“พี่สาวผู้มีพระคุณไป่เรามาทำอะไรกันเหรอ?”
ฮุ่ยเอ๋อตอนนี้อยู่ในชุดเสื้อตัวใหญ่หลวมๆที่ถูกผ้าพันไว้ลวกๆมันคือเสื้อผ้าของไป่ฟานเซียนที่นางเก็บเอาไว้นางมารู้ตัวเมื่อตอนที่ฮุ่ยเอ๋ออาบน้ำเสร็จแล้วยังเปลือยเปล่าว่าชุดเก่าของเด็กคนนี้นั้นสภาพย่ำแย่เพียงไหน
ทั้งนางเองก็ไม่มีชุดสำหรับเด็กใดๆติดตัว
ทำให้หลังจากผ่านไป1 วันทั้งสองคนกำลังเดินอยู่ในยานการค้าของเมืองที่เต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่าน
ภาพที่หญิงสาวคนหนึ่งในชุดจีนโบราณกำลังเดินในย่านการค้าโดยมีเด็กน้อยคนหนึ่งคอยเดินตามต้อยๆกลายเป็จุดสนใจอย่างยิ่งแต่สิ่งที่ดึงดูดให้ผู้คนหันมามองไม่ใช่เพียงการแต่งตัวที่แปลกประหลาดแต่เป็ที่ตัวหญิงสาวเสียมากกว่า
ไป่ฟานเซียนเคยเป็ถึงตัวตนสูงสุดของโลกเมื่อหนึ่งหมื่นปีก่อนทั้งหน้าตาผิวพรรณของนางล้วนโดดเด่นจนผู้คนเทียบไม่ติดทุกย่างก้าวของนางเต็มไปด้วยเสน่ห์และความสูงส่งอย่างที่หญิงสาวทั่วไปไม่มีทางมี
“เ้าเรียกข้าว่านายหญิงเถิดข้าคุ้นเคยกับการเรียกแบบนั้นมากกว่า”
ยามที่ไป่ฟานเซียนหันไปคุยกับฮุ่ยเอ๋อนางได้เผยรอยยิ้มบางๆออกมาที่ริมฝีปากด้วยความเอ็นดูแต่ภาพนั้นกลับทำให้ชายหนุ่มที่แอบมองอยู่ใจละลายกันเป็แถว
มีหลายคนแอบยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปเก็บเอาไว้มีชายหนุ่มคนหนึ่งที่บังเอิญสามารถถ่ายช็อตที่ไป่ฟานเซียนยิ้มเอาไว้ได้พอดีเขารีบโพสต์มมันลงบนโซเชียลด้วยความภูมิใจ
‘มาเดินเล่นที่ย่านการค้า ไม่นึกว่าจะเจอนางฟ้าที่นี่!’
โพสต์ของเขากลายเป็ที่สนใจจากเพื่อนฝูงเป็อย่างยิ่งแต่ใครจะรู้ว่าเพียงไม่นานรูปที่เขาถ่ายมันกลับถูกแชร์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆจากร้อยเป็พัน จากพันเป็หมื่น
จนตอนนี้มันมากกว่าห้าหมื่นแชร์เข้าไปแล้ว!
“ผู้หญิงคนนั้นสวยมากๆเลย...”
“เป็ดารารึเปล่า?กำลังถ่ายหนังกันเหรอ?”
“ฉันอยากรู้ชื่อเธอ! ถ้าเป็ดาราฉันจะเป็แฟนคลับเธอตลอดชีวิต!”
เสียงพูดคุยเซ็งแซ่ดังขึ้นรอบๆเป็ระยะไป่ฟานเซียนที่เป็ดั่งศูนย์กลางของเื่ราวกลับไม่สนใจนางเพียงเดินนำฮุ่ยเอ๋อไปพลางมองซ้ายมองขวาไปพลางหลายสิ่งหลายอย่างล้วนเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ทั้งถนนหนทาง อาคารบ้านเรือนรวมไปถึงเครื่องแต่งกายที่ใส่ นางรู้ตัวแล้วว่าชุดที่นางใส่อยู่ค่อนข้างจะโดดเด่นไม่น้อยเมื่อเทียบกับคนอื่น
“ฮุ่ยเอ๋อเราสามารถหาชุดใหม่ได้ที่ไหน?”
ไป่ฟานเซียนพบว่าแม้ฮุ่ยเอ๋อจะอายุยังน้อยแต่เธอกลับรู้อะไรหลายอย่างเพราะประสบการณ์ที่ผ่านมาของเธอเองทำให้ตอนนี้ฮุ่ยเอ๋อเป็ดั่งเข็มทิศนำทางในการใช้ชีวิตของไป่ฟานเซียนในยุคนี้ไปแล้ว
“นายหญิงเราสามารถซื้อชุดใหม่ได้ที่ร้านขายเสื้อผ้า”
ฮุ่ยเอ๋อเป็เด็กฉลาดเธอเปลี่ยนคำเรียกจากพี่สาวผู้มีพระคุณเป็นายหญิงได้ในทันทีที่ไป่ฟานเซียนบอกเธอ
“แปลว่าเราต้องมีเงินใช่ไหม?”ไป่ฟานเซียนไม่ใช่คนโง่ นางสามารถเชื่อมโยงหลายสิ่งในหัวได้อย่างรวดเร็วและรู้ตัวทันทีว่าสิ่งที่นางขาดมากที่สุดในตอนนี้คืออะไร
เงิน!
ไป่ฟานเซียนไม่เคยขาดเงินในมิติของนางมีสมบัติจำนวนหนึ่งที่นางเคลื่อนย้ายจากห้องทำงานเข้าไปไว้ ก่อนหน้านี้มิติที่สามารถเก็บรักษาสิ่งของของนางมีพื้นที่ประมาณ2 ลูกบาศก์เมตร แต่ตอนนี้มันกลับกว้างขึ้นจนถึงระดับ 20 ลูกบาศก์เมตรไปเสียแล้ว
จากการสังเกตของนางยามที่เดินมาตามถนนนี้สิ่งที่ผู้คนใช้ในการแลกกับสิ่งของกลับเป็กระดาษหรือเหรียญที่เธอไม่เคยเห็น ทั้งนางยังเห็นบางคนใช้การ์ดแปลกๆไปรูดที่เครื่องมือซึ่งนางก็ไม่เคยเห็นแทนการจ่ายเงินอีกด้วย
นางแน่ใจว่าเหรียญทองในสมัยก่อนหรือการจ่ายด้วยสมบัติคงจะไม่ได้รับการยอมรับในยุคนี้
“ใช่แล้วค่ะ”ฮุ่ยเอ๋อตอบด้วยความหม่นหมอง เงินคือสิ่งที่เธอไม่เคยมีที่สุดใน่ชีวิตก่อนหน้านี้
“เช่นนั้นก็ไปดูที่นั่นเสียหน่อยแล้วกัน”
สถานที่ซึ่งไป่ฟานเซียนชี้คืออาคารสองชั้นที่ตั้งอยู่ในซอยซึ่งไม่ค่อยจะมีคนสนใจนักมันคือร้านขายสมุนไพรและยา แต่สิ่งที่สามารถดึงดูดไป่ฟานเซียนได้จริงๆก็คือด้านในนั้นมีผู้ฝึกตนอยู่
ทั้งยังมีถึง 5 คน
ั้แ่มาถึงเมืองนี้ัั์ของนางก็กวาดผ่านไปทั่วสิ่งที่ทำให้นางประหลาดใจก็คือจำนวนของผู้ฝึกตนที่นางััได้กลับน้อยกว่าที่คิดมากนักในหมู่คนธรรมดาแทบจะไม่มีผู้ฝึกตนปะปนอยู่เลยแตกต่างกับเมื่อวานที่นางััถึงผู้ฝึกตนจำนวนมากเ่าั้บนูเาได้
ทั้งพวกเขาเ่าั้ยังใช้ชีวิตแบบบุคคลธรรมดา
วันนั้นมีผู้ฝึกตนนับพันมารวมตัวกัน
เกิดอะไรขึ้นใน่หนึ่งหมื่นปีนี้ทำไมปริมาณผู้ฝึกตนถึงลดลงจนน่าใจหาย
ทั้งระดับพลังที่นางััได้แต่ละคนไม่มีใครที่มีพลังเกินกว่าระดับปรมาจารย์เลยสักคนเดียว
ไป่ฟานเซียนสะบัดมือเบาๆห่อผ้าใบเล็กๆก็ปรากฏขึ้นในมือของนาง นางยื่นมันไปให้ฮุ่ยเอ๋อถือเอาไว้ด้วยสองมือถึงมันจะเป็ห่อขนาดใหญ่แต่มันก็ไม่ได้หนัก เด็กอย่างฮุ่ยเอ๋อเพียงประคองไว้ด้วยสองแขนก็สามารถถือไว้ได้สบายๆ
เมื่อวานนี้นางได้อธิบายถึงโลกแห่งผู้ฝึกตนและเื่ที่นางเป็คนในยุคหนึ่งหมื่นปีก่อนให้ฮุ่ยเอ๋อฟังจนหมดสิ้นแล้วทั้งยังแสดงอะไรหลายๆอย่างให้ดูจนเด็กน้อยถึงกับอ้าปากหวออย่างไรนางก็รับเด็กคนนี้มาอยู่ด้วยกันแล้วจึงไม่คิดจะเก็บความลับอะไรให้มันวุ่นวาย
และไม่รู้ว่าเพราะยังเป็เด็กหรือเพราะความฉลาดของฮุ่ยเอ๋อเพราะเธอทำใจยอมรับได้เร็วเป็อย่างยิ่งทั้งยังมองนายหญิงของตนด้วยแววตาเป็ประกายยิ่งกว่าเก่าเสียอีกการรู้ว่านายหญิงของตนอยู่มานานกว่าหมื่นปีคงทำให้ตัวตนของไป่ฟานเซียนดูเหมือนพระเ้าในสายตานาง
ทั้งยังตื่นเต้นไปกับทุกอย่างที่เห็นไป่ฟานเซียนทำเมื่อวานทั้งที่นางก็แค่เก็บของและตรวจเช็ควัสดุที่เหลืออยู่ในห้องนั้นเท่านั้น
แต่ภาพที่วัตถุดิบในห้องลอยปลิวไปมาทั้งยังหายวับไปกลางอากาศก็คงจะเป็เื่แปลกใหม่สำหรับคนในยุคนี้จริงๆนั่นแหละ
ย้อนกลับมาก่อนจะเข้าไปในร้านไป่ฟานเซียนััได้ถึงกระแสพลังปราณที่พุ่งพล่านมาจากในร้านดูเหมือนว่ากำลังจะเกิดการปะทะกันขึ้นด้านใน
ไป่ฟานเซียนไม่สนใจเลยสักนิดและเปิดประตูของร้านเข้าไปโดยมีฮุ่ยเอ๋อถือห่อผ้าสีขาวเดินตามต้อยๆ
หากตัวตนเช่นนางยังต้องมากังวลกับระดับพลังเล็กจ้อยเท่านี้ก็คงจะน่าขายหน้าเกินไป
เบื้องหน้านางคือร้านขายยาขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยสมุนไพรถูกจัดเก็บไว้อย่างดีในชั้นวางตามผนังที่ตรงหน้านางคือเคาทเตอร์ซึ่งมีชายชราที่เหมือนจะเป็เ้าของร้านกำลังยืนขึ้นเผชิญหน้ากับกลุ่มคน4 คน
กลุ่มคนทั้งสี่คนนั้นเป็ผู้ฝึกตนระดับจอมยุทธ์ขั้น5 หนึ่งคน ขั้น 2 หนึ่งคน ส่วนอีกสองคนเป็ระดับผู้ฝึกยุทธ์ขั้น 10 ทั้งคู่
พวกเขาดูเหมือนจะเป็คนของกองทัพหรือหน่วยงานสักแห่งสังเกตจากลักษณะการแต่งตัวและสัญลักษณ์สีเงินรูปปีกที่อก
เมื่อไป่ฟานเซียนปรากฏตัวทั้งสองฝ่ายล้วนหันมามองเป็ตาเดียวเมื่อเห็นว่าเป็หญิงสาวที่ดูเหมือนคนธรรมดากับเด็กน้อยคนหนึ่งเดินเข้ามาคนที่ดูเหมือนจะเป็หัวหน้าของกลุ่มก็โบกมือเบาๆเป็เชิงถอยพวกเขาเดินสวนกับไป่ฟานเซียนออกจากร้านไปโดยมีลูกน้องของเขาคนหนึ่งหันมามองเ้าของร้านและไป่ฟานเซียนอย่างเคืองๆ
ทางฝั่งเ้าของร้านกลับไม่มีท่าทีหวาดกลัวเขาเพียงถอนหายใจเบาๆแล้วหยิบเอาสมุนไพรที่วางอยู่บนโต๊ะไปเก็บเท่านั้น
“...สวัสดีคุณหนูมีอะไรให้ช่วยงั้นรึ?”
เ้าของร้านที่เป็ชายชราท่าทางใจดีทักทายไป่ฟานเซียนอย่างสุภาพหลังจากเก็บของเสร็จแล้ว
“...ที่นี่รับซื้อสมุนไพรหรือไม่?”
ไป่ฟานเซียนถามอย่างตรงไปตรงมานี่คือวัตถุประสงค์ของเธอที่เข้ามาเหยียบสถานที่แห่งนี้
ถึงตำหนักโอสถของเธอจะหายไปแล้วแต่สมุนไพรที่เก็บไว้ในห้องทำงานและในมิติเก็บของกลับยังอยู่ดีทำให้ในตัวเธอตอนนี้มีทั้งวัตถุดิบหายากและสมุนไพรมากมายอยู่กับตัว
แม้จะน่าเสียดายที่บางส่วนไม่ได้พัฒนากลายเป็สมุนไพรหมื่นปีเพราะพวกมันถูกถอนขึ้นมาจากดินมาเก็บรักษาไว้แต่แรก หากสมุนไพรทั้งหมดยังปลูกอยู่เหมือนโสมพันปีพวกนั้นถึงวันที่เธอตื่นขึ้นมาคงจะเป็เื่ที่น่ายินดีกว่านี้
ชายชราทำหน้าแปลกใจเล็กน้อยถึงเขาจะคิดว่าสมุนไพรที่หญิงสาวนำมาขายคงจะไม่ได้มีค่ามากมายอะไรแต่เขาก็ยังพูดด้วยความสุภาพ
“รับสิ แต่สมุนไพรธรรมดาไม่ค่อยจะมีราคานักหรอกนะ”เขาพูดตามตรง
“...อืม” ไป่ฟานเซียนพยักหน้ารับอย่างเข้าใจเธอชี้ไปยังสมุนไพรที่ตั้งอยู่บนชั้น
“โสม 50 ปีนั่นราคาเท่าไร?”
ที่เธอชี้ไปคือกล่องใบหนึ่งที่ห่อเอาไว้อย่างดีดูเหมือนว่ามันจะพึ่งมาถึงไม่นานและเ้าของร้านยังไม่ทันได้เก็บมัน
แต่คำถามของไป่ฟานเซียนกลับทำให้เ้าของร้านประหลาดใจเขาเดินไปหยิบกล่องไม้ที่ปิดสนิทแล้วนำมาวางเปิดไว้บนโต๊ะ
“โสมนี่อย่างน้อยก็ล้านแปดแสนเหรียญเ้านี่พึ่งมาถึงเมื่อเช้า มีคนจองเอาไว้แล้ว”
ราคาของมันทำให้เด็กน้อยอย่างฮุ่ยเอ๋อสะดุ้งจากที่ตอนแรกเธอสนใจของแปลกๆในร้านกลายเป็ไม่กล้าขยับเขยื้อนเพราะกลัวจะไปทำมันเสียหายเข้า
“...ฮุ่ยเอ๋อนั่นเยอะมากหรือ?” ไป่ฟานเซียนถามเด็กน้อยที่ตัวแข็งทื่อ
“...นายหญิงเนื้อย่างราคาไม้ละห้าเหรียญ” เด็กน้อยอย่างฮุ่ยเอ๋อไม่รู้จะเอาไปเทียบกับอะไรดีได้แต่ใช้เนื้อย่างที่เธอเคยเห็นเป็เกณฑ์เท่านั้น
“เข้าใจแล้ว”
ไป่ฟานเซียนพยักหน้ารับหากเนื้อย่างเ่าั้ราคาไม้ละ 5 เหรียญเธอก็พอจะประมาณถึงราคาของสิ่งต่างๆในยุคนี้ได้คร่าวๆแล้ว
นั่นแปลว่าหนึ่งล้านแปดแสนเหรียญนั้นน่าจะพอใช้จ่ายทั่วไปได้สบายเลยใช่ไหม?
ไป่ฟานเซียนหันไปทางฮุ่ยเอ๋อ
“วางห่อผ้าลงบนโต๊ะ”
“ค่ะ!”
ฮุ่ยเอ๋อตอบรับอย่างแข็งขันเธอยกห่อผ้าในมือมาวางไว้บนโต๊ะอย่างระมัดระวัง นี่เป็งานแรกที่นายหญิงให้เธอทำเด็กน้อยจึงตั้งใจเป็อย่างมากและไม่ยอมให้มีอะไรมาผิดพลาดเด็ดขาด
ไป่ฟานเซียนปลดห่อผ้านั้นออกแล้วล้วงมือเข้าไปหยิบบางอย่างออกมา
“ข้ามีโสมหนึ่งร้อยปีเ้ารับซื้อหรือไม่?”
สิ่งที่ไป่ฟานเซียนหยิบออกมาคือโสมที่มีสีน้ำตาลเหลืองบริเวณรากที่ยื่นออกมาบิดเป็เกลียวเมื่อนำมันมาวางบนโต๊ะกลับสามารถรู้สึกได้ถึงพลังธรรมชาติสายหนึ่ง
นี่เป็เื่ปกติของสมุนไพรที่เติบโตมาจากผืนดินมันจะดูดซับเอาพลังฟ้าดินเอาไว้ ยิ่งมีอายุมากขึ้นก็จะยิ่งล้ำค่าหากเปลี่ยนเป็สมุนไพรพันปีแม้แต่คนธรรมดายังสามารถััได้ถึงกระแสพลังยามที่ััเลยทีเดียว
ส่วนชายชราในตอนนี้เต็มไปด้วยความตกตะลึงเขาผุดลุกขึ้นมา สองมืออยากจะจับสมุนไพรนี้ขึ้นมาดู แต่อีกใจก็กลัวมันจะเสียหายจึงได้แต่อ้ำๆอึ้งๆอยู่เช่นนั้น
“ตรวจสอบดูสิ”
เมื่อได้ยินคำอนุญาตชายชราก็พุ่งเข้าไปดูราวกับเด็กๆได้ของเล่น เขาจับที่ต้นโสมอย่างเบามือเมื่อััได้ถึงกระแสพลังอ่อนๆที่ส่งออกมายยิ่งยืนยันได้ว่าโสมต้นนี้เป็ของจริง
อย่างน้อยมันก็อายุร้อยปี!
“คุณหนูจะขายโสมต้นนี้จริงๆเหรอ?”
ชายชราถามอย่างไม่แน่ใจควรรู้ว่าสำหรับสมุนไพรเช่นนี้โดยเฉพาะโสมที่มีอายุขนาดนี้ มันสามารถเป็สิ่งที่สามารถช่วยชีวิตเ้าของในยามวิกฤติได้เลยเพราะพลังฟ้าดินที่สะสมอยู่ในต้นนั้นสามารถเยียวยาหรือต่อชีวิตของคนที่กินเข้าไปได้อีกหน่อยเลยด้วยซ้ำ
ไป่ฟานเซียนพยักหน้ารับอย่างไม่ลังเลถึงอย่างไรนางก็ยังมีโสมร้อยและพันปีที่เคยเก็บไว้ในมิติอยู่จำนวนหนึ่งการจะเอามันออกมาขายสักหน่อยไม่ได้ทำให้นางรู้สึกลำบากใจเลยสักนิด
นี่ยังไม่นับโสมหมื่นปีที่ปลูกอยู่ในไร่เ่าั้ด้วย
“เ้าจะซื้อด้วยราคาเท่าใด?”
ชายชราที่ได้ยินคำถามหยุดคิดไปครู่หนึ่งถึงอย่างไรเขาก็เป็คนทำการค้าย่อมอยากได้กำไรอยู่บ้าง แต่ว่าเมื่อเขาเหลือบไปมองยังหญิงสาวที่เป็เ้าของสมุนไพรนี้เขากลับััได้ถึงความลี้ลับบางอย่าง
ทั้งท่าทางที่ไม่ใส่ใจสักนิดราวกับโสมร้อยปีนี้เป็หัวมันทำให้เขารู้สึกสนใจในตัวหญิงสาวอายุน้อยคนนี้ขึ้นมา
“...สิบล้านเหรียญคุณหนูพอใจกับราคานี้ไหม?”
ชายชราตัดสินใจบอกราคาที่เป็ธรรมกับเธอออกมาโสมร้อยปีนี้ถึงเขาจะเอาไปขายต่อแต่ก็คงจะได้กำไรอย่างมากแค่ล้านถึงสองล้านเหรียญโดยยังไม่ได้รวมค่าดำเนินการและเก็บรักษาการเสนอรับซื้อมาในราคาสิบล้านจึงเป็ราคาที่ยุติธรรมมากแล้ว
ไป่ฟานเซียนเหลือบมองแววตาของเ้าของร้านแล้วพยักหน้ารับง่ายๆ
“งั้นขอบัญชีธนาคารคุณหนูหน่อยสิเดี๋ยวฉันจะโอนให้”
“...”