เช้าวันต่อมาปารมีก็อาบน้ำแต่งตัวมาโรงเรียนตามปกติ ขณะที่เธอกำลังจะเดินไปยังห้องพักครู เธอก็พบกับจอมทัพที่สะพายกระเป๋าเดินอยู่ข้างหน้าเธอ เธอจึงเดินตรงดิ่งไปทักจอมทัพอย่างร่าเริง
“ไง— เป็ไงบ้าง”
จอมทัพสะดุ้ง หลุดออกจากภวังค์ความคิด เขารู้สึกได้ถึงมือเล็กแตะบ่าเขา พร้อมกับน้ำเสียงอันคุ้นเคย เมื่อเขาหันมาก็พบกับปารมียืนยิ้มให้เขาตาหยี
เขาเห็นดังนั้นอยู่ ๆ ก็รู้สึกหัวใจเต้นแรงขึ้นมา พร้อมกับใบหน้าร้อนผ่าว จนต้องเบือนหน้าหนีปารมี
‘กะ....ใกล้ ไปแล้ว’
ปารมีเมื่อเห็นว่าจอมทัพดูหน้าแดง ๆ เธอก็รู้สึกเป็ห่วงเลยถามไป
“เธอไม่สบายเหรอจอมทัพ...ดูหน้าแดง ๆ นะ”
ไม่พูดเปล่าปารมีนั้นก็ชะโงกไปมองหน้าจอมทัพด้วยสีหน้าเป็ห่วง จอมทัพที่เห็นท่าทางนั้นเขาเริ่มรู้สึกจะทนไม่ไหว เพราะหัวใจเขาอยู่ ๆ มันก็เต้นเร็วอย่างไม่มีสาเหตุ เขาจึงกระเด้งตัวออกห่างปารมีอย่างลืมตัว จนทำให้ปารมีถึงกับงงกับท่าทีของเขา
“มะ— ไม่เป็...ไร.......ครับ”
น้ำเสียงตะกุกตะกักของจอมทัพยิ่งทำให้ปารมียิ่งงงเข้าไปใหญ่ เธอได้ยินข่าวลือในโรงเรียนว่าจอมทัพนั้นเป็หนุ่มป๊อบ สาว ๆ รุมล้อมอยู่ตลอด แต่ไหงถึงได้ทำท่าทางราวกับหนุ่มน้อยผู้ไม่ประสีประสากับความรักไปได้
“งั้นเหรอ....ว่าแต่เป็ไง...ได้คุยกับน้าเธอหรือยัง เมื่อวานครูแนะนำเขาให้พูดคุยกับเธอบ้าง และดูเหมือนว่าเขาก็จะเข้าใจ...เหมือนจะทำตามที่ครูแนะนำ แล้วเป็ไง”
ปารมีเอ่ยถามจอมทัพด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม จอมทัพเมื่อได้ยินดังนั้นเขาก็มีท่าทีที่เ็าขึ้นพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าแววตานั้นกลับแฝงไปด้วยความน้อยใจ
“เขาไม่อยู่ครับ ไปต่างประเทศ อีกอาทิตย์กลับ”
ปารมีได้ยินดังนั้นก็ใ และเมื่อเห็นท่าทีของจอมทัพแล้วเธอก็รับรู้ได้ทันทีว่าตอนนี้จอมทัพนั้นรู้สึกโดดเดี่ยว และน้อยใจเป็อย่างมาก แต่ไม่แสดงออก
เธอจึงคิดหาวิธีที่จะช่วยให้จอมทัพนั้นไม่รู้สึกเหงา จากนั้นก็มีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของปารมี เธอยิ้มกริ่ม จนทำให้จอมทัพที่มีท่าทีเ็าก่อนหน้าถึงกับขนลุกวาบกับรอยยิ้มของอาจารย์แนะแนวสาวคนนี้
“อีกสองอาทิตย์ก็จะสอบกลางภาคแล้วใช่มั้ย...ถ้างั้น เรามาติวหนังสือกัน!”
เมื่อได้ยินดังนั้น จอมทัพก็ถึงกับอึ้ง และทำอะไรไม่ถูกไปพักหนึ่ง ทำได้แต่เอ่ยคำสั้น ๆ
“คะ— ครับ”
“โอเค...งั้นตกลงตามนี้ เสาร์อาทิตย์นี้เรามาติวหนังสือกัน ส่วนคนติวนั้นเดี๋ยวครูหาเอง”
ปารมีเอ่ยขึ้นอย่างดีใจ ก่อนที่จะขอตัวไปห้องพักครูพร้อมกับฮัมเพลงไปอย่างอารมณ์ดี จอมทัพที่เห็นดังนั้นเขาก็เริ่มยิ้มออกมา แววตาที่เขามองไปที่ปารมีอ่อนลง
-------------------
หลังเลิกเรียน—
ณ ห้องแนะแนวที่เป็ห้องทำงานหลัก ๆ ของปารมี ก่อนหน้านี้เธอจะไป ๆ มา ๆ ระหว่างห้องพักครูและห้องแนะแนว แต่เธอคิดว่าไหน ๆ ก็ไหน ๆ เธอก็เอาห้องแนะแนวเป็ห้องพักครูไปเลยดีกว่า ทั้งกว้างกว่า และเป็ส่วนตัวกว่าด้วย
ที่โซฟารับแขกในห้องแนะแนวนั้นมีคนคุ้นหน้าคุ้นตาจอมทัพเต็มไปหมด จะเหลือก็แต่นักเรียนชายคนหนึ่งที่ใส่แว่นดูคงแก่เรียน ที่เขาไม่รู้จักนั่งอยู่ตรงข้ามเขา
ทันใดนั้นปารมีก็เดินเข้ามาด้วยท่าทีที่เหนื่อยอ่อน เนื่องจากเพิ่งเสร็จจากการประชุมครูมา
“โอ๊ย— จะเป็ลม”
“หืม— อาจารย์จะเป็ลมหรอครับ เอายาดมมั้ยครับผมมี”
โกมินทร์ที่เห็นว่าปารมีนั้นบ่นจะเป็ลม เขาก็ทำท่ากระตือร้นจะหยิบยาดมมาให้ปารมีทันที
“ไม่ต้อง ๆ ครูแค่บ่นเฉย ๆ ไม่เป็ไร ขอบใจนะโกมินทร์”
“ครับ”
ปารมีเอ่ยขอบคุณพร้อมกับยิ้มไปให้โกมินทร์ ส่วนโกมินทร์นั้นก็มีสีหน้าอารมณ์ดี จนจอมทัพที่เห็นนั้นรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก และเขาไม่ชอบหน้าไอ้คนที่ชื่อโกมินทร์นั่น
“ว่าแต่— นี่คืออะไรครับ”
จอมทัพเอ่ยถามปารมีด้วยน้ำเสียงห้วนนิด ๆ เจือความไม่พอใจเล็กน้อย แต่ปารมีก็มองข้ามไป พร้อมกับเอ่ยขึ้นอย่างร่าเริง
“ก็เราจะไปติวหนังสือกันไง”
จอมทัพขมวดคิ้ว
“ผมรู้....ถ้าเป็ไอ้แทน ไอ้ต้า กับมุมินผมไม่แปลกใจ แล้วทำไม...”
จอมทัพเอ่ยขึ้นพร้อมกับจ้องไปที่โกมินทร์เขม็ง ทำเอาโกมินทร์นั้นถึงกับชะงักพร้อมกับยิ้มแหย ๆ กลับมา ซึ่งมันยิ่งทำให้จอมทัพยิ่งหงุดหงิดมากขึ้น
ปารมีเห็นท่าทีอคติของจอมทัพเธอก็ถอนหายใจนิด ๆ ก่อนจะเดินมาด้านหลังโกมินทร์ที่กำลังนั่งอยู่โซฟาตรงข้ามกับจอมทัพ พร้อมกับจับบ่าของโกมินทร์แล้วก็อธิบายด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ที่ครูให้โกมินทร์มาเนี่ย ก็เพราะว่าโกมินทร์นั้นเก่งเื่คำนวณ ครูเลยจะให้โกมินทร์มาติวพวกวิชาที่ต้องใช้การคำนวณ ส่วนเื่เกี่ยวกับภาษา ครูเห็นว่ามุมินนั้นเก่งที่สุด แถมยังเป็เพื่อนร่วมชั้นกันครูก็เลยขอให้เขามาช่วย...และเขาก็เต็มใจที่จะมาช่วยติวให้พวกเรา ดังนั้นสนิทกันไว้นะ”
จอมทัพนั้นเขาก็เข้าใจอยู่ว่าการที่ให้โกมินทร์มาติวพวกเขาก็ถือว่าเป็เื่ที่ดี เพราะโกมินทร์นั้นมีคะแนนท็อปคลาสติดอันดับหนึ่งของชั้นเรียน แต่ว่าเขานั้นก็ยังไม่ค่อยชอบหน้าโกมินทร์อยู่ดี และยิ่งหงุดหงิดมากขึ้นเมื่อเห็นว่าปารมีเอามือไปจับบ่าเ้าหมอนั่น แถมเ้าหมอนั่นยังยิ้มให้ปารมีอีกด้วย
เห็นแล้วมันหงุดหงิด
ปารมีสังเกตท่าทีของจอมทัพที่รู้สึกหงุดหงิดเธอก็รู้สึกสงสัยว่าทำไมจอมทัพถึงหงุดหงิด หรือว่าจอมทัพกับโกมินทร์นั้นมีเื่กันมาก่อน เธอเองก็ไม่แน่ใจ ถ้าอย่างนั้นการติวครั้งนี้คงจะไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรละมั้ง แต่ว่าจะมาล้มเหลวตอนนี้ไม่ได้ เธอต้องเดินหน้าเท่านั้น
ดังนั้นปารมีต้องลุยลูกเดียวเท่านั้น!!
“โอเค— งั้นวันนี้พอแค่นี้ก่อนละกันนะ วันนี้ที่เรียกมาก็เพื่อจะให้รู้ว่าสมาชิกที่จะไปติวกันมีใครบ้าง ส่วนสถานที่เดี๋ยวครูจะลองหาดูละกัน...เอาล่ะ แยกย้าย”
ปารมีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเป็ทางการ พร้อมกับสรุปให้เสร็จสรรพก่อนที่จะปรบมือเป็สัญญาณแยกย้าย
แทนไท หรือชื่อเล่นคือ แทน กับนรวิทย์ หรือชื่อเล่นก็คือ กีต้าร์ สองหนุ่มเพื่อนสนิทที่สุดของจอมทัพนั้นลุกขึ้นยืนพร้อมกับเรียกเพื่อนเขาที่ยังคงนั่งอยู่ไม่มีท่าทีขยับเขยื้อน
“เฮ้ย— ไอ้จอม ไปกัน...วันนี้มีเตะบอลนะเว้ย...เอ็งรับปากแล้วว่าจะมาเล่นให้ทีมพวกฉันอย่าเบี้ยว”
แทนไทเอ่ยขึ้น เมื่อจอมทัพได้ยินก็ทำน้ำเสียงจิ๊จ๊ะ และลุกขึ้นเดินตามแทนไทกับกีต้าร์ไปอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก ส่วนโกมินทร์นั้นก็ขอตัวก่อนเพราะมีเรียนพิเศษต่อ
มนัสยา หรือชื่อเล่นคือ มุมิน หนึ่งในสมาชิกที่จะไปติวครั้งนี้ก็ค่อย ๆ ลุกและออกไปเป็คนสุดท้าย ทว่าก็ต้องชะงักเมื่อปารมีเรียกเธอเอาไว้
“เดี๋ยว!!มนัสยา— แขนเธอไปโดนอะไรมาน่ะ”
มุมินใพร้อมกับรีบปิดแผลฟกช้ำที่แขนอย่างลนลาน
“มะ— ไม่มีอะไรค่ะ อาจารย์...หนูแค่— แค่เดินชนประตูนิดหน่อยค่ะ”
ปารมีหรี่ตามองมุมินอย่างประเมิน ถ้าตามสัณชาตญาณของเธอมันไม่น่าจะใช่แค่เดินชนประตูธรรมดา เพราะปฏิกิริยาที่มุมินเอ่ยออกมามันเหมือนกับหวาดกลัวอะไรสักอย่าง
อา— การบูลลี่สินะ
“เหรอ— งั้นก็ระวังตัวด้วยนะ เดี๋ยวจะาเ็เอา..”
“อ่ะ— ค่ะ...”
มุมินเอ่ยยิ้ม ๆ แต่ทว่าเป็ยิ้มที่ดูเศร้า ๆ นิด ๆ สำหรับปารมี
“หนูขอตัวก่อนนะคะอาจารย์ สวัสดีค่ะ”
“เดี๋ยว!!!”
ไม่ทันที่มุมินจะเดินออกไปจากห้อง ปารมีก็ร้องเรียกรั้งเธอเอาไว้ ก่อนที่จะเดินมาหามุมินพร้อมกับรอยยิ้ม และเอื้อมไปจับมือของมุมินมากุมเอาไว้พร้อมกับเอ่ยขึ้นด้วยแววตาจริงจัง
“ถ้ามีใครทำอะไรเธอ...หรือมีใครแกล้ง มาบอกครูได้ทันทีเลยนะ...ไม่ต้องกลัว เดี๋ยวครูจัดการให้”
มุมินที่ได้ยินสิ่งที่ปารมีพูดนั้น ทำเอาเธอนั้นตื้นตันน้ำตาเกือบจะไหลออกมาแต่เธอก็พยายามระงับเอาไว้ พร้อมกับเอ่ยตอบรับด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
“ค่ะ— อาจารย์”
ปารมียิ้มเมื่อได้ยินดังนั้นเธอก็ปล่อยมือ มุมินนั้นไหว้ทำความเคารพเธอก่อนที่จะกลับบ้านไป
เมื่อมุมินเดินออกไปแล้ว รอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้าของปารมีก็หุบฉับทันที แววตาอ่อนโยนเมื่อครู่นี้เปลี่ยนเป็แววตานิ่งเย็น
“ดูเหมือนต้องสืบหน่อยแล้ว...มันต้องมีอะไรแน่ ๆ”
ที่เธอพูดออกมานั้นเธอหมายถึงมุมินนั่นเอง จากนั้นเธอก็รีบเก็บของ ปิดหน้าต่าง ตรวจเช็คสวิตช์ไฟก่อนจะล็อคห้องแล้วกลับคอนโด
โปรดติดตามตอนต่อไป