เมืองท่าลอมแบร์ดี
อเล็กซานเดอร์ลืมตามองเมืองลอมแบร์ดี
เกเบียลรีบนำซุปมาให้ทันทีที่เห็นนายตนเองขยับตัว
“ท่านบำเพ็ญไปสามเดือน”รองแม่ทัพกล่าวด้วยสีหน้าร้อนใจ “มีเื่อะไร”
ยักษาตาเพชรมองขึ้นบนฟ้า“บางครั้ง์ก็ซับซ้อนเกินกว่าจะเข้าใจ” เขาซดน้ำซุปไปครึ่งถ้วย แล้วดวงตาก็ต้องจ้องมองผิวน้ำซุปที่กำลังสั่นไหว
เสียงแผ่นดินะเืราวฝูงม้าวิ่งเป็ร้อยกองพันดังนำมาจากทิศเหนือก่อนคลื่นน้ำที่สูงเกือบเท่าสันเขาจะไหลผ่านช่องเขาสู่เมืองลอมแบร์ดีและกวาดทุกสิ่งหายไปกับตา
เสียงผู้คนร้องโหยหวนระงมทนทุกข์ทรมานดังอื้ออึงปานอยู่ในนรกทว่าไม่กี่อึดใจทุกอย่างก็สงบลง
“เดินทางไปยังลอมแบร์ดี”อเล็กซานเดอร์กล่าวแล้วเดินไปขึ้นหลังม้า
ขบวนศาสนขุนพลเดินทางสู่ซากเมืองอันเต็มไปด้วยดินโคลน
“ท่านแม่ทัพ!”เกเบียลชี้มือไปยังหมู่เรือบนพื้นน้ำอันสงบไร้คลื่นลมทะเล “นั่นาาดันเต้ท่านทราบได้อย่างไรว่าเขาจะมาถึงลอมแบร์ดี”
“ยกกางเขนทองคำ”อเล็กซานเดอร์เตือนรองแม่ทัพให้ส่งสัญญาณ
เมื่อดันเต้เห็นว่าบนฝั่งปลอดภัยเขาก็โบกฝ่ามือในอากาศส่งพลังสั่งคลื่นทะเล
ในทันทีที่เรือเข้ามาเทียบท่าของเมืองพลังของเขาก็กวาดดินโคลนเปิดทางให้แก่ยักษา
รองแม่ทัพดรูนลงมาเคารพศาสนขุนพลด้วยสีหน้าเศร้าปนเครียด
เมื่ออเล็กซานเดอร์ลงจากหลังม้าก็ตบไหล่รองแม่ทัพแห่งพรอว็องค์ผู้มีหยาดน้ำจับบนหางตา“ข้าเสียใจด้วยกับเอสต้า”
“ข้าหาครอบครัวท่านแม่ทัพใหญ่ไม่พบ”ดรูนสูดหายใจกักเก็บหยาดน้ำตา “พวกเขาอาจจะติดอยู่ใต้กระแสน้ำ”
“บุตรชายแม่ทัพใหญ่เป็คนเก่งจงเชื่อว่าเขาสามารถพาครอบครัวหนีพ้น”อเล็กซานเดอร์มองไปยังเหล่าประชาชนพรอว็องค์ที่ทยอยเข้ามาคำนับเขา
ใบหน้าพวกเขาเต็มไปด้วยเขม่าน้ำมันดินคราบน้ำตา แววตาต่างตื่นกลัว บางคนถึงกับตัวสั่น ศึกในพรอว็องค์คงหนักกว่าในนิมิตที่อเล็กซานเดอร์เห็น
ราชินีกีเนเวียอุ้มบุตรสาวคนเล็กเดินมากับดันเต้
เมสิน่าวิ่งนำมาหาอเล็กซานเดอร์ก่อนใคร
“ท่านพ่อทูนหัว!” เด็กหญิงโผเข้ากอดบนต้นขากำยำด้วยรอยยิ้มสดใส
“เป็อย่างไรเ้าหญิงน้อย”อเล็กซานเดอร์อุ้มเด็กสาวขึ้นบนบ่า
“ท่านพ่อพาเล่นเรือหมุนแล้วแล่นฉิวจากพรอว็องค์มาถึงลอมแบร์ดี”เสียงหัวเราะของเด็กหญิงสร้างความโล่งใจแก่ผู้ใหญ่ทุกคน“สงสัยเอสต้าจะขี่ม้าตามไม่ทัน” ดวงตาบริสุทธิ์พยายามมองหาชายร่างใหญ่ที่คุ้นเคย
“เมสิน่า มาหาพ่อ”ดันเต้ยิ้มเรียกบุตรสาวลงจากร่างของอเล็กซานเดอร์ “สภาว่าอย่างไรบ้าง”
ยักษาส่ายศีรษะแ่เบา“ไม่ดี” เขาเห็นดันเต้ซูบผอมลงจึงเอ่ยทัก “เ้าเองก็เหนื่อยมามาก”
ดันเต้ถอนหายใจแล้วส่งยิ้มให้บุตรสาว“นางฟ้าน้อย พ่อฝากดูน้องหน่อย”
กีเนเวียส่งเยลิน่าให้ดรูน“พวกเราเดินทางไปคอนสแตนติโนเปิลไม่ได้แล้ว”
มือใหญ่จับบนหัวไหล่สองสามีภริยาพลางส่งกระแสปลอบขวัญ
“ดันเต้ได้มอบออโครอลให้หลุยส์แล้ว”น้ำเสียงของราชินีไหวสั่น พร้อมส่งสายตาอ่อนโยนปลอบสามี
“ลุดวิจผู้นี้น่ากลัวไม่นานคงเป็ผู้ทรงอำนาจอย่างมาก ท่านเองก็จงระวังเ้าแห่งบาวาเรียผู้นี้ให้ดี” ดันเต้กล่าวด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง
“เราประมาทลุจวิดมากไป”ั์ตาเพชรมองผ่านหัวไหล่แกร่งไปยังฝูงชนผู้กำลังคุกเข่ากุมมือภาวนาถึง์
“โชคดีที่พบพลอย์ หากไม่พบคงสูญเสียหนัก”ดันเต้ผ่อนลมหายใจ
“พลอย์อัญมณีแห่งดวงจิตบริสุทธิ์” อเล็กซานเดอร์หันมองกีเนเวีย “โชคดีของเ้านัก”
กีเนเวียคำนับ “ข้าจึงกังวลเื่การต่อต้านในไบเซนธิริก”ราชินีสูดหายใจ “ข้าคงมีพลังไม่เพียงพอ”
“ข้าเข้าใจ”อเล็กซานเดอร์มองดันเต้ “ดาบเดสติโอเนลเป็เช่นไร”
าาหนุ่มดึงดาบคมมณีจากอากาศอันว่างเปล่า
ทันใดนั้น ท้องฟ้าเหนือทะเลก็พลันทอแสงเหลืองอำพัน
“เดเหล่าเทพ[JN1] ”ผู้คนต่างก้มลงแนบหน้าผากเมื่อเห็นความอัศจรรย์
มือหนายกขึ้นโบกสั่งดันเต้ให้เก็บดาบเข้าสู่ความว่างเปล่า“ศรัทธา ความเชื่อ และความกลัวคือสิ่งเดียวกัน”
กษัตริย์หนุ่มพยักหน้า“ผู้ต่อต้านในไบเซนธิริกคงมากล้น” เขาสลายดาบ
“ดาบเล่มนี้ไม่สามารถมอบให้แก่ผู้ใดพวกท่านคงต้องเดินทางไปที่อื่น” ศาสนขุนพลดึงดาบมนตราออกมาจากความว่างเปล่า
ดาบศักดิ์สิทธิ์เล่มนี้กลับเปลี่ยนนภาสู่ความมืดมิดดับแสงตะวันจนเห็นแต่ประกายดวงดาวนับพันบนฟากฟ้า
กระแสลมชายทะเลหยุดลงสันคลื่น หยาดเหงื่อ และผู้คนต่างนิ่งสงบราวรูปปั้นในห้วงเวลาที่หยุดเดิน
ดวงตากลมโตของอเล็กซานเดอร์เปล่งแสงสีทองอร่ามแผ่พลังไปยังเื้ัร่างกายกำยำ วาดลำเส้นแสงนับหมื่น นับแสน นับล้านเส้นทอประกายระยิบระยับราวเส้นไหมเพชรถักทอเงาปีกเทวทูต์
แสงพวยพุ่งจากด้ามดาบอันผสานอนันตวัตถุสองสิ่งแสงสีเงินจากปีกเทวทูต และคลื่นดำมืดจากปีกหินแห่งอนันต์
คมดาบเคลื่อนพ้นความว่างเปล่าพาแสงเจิดจ้าเปล่งสว่างราวดวงอาทิตย์ที่ดับหายได้ปรากฏอยู่ในอุ้งมือหนา
ใบดาบสะท้อนภาพใบหน้าของดันเต้และกีเนเวียภาพอนาคตอันเป็ไปได้ทุกวิถีกระแทกผ่านดวงเนตรคนทั้งสาม
เมื่ออเล็กซานเดอร์หลับตาลงทุกภาพและแสงสว่างก็พลันดับหายไปในชั่วพริบตา
ร่างั์ทรุดตัวลงคุกเข่าปักดาบคมทองลงบนพื้น เหงื่อจับเม็ดทั่วร่างกาย ยักษาถึงกับหอบหายใจถี่ผิวใบหน้าของเขาปรากฏเส้นริ้วรอยหนาราวกับอายุได้เพิ่มขึ้นมาหนึ่งปี
“ดาบโพวิดิเอล (Провидийский меч) เปิดเผยชะตาชีวิตแล้ว”อเล็กซานเดอร์มองดาบที่หายไปกับอากาศ
สองสามีภริยาสบตากันครู่ใหญ่ทั้งคู่รู้เห็นชะตาเมื่อครู่แล้ว สองมือกุมกันแน่นก่อนหันมาสบตากับอเล็กซานเดอร์
...เดินทางข้ามแหลมมัจจุราชเมืองใดเห็นสายฟ้าแล้วรบหรือหนีให้ผ่านเลยเมืองใดเห็นสายฟ้าแล้วอัญเชิญเข้าพบดังเทพเ้าให้เทียบเมือง... เสียงอเล็กซานเดอร์ผ่านเข้าห้วงสติของคนทั้งสอง
แม่ทัพศาสนขุนพลลุกเดินไปยังเรือลำใหญ่ก่อนจะกวัดแกว่งฝ่ามือในอากาศใส่กาบเรือใหญ่ อักษร์พลันสลักลงบนตัวเรือด้วยรูปวงกลมอันมีจุดอยู่ตรงกลาง
“อนันต์จะอยู่เคียงพวกเ้าตลอดไป”อเล็กซานเดอร์หันมายังประชาชนพรอว็องค์ “คนเหล่านี้น่าสงสารจงพาไปให้ถึงถิ่นที่พวกเขา้า”
“ขอบพระคุณศาสนขุนพล” ผู้คนกล่าวเสียงสดใส“ขอแด่อนันต์ทรงเมตตา”
อเล็กซานเดอร์ยิ้มอ่อนแล้วละความสนใจมายังรองแม่ทัพดรูน
ชายหนุ่มวัยสามสิบห้ากลับมาร่วมวงศ์หลังพาเ้าหญิงน้อยทั้งสองพักบนเรือ
“เราควรขึ้นเรือได้แล้ว”ดรูนทุบอกแจ้งดันเต้แล้วหันมาหาอเล็กซานเดอร์ “ขออภัยท่านศาสนขุนพลแต่หากเราต้องเดินทางไกล ควรออกเรือก่อนตะวันลับฟ้า”
“รองแม่ทัพดรูน”อเล็กซานเดอร์เรียกความสนใจจากชายผิวสี
ดันเต้พยักหน้าให้อเล็กซานเดอร์ทีหนึ่ง“ดรูน เ้ารับรองท่านศาสนขุนพล ข้าจะพากีเนเวียและประชาชนขึ้นเรือ”
รองแม่ทัพหันมาเผชิญหน้ากับอเล็กซานเดอร์“ท่าน้าสิ่งใดเหรอ”
“มาสิ รองแม่ทัพแห่งพรอว็องค์”อเล็กซานเดอร์เดินกลับไปยังทางออกเมือง
“ท่านจะเดินทางกลับแล้วหรือ”ดรูนรีบเดินนำอย่างทหารที่ดีคนหนึ่งควรทำ
“เ้ามาจากที่ไหน” ยักษาพยักหน้า“อ้อ...จากวาเซทอย่างนั้นเหรอ”
“ท่าน! รู้ได้อย่างไร”ดรูนหยุดเดินทันใด เขารีบหันมาจ้องตาอเล็กซานเดอร์ “ข้าไม่เคยเล่าให้ผู้ใดฟัง”
“ทุกคนเข้าใจว่าเ้าเป็ทาสจากอเล็กซานเดียแท้จริงแล้วเ้านั้นเดินทางมาไบเซนธิริกด้วยตนเอง” ยักษาเดินผ่านไหล่ของดรูน“ดินารูอา รากาเร่”
“ข้า...”ดรูนรีบก้าวตามอเล็กซานเดอร์ “ท่าน...รู้จักนามนั้นได้อย่างไร”
“เอสต้าบอกข้า”ตาประกายเพชรมองดรูน “เ้าติดตามเอสต้ามากี่ปีแล้ว”
“ั้แ่ข้าอายุเก้าขวบ”ดรูนหลบสายตาอเล็กซานเดอร์
“เอสต้าเล่าว่ามีเด็กผิวดำคนหนึ่งวิ่งตามม้าของเขาออกจากคาดีฟ”ยักษาหันมาจับไหล่ดรูน “นั่นก็คือเ้าใช่ไหม”
แม่ทัพหนุ่มพยักหน้า“ใช่...ั้แ่นั้นมา ท่านแม่ทัพก็เลี้ยงดูข้ามาโดยตลอด”
“ศึกที่คาดีฟ”อเล็กซานเดอร์มองขึ้นบนฟ้า “เอสต้าฆ่าไปเท่าไร...”
“หกพันนาย”ดรูนตอบเสียงเข้ม “ทรราชหกพันนาย” ดวงตาของเขาแดงชื้น“ถ้าท่านเอสต้าไม่เดินทางมาถึงคาดีฟคนที่ตายก็คือพวกข้า ทหารพวกนั้นปล้นฆ่าทุกสิ่งรอบคาดีฟ”
“เ้าอยู่กับเขาเกือบทั้งชีวิต”ยักษาตบบนหัวไหล่ดรูนหลายที “หลังจากศึกที่คาดีฟ เ้าก็อยู่กับเอสต้าทุกสนามรบ”
“สิบห้าปีที่ข้าช่วยงานท่านแม่ทัพใหญ่”ดรูนสูดน้ำตาในโพรงจมูกหลายครั้ง
“สิบห้าปีที่เ้าอยู่ใต้วงดาบราชสีเทวา(Lionheartsword)” มือหนาลูบใบหน้าแกร่ง “เ้าอาจรู้สึกว่าบางอย่างสูญหายไป คมดาบั์นั้นไม่อาจเดินนำหน้าเ้าอีกแล้วแต่เด็กน้อยเอย เ้านั้นเป็ทายาทแห่งปัญญาของเอสต้า”
“ข้าสามารถทำได้ใช่ไหม”ดรูนย่นใบหน้าแดง ดวงตาเต็มไปด้วยหยาดน้ำ
“พูดสิว่าเ้าทำได้”อเล็กซานเดอร์ตบโหนกแก้มแกร่งอย่างเบามือ
“ข้าทำได้”เสียงดรูนแ่เบา
“ดังกว่านี้อีก”อเล็กซานเดอร์คำรามขึ้น กระตุ้นให้ดรูนคำรามตอบเขาเสียงดังอย่างมั่นใจ“จำเอาไว้ว่าการตัดสินใจของเ้านั้นก็ไม่ต่างจากที่เอสต้าได้คิดกระทำ เขาใช้เวลาทั้งชีวิตหล่อหลอมเ้าขึ้นมาจงทำในสิ่งที่เ้าเห็นสมควร”
“เซียร์!” ดรูนตอบอเล็กซานเดอร์ดวงตาแน่วแน่ทันใดนั้น ยักษาก็ดึงเขามากระซิบแ่เบา
“...ฝากดูแลพระญาติเราด้วยท่านขุนพล” มือหนาดันร่างเล็กออกห่างแล้วก็ทุบบนอกเป็การให้เกียรติลารองแม่ทัพ
ลำเรือเคลื่อนตัวเป็ขบวนออกจากท่าลอมแบร์ดีลอยล่องเรียงเป็ขบวนไร้ใบเรือนำทาง ทว่าเรียงเป็กลุ่มก้อน
“ท่านดันเต้สามารถควบคุมสายน้ำได้อย่างนั้นเหรอ”เกเบียลถามอยู่ข้างม้า “ข้าแจ้งคนของพรอว็องค์แล้วว่าเราจะกลับไบเซนธิริกทันที”รองศาสนขุนพลนิ่วหน้า
“พวกเขาจะปลอดภัยที่นี่”อเล็กซานเดอร์ชักม้าออกเดินทาง
“นายท่าน! กลับไบเซนธิริกใช่ไหมเซียร์”
อเล็กซานเดอร์พยักหน้าแล้วขึ้นบนหลังม้า
“กลับไบเซนธิริก” รองแม่ทัพหันซ้ายหันขวารีบแจ้งทหารผู้ติดตามคนอื่น“กลับไบเซนธิริกแน่นอน นายท่านชอบพาเดินทางอ้อมตลอดเวลา ไม่รู้หรืออย่างไรว่าเสียเวลา”ชายหนุ่มบ่นกับเหล่าทหารรับใช้
“ข้าได้ยินที่เ้าบ่น”อเล็กซานเดอร์คำรามสวนแม้ไม่ได้หันมอง
เกเบียลจึงรีบะโขึ้นม้าแล้วควบตามยักษาไปโดยเร็ว “ยังดีที่ชาล์แห่งพรอว็องค์และครอบครัวปลอดภัย”
ดวงตาแดงก่ำชื้นไปด้วยหยาดน้ำ “วาสนาคนทั้งสองนั้นไม่ได้จบบนแผ่นดินนี้ไม่ช้าก็เร็วความจริงข้อนี้ก็ต้องบังเกิด”
[JN1]ไม่มั่นใจว่าคืออะไรค่ะ