ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    บทที่ 65 : มีแต่คนอยากฆ่า

    มีแต่คนอยากฆ่า
    คฤหาสน์ตระกูลเซี่ยง หนึ่งในห้าตระกูลใหญ่ของเซี่ยงไฮ้ ไม่ถูกสิ ตอนนี้เหลือเพียงแค่สี่ตระกูลใหญ่เท่านั้น
    ห้าตระกูลใหญ่ของเซี่ยงไฮ้กลายเป็นอดีตไปแล้ว เนื่องจากตระกูลเทียนถูกทำลายลงไปแล้ว
    ชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่ภายในห้องโถงรับแขก เขาไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจากเซี่ยงเฟิน
    เซี่ยงเฟินมองไปที่ประตู เห็นว่าเซี่ยงกู้กำลังเดินเข้ามา เขาถามออกมาในทันที “ได้ความว่ายังไงบ้างอากู้?”
    เซี่ยงกู้ก้มศีรษะลงเล็กน้อย ก่อนตอบ “มันชื่อว่าหลินเฉินครับ ฐานะทางบ้านธรรมดามาก อาศัยอยู่ที่เขตตงฝู คนในครอบครัวมีพ่อแม่และลูกสาวครับ”
    ทันทีที่ฟังจบ เซี่ยงเฟินอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว นี่มันเกินความคาดหมายของเขา เดิมทีเขาคิดว่าหลินเฉินน่าจะพอมีฐานะอยู่บ้าง เพราะคิดว่าเป็นแฟนของฉู่หว่านเอ๋อร์ แต่นี่กลับไม่ใช่เลย สุดท้ายเขาต้องหัวเราะออกมาอย่างเย็นชา
    “ฉู่หว่านเอ๋อร์ ฉันไม่คิดเลยว่าเธอจะตาต่ำขนาดนี้”
    เขาพลันมองไปที่เซี่ยงกู้ “ไปจัดการซะ!”
    “ครับนายน้อย” เซี่ยงกู้ย่อมเข้าใจโดยธรรมชาติว่า ‘จัดการ’ ในความหมายของเซี่ยงเฟินคืออะไร นอกจากฆ่าแล้วก็ไม่มีอะไรอื่น!
    หลังจากรับคำแล้ว เซี่ยงกู้ก็ออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว
    “รอดูไปเถอะฉู่หว่านเอ๋อร์ ถ้าเธอได้รู้ว่าแฟนขยะของเธอตาย เธอจะรู้สึกยังไง!” เซี่ยงเฟินแสยะยิ้มอย่างเย็นชา เขาแทบจะอดใจรอไม่ไหว ที่จะได้เห็นสีหน้าของฉู่หว่านเอ๋อร์ ตอนที่ได้รู้ว่าหลินเฉินถูกฆ่าตาย!
    ..............................................
    ปักกิ่ง คฤหาสน์ตระกูลมู่ ภายในห้องของมู่อี่กง เขานั่งขมวดคิ้วอยู่ภายในห้อง จากเดิมที่อารมณ์ของเขาดีมาตลอดกลับต้องสะดุด
    เนื่องจากเขาไม่สามารถที่จะติดต่อกับปาหลางหรือว่าเถิงซานได้ ซึ่งลางสังหรณ์ของเขามันบอกว่า น่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับปาหลางและเถิงซาน
    “หรือว่าพวกมันจะถูกหลินเฉินจัดการไปแล้ว?” มู่อี่กงอดไม่ได้ที่จะพึมพำออกมา
    เหตุผลที่ทำให้เขาคิดไปในทิศทางนี้ก็คือ ตามปกติพวกปาหลางไม่มีทางไม่รับสายของเขาอย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นต้องเผชิญกับความโกรธของเขา
    “ไม่! มันไม่มีทางเป็นไปได้ คนอย่างไอ้หลินเฉิน มันก็เป็นเพียงขยะเท่านั้น จะมีความสามารถจัดการกับปาหลางและเถิงซานได้อย่างไร?” มู่อี่กงรีบส่ายหน้าไปมา
    หลินเฉินในความคิดของเขา เป็นเพียงแค่คนธรรมดาเท่านั้น แล้วคนธรรมดาจะมีปัญญาจัดการกับผู้ฝึกตนระดับท่องนภาขั้นต้นอย่างเถิงซานได้ยังไง
    ด้วยเหตุนี้ มู่อี่กงทำได้แต่เพียงแค่รอไปก่อนเท่านั้น เขาได้แต่หวังว่าปาหลางและเถิงซานจะติดต่อมาหาเขาและบอกข่าวดีกับเขาว่าได้ฆ่าหลินเฉินและลูกสาวไปแล้ว
    ...........................................
    เวลาผ่านไปจนถึงช่วงค่ำ หลินเฉินในตอนนี้กำลังเดินอยู่ในห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในเขตตงฝู
    เขาแน่นอนว่าไม่ได้มาคนเดียว เขามากับหลิงหลิงลูกสาวของเขา และหลินไคกับหรันหยู พ่อและแม่ของเขา
    เหตุผลที่เขาและทุกคนในบ้านมาที่ห้างสรรพสินค้า ย่อมเป็นเพราะมาซื้อของเข้าบ้าน บ้านของพวกเขาไม่ได้ซื้อของเข้าบ้านมานานแล้ว
    เนื่องจากฐานะทางการเงินของบ้านในช่วงที่เขาไม่อยู่นั้น ยากจนชนิดที่แทบจะไม่มีอันจะกิน
    ถ้าหากว่าพ่อและแม่ของเขาไม่ได้ไปกู้ยืมเงินคนอื่นมา อาจจะถึงขั้นที่จะต้องอยู่อย่างอดมื้อกินมื้อ
    หลิงหลิงเด็กหญิงน้อยคนนี้ตื่นเต้นมาก เพราะนี่เป็นครั้งที่เธอได้มาห้างสรรพสินค้า เธอมองดูภายในห้างที่กว้างใหญ่และผู้คนที่เดินผ่านไปมาด้วยสายตาเป็นประกาย
    “พ่อคะ หนูอยากกินไอศกรีม” หลิงหลิงพลันมองไปเห็นร้านขายไอศกรีม เธอรีบบอกพ่อของเธอในทันที
    หลินเฉินยิ้มและพยักหน้า เดินเข้าไปซื้อไอศกรีมมาให้กับลูกสาวของเขา ซึ่งเธอก็กินมันอย่างเอร็ดอร่อยและมีความสุขมาก
    แต่เด็กหญิงน้อยก็อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าหากมีแม่ของเธออยู่ด้วย เธอคงจะมีความสุขมากกว่านี้
    หลินไคกับหรันหยูมองสองพ่อลูกด้วยรอยยิ้ม ชีวิตของพวกเขาไม่ได้ต้องการอะไรไปมากกว่านี้ ความสุขของหลินเฉินและหลิงหลิงก็คือความสุขของพวกเขา
    หลังจากนั้นทุกคนก็พากันหาซื้อของเข้าบ้านจนครบ
    หลินเฉินเตรียมตัวที่จะพาทุกคนกลับบ้าน อย่างไรก็ตาม ที่ลานจอดรถชั้นใต้ดินของห้างสรรพสินค้า เขาค้นพบว่ามีคนแอบมองเขาอยู่
    ยิ่งไปกว่านั้นคนๆ นี้ยังเป็นผู้ฝึกตน แม้ว่าจะเป็นเพียงผู้ฝึกตนระดับปลดปล่อยขั้นปลายก็ตาม
    คิ้วของหลินเฉินต้องขมวดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าผู้ฝึกตนคนนี้มีความต้องการฆ่าต่อเขา เขาอดคิดไม่ได้ว่าทำไมถึงมีแต่คนที่อยากจะฆ่าเขา
    แต่ถึงเขาจะคิดไปก็ไร้คำตอบ เขาได้แต่ส่ายหน้าไปมา ก่อนที่จะบอกให้พ่อของเขาขับรถพาหลิงหลิงกับแม่ของเขากลับไปก่อน โดยอ้างว่าฉู่หว่านเอ๋อร์ เจ้านายในนามของเขาขอให้ไปพบ
    หลังจากที่พ่อของเขาขับรถพาหลิงหลิงและแม่ของเขาจากไปแล้ว ผู้ฝึกตนระดับปลดปล่อยขั้นปลายก็เลิกซ่อนตัว เขาก้าวเดินเข้ามาหาหลินเฉินอย่างช้าๆ ไม่ได้เร่งรีบอะไร เขาก็คือเซี่ยงกู้
    เขาคิดไม่ถึงเลยว่าหลินเฉินจะไม่กลับไปกับพ่อแม่และลูกสาว เดิมทีเขาตั้งใจว่าจะตามหลินเฉินและคนอื่นๆ ไปจนถึงบ้าน ก่อนค่อยลงมือฆ่า
    แต่ในเมื่อหลินเฉินเปิดโอกาสให้เขามากขนาดนี้ หากว่าเขาไม่ลงมือ เขาก็คงจะเป็นคนโง่อย่างแน่นอน
    “หลินเฉิน” เซี่ยงกู้ยังคงก้าวเดินเข้ามาหาหลินเฉินอย่างช้าๆ ริมฝีปากเปิดขึ้น มีน้ำเสียงที่เย็นชาถูกส่งออกมา
    “นายน้อยของฉันต้องการให้แกตาย!” ทันทีที่พูดจบ ร่างกายของเขาก็พุ่งทะยานเข้าหาหลินเฉินด้วยความเร็ว เขารวมมือเป็นหมัด ชกไปที่ใบหน้าของหลินเฉิน
    ด้วยหมัดของเขา เขาเชื่อว่าหลินเฉินจะถูกชกจนศีรษะระเบิดอย่างแน่นอน ไม่มีทางที่คนธรรมดาจะรับการโจมตีจากผู้ฝึกตนแล้วไม่ตาย
    อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เซี่ยงกู้คิดกลับไม่เกิดขึ้น หลินเฉินก้าวเข้าหาเซี่ยงกู้โดยเอียงศีรษะหลบหมัดของอีกฝ่าย ก่อนมือของเขาจะจับไปที่ลำคอของเซี่ยงกู้ ออกแรงบีบอย่างรุนแรงครั้งหนึ่ง
    แกร่ก!
    เสียงกระดูกแตกหักอันน่าสยดสยองได้ดังมาจากลำคอของเซี่ยงกู้ ดวงตาทั้งคู่ของเขาเบิกกว้างจนจะถลนออกมา ภายในแววตามีความไม่เชื่อปรากฏอยู่ ก่อนที่มันจะแปรเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัว
    คอของเซี่ยงกู้เริ่มพับลง พร้อมกับลมหายใจของเขาที่หมดไป!
    หลินเฉินดูความทรงจำของเซี่ยงกู้โดยธรรมชาติ ทำให้เขารับรู้ว่าเป็นเซี่ยงเฟิน นายน้อยของตระกูลเซี่ยงที่ส่งเซี่ยงกู้ให้มาฆ่าเขา
    หลินเฉินไม่ลังเลที่จะส่งเปลวเพลิงแผดเผาศพของเซี่ยงกู้จนเป็นเถ้าถ่าน
    “เซี่ยงเฟิน...” หลินเฉินพึมพำออกมา ก่อนที่จะหายตัวไป เขาไม่ได้ตั้งใจที่จะกลับบ้านอีกต่อไปแล้ว แต่จะไปที่คฤหาสน์ตระกูลเซี่ยงแทน
    ถ้าหากจะถามว่าเขาไปทำไม คำตอบมันย่อมมีเพียงเขาจะไปฆ่าเซี่ยงเฟินอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นอีกฝ่ายคงจะกัดไม่ปล่อย ถ้าหากว่าได้รู้ว่าเซี่ยงกู้ฆ่าเขาไม่สำเร็จและเป็นคนที่ตายเอง
    ทางที่ดีที่สุดก็คือเขาฆ่าเซี่ยงเฟิน เพื่อตัดปัญหาทุกอย่างที่จะตามมาในภายหลัง!
    จบบทที่ 65