วันนี้ควรจะเป็วันหยุดที่ผมควรจะได้นอนพักอยู่ที่ห้องเช่าแต่ความจริงที่น่าเศร้าคือผมต้องถ่างตาตื่นเพื่อมาที่สถานีตำรวจลอนดอนเหตุผลน่ะเหรอ? ไม่ใช่เพราะรักงานหรืออยากสะสางเอกสารหรอกแต่เป็เพราะวันนี้มี "มื้อเที่ยงฟรี"จากนายทุนใจดีมาบริการตำรวจนั่นเอง
โลกที่ใช้มนต์คาถาไม่ได้ดั่งใจนี่มันลำบากชะมัดจะทำอะไรก็เหนื่อยไปหมด แค่ต้องลุกจากเตียงมาทำมื้อเช้าเองยังเป็ภาระถ้าเป็ที่โลกเดิม ผมแค่นอนกระดิกนิ้วร่ายมนต์สั้นๆเครื่องครัวพวกนั้นก็แทบจะยกอาหารมาประเคนให้ถึงที่นอนแล้ว
ที่สำคัญที่สุดคือเื่ฐานะในโลกโน้นผมเข้าขั้นเศรษฐี มันก็ต้องแบบนั้นอยู่ถ้าคุณมีอายุหลายพันปีมันก็เป็เื่ธรรมดาที่ต้องมีเงินเก็บแต่ที่นี่ผมคือคนถังแตกจริงๆ เงินเดือนที่ปรึกษาที่ว่าเยอะดันหายวับไปกับตาเพียงเพราะการไปสืบคดีใน "หมู่บ้านหมอก" ครั้งที่แล้วความชื้นในอากาศที่นั่นมันทำให้ส่วนประกอบต่างๆของเกียร์เริ่มมีสนิมเขรอะตามข้อต่อแถมหน่วยความจำของมันยังเริ่มรวนจนเฟืองฝืดไปหมด และนั้นก็เป็สาเหตุให้ความทรงจำบางส่วนของมันหายไปตอนที่ช่วยผมในคดีโรงละคร
สุดท้ายผมก็แพ้ใจตัวเองยอมเจียดเงินเก็บทั้งหมดที่มีไปซื้ออะไหล่เกรดพรีเมียมรุ่นล่าสุดมาเปลี่ยนให้มันเพื่อรักษาผู้ช่วยในการสืบสวนที่มีชีวิตเพียงชิ้นเดียวเอาไว้
“เ้านายดูสิ!ปีกของข้ามันเงางามสะท้อนแสงจนแสบตาเลยเกี๊ยะ!”เกียร์พูดพลางกางปีกโชว์ชิ้นส่วนใหม่เอี่ยมที่ผมเพิ่งประกอบให้มันอย่างภูมิใจ
ผมมองมันแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจยาวเหยียด“เออ... อะไหล่เกรดพรีเมียม รุ่นล่าสุด ราคาเท่าค่าเช่าบ้านสามเดือนเลยนะนั่น”
ผมนึกแล้วอยากจะร้องไห้แต่ก็ต้องกลั้นไว้ เพราะในโลกที่มีมานาน้อยนิดแบบนี้ การร่ายอาคมติดตามเป็เื่ลำบากผมจำเป็ต้องพึ่งความสามารถในการตรวจจับของเกียร์ เพื่อหา "ประตูมิติ"ที่หายใจได้ที่เป็ทางเดียวที่จะพากลับโลกเดิมของผมและต้องพึ่งมันในการไขคดีเพื่อหาเงินประทังชีวิตต่อไปในฐานนะคนธรรมในเมืองลอนดอนแห่งนี้สรุปมันคือการลงทุนที่เ็ปที่สุดในชีวิตผม
“หลังจากนี้งดคดีที่มีหมอกลงจัดไปสักพักเลยนะเกียร์ ฉันไม่มีเงินซื้อน้ำมันกันสนิมให้แกแล้ว!”
ผมทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้เก่าๆในห้องทำงานพลางถอนหายใจยาวสายตาจ้องมองยอดเงินในบัญชีที่เหลือเพียงตัวเลขหลักเดียวด้วยความหดหู่ใจพลางคิดในใจว่าถ้ายังเป็แบบนี้ต่อไป มื้อเย็นของผมคงหนีไม่พ้นขนมปังแข็งๆกับน้ำเปล่าแน่ๆ
ในขณะที่ผมกำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความอนาถใจเ้าเกียร์กลับไม่ได้ดูทุกข์ร้อนไปกับผมเลยแม้แต่น้อยมันยังคงขยับปีกที่เพิ่งเปลี่ยนอะไหล่มาใหม่จนขึ้นเงาวับพลางส่งเสียงกลไกที่ทำงานได้อย่างราบรื่นไร้เสียงติดขัด
กริ๊ก...กริ๊ก...
“เ้านาย! ข้าได้ยินเสียงเท้าของคนสองคนเดินมาที่ห้องทำงานของเราจากน้ำหนักและจังหวะ น่าจะเป็ผู้ชายหนึ่งและหญิงหนึ่ง”
เกียร์พูดขึ้นพลางใช้จะงอยปากเหล็กไซ้ขนใหม่ของตัวเองอย่างเพลิดเพลินเลนส์ตาของมันซูมเข้าออกอย่างคล่องแคล่วเพื่อตรวจจับต้นเสียงที่ระเบียงทางเดิน“น้ำหนักเท้าสม่ำเสมอแบบคนชั้นสูงซะด้วยนะเกี๊ยะ!”
ผมขมวดคิ้วใครกันที่นึกคึกอยากมาหาผมถึง "ห้องทำงานผีสิง" ซึ่งเป็ห้องทำงานเก่าๆที่ไม่มีใครอยากเข้ามาในสถานีตำรวจแห่งนี้ ผมปรายตามองนาฬิกาแขวนผนังอีกหนึ่งชั่วโมงก็จะเที่ยงแล้ว ผมตั้งตารออาหารฟรีจานนั้นอยู่อย่าบอกนะว่าจะมีงานด่วนมาขัดจังหวะนาทีทองของปากท้องผม
ก๊อก...ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำลายจินตนาการเื่น่องไก่ทอดในหัวผมจนกระจายหายไปหมด
บานประตูถูกผลักเปิดออกอย่างรุนแรงพร้อมกับชายคนหนึ่งในชุดสูทสีเข้มรีดเรียบกริบที่ก้าวเข้ามาด้วยท่าทางขึงขังเขาประกาศก้องทันทีโดยไม่รอให้ผมอ้าปากทัก “ผม เอ็ดมันด์จากกรมดูแลสัตว์เลี้ยงของอังกฤษ ขอเข้าทำการจับกุมนกของคุณในข้อหาขโมยแหวนเพชรของมาดามคลาร่า ครับ!”
ผมได้ฟังดังนั้นถึงกับอึ้งกิมกี่มือที่กำลังถือแก้วน้ำค้างเติ่งอยู่กลางอากาศผมหันขวับไปมองเ้าเกียร์ที่ตอนนี้ก็ใไม่แพ้กัน มันสะดุ้งจนเฟืองขัดเสียงดังแกรก! ขนนกเหล็กราคาพรีเมียมที่ผมเพิ่งเปลี่ยนให้หลุดร่วงลงมาหนึ่งอันถ้วน
นั่นมันเงินกี่ปอนด์ที่ร่วงลงไปน่ะ!
“อะ...อะไรนะครับ” ผมถามซ้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ“คุณบอกว่านกของผมไปขโมยอะไรนะครับ”
“ไม่ต้องมาทำเป็ปกป้องนกของคุณเลยครับคุณที่ปรึกษาผมมีพยานยืนยันชัดเจนว่าเห็นนกของคุณป้วนเปี้ยนอยู่ในที่เกิดเหตุ!”เอ็ดมันด์พูดอย่างมั่นใจพลางหลีกทางให้ผู้หญิงวัยกลางคนที่สวมชุดกำมะหยี่หรูหราเดินก้าวออกมา“มาดามครับ ลองดูเ้านกนั่นสิครับใช่ตัวเดียวกับที่คุณเห็นว่ามันขโมยแหวนไปหรือเปล่า”
มาดามคลาร่ายกแว่นขยายด้ามทองขึ้นส่องมองเกียร์ที่กำลังทำหน้าเลิ่กลั่กอยู่บนชั้นวางหนังสือเธอพิจารณามันอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะลดแว่นลงแล้วถอนหายใจ “นี่มันอีกากลไกนะคะคุณเอ็ดมันด์ตัวมันเป็เหล็กทั้งตัว แถมยังมีเฟืองหมุนติ้วๆ อยู่ตรงคอด้วยตัวที่ฉันเห็นน่ะมันเป็อีกาจริงๆ ที่มีขนเป็ขนนกจริงๆ ค่ะไม่ใช่เ้าหุ่นยนต์ตั้งโชว์ตัวนี้”
ก่อนที่ความวุ่นวายจะบานปลายไปมากกว่านี้เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังระรัวมาจากระเบียงทางเดิน พร้อมกับร่างของ อาเธอร์ที่วิ่งหน้าตั้งเข้ามาในห้องจนเกือบจะเบรกไม่ทัน
“ต...ต้องขอโทษด้วยครับท่านที่ปรึกษา!” อาเธอร์พูดพลางหอบแฮกจนตัวโยน“ผมเป็คนแนะนำให้พวกเขามาปรึกษาท่านเื่ตามหาของหายเองครับแต่ท่าทางพวกเขาจะเข้าใจผิด... คิดว่าตอนที่ผมชี้ไปที่รูปของเกียร์ เข้าใจผิดว่าผมชี้ตัวคนร้ายน่ะครับ”
ผมมองไปที่อาเธอร์แล้วรู้สึกปวดหัวจี๊ดขึ้นมาทันทีนี่นายไปพูดอีท่าไหนให้คนอื่นเขาเข้าใจผิดได้ขนาดนี้เนี่ยอาเธอร์จากผู้เชี่ยวชาญด้านการสืบสวนจะกลายเป็เ้าของนกหัวขโมยไปเสียแล้ว
“เกี๊ยะ! ข้าเกือบต้องไปนอนในกรงขังมืดๆ แล้วเห็นไหมเ้านาย!”เกียร์บินร่อนลงมาเกาะบนบ่าผมพลางประท้วงเสียงดังลั่น “ข้าเป็นกเกรดพรีเมียมนะไม่ใช่นกกระจอกขโมยของตามตลาด!”
กริ๊ง!
แว่นขยายด้ามทองในมือมาดามคลาร่าร่วงลงกระทบพื้นทันทีเธอเบิกตากว้างจ้องมองมาที่ไหล่ของผมด้วยความใสุดขีดจนหน้าถอดสี ไม่ใช่แค่มาดามแม้แต่เอ็ดมันด์ที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็อ้าปากค้างจนแมลงวันแทบจะบินเข้าไปวางไข่ได้
“อ... อีกาตัวนี้... มันพูดได้!” มาดามอุทานออกมาเสียงสั่นเครือพลางก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว
“ใช่ ข้าพูดได้เกี๊ยะ!”เกียร์ตอบกลับพลางยืดอกโชว์ปีกโลหะอันเงางามอย่างภูมิใจมันเกือบจะดูเท่และน่าเกรงขามอยู่แล้วเชียว ถ้ามันไม่พลั้งปากพูดประโยคต่อมาออกมา“และข้าก็ไม่เคยขโมยของอะไร... ให้คนจับได้ด้วย!”
ผมถึงกับต้องยกมือขึ้นกุมขมับทันทีไอ้นกโง่! แกพูดเหมือนแกเป็มืออาชีพที่ยังไม่เคยโดนจับได้มากกว่าจะเป็นกผู้บริสุทธิ์นะนั่น!
“มันพูดได้จริงๆ ด้วย...” เอ็ดมันด์พึมพำออกมาอย่างไม่อยากเชื่อสายตา“นี่มันเทคโนโลยีจากที่ไหนกัน หรือว่าเป็กลไกมายากล?”
“หูหนวกหรือไงเกี๊ยะ บอกว่าพูดได้ก็คือพูดได้สิ”เกียร์หันไปมองเอ็ดมันด์ด้วยแววตาหน่ายๆ เหมือนมองพวกหลังเขา“อย่าเอาข้าไปเทียบกับกลไกราคาถูกพวกนั้นนะเกี๊ยะ!”
ผมถอนหายใจยาวพลางตัดบทก่อนที่เกียร์จะอวดอ้างไปมากกว่านี้ผมหันไปมองมาดามคลาร่าและเอ็ดมันด์ที่ยังคงยืนหน้าเจื่อนเพราะเริ่มรู้ตัวว่าชี้ตัวผิดคน“เอาละครับ ในเมื่อเื่เข้าใจผิดจบลงแล้ว...สรุปว่าพวกคุณ้าจ้างผมให้ตามหาแหวนเพชรที่ถูกนกตัวจริงขโมยไปสินะครับ?”
ผมเหลือบมองนาฬิกา...อีก 45 นาทีจะเที่ยง ถ้าคดีนี้จบไวผมน่าจะยังพอมีหวังไปสอยน่องไก่ทอดที่โรงอาหารทันอยู่บ้าง
แต่พอมาพิจารณาดูจากท่าทางที่ดูลุกลี้ลุกลนและข้อมูลที่ยังคลุมเครือของทั้งคู่ผมก็เริ่มใจเสีย คดีตามหาของหายท่ามกลางนกเป็ร้อยเป็พันตัวในลอนดอนเนี่ยนะ?มันไม่มีทางจบในครึ่งชั่วโมงแน่ๆและนั่นหมายความว่าผมต้องแลกมื้อเที่ยงฟรีอันแสนล้ำค่าไปกับงานจิปาถะที่ยังไม่รู้ว่าจะได้เงินคุ้มค่าเหนื่อยไหม
ผมอ้าปากตั้งใจจะปฏิเสธและไล่พวกเขาออกไปเพื่อรีบพาตัวเองไปที่โรงอาหารก่อนที่น่องไก่ชิ้นสุดท้ายจะถูกแย่งไปแต่แล้วคำพูดที่กำลังจะหลุดออกจากปากก็ต้องถูกกลืนกลับลงคอไปทันควันเมื่อมาดามคลาร่าขยับตัวเข้ามาใกล้แล้วเอ่ยข้อเสนอที่เหมือนเสียง์ประทานมาให้
“ใช่ค่ะคุณที่ปรึกษา และถ้าคุณตามหาแหวนวงนั้นเจอดิฉันมีรางวัลเป็เงินสดจำนวนหนึ่ง พร้อมกับบัตรกำนันอาหารฟรีของภัตตาคารที่ดิฉันเป็เ้าของให้ด้วยเป็เวลาหนึ่งเดือนเต็มค่ะ!คุณจะสั่งอะไรก็ได้ กินเท่าไรก็ได้ภายในหนึ่งเดือนนั้น!”
“ผมรับคำร้องนี้ครับ!”ผมโพล่งออกมาทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิดแม้แต่วินาทีเดียว
“ค... ค่ะ!” มาดามคลาร่าและเอ็ดมันด์ถึงกับสะดุ้งใกับท่าทีที่เปลี่ยนไปราวกับเป็คนละคนของผมเมื่อครู่
ก็แน่ละครับเงินรางวัลก็ส่วนหนึ่ง แต่บัตรรับประทานอาหารฟรีหนึ่งเดือนเต็มนั่นน่ะคือ"ขุมทรัพย์" สำหรับคนถังแตกอย่างผมชัดๆลาก่อนน่องไก่ทอดที่สถานีตำรวจ... ผมกำลังจะไปหาของกินที่หรูหรากว่านั้นแล้ว!ดูเหมือนโชคชะตาจะยังไม่ทอดทิ้งผมให้หิวตายในต่างโลกสินะ
“มาดามครับ ช่วยพาผมไปดูที่เกิดเหตุหน่อยได้ไหมครับเผื่อว่าจะมีร่องรอยหรือหลักฐานบางอย่างที่ช่วยให้ผมตามรอยนกหัวขโมยตัวนั้นได้ถูก”ผมรีบเข้าเื่ทันทีด้วยความกระตือรือร้น
“ได้ค่ะ งั้นเราไปกันตอนนี้เลยไหมคะ”มาดามคลาร่าเอ่ยถามด้วยความกระตือรือร้น
“ไปกันเลยครับ!” ผมตอบรับทันควัน
แต่ในขณะที่กำลังจะก้าวพ้นขอบประตูห้องทำงานสัญชาตญาณของคนที่ใช้ชีวิตอดมื้อกินมื้อมานานก็เตือนสติผมขึ้นมาว่าอย่าเพิ่งวางใจโชคลาภที่ยังมาไม่ถึง บัตรกำนันนั่นจะใช้ได้จริงตอนไหนก็ไม่รู้แต่ไก่ทอดที่โรงอาหารน่ะของจริงเห็นๆ!
ผมชะงักฝีเท้าแล้วหันไปกำชับอาเธอร์ที่ยังยืนทำหน้าเหลอหลาอยู่“อาเธอร์! มื้อกลางวันนี้ ฝากเก็บน่องไก่ทอดส่วนของผมไว้ให้ด้วยนะใส่ห่อไว้ให้มิดชิดที่สุด อย่าให้ใครขโมยไปเด็ดขาด!”
“อ้าว! ไหนคุณที่ปรึกษาบอกว่าจะไปกินของหรู...”
“นั่นมันเื่ของอนาคตอาเธอร์!” ผมขัดจังหวะพลางหรี่ตาลงอย่างจริงจัง“แต่ตอนนี้ ในฐานะที่ปรึกษา ผมขอสั่งให้คุณรักษาน่องไก่ที่เป็ ‘เสบียงสำรอง’ของผมไว้เท่าชีวิต ถ้าผมกลับมาแล้วไม่เห็นมันวางบนโต๊ะผมจะหักคะแนนความประพฤติคุณ!”
ถึงจะมีบัตรอาหารหรูรออยู่แต่กฎเหล็กของคนถังแตกคือ ‘ของฟรีที่อยู่ตรงหน้า ห้ามปล่อยให้หลุดมือเด็ดขาด’เผื่อคดีนี้ยืดเยื้อจนมืดค่ำ อย่างน้อยผมก็ยังมีไก่ทอดเย็นๆ ไว้ประทังชีวิตละนะ
“ไปกันเถอะค่ะคุณที่ปรึกษา รถม้าของดิฉันจอดรออยู่ด้านหน้าแล้ว”มาดามคลาร่าเอ่ยพลางใช้ผ้าเช็ดหน้าลูกไม้ซับเหงื่อเบาๆท่าทางเธอเริ่มกระวนกระวายมากขึ้นทุกทีที่เวลาผ่านไป
ผมพยักหน้าแล้วเดินตามทั้งสองคนออกมาจากสถานีตำรวจที่แออัดและอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหมึกกับควันยาสูบทันทีที่ก้าวพ้นประตู บรรยากาศของลอนดอนยามใกล้เที่ยงก็เข้าปะทะใบหน้าริมถนนมีรถม้าสุดหรูสีดำขลับประดับลวดลายทองคำจอดตระหง่านอยู่พร้อมกับคนขับในชุดเครื่องแบบเต็มยศที่ยืนรอเปิดประตูให้เราอย่างนอบน้อม
“เชิญครับคุณบอร์น” เอ็ดมันด์ผายมือแววตาของเขาดูเกรงใจผมมากขึ้นกว่าตอนแรกที่เจอกัน
รถม้าเคลื่อนตัวออกจากเขตสถานีตำรวจอย่างนุ่มนวลเสียงล้อไม้บดไปบนถนนหินกรวดดังจังหวะสม่ำเสมอ ผมนั่งเอนหลังมองดูทิวทัศน์ผ่านหน้าต่างกระจกที่ถูกขัดจนใสสะอาดยิ่งรถม้าวิ่งลึกเข้าไปในย่านเมย์แฟร์ สถาปัตยกรรมรอบตัวก็ยิ่งเปลี่ยนไปจากตึกแถวอิฐสีแดงที่ดูทรุดโทรมกลายเป็คฤหาสน์หินอ่อนสไตล์นีโอคลาสสิกที่ตั้งตระหง่านอย่างสง่างาม
จนกระทั่งรถม้าค่อยๆชะลอตัวลงและเลี้ยวผ่านซุ้มประตูเหล็กดัดขนาดมหึมา...
ผมถึงกับต้องขยับตัวลุกขึ้นมองด้วยความทึ่งคฤหาสน์เบื้องหน้าผมนั้นโอ่อ่ากว่าที่จินตนาการไว้ ตัวอาคารสีขาวนวลทอดยาวสง่างามรายล้อมด้วยสวนดอกไม้นานาพรรณที่ถูกตัดแต่งอย่างประณีตราวกับภาพวาดหน้าต่างกระจกบานใหญ่สะท้อนแสงอาทิตย์วิบวับไปทั่วระเบียงกว้างที่มีเสาหินสลักลวดลายละเอียดอ่อนตามขอบรั้วมีพุ่มกุหลาบอังกฤษเลื้อยพันอย่างสวยงาม
และที่สำคัญคือมีต้นไม้ใหญ่หลายต้นขึ้นปกคลุมให้ร่มเงาอยู่รอบๆ อาคาร ซึ่งนั่นแหละคือ"์" ของพวกนกอย่างแท้จริง
“เกี๊ยะ! นายท่านคฤหาสน์หลังนี้รวยกว่าสถานีตำรวจลอนดอนทั้งตึกรวมกันเสียอีกนะครับเนี่ย”เกียร์ที่เกาะอยู่บนบ่าแอบกระซิบข้างหูพลางหรี่เลนส์ตาสำรวจรอบๆด้วยความตื่นตาตื่นใจไม่แพ้ผม “ถ้าข้าเป็นกแถวนี้ข้าก็คงเลือกขโมยของบ้านนี้เหมือนกัน รสนิยมดีเหลือเกินเกี๊ยะ!”
รถม้าสีดำขลับจอดสนิทลงที่หน้ามุขทางเข้าอันโอ่อ่าบานประตูไม้โอ๊คสลักลายถูกเปิดออกโดยชายวัยกลางคนในชุดพ่อบ้านที่ยืนนิ่งราวกับรูปปั้นแต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของผมมากที่สุดคือชายร่างสูงโปร่งที่ยืนเด่นอยู่ท่ามกลางขบวนแถวของคนรับใช้
เขาสวมชุดสูทสามชิ้นสีเทาเข้มตัดเย็บอย่างไร้ที่ติท่าทางที่ดูสงบนิ่งและสายตาที่แหลมคมขัดกับความตื่นตระหนกของมาดามคลาร่าอย่างสิ้นเชิงชายผู้นี้คือ ท่านเซอร์จอร์จเ้าของคฤหาสน์ที่แผ่รังสีของชนชั้นสูงผู้ทรงอิทธิพลออกมาโดยไม่ต้องเอ่ยปาก
เขามองมาที่ผมด้วยสายตาที่เรียบเฉยทว่าเป็ประกายแห่งความสงสัย “ยินดีที่ได้พบครับ คุณบอร์นสินะ? ผมได้รับแจ้งจากภรรยาว่าเธอเชิญ‘ที่ปรึกษาพิเศษ’ จากกรมตำรวจมาช่วยงาน”
ท่านเซอร์ขยับเข้ามาใกล้เพียงเล็กน้อยสายตาหยุดอยู่ที่เ้าเกียร์บนบ่าของผมครู่หนึ่งคิ้วของเขาขยับขึ้นสูงเป็เชิงตั้งคำถาม แต่เขาก็ไม่ได้แสดงท่าทีตื่นใเหมือนคนอื่นๆ“รวมถึง ‘อุปกรณ์’ ที่ดูแปลกตาชิ้นนี้ด้วยสินะครับ”
“เป็เกียรติที่ได้พบครับท่านเซอร์”ผมตอบกลับพลางประเมินชายคนนี้ในใจ ชายคนนี้ไม่ได้ดูถูกผมจากรูปลักษณ์ภายนอกแต่ก็ไม่ได้แสดงความไว้วางใจออกมาทันที เขาเป็คนประเภทที่เก็บงำความคิดไว้ภายใต้ใบหน้าที่ยิ้มแย้มได้อย่างมิดชิด
เมื่อเห็นว่าเ้าบ้านเป็คนจัดการสถานการณ์ได้ดีเอ็ดมันด์จากกรมดูแลสัตว์ก็ขยับหมวกพลางเอ่ยขอตัวทันที “ในเมื่อมาถึงที่นี่แล้วผมคงต้องขอตัวครับท่านเซอร์ พอดีผมมีนัดสำคัญต่อคงต้องฝากคุณที่ปรึกษาไว้ด้วยนะขอรับ”
ผมมองตามรถม้าของเอ็ดมันด์ที่วิ่งออกไปพลางถอนหายใจนัดสำคัญงั้นเหรอ หวังว่าน่องไก่ของฉันที่ สน. จะไม่ถูกใครแย่งไปก่อนนะ
“เชิญด้านในเถอะครับคุณบอร์น”ท่านเซอร์จอร์จผายมือเชิญด้วยท่าทางสุภาพแต่แฝงไปด้วยอำนาจ “แดดเริ่มแรงแล้ว เราเข้าไปคุยรายละเอียดในห้องนั่งเล่นที่เย็นกว่านี้เถอะผมให้คนเตรียมเครื่องดื่มไว้รอคุณแล้ว”
ผมก้าวเดินตามท่านเซอร์จอร์จผ่านโถงทางเข้าขนาดใหญ่พื้นหินอ่อนขัดมันวาววับสะท้อนภาพวาดบนเพดานที่เล่าเื่ราวเทพนิยายปรัมปราความเย็นฉ่ำของอาคารที่ก่อด้วยหินหนาทำให้ความร้อนระอุภายนอกหายไปในพริบตา
ระว่างที่เดินมุ่งหน้าไปยังห้องรับแขกท่านเซอร์ก็เริ่มเปิดประเด็นด้วยน้ำเสียงที่ดูหนักใจแต่ยังคงความสุภาพ“ผมเห็นกับตาเลยครับคุณที่ปรึกษาว่าเ้าอีกานั่นมันโฉบเข้ามาขโมยแหวนเพชรไปจากมือภรรยาของผมบนระเบียง...ผมไม่น่าปล่อยให้ เคนพ่อบ้านของเราใจดีให้อาหารพวกมันจนพวกมันคุ้นคนขนาดนี้เลยจริงๆ”
พูดจบเขาก็ชะลอฝีเท้าเล็กน้อยพลางปรายตามองเกียร์ที่เกาะไหล่ผมอยู่ด้วยสายตาพินิจพิจารณา“จะว่าไป... ภรรยาผมบอกว่านกของคุณพูดได้งั้นหรือ?”
“ใช่ ข้าพูดได้เกี๊ยะ! และระวังให้ดี ข้ากำลังจะ...”
หมับ!
ผมรีบเอื้อมมือไปตะปบจะงอยปากเหล็กของมันไว้ทันทีก่อนที่มันจะพ่นประโยคสุดบรรลัยออกมาผมเดาจากแววตาหิวกระหายที่มันจ้องมองแจกันทองคำข้างทางเดินได้เลยว่ามันต้องกำลังจะพูดว่า 'ข้ากำลังจะขโมยของในคฤหาสน์นี้ให้เกลี้ยง'แน่ๆ!
“ขะ... ขอประทานโทษครับท่านเซอร์ นกของผมมัน ‘รวน’นิดหน่อยจากการเดินทางน่ะครับ” ผมรีบตัดบทพลางส่งยิ้มแห้งๆ ที่สุดในชีวิตไปให้“เราเข้าเื่กันเลยดีกว่า... ผมขอดูรูปถ่ายของแหวนวงที่ถูกขโมยไปหน่อยได้ไหมครับ?”
ท่านเซอร์จอร์จพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะนำผมเข้าไปในบริเวณห้องนั่งเล่นที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้กำมะหยี่สีแดงสดเขาบุ้ยปากให้เคน พ่อบ้านที่เดินตามมาเงียบๆ ยื่นแผ่นกระดาษใบหนึ่งมาให้ผม
มันไม่ใช่รูปถ่ายอย่างที่ผมคาดไว้แต่เป็ ‘รูปวาดลายเส้นแบบละเอียด’ แปลก ผมขมวดคิ้วในใจยุคนี้กล้องถ่ายรูปไม่ใช่เื่ยากสำหรับมหาเศรษฐี แต่การใช้รูปวาดมันดู ‘ตั้งใจ’เกินไปหน่อย แต่ผมก็เลือกที่จะเก็บงำความสงสัยนั้นไว้ก่อนสายตาจดจ้องไปที่รายละเอียดในภาพ
มันเป็รูปมาดามคลาร่าที่สวมแหวนเพชรน้ำงามแม้เม็ดเพชรจะไม่ใหญ่โตมโหฬารจนเกินงามแต่ตัวเรือนทองคำขาวถูกแกะสลักด้วยช่างฝีมือชั้นสูงเป็ลวดลายเถาวัลย์และที่สะดุดตาที่สุดคือตัวเพชรที่มีประกายสีฟ้าจางๆซึ่งเป็เพชรชนิดพิเศษที่มีราคาสูงลิบลิ่วและหายากยิ่ง
“แหวนวงนี้สำคัญต่อตระกูลเรามากครับคุณบอร์น”ท่านเซอร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบต่ำแต่ทำไมผมถึงรู้สึกว่าเขาไม่ได้สนใจมูลค่าของแหวนวงนี้มากเหมือนที่เขาบอกขณะที่สาวใช้เริ่มรินน้ำชาที่มีกลิ่นหอมกรุ่นลงในถ้วยเซรามิกเนื้อดี“ผมหวังว่าฝีมือของคุณจะช่วยให้มันกลับมาอยู่บนนิ้วของภรรยาผมทันมื้อค่ำนี้นะครับ”
เราเดินกันมาอีกนิดจนถึงห้องนั่งเล่นขนาดมหึมาอีกห้องที่อยู่ชั้นบนเพดานสูงประดับด้วยภาพเขียนสีน้ำมันและเครื่องเรือนทองคำ “ที่นี่แหละครับที่คลาร่าของผมถูกฉกแหวนไป”ท่านเซอร์จอร์จชี้มือไปที่โต๊ะน้ำชา
ผมเดินสำรวจไปรอบห้องด้วยความสงสัยห้องนี้ออกจะกว้างขวาง แถมยังมีแจกันประดับเพชรและถาดเงินที่วางล่อตาอยู่บนโต๊ะตัวอื่นแท้ๆตามสัญชาตญาณอีกา พวกมันควรจะคว้าอะไรที่ใหญ่และเงากว่านี้สิทำไมถึงเจาะจงแค่แหวนวงนั้นวงเดียว
ผมเดินเลี่ยงออกมาที่ระเบียงกว้างเพื่อสำรวจทิศทางการบิน“เกียร์ บินออกไปสำรวจรอบๆ ดูซิว่ามีรังนกอยู่ที่ต้นไม้ต้นไหนบ้างหรือมีอะไรสะท้อนแสงติดอยู่ตามกิ่งไม้ไหม”
“รับทราบนายท่าน!ไปสแกนหาขุมทรัพย์ล่ะนะ!” เกียร์ดีดตัวบินออกไปในอากาศทันที
ในขณะที่ผมกำลังเดินกวาดสายตามองไปตามพื้นระเบียงเท้าของผมก็เหยียบเข้ากับอะไรบางอย่างจนเกิดเสียง กร๊อบ! ผมก้มลงดูช้าๆแล้วหยิบมันขึ้นมาพิจารณา
มันคือ"เปลือกถั่ว" ที่เพิ่งถูกแกะออกไม่นาน
ถั่วเหรอ?มาดามคลาร่าดูไม่ใช่นางแบบที่มานั่งแทะถั่วเล่นบนระเบียงแน่ๆแล้วถ้าอีกาเป็คนคาบมา อีกามันไม่กินถั่วเปลือกแข็งแบบนี้บนระเบียงหรอกยกเว้นแต่ว่าจะมีใครตั้งใจ 'ล่อ' มันมาที่นี่
ผมนึกย้อนไปถึงคำพูดของท่านเซอร์จอร์จที่บอกว่าไม่น่าให้พ่อบ้านให้อาหารนกเลยผมจึงหันไปถามเขาเพื่อความกระจ่าง "ท่านเซอร์จอร์จครับเมื่อกี้ท่านบอกว่ามีการสั่งให้พ่อบ้านให้อาหารพวกนกด้วยใช่ไหมครับ?"
"ใช่ครับคุณที่ปรึกษาผมมีธุรกิจร้านค้าที่จำหน่ายพวกถั่วอยู่ด้วยน่ะครับเลยมักจะสั่งให้คนรับใช้ขนพวกถั่วที่คัดออกหรือขายเหลือมาไว้ที่นี่เพื่อเป็อาหารให้นกตัวเล็กตัวน้อยครับ"ท่านเซอร์จอร์จตอบด้วยท่าทางสบายๆ
"แล้วนอกจากพ่อบ้านเคนแล้วมีคนอื่นที่ให้อาหารพวกนกอีกไหมครับ?" ผมรุกถามต่อ
ท่านเซอร์จอร์จทำท่าทางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งสายตาของเขาทอดมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่เห็นฝูงนกบินวนเวียนอยู่รอบต้นไม้ใหญ่
"ถ้าจะให้ตอบตามตรงก็น่าจะเกือบทุกคนในบ้านเลยล่ะครับคุณบอร์น" ท่านเซอร์หันกลับมาสบตาผมด้วยแววตาที่ดูลุ่มลึก"ผมอนุญาตให้คนงานทุกคนหยิบถั่วหรือธัญพืชจากในครัวไปให้นกกินได้ตามสบายผมถือว่ามันเป็การทำทาน และเป็การสานต่อเจตนารมณ์ของบรรพบุรุษน่ะครับ"
เขาเว้นจังหวะพลางเดินไปหยิบรูปภาพเก่าๆที่ใส่กรอบทองเหลืองบนชั้นวางมาให้ผมดู มันเป็ภาพวาดของบรรพบุรุษตระกูลเขาที่มีนกฟินิกซ์(หรือนกที่ดูคล้ายกัน) สลักอยู่ในตราประจำตระกูล
"ต้นตระกูลของผมมีความผูกพันกับพวกนกมาอย่างยาวนานนานเกินกว่าที่บันทึกเล่มไหนจะจดไว้หมดเรามีความเชื่อสืบต่อกันมาว่านกคือสื่อกลางระหว่างโลกนี้กับ 'บางอย่าง' ที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น การดูแลพวกมันจึงไม่ใช่แค่การให้อาหารแต่มันคือหน้าที่ของคนในตระกูลเรา เพราะเหตุนี้พวกนกแถวนี้ถึงไม่ค่อยกลัวคนและคอยป้วนเปี้ยนอยู่รอบคฤหาสน์เหมือนเป็องครักษ์ส่วนตัวยังไงอย่างนั้นแหละครับ"
หมายความว่าทุกคนในคฤหาสน์นี้มี 'แนวทาง' หรือความคุ้นเคยที่จะเรียกนกตัวไหนก็ได้ให้มาหาผ่านอาหารพวกนี้สินะชักจะเริ่มยากขึ้นแล้วสิ
ในจังหวะนั้นเองหางตาของผมเหลือบไปเห็นพ่อบ้านเคนซึ่งยืนสงบนิ่งอยู่มุมห้องมาตลอดเขากำลังพยายามจัดปกเสื้อตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนผิดสังเกต และทันทีที่ผมเอ่ยคำว่า‘อาหาร’ หรือ ‘ถั่ว’ ร่างของเขาก็สะดุ้งน้อยๆ ราวกับถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ช็อต
เขามีท่าทางลุกลี้ลุกลนอย่างเห็นได้ชัดดวงตาคู่ใต้คิ้วดกหนานั้นหลบวูบลงต่ำทันทีที่สายตาของผมกวาดไปถึงแถมมือที่ไขว้หลังอยู่ยังบิดไปมาจนนิ้วแทบจะพันกัน...นี่ไม่ใช่ท่าทางของพ่อบ้านมืออาชีพที่กำลังฟังเ้านายคุยกับแขกแต่มันคืออาการของคนที่กลัวว่าความลับในกระเป๋าจะหลุดรอดออกมาต่างหาก
หึ...คดีแหวนหายนี้ท่าทางจะเริ่มน่าสนใจขึ้นมาจริงๆ แล้วสิผมกระตุกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยขณะที่แสร้งทำเป็จิบน้ำชาอย่างใจเย็นไม่แน่ว่านกพวกนั้นอาจจะเป็แค่ 'เครื่องมือ' แต่ตัวการที่บงการอยู่เื้ัอาจจะเป็คนที่รู้ใจพวกมันดีที่สุดก็ได้
ผมแสร้งเดินสำรวจภายในห้องนั่งเล่นอีกสักพักสายตากวาดมองไปตามพรมและมุมโต๊ะจนแน่ใจว่าไม่พบหลักฐานทางกายภาพอื่นเพิ่มและเมื่อเห็นว่าเ้าเกียร์ยังไม่ส่งสัญญาณกลับมาจากการสำรวจรังนกที่สวนด้านนอกผมจึงหันไปหาเ้าของบ้านเพื่อเตรียมตัวขยายขอบเขตการสืบสวน
“ผมขออนุญาตออกไปดูสถานที่เกิดเหตุตรงระเบียงและสวนรอบๆหน่อยได้ไหมครับท่านเซอ...”
แต่ยังไม่ทันที่ผมจะพูดจบท่านเซอร์จอร์จและมาดามคลาร่าก็ประสานสายตามองกันก่อนจะรั้งผมไว้ด้วยรอยยิ้มที่เป็มิตรจนน่าประหลาด
"คุณที่ปรึกษาครับนี่ก็ได้เวลาเที่ยงพอดี ทานมื้อเที่ยงกับพวกเราก่อนเถอะครับ"ท่านเซอร์จอร์จเอ่ยชวน
ให้ตายสินี่ผมมัวแต่สนใจเื่ถั่วกับนกจนลืมความหิวไปเลยเหรอเนี่ย
ท้องของผมเริ่มส่งเสียงประท้วงทันทีที่ได้ยินคำชวนผมจึงไม่ปฏิเสธเพราะตอนนี้ดูเหมือนพลังงานสำรองจะหมดเกลี้ยงจนควบคุมท้องไม่ให้ร้องไม่ได้แล้วพวกเขาพาผมมายังห้องอาหารที่แสนหรูหราโต๊ะยาวตัวใหญ่ถูกปูด้วยผ้าลินินสีขาวสะอาดตา พร้อมเครื่องเงินที่ขัดจนเงาวับ
อาหารมื้อเที่ยงสุดพิเศษถูกนำมาเสิร์ฟกลิ่นหอมของซุปครีมและเนื้ออบชั้นดีทำเอาผมแทบลืมเื่คดีไปชั่วขณะแต่ในระหว่างที่ผมกำลังลิ้มรสอาหารคำแรกอย่างมีความสุขเสียงกระพือปีกที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของเ้าเกียร์ที่บินพรวดเข้ามาทางหน้าต่างห้องอาหารด้วยท่าทางตื่นเต้น!