บทที่ 12 : ทะเลทรายแห่งลมกรดและปริศนาแห่งความผูกพัน
หลังจากได้รับรู้ความจริงอันน่าตกตะลึงเกี่ยวกับจ้าวแห่งเงามืดและความสำคัญของการรวบรวมผู้ใช้พลังราศีทั้งสิบสองคน คณะเดินทางของอัคคี เมษา เอลิน่า และ มาเรีย ผู้พิทักษ์แห่งความทรงจำ (ราศีกรกฎ) ก็เริ่มออกเดินทางอีกครั้ง มาเรียใช้พลังราศีกรกฎของเธอ ซึ่งคือพลังแห่งการปกป้องและความทรงจำ เพื่อนำทางและเปิดเผยเบาะแสของอดีตที่ซ่อนอยู่ในสถานที่ต่างๆ ที่พวกเขาเดินทางผ่าน
มาเรียผู้มีออร่าสีเทาอ่อนจากวันจันทร์ และดวงตาสีเทาที่ฉายแววปัญญาและความเศร้า ได้ใช้ความรู้ที่เธอสะสมมานับศตวรรษเพื่อพยายามหาเส้นทางและตำแหน่งของผู้ใช้พลังราศีคนอื่นๆ ที่กระจัดกระจายไปทั่วเอเธเรียส เธอบอกเล่าเื่ราวของยุคทองที่ผู้พิทักษ์แห่งดวงดาวทั้งสิบสองเคยรุ่งโรจน์ และการทรยศหักหลังที่นำไปสู่การถือกำเนิดของเงามืดไร้ลักษณ์ที่กัดกินโลกนี้
"ตามตำราโบราณ 'ผู้พิทักษ์แห่งราศีธนู' มักจะรักอิสระและชอบการผจญภัย มักจะพบได้ในดินแดนที่กว้างใหญ่และท้าทาย" มาเรียเอ่ยขึ้นขณะที่พวกเขากำลังเดินทางผ่านซากปรักหักพังของเมืองที่ถูกทิ้งร้าง "และสถานที่ที่เหมาะสมที่สุดในการค้นหาคือ 'ทะเลทรายแห่งลมกรด' ดินแดนที่กว้างใหญ่ไพศาลและเต็มไปด้วยพายุทราย"
อัคคีพยักหน้า เขารู้สึกตื่นเต้นกับความท้าทายใหม่ๆ เสมอ "ถ้าอย่างนั้นเราก็ต้องไปที่นั่น! พลังของราศีธนูอาจช่วยในการต่อสู้กับเงามืดได้มาก!"
เมษาเห็นด้วย "พลังของราศีธนูคือการโจมตีระยะไกลและความแม่นยำสูง จะเป็ประโยชน์อย่างยิ่งในการต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตแห่งเงามืดที่มักจะโจมตีจากระยะไกล"
เอลิน่าเองก็ดูมุ่งมั่น "ข้าจะช่วยปกป้องทุกคนจากการโจมตีจากระยะไกลของเงามืด และฟื้นฟูพลังให้ทุกคนเองค่ะ"
การเดินทางสู่ทะเลทรายแห่งลมกรดนั้นไม่ง่าย พวกเขาต้องผ่านดินแดนที่เคยอุดมสมบูรณ์แต่บัดนี้แห้งแล้ง และต้องเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตแห่งเงามืดที่ปรากฏตัวขึ้นถี่กว่าเดิม แม้พลังลูกแก้วราศีระดับ 2 ของพวกเขาจะแข็งแกร่งขึ้นมาก แต่การต่อสู้ที่ต่อเนื่องก็ทำให้พวกเขาเหนื่อยล้าไม่น้อย
ในคืนหนึ่ง ขณะที่พวกเขากำลังพักแรมอยู่กลางป่าที่ถูกเงามืดกัดกิน มาเรียได้ใช้พลังราศีกรกฎของเธอ เธอหลับตาลง ออร่าสีเทาอ่อนของเธอเปล่งประกายจางๆ เธอกำลังเชื่อมโยงกับ 'ความทรงจำ' ของสถานที่แห่งนี้
"ข้าเห็นภาพ..." มาเรียเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแ่เบา "ภาพของจ้าวแห่งเงามืด... ก่อนที่เขาจะถูกครอบงำด้วยความริษยา เขาเคยเป็ผู้พิทักษ์ที่อ่อนโยนและชาญฉลาดที่สุดคนหนึ่ง" มาเรียหยุดเล็กน้อย "เขามีเพื่อนสนิทที่สุด... ผู้พิทักษ์แห่งราศีธนู..."
คำพูดของมาเรียทำให้อัคคีและเมษาหันมามองกัน นี่คือเบาะแสสำคัญที่อาจจะช่วยให้พวกเขาเข้าใจจ้าวแห่งเงามืดได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และอาจจะเป็กุญแจสำคัญในการกอบกู้เขาให้กลับมา
เมื่อก้าวเท้าเข้าสู่ทะเลทรายแห่งลมกรด พวกเขาก็ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายอันโหดร้ายของธรรมชาติ ลมทรายที่พัดโหมกระหน่ำอย่างรุนแรงบดบังทัศนวิสัย อุณหภูมิที่ร้อนระอุในเวลากลางวันและหนาวจัดในเวลากลางคืนทำให้ร่างกายอ่อนล้าอย่างรวดเร็ว
เมษาใช้พลังราศีกุมภ์ของเธอบิดเบือนกระแสลมทราย สร้างบาเรียที่มองไม่เห็นเพื่อป้องกันทรายที่พัดเข้าตาและจมูก อัคคีใช้พลังราศีสิงห์ของเขาแผ่รัศมีอบอุ่นออกไปคลายความหนาวเหน็บในยามค่ำคืน และสร้างแสงสว่างนำทางในความมืดมิด เอลิน่าใช้พลังราศีพฤษภของเธอรักษาระดับน้ำในร่างกายของทุกคน และฟื้นฟูพลังจากความอ่อนล้า
"ทะเลทรายแห่งนี้ไม่ธรรมดา" เมษาเอ่ยขึ้นขณะที่พวกเขาเดินฝ่าพายุทราย "มันคือ 'ทะเลทรายแห่งความหลงลืม' หากเราหลงทางไปนานๆ เราจะลืมเป้าหมายของตัวเอง และอาจจะจมดิ่งสู่ความว่างเปล่า"
"เงามืดก็ใช้ความหลงลืมเป็เครื่องมืออย่างนั้นรึ!" อัคคีคำราม
ขณะที่พวกเขาเดินทางลึกเข้าไป พายุทรายก็โหมกระหน่ำรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทัศนวิสัยแทบเป็ศูนย์ เสียงกระซิบของลมทรายเริ่มเปลี่ยนเป็เสียงที่คุ้นเคย เสียงของเพื่อนและคนรักที่พวกเขาเคยรู้จัก แต่เสียงนั้นกลับกระซิบคำที่ทำให้พวกเขาหลงลืมเป้าหมาย
“...เ้าเหนื่อยแล้ว... จงหยุดพักเสียเถิด... จงลืมทุกสิ่งไป... ความว่างเปล่าคือความสงบสุขที่แท้จริง...”
อัคคีรู้สึกถึงความอ่อนล้าที่จู่โจมจิตใจ ความทรงจำเกี่ยวกับภารกิจและการกอบกู้โลกเริ่มพร่ามัวลงไปเล็กน้อย ออร่าสีแดงเพลิงของเขาเริ่มกะพริบอย่างแ่เบา
เมษาก็รู้สึกถึงความหลงลืมเช่นกัน ความรู้ที่เธอสะสมมาเริ่มเลือนลาง และความมุ่งมั่นที่จะหาดวงแก้วปฐมธาตุก็เริ่มจางหายไป ออร่าสีฟ้าครามของเธอเริ่มหม่นหมองลง
เอลิน่าเองก็ถูกโจมตี เธอรู้สึกถึงความปรารถนาที่จะหยุดพักและหลับใหลไปในความว่างเปล่า ออร่าสีเขียวเข้มของเธอเริ่มอ่อนแรงลง
"ทุกคน! จงมีสติ!" มาเรียเอ่ยขึ้น เสียงของเธอดังก้องกังวานในโสตประสาทของทุกคน "อย่าหลงกลมัน! เงามืดกำลังใช้ความปรารถนาในใจของพวกเ้าให้จมดิ่งสู่ความหลงลืม! จงยึดมั่นใน 'พันธะ' ที่เชื่อมโยงพวกเ้าไว้!"
มาเรียใช้พลังราศีกรกฎของเธออย่างเต็มที่ เธอล้อมรอบทุกคนด้วยบาเรียพลังงานที่ทำจาก 'ความทรงจำ' ที่แข็งแกร่ง บาเรียของเธอเปล่งประกายสีเทาอ่อน สะท้อนภาพของเป้าหมายและความมุ่งมั่นของแต่ละคน อัคคีเห็นภาพของบิดาที่รอคอยการฟื้นคืน เมษาเห็นภาพของอาจารย์ที่เคยเชื่อมั่นในตัวเธอ และเอลิน่าเห็นภาพของป่าแห่งมรกตที่รอการปกป้อง
"จงมองไปที่เพื่อนของเ้า!" มาเรียสั่ง "จงยึดมั่นในความผูกพันของพวกเ้า! นั่นคือพลังที่จะช่วยให้พวกเ้ารอดพ้นจากความหลงลืม!"
อัคคีมองเมษาและเอลิน่า เขาเห็นแววตาที่กำลังต่อสู้กับความหลงลืมในดวงตาของพวกเธอ เขาไม่สามารถปล่อยให้พวกเขาจมดิ่งลงไปได้
"ไม่!" อัคคีคำราม พลังลูกแก้วราศีสิงห์ระดับ 2 ของเขาปะทุขึ้นอีกครั้ง แสงสีแดงเพลิงที่บริสุทธิ์ส่องสว่างทะลุผ่านม่านหมอกทราย เขาใช้พลังแห่งความเป็ผู้นำของเขาเพื่อ 'ปลุก' สติของทุกคน
ในขณะที่อัคคีพยายามปลุกสติของทุกคน และมาเรียใช้พลังแห่งความทรงจำช่วยปกป้อง ทันใดนั้น... ลูกธนูแสงสีทองก็พุ่งแหวกพายุทรายเข้ามาอย่างรวดเร็ว ลูกธนูนั้นไม่ได้โจมตีพวกเขา แต่กลับพุ่งไปกระทบกับ 'แก่นกลาง' ของพายุทรายแห่งความหลงลืม ทำให้พลังงานของพายุทรายปั่นป่วนและอ่อนแรงลงในทันที
"พลังนั้น!" เมษาอุทาน "พลังราศีธนู!"
พายุทรายเริ่มสงบลง เผยให้เห็นเส้นทางที่ชัดเจนเบื้องหน้าพวกเขา และในระยะไกล ร่างของบุรุษผู้หนึ่งกำลังยืนอยู่บนยอดเนินทราย เขามีรูปร่างสูงโปร่ง ผมสีทองยาวสลวย ดวงตาสีฟ้าสดใสที่ฉายแววรักอิสระและมองโลกในแง่ดี ออร่าสีส้มทองจากวันพฤหัสบดีของเขาเปล่งประกายสดใส บ่งบอกถึงนิสัยที่ซื่อตรงและรักการผจญภัย
นั่นคือ ลูคัส ผู้ใช้พลังราศีธนู ผู้ซึ่งได้รับการกล่าวขานว่าเป็นักเดินทางที่รักอิสระและมีความสามารถในการโจมตีระยะไกลที่แม่นยำที่สุดคนหนึ่ง
ลูคัสเดินลงมาจากเนินทรายอย่างสง่างาม ในมือถือคันธนูที่ทำจากแสงดาว เขามองมาที่คณะเดินทางด้วยรอยยิ้ม
"ดูเหมือนพวกเ้าจะกำลังลำบากนะ" ลูคัสกล่าวด้วยน้ำเสียงสบายๆ "ทะเลทรายแห่งความหลงลืมมักจะเล่นตลกกับจิตใจของนักเดินทางเสมอ"
"ท่านคือผู้ใช้พลังราศีธนูใช่ไหมคะ!" เมษาเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น
"ใช่แล้ว" ลูคัสตอบ "ข้าคือลูคัส และดูเหมือนโชคชะตาจะนำพาเรามาพบกัน" เขามองมาที่มาเรีย "ท่านผู้พิทักษ์แห่งความทรงจำ... ข้าััได้ถึงพลังอันบริสุทธิ์ของท่าน"
"ท่านคือผู้ที่เราตามหาอยู่พอดีเลยค่ะ!" เอลิน่าเอ่ยขึ้นด้วยความยินดี "เรา้าความช่วยเหลือของท่านเพื่อกอบกู้โลกนี้!"
ลูคัสหัวเราะเบาๆ "กอบกู้โลกงั้นหรือ... เป็ภารกิจที่น่าสนใจดีนี่" เขามองไปที่อัคคี เมษา และเอลิน่า "ข้าััได้ถึงพลังของพวกเ้าที่แข็งแกร่ง และดูเหมือนว่าพวกเ้าจะไม่ได้ถูกเงามืดครอบงำไปแล้ว"
"เราต้องไปที่วิหารแห่งกาลเวลา เพื่อปลุกพลังของดวงแก้วปฐมธาตุ" อัคคีกล่าว "และเรา้ารวบรวมผู้ใช้พลังราศีให้ครบทั้งสิบสองคน เพื่อต่อสู้กับจ้าวแห่งเงามืด"
ทันใดนั้น รอยยิ้มของลูคัสก็จางหายไปเล็กน้อย เมื่ออัคคีเอ่ยถึง "จ้าวแห่งเงามืด" แววตาของเขาฉายประกายความซับซ้อนที่ยากจะอ่าน
"จ้าวแห่งเงามืด... เป็ไปไม่ได้" ลูคัสพึมพำกับตัวเอง "เขาคนนั้น... ไม่มีทางที่จะกลายเป็เช่นนั้นได้"
มาเรียจ้องมองลูคัสด้วยความสนใจ เธอนึกถึงความทรงจำที่เธอเพิ่งััได้ในคืนก่อน "ท่าน... ท่านรู้จักจ้าวแห่งเงามืดใช่ไหมคะ?"
ลูคัสเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจแ่เบา "ข้ารู้จักเขา... ดีกว่าที่พวกเ้าจะจินตนาการได้"
"เขาคือผู้พิทักษ์แห่งราศีเมถุน" เมษาเอ่ยขึ้น "ผู้ที่เคยร่วมสร้างดวงแก้วปฐมธาตุกับท่าน ใช่หรือไม่?"
ดวงตาสีฟ้าสดใสของลูคัสฉายแววเ็ป "ใช่... เขาคือเพื่อนสนิทที่สุดของข้า" ลูคัสกล่าว "แต่ข้าไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงกลายเป็เช่นนั้นได้... ทำไมเขาถึงทรยศพวกเรา... และหันหลังให้กับแสงสว่าง"
ลูคัสจ้องมองทุกคนด้วยความลังเล "ข้าจะร่วมเดินทางไปกับพวกเ้า" ลูคัสกล่าวในที่สุด "แต่ข้าไม่ได้ไปเพื่อกอบกู้โลก หรือเพื่อรวบรวมผู้ใช้พลังราศี... ข้าจะไปเพื่อหาคำตอบ... ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนของข้ากันแน่"
อัคคี เมษา และเอลิน่ามองหน้ากัน พวกเขารู้ว่าการได้ลูคัสมาเป็พวกเป็สิ่งที่ดี แต่การที่เขายังคงมีปมในใจเกี่ยวกับจ้าวแห่งเงามืด อาจจะเป็อุปสรรคสำคัญในอนาคต
"ยินดีต้อนรับสู่คณะเดินทางของเราค่ะ ท่านลูคัส" เมษาเอ่ยขึ้น
ลูคัสพยักหน้าเล็กน้อย เขายกคันธนูขึ้น พลังราศีธนูของเขาส่องประกายสีส้มทอง และเขาออกเดินนำหน้าพวกเขาไปก่อน ทิ้งไว้เพียงปริศนาเกี่ยวกับจ้าวแห่งเงามืด และความผูกพันในอดีตที่ยังคงรอการคลี่คลาย
การเดินทางสู่การรวบรวมผู้ใช้พลังราศีทั้งสิบสองคนได้เริ่มต้นขึ้นอย่างจริงจังแล้ว