูบที่เต็มไปด้วยความเชื่อใจและความไว้วางใจซึ่งกันและกัน เมื่อเขาถอนจูบออก แววตาของเขาก็กลับมาแน่วแน่อีกครั้ง

     

    "ดื่มมันซะ" เขากล่าว "ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น...ข้าจะอยู่ตรงนี้...ข้างๆ เจ้าเสมอ"

     

    เอลาร่าพยักหน้ารับอย่างแน่วแน่ เธอหยิบขวดแก้วขึ้นมาอีกครั้ง เปิดจุกไม้ออกอย่างไม่ลังเล กลิ่นหอมสดชื่นของป่าเขาลอยออกมาแตะจมูกทันที มันคือกลิ่นของดินชื้น มอส และดอกไม้ป่าที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะยกขวดขึ้นจรดริมฝีปากและดื่มของเหลวสีเขียวมรกตนั้นรวดเดียวจนหมด

     

    วินาทีแรก...ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

     

    แต่แล้ว...วินาทีต่อมา...ความร้อนระอุราวกับไฟก็แผ่ซ่านจากช่องท้องของเธอไปทั่วทุกอณูของร่างกายอย่างรวดเร็ว!

     

    "อ๊า!" เอลาร่าร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เธอรู้สึกเหมือนร่างกายของเธอกำลังจะฉีกออกเป็นชิ้นๆ เส้นเลือดทุกเส้นในร่างกายปวดแปลบราวกับมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง ผิวหนังของเธอร้อนจัดจนแทบจะลุกเป็นไฟ เธอล้มตัวลงนอนดิ้นทุรนทุรายอยู่บนเตียงด้วยความทรมาน

     

    "เอลาร่า!" คาอินร้องออกมาด้วยความตกใจ เขาพุ่งเข้าไปประคองร่างของเธอไว้ในอ้อมแขน "เกิดอะไรขึ้น! อิซาเบลล่า! นางหลอกข้า!"

     

    แต่เอลาร่ากลับส่ายหน้าไปมาทั้งที่ยังเจ็บปวด "ไม่...ไม่ใช่ยาพิษ...มันคือ...พลัง..." เธอพูดเสียงขาดห้วง "มันกำลัง...ฉีกร่างเก่าของหนู...เพื่อสร้างร่างใหม่!"

     

    ทันใดนั้นเอง...แสงสีเขียวมรกตก็ระเบิดออกมาจากร่างของเธอ สว่างจ้าจนคาอินต้องหรี่ตาลง เขารู้สึกได้ถึงพลังมหาศาลที่กำลังก่อตัวขึ้นในร่างของเด็กสาว...พลังแห่งธรรมชาติ...พลังแห่งชีวิต...พลังของเผ่าพันธุ์เอลฟ์โบราณ รอยสักรูปเถาวัลย์ที่เคยจางๆ อยู่บนแผ่นหลังของเธอ บัดนี้กลับส่องสว่างและเลื้อยพันไปทั่วทั้งร่างกายของเธอราวกับมีชีวิต ใบหูของเธอค่อยๆ ยาวและแหลมขึ้นเล็กน้อยจนเห็นได้ชัด ดวงตาของเธอที่เคยเป็นสีน้ำตาลเข้ม บัดนี้กลับกลายเป็นสีเขียวมรกตสดใสราวกับอัญมณีล้ำค่า

     

    ความเจ็บปวดของเธอยังคงไม่ลดลง ร่างกายของเธอกระตุกอย่างรุนแรงและกรีดร้องออกมาอย่างต่อเนื่อง คาอินทำอะไรไม่ถูก เขาทำได้เพียงแค่กอดเธอไว้ให้แน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ พยายามใช้ความเย็นจากร่างกายของเขาเพื่อบรรเทาความร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ

     

    "ข้าจะช่วยเจ้าเอง!" เขากล่าวอย่างสิ้นหวัง ก่อนจะตัดสินใจทำในสิ่งที่เสี่ยงที่สุด...เขาฝังเขี้ยวลงบนลำคอของเธออีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้ดูดเลือดของเธอ...เขาทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม...เขาถ่ายทอดเลือดและพลังของแวมไพร์โบราณของเขาเข้าไปในร่างของเธอ!

     

    มันคือการเดิมพันที่อันตรายที่สุด พลังของสองเผ่าพันธุ์ที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้วอาจจะขัดแย้งกันและทำลายร่างของเธอให้แหลกสลายไปเลยก็ได้ แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว

     

    เมื่อเลือดของแวมไพร์ไหลเข้าสู่ร่างของเอลฟ์ ปฏิกิริยาที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิมก็บังเกิดขึ้น! แสงสีเขียวมรกตและแสงสีเลือดแดงฉานปะทะกันอย่างรุนแรงภายในร่างของเธอ ทำให้เธอกรีดร้องออกมาดังกว่าครั้งไหนๆ ร่างของเธอสั่นสะท้านอย่างบ้าคลั่งราวกับจะระเบิดออกได้ทุกเมื่อ

     

    คาอินกัดฟันแน่น เขาไม่ยอมถอนเขี้ยวออก เขายังคงถ่ายทอดพลังของเขาเข้าไปอย่างต่อเนื่องด้วยความหวังว่ามันจะช่วยควบคุมพลังที่คลุ้มคลั่งของเธอได้ เขากระซิบข้างหูเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า "สู้สิ เอลาร่า...อย่า ยอมแพ้...ข้าอยู่ตรงนี้...ข้ารักเจ้า..."

     

    ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ แต่ในที่สุด...ความบ้าคลั่งก็เริ่มสงบลง แสงทั้งสองสีที่เคยปะทะกัน เริ่มหลอมรวมเข้าด้วยกันกลายเป็นแสงสีทองอร่ามที่อบอุ่นและทรงพลัง ร่างกายของเอลาร่าหยุดสั่นสะท้าน เสียงกรีดร้องของเธอเปลี่ยนเป็นเสียงหอบหายใจที่อ่อนแรง

     

    คาอินถอนเขี้ยวออกอย่างช้าๆ เขามองดูผลงานของตัวเองด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ร่างของเอลาร่าที่อยู่ในอ้อมแขนของเขายังคงเหมือนเดิม...แต่ก็ไม่เหมือนเดิม ผิวของเธอยังคงขาวเนียน แต่กลับดูเปล่งปลั่งและมีชีวิตชีวามากขึ้น ดวงตาสีเขียวมรกตของเธอส่องประกายแห่งสติปัญญาและความรู้โบราณที่เธอไม่เคยมีมาก่อน และที่สำคัญที่สุด...เธอรับรู้ได้ถึงพลังมหาศาลที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย...พลังที่ผสมผสานระหว่างความแข็งแกร่งและความเร็วของแวมไพร์...และความสามารถในการเชื่อมต่อกับธรรมชาติของเอลฟ์

     

    เธอค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างช้าๆ ความเจ็บปวดทั้งหมดหายไปแล้ว เหลือเพียงความรู้สึกของการเกิดใหม่ที่เปี่ยมไปด้วยพลัง เธอยกมือขึ้นมอง...รอยสักรูปเถาวัลย์บนแขนของเธอเรืองแสงสีทองจางๆ เธอหลับตาลงและลองเพ่งสมาธิ...ทันใดนั้น...เถาวัลย์เล็กๆ ก็งอกออกมาจากพื้นห้องและเลื้อยขึ้นมาพันรอบข้อมือของเธออย่างอ่อนโยนราวกับสัตว์เลี้ยงที่เชื่องเชื่อ

     

    เธอทำได้...เธอควบคุมมันได้!

     

    เอลาร่าลืมตาขึ้นและหันไปมองคาอินด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุขและความขอบคุณ แต่แล้วรอยยิ้มของเธอก็ต้องจางลง เมื่อเธอเห็นสภาพของเขา...ใบหน้าของคาอินซีดเซียวยิ่งกว่าปกติ ริมฝีปากของเขาแห้งผากและมีเลือดซึมออกมาเล็กน้อย เขากำลังหอบหายใจอย่างหนักหน่วง...การถ่ายทอดพลังเมื่อครู่นี้ได้สูบเอาพลังชีวิตของเขาไปมหาศาล

     

    "คาอิน! ท่าน!" เธอร้องออกมาด้วยความตกใจ

     

    "ข้า...ไม่เป็นไร..." เขาพูดเสียงแผ่ว พยายามจะฝืนยิ้ม "แค่...พักสักหน่อย...ก็คงจะดีขึ้น"

     

    พูดไม่ทันขาดคำ ร่างของแวมไพร์โบราณผู้ยิ่งใหญ่ก็เอนเอียงและกำลังจะล้มลง!

     

    "คาอิน!" เอลาร่าพุ่งเข้าไปรับร่างของเขาไว้ได้ทันเวลาพอดี ร่างที่เคยแข็งแกร่งและเป็นที่พึ่งของเธอเสมอ บัดนี้กลับอ่อนปวกเปียกและหนักอึ้งอยู่ในอ้อมแขนของเธอเป็นครั้งแรก...สถานการณ์ได้พลิกกลับตาลปัตรอย่างสิ้นเชิง...ตอนนี้...ถึงตาเธอแล้ว...ที่จะต้องเป็นคนปกป้องเขา