
เวลาเจ็ดโมงหนึ่งนาทีทำนองรักในชุดนักเรียนมัธยมปลายของโรงเรียนรัฐบาลชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดกรุงเทพมหานครวิ่งลงมาจากบันไดคฤหาสน์อัศวเดชากุลเด็กสาววัยสิบหกปีร่างสูงบางเดินตรงเข้าไปที่ห้องอาหารใหญ่ซึ่งมีโต๊ะอาหารไม้โอ๊คสีน้ำตาลเข้มตัวยาวรายล้อมด้วยเก้าอี้ทั้งหมดยี่สิบตัวแล้วนั่งลงที่เก้าอี้หัวโต๊ะฝั่งทางเข้าห้องอาหาร ซึ่งเป็เก้าอี้ตัวประจำของเธอหัวหน้าแม่บ้านเมื่อเห็นว่าคุณหนูนั่งลงที่โต๊ะอาหารเรียบร้อยแล้วก็รีบจัดแจงตักข้าวต้มปลาร้อนๆใส่ชามมาเสิร์ฟอย่างว่องไว
“หอมจังเลยค่ะป้าภา” ทำนองรักทำท่าสูดกลิ่นหอมกรุ่นของข้าวต้มปลาร้อนๆในชามที่ ‘พรประภา’ หัวหน้าแม่บ้านผู้เลี้ยงดูเธอมาั้แ่แบเบาะยกมาเสิร์ฟให้
“หอมก็ทานเยอะๆนะคะคุณเพลงตัวผอมซูบหมดแล้วดูซิ” พูดพลางกวาดสายตามองรูปร่างที่ความจริงแล้วบางสมส่วนของคุณหนูของตนอย่างห่วงใย
“แบบนี้สิคะถึงเรียกว่าหุ่นดีถ้าเพลงกินเยอะแบบป้าภาอยากให้เพลงกินล่ะก็ เพลงคงกลายเป็กระปุกเดินได้พอดี” เด็กสาวตอบเสียงเจื้อยแจ้วโดยแทบไม่ได้สังเกตชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่ที่หัวโต๊ะอาหารฝั่งตรงข้ามเลยแม้แต่นิด
‘ธนากิจอัศวเดชากุล’ เ้าของโรงแรมห้าดาวชื่อดังใจกลางย่านสุขุมวิทซึ่งเป็แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวต่างชาติที่มาเที่ยวประเทศไทยและเป็ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในโรงแรมอีกสิบกว่าแห่งในเอเชียและยุโรป ธนากิจคือนักธุรกิจและผู้บริหารที่เป็ที่รู้จักและมีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่งในวงการธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวเขาเป็บุคคลที่ถูกจับตามองด้วยความสนใจจากสื่อและคนในวงการธุรกิจอยู่ตลอด แต่เมื่อกลับมาบ้านกลับถูกลูกสาวคนเดียวเมินใส่โดยการนั่งคุยเจื้อยแจ้วกับหัวหน้าแม่บ้านแทนที่จะคุยกับตนผู้เป็พ่อซึ่งเพิ่งได้กลับมาจากการประชุมบอร์ดที่สิงคโปร์สดๆร้อนๆเมื่อคืนที่ผ่านมา
“อะแฮ่ม” ชายวัยสี่สิบตอนปลายทำเสียงกระแอมไอเพื่อเรียกความสนใจจากคนทั้งสองที่กำลังคุยกันอยู่ที่หัวโต๊ะฝั่งตรงข้ามให้หันมามอง
“อ้าวคุณพ่อกลับมาจากสิงคโปร์ั้แ่เมื่อไหร่คะเนี่ย หนูไม่ทันสังเกตเลย” ทำนองรักกล่าวทักทายบิดาด้วยน้ำเสียงห่างเหินแกมประชด
“นึกว่าคุณพ่อย้ายบ้านไปอยู่ที่ทำงานแล้วซะอีก”
“คุณเพลงคะ...” พรประภากระซิบเตือนเสียงแ่ นายท่านและคุณหนูของเธอไม่ลงรอยกันมาั้แ่่มัธยมต้นหลังจากที่เด็กสาวค้นพบว่าผู้เป็พ่อโกหกเธอมาตลอดเื่แม่แท้ๆของเธอ
“กลับมาถึงตีหนึ่งนั่งกินข้าวอยู่ทนโท่ตรงนี้ดูลูกสาวคนเดียวนั่งคุยแต่กับแม่บ้านโดยไม่แยแสที่จะทักทายพ่อตัวเองสักคำ” ธนากิจตอบเสียงขุ่น แต่ก็เริ่มชินชากับการที่ลูกสาวปฏิบัติกับตนเองแบบนี้ได้สักพักแล้ว
“อ้องั้นก็อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณพ่อ ยินดีต้อนรับกลับบ้านที่แสนอบอุ่นของเรานะคะตอนนี้หนูขอกินข้าวให้เสร็จจะได้รีบไปโรงเรียน ส่วนคุณพ่อจะได้ไปทำงานที่รักของคุณพ่อต่อนะคะ” เด็กสาวพูดเสียงเรียบอย่างไม่ได้ยินดียินร้ายที่ผู้เป็พ่อกลับมาบ้านแม้แต่นิดและแล้วทั้งบิดากับบุตรสาวก็ต่างคนต่างรับประทานข้าวต้มปลาไปเงียบๆ
เมื่อทานข้าวต้มปลาในชามหมดทำนองรักก็ลุกขึ้นไหว้สวัสดีบิดาและหัวหน้าแม่บ้านก่อนจะเดินไปขึ้นรถบีเอ็มดับเบิ้ลยูที่จอดรถอยู่ที่ด้านหน้าประตู
“วันนี้ไปทางลัดนะคะน้าป้อมเพลงอยากไปถึงเร็วหน่อย เปิดเทอมสองวันแรกต้องรีบทำคะแนนพิศวาสกับอาจารย์ที่ปรึกษา” ทำนองรักเอ่ยบอก ‘นายป้อม’คนขับรถประจำตัวของเธอ ลูกชายของ ‘นายปาน’ อดีตคนขับรถประจำตระกูลอัศวเดชากุลซึ่งตอนนี้เกษียณอายุและปลีกตัวไปใช้ชีวิตบั้นปลายที่บ้านสวนของครอบครัวที่ต่างจังหวัดได้หลายปีแล้ว
“ครับคุณเพลง” นายป้อมหรือ ‘ป้อมเพชร’ ขานตอบแล้วกดเปิดเพลง‘More Than Friends’ ซึ่งเป็เพลงโปรดของทำนองรักอย่างที่ทำเป็ประจำทุกวัน
“เพื่อนคนนี้อยากบอกให้เธอรู้ว่า...เราชอบเธอนะ
แอบชอบมานานแล้วหลงรักในรอยยิ้มสดใสของเธอ
เสียงหัวเราะ ดวงตาของเธอ
ชอบ...ทุกอย่างที่เป็เธอ
แต่ก็รู้ว่าเราคงเป็มากกว่าเพื่อนไม่ได้
เอาเป็ว่า...เราจะไม่ข้ามเส้นไปแล้วกัน
แต่เราขอใส่เธอไว้ในเพลงนี้หน่อยนะ
อย่างน้อย...เราก็เป็ More Than Friends ของเธอได้บ้าง
เวลาที่เราฟังเพลงนี้...”
ทำนองรักเอนหลังพิงเบาะหลับตาฟังอินโทรเพลงอย่างเพลิดเพลินใจพลางนึกไปถึงคนๆหนึ่ง...คนที่เธอเพิ่งเคยเจอครั้งแรกเมื่อไม่กี่เดือนก่อนแต่กลับผูกพันสนิทสนมกันในเวลาอันรวดเร็วจนตัวเธอเองก็ยังแปลกใจเพราะปกติเธอจะมีกำแพงกั้นไว้ทำให้ไม่ได้เปิดใจให้ใครได้รู้จักตัวตนของเธอได้ง่ายๆพอรู้ตัวอีกทีก็กลายเป็ว่าคุณหนูแห่งตระกูลอัศวเดชากุลผู้ไม่เคยสนใจเื่ใดนอกจากเื่เรียนได้เผลอใจไปแอบชอบคนๆนี้เข้าอย่างจังและก็รู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่ได้คิดอะไรกับตนเกินไปกว่าคำว่า‘เพื่อน’ คำที่เป็เส้นกั้นเส้นหนาระหว่างรูปแบบความสัมพันธ์สองแบบที่มีชื่อว่า‘เพื่อน’ กับ ‘คนรัก’ ซึ่งเธอไม่อาจก้าวล้ำ และไม่คิดจะล้ำเส้นไปเกินกว่าความเป็เพื่อนเพราะถ้าหากวันหนึ่งต้องเลิกรากัน เธอคงไม่พร้อมที่จะสูญเสียเพื่อนรักคนนี้ของเธอไปได้
อย่างน้อย...เค้าก็ขอแค่ได้วนเวียนอยู่รอบๆตัวเธออย่างงี้ไปทุกๆวันแล้วกันนะแค่นี้เค้าก็มีความสุขแล้วแหละ เด็กสาวคิดในใจ
วิทยุในรถค่อยๆเล่นเพลงไปเรื่อยๆตามเพลย์ลิสต์ที่ทำนองรักเคยจัดไว้ทีละเพลง...ทีละเพลง จนเด็กสาวเผลอหลับไป