ศิลาเดินออกมาจากวิหารจอมเวทย์ด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนักเพราะเมื่อเข้าเปิดแผนที่ดูมันกลับไม่แสดงถึงตำแหน่งสัตว์อสูรหรือตำแหน่งใดๆเลยแม้แต่น้อย มันแสดงเพียงตำแหน่งที่เขาเคยไปเท่านั้นศิลาคิดเพียงข้อเดียวคือหากเขาไม่ไปสำรวจเองแผนที่จะไม่แสดงตำแหน่งในบริเวณนั้นๆ
หรืออีกอย่างคือเขาต้องซื้อแผ่นที่ใหม่ที่เป็แผนที่ที่ผู้เล่นได้ไปสำรวจทั่วทั้งเกาะมาแล้วทำการบันทึกเอาไว้
และเมื่อคิดได้เช่นนั้นศิลาจึงได้เดินไปตามร้านค้าต่างๆเพื่อหาซื้อแต่ทว่ามันกลับไม่มีขายแม้แต่น้อย
ศิลาพลันเข้าใจได้ทันทีใครมันจะไปอยากเขียนบอกตำแหน่งดีๆให้ผู้เล่นอื่นรู้กันล่ะ
“เชิญเลยครับไอเท็มที่ใช้ในภารกิจ ราคาถูกๆ หรือจะเป็ตำแหน่งข้อมูลของสัตว์อสูรเชิญทางนี้ครับราคาคุยกันได้”
ชายหนุ่มผิวสีแทนแต่งกายด้วยชุดนักดาบซามูไรญี่ปุ่นสีม้วงสดลายซากุระเอ่ยเรียกลูกค้าเสียงดังลั่นพร้อมออกท่าออกทาง ท่ามกลางคนที่เดินเลือกซื้อของไปมาราวกับตลาดนัดศิลารีบตรงดิ่งไปในทันที
“สวัสดีพี่ชาย....” ศิลาเอ่ยทักอย่างเป็กันเองแต่ทว่าเมื่อชายหนุ่มหันหน้ามาก็ชะงักไปวูบหนึ่งก่อนจะตอบรับแบบปกติ
“สวัสดีน้องชาย สนใจไอเท็มแบบไหนภารกิจต้องใช้ไอเท็มอะไรถ้าภารกิจพื้นฐานพี่มีหมด”
ชายหนุ่มยิ้มพร้อมกับออกท่าทางมือสองข้างประกบกันพร้อมกับยิ้มแย้มพูดคล่องแคล่วเร็วปรื๋อแสดงถึงความชำนาญงาน
“ผมยากได้ข้อมูลราคาเท่าไหร่ครับ”
ศิลาเอ่ยถามก่อนที่ชายหนุ่มจะหยุดพร้อมกับหรี่ตาลงจ้องมองศิลาด้วยสายตาคมกล้าก่อนจะเอ่ยขึ้น
“น้องชายคงได้ภารกิจระดับAขึ้นไปสินะ”
อึก...ศิลาชะงักวูบเพราะเขาไม่คิดว่าชายตรงหน้าจะรู้แบบนี้ยิ่งแสดงให้เห็นว่าเขาทำการค้าขายข้อมูลภารกิจพื้นที่สัตว์อสูรมานานพอตัว
“ใช่ครับ” ศิลาตอบ
“ราคาเอาไว้ค่อยว่ากันตามผมมา”
ชายหนุ่มเอ่ยพร้อมกับเดินนำหน้าศิลาเข้าไปในเต๊นทรงพีรมิดสีน้ำเงินเข้มขนาดคนเข้าไปได้ราวๆสี่ห้าคนเมื่อเข้ามาชายหนุ่มได้โผล่หน้าไปมองด้านนอกซ้ายขวาก่อนจะปิดเต๊นภายในเต๊นมีโต๊ะกลมธรรมดาสีน้ำตลาดกับเก้าอี้สามสี่ตัวแค่นั้นศิลาจึงไปนั้งทันที
ศิลามองดูรอบๆก็พบว่ามันถูกร่ายเวทมนต์อะไรสักอย่างเอาไว้ ก่อนที่ชายหนุ่มหน้าตาคมอายุราวยี่สิบหกจะเอ่ยขึ้นเพื่อคลายสงสัย
“เวทมนต์เก็บเสียงน่ะ กันไม่ให้คนอื่นได้ยิน”
“กันคนแอบฟังข้อมูลฟรีๆหรอครับ”ศิลาถามต่อ
“ก็ส่วนหนึ่ง”
“ส่วนหนึ่งคือ? ศิลายิ่งสงสัยก่อนชายหนุ่มจะอธิบาย
“จริงๆพ่อค้าเขาไม่ค่อยทำแบบนี้กันหลอกแต่ผมถือคติลูกค้าได้ของได้ข้อมูลไปต้องผ่านภารกิจ เพราะภารกิจระดับเอขึ้นไปมันยากมากมันมักจะมีพวกผู้เล่นฉวยโอกาศรอบฟังข้อมูลข่าวตำแหน่งของสัตว์ที่ผู้เล่นจะไปทำภารกิจนะสิจากนั้นพวกมันก็จะสะกดลอยตามไปเมื่อผู้เล่นใกล้ฆ่าสัตว์อสูรตัวที่้าได้พวกมันจะชิงลงมือฉวยโอกาศและยึดไอเท็มที่ใช้สงภารกิจและจะขายต่อในราคาแสนแพงไงล่ะ ผู้เล่นส่วนใหญ่ก็ต้องยอมเพราะภารกิจก็ยากอยู่แล้วแถมมีเวลาจำกัดถ้าไม่ผ่านก็อดเรียนเวทมนต์ตลอดชีวิต มันเป็แบบนี้ไงล่ะ”
ศิลาพลันกระจ่างที่แท้พ่อค้าหนุ่มก็มีสัจจะและใส่ใจลูกค้าอย่างดีนี่เอง
“แล้วน้องชายอยากได้ข้อมูลแบบไหนสัตว์อสูรอะไรล่ะ ส่วนราคาก็ตามข้อมูลเป็กันเอง”
“ราคาไม่ใช่ปัญหาครับ ผมอยากรู้ตำแหน่งของสัตว์อสูรนกฟีนิกซ์ กับน้ำอัมฤทธิ์และก็ดวงใจราตรี”
หาาาาา!....
เมื่อชายหนุ่มได้ยินชื่อสิ่งที่ศิลาอยากทราบก็ถึงกับร้องเสียงหลงพร้อมกับตาโตอ้าปากค้างก่อนจะถาม
“น้องชายได้ภารกิจอะไรเนี่ยแสดงว่าทักษะด้านเวทมนต์คงสูงน่าดู เอาเถอะผมพอรู้แค่ตำแหน่งของสัตว์อสูรนกฟีนิกซ์กับน้ำอัมฤทธิ์แต่ดวงใจราตรีไม่เคยได้ยินชื่อ แต่ก็พอคาตเดาได้”
ชายหนุ่มทำท่าหวนความคิดพร้อมกับหลับตานึกย้อนเรียบเรียงข้อมูลก่อนที่เขาจะจดตำแหน่งแผนที่คราวๆของนกฟีนิกซ์และน้ำอัมฤทธิ์ให้กับศิลา
“อืมมม...ส่วนดวงใจราตรีพี่ว่าน่าจะเป็ที่นี่เพราะมันไม่เคยมีใครเข้าไปสำรวจได้มาก่อนพอเข้าไปแล้วเดินไปสักพักจะเจอกับหมอกและความมืดรู้ตัวอีกทีเราก็ออกมาอยู่ด้านนอกทางเข้าแล้ว มันจะเป็แบบนี้ทุกรอบพี่รับประกันพี่ไปสำรวจมาหมดแล้วจริงๆเว้นที่นี่พี่ลองเป็ร้อยรอบ ถ้าไม่เคยได้ยินชื่อแสดงว่ายังไม่เคยมีใครค้นพบและมันก็มีที่นี่ที่เดียวน้องชายลองไปดูนะส่วนวิธีเข้าไปพี่จนปัญญาจริงๆ”
ชายหนุ่มอธิบายพร้อมกับยื่นม้วนกระดาษให้กับศิลาสามแผ่น
“ขอบคุณครับพี่ชาย ราคาเท่าไหร่ครับ” ศิลาเอายถามทันทีก่อนที่ชายหนุ่มจะหรับตาคำนวนราคา
“น้องชายก็ได้ภารกิจสะยากด้วยเอาเงินไปซื้อไอเท็มติดตัวดีกว่าหนึ่งเหรียญทองก็พอ”
ชายหนุ่มเอ่ยซึ่งมันเป็ราคาที่ถูกมากถ้าเทียบกับความลำบากในการเข้าไปสำรวจเพราะนกฟีนิกซ์นั้นคือสัตว์อสูรระดับราชันย์แถมน้ำอัมฤทธิ์ทางไปยังรายล้อมไปด้วยสัตว์อสูรมากมาย
“นี่ครับพี่ชายขอบใจมากครับไว้ผมจะมาใช้บริการอีกนะครับ”
“ไม่เป็ไรไว้มาอีกนะน้องชาย”
ชายหนุ่มเอ่ยพร้อมกับที่ศิลาเดินออกไปเมื่อชายหนุ่มหันมาก้มมองบนโต๊ะหมายจะเก็บเหรียญแต่ทว่าเขาถึงกับตลึงตาแทบถลนอ้าปากค้างเพราะศิลาได้ให้เหรียญทองเขามากถึงสามสิบเหรียญทอง เล่นเอาพ่อค้าหนุ่มรีบโกยเหรียญทองพร้อมกับวิ่งออกจากเต๊นหมายจะคืนเงินให้ศิลาเพราะเขาคิดว่ามันมากเกินไป แต่ทว่ากลับไร้เงาของศิลา
“เหอ...อะไรเนี่ยผิดกับข่าวลือริบลับเลยนี่หว่าแถมยังเป็คนน่าสนใจเสียด้วย” ชายหนุ่มอุทานพร้อมลอยยิ้มถูกใจในตัวและนิสัยของศิลา
ศิลาได้เดินไปตามร้านค้าต่างๆพร้อมกับซื้ออาหารมาตุนเอาไว้และเต๊นสำหรับนอนพักผ่อนเพราะถ้าหากนอนในที่พักค่าพลังชีวิตพลังสมาธิหรือมานาจะฟื้นตัวเร็วเป็เท่าตัวจากนั้นเขาก็จัดการซื้อน้ำยาฟื้นพลังชีวิตระดับสูง5000ขวดและนำยาฟื้นฟูมานาอีก10000ขวดเรียกได้ว่าเ้าของร้านสาวสวยยิ้มแก้มแทบแตกกับการโกยเงินมหาศาลจากศิลา
เมื่อเสร็จสรรพแล้วศิลาก็ทะยานร่างเข้าหากำแพงเมืองก่อนจะดีดเท้าส่งร่างทะยานอากาศขึ้นไปยืนอยู่บนกำแพงเมืองสูงสองร้อยเมตรแบบรวดเร็วและงดงาม ศิลาหันมองไปรอบพร้อมกับกางแผ่นกระดาษอันเป็ที่อยู่ของนกฟีนิกซ์ เขาหันมองไปตามป่าท้างซ้ายทีขวาทีจนในที่สุดก็พบเข้ากลับูเาสูงใหญ่สีแดงพร้อมกับมีลาวาไหลออกมาจากป่องูเา ยอดูเาเป็รูปของปักษา
“เอาล่ะเจอแล้ว...”
ศิลาเรียกร่ำไห้ออกมาถือไว้ในมือเพราะสัตว์อสูรได้อัพเกรทเป็ปัญญาประดิษฐ์กันทุกตัวแล้วแถมสัตว์อสูรทวีปกลียุคยังเก่งกว่าสัตว์อสูรเกาะเริ่มต้นเป็ร้อยเท่า ทำให้เขาไม่สามารถประมาทได้แม้แต่น้อยแถมเวลานี้ยังเป็เวลากลางคืนพวกมันยิ่งดุร้ายและแข็งแกร่งขึ้นกว่าตอนกลางวันเสียอีก
วูบ...วูบ...
ศิลาะโลงจากกำแพงจากนั้นก็พุ่งทะยานด้วยท่าร่างที่เห็นเพียงแต่เงาแต่ทว่าเข้านั้นยังไม่ห้าวไปบวกกับสัตว์อสูรระดับราชันย์แน่นอนด้วยระดับเลเวลแค่สิบเจ็ดมีหวังเขาต้องตายแน่นอน แถมเวลาภารกิจของเขายังมียาวนานถึงสี่เดือน ทำให้ศิลาคิดอยากจะเพิ่มระดับเลเวลให้ถึงสี่สิบเสียก่อนหรือเป็ไปได้ก็อาจจะห้าสิบและเพิ่มระดับทักษะต่างๆ
“หึๆสัตว์อสูรยิ่งแข็งแกร่งคู่ซ้อมฝีมือยิ่งเก่งเรายิ่งพัฒนาได้เร็ว”
ศิลาเอ่ยขึ้นพร้อมลอยยิ้มเบื้องหน้าของเขาคือฝูงมนุษย์หมาป่าสีเทาเงินขนาดตัวสองเมตรกล้ามเป็มัดเส้นขนสีเงินเทาแหลมคมประดุจดังเข็มคม
เขี้ยวยาวแหลมโค้งที่แทบจะขย้ำได้ทุกสิ่งกรงเล็บยาวสีเงินราวกับเหล็กกล้าดูคล้ายกับวูฟเวอร์ลีนสามารถผ่าร่างของคนได้แบบสบายๆดวงตาแดงฉานพร้อมรูปพระจันทร์เสี้ยวั์ตา
แฟก......
ครืนน....ฉ๊วะ...
มนุษย์หมาป่าตัวหนึ่งสังเกตุเห็นศิลาพุ่งทะยายกรงเล็บหน้ายกขึ้นพร้อมปากอ้าเผยคมเขี้ยวสุดแหลมคมดวงตาแดงฉานเด่นสะดุดตาในความมืดมิด
ศิลาเบี่ยงตัวกลางอากาศหลบได้อย่างฉิวเฉียดห่างเพียงครึ่งเซนพร้อมกับมือขวาตวัดร่ำไห้คมดาบคู่ใจฟันเข้าส่วนใส่ที่คอของมันอย่างจังในขณะที่ร่างของเขากำลังสวนทางกับเขาพร้อมส่งมันไปเกิดใหม่ทันที
แฟก....แฟก....แฟก...แบ๋วววูฟ....
เมื่อเห็นเพื่อนตกตายด้วยน้ำมือศิลามันมันต่างพร้อมใจกันเห่าหอนตามสัญชาติญาณและทันใดนั้นเสียงฝีเท้าของสิ่งมีชีวิตสัตว์สี่ขาวิ่งเข้ามาใกล้ศิลาอย่างรวดเร็วศิลายืนตระหงากลางป่ามีเพียงแสงจันทร์ที่ให้ความสว่างเขาฟังจากเสียงฝีเท้าและคาดเดาว่าน่าจะไม่ต่ำกว่าสามร้อยตัว
แต่ทว่ามันกลับโผล่มามากถึงสองพันตัวล้อมศิลาเอาไว้ั์ตาฉายแววอาคาตถึงขีดสุดพร้อมกับปล่อยรังสีฆ่าฟันครุกกรุ่นจิตสังหารแรงกดดันใส่ศิลาจนอากาศเริ่มสั่นะเื
“งานงอกแล้วไงไอ้ศิ ถ้าฆ่าหมดเดี๋ยวไอ้ระบบเวรได้เกิดเื่เจอสัตว์อสูรระดับาาอีก แถมไอ้พวกนี้อสูรมีปัญญาแถมเก่งกว่าพวกสัตว์อสูรที่ทุ่งหิมะราวๆสามเท่าได้มั้ง”
ศิลาสะบถในความซวยแบบไม่มีหูรูดของตัวเองแถมในความมืดศิลายิ่งเสียเปรียบ
วูบ....เคร๊ง....เคร๊ง...เคร๊ง
พวกมันไม่รีรอพุ่งเข้าจู่โจมศิลาแบบเป็จังหว่ะสอดประสานกันสุดแยบยล
ศิลาหมุนตัวไปมาด้วยท่าร่างบวกกับสกิลด์จิตแห่งดาบฮาคิสังเกตุมองเห็นอนาคตล้วงหน้าสองวินาที พวกมันพุ่งมาทางซายทีขวาทีหน้าหลังสลับไปมา
เมื่อตัวไหนพุ่งจู่โจมแล้วอีกตัวจะมาแทนทีและเข้ากดดันเขาต่อทันทีเมือศิลาจะฟันสวนกลับก็จะมีพวกมันพุ่งทะยายโจมตีเขาจากจุดบอดหรือ่จังหวะเขาเปิดช่องโหว่
ศิลาในยามนี้ทำได้เพียงตั้งรับอย่างแยบยลทว่าความซวยของศิลายังไม่หมดเมื่อปรากฎไฮออร์คสีเขียวสีส้มราวๆสี่ร้อยตัวระดับ40ในมือถือขวานั์เข้ามาแจมร่วมวงศ์ประสมโรงด้วยอีก
“ป๊าด...นี่มันป่าอะไรวะเนี่ย! โซโล่เนี่ยสุดหืดจริงๆ”
ครืน....เปรี้ยง
อ๊าก....
ศิลาร่างกระเด็นลอยกระแทกต้นไม้ล้มระนาวเขาเบิกตามองกว้างก็พบเข้ากลับสิ่งที่แทบไม่ยากจะเชื่อสายตาสัตว์อสูรครึ่งคนครึ่งวัวอีกราวๆหกร้อยหัวตีล้อมวงเข้ามาพร้อมกับในมือถือคฑาเวทมนต์ และที่เมื่อครู่เขาโดนเข้าไปแต่โชคยังดีที่ศิลาใช้ดาบต้านไว้ทัน
“เห่ยๆๆ...แค่จำนวนก็ขี้โกงแล้วเล่นใช้เวทมนต์ได้ด้วยหรอฟร่ะเนี่ย”
ครืนนนน.....
ออร่าธาตุตวามมืดผสมกับออร่าพลังธาตุแสงพวยพุ่งออกมาจากร่างของศิลาพร้อมกับวิ่งไปปกคลุมดาบสีแดงเืทันทีพลังธาตุความมืดและแสงต่างขัดแย้งกันคล้ายกับกำลังแข่งกันทอแสงทั้งแสงสีดำสาดวูบวาบไปมาทั่วบริเวณพร้อมกับแสงสีขาวกระพิบติดๆถี่ยิบ
“เพลงดาบไร้รูปแบบ...จิตแห่งดาบ...ปลุกิญญา...เวลา์”
ศิลาใช้สกิลทั้งสี่ออกมาทันทีพร้อมกับร่างเขาพลันหายไปราวกับอากาศเวลา์เพิ่มความเร็วให้ศิลาอีก50%
ฉ๊วะ....
แว๊กกก!...
ไฮออร์คจอมเวทย์สูงสี่เมตรตัวสีส้มล้มลงไปนอนดินพลาดๆพร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนเรียกสายตาสัตว์อสูรให้หันมามองก็พบว่าเพื่อนของมันไปพบยมบาลเรียบร้อยแล้ว แต่ทว่าร่างของไฮออร์คกับสาดแสงสีแดงเืสว่างวูบวาบทั่วร่างปกคลุ่มด้วยออร่าสีแดงโลหิตลุกขึ้นยืนั์ตาดำสนิท
แว๊ก....ตูม
มันคำาาวราวกับบ้าคลั่งวินาทีต่อมามันกลับหันไปร่ายเวทมนต์โจมตีเพื่อนพ้องของมันเองสกิลปลุกิญญาของศิลาถูกใช้งานออกมาทันที
ตูม...ฉ๊วะ...แซกก!!...
สัตว์อสูรแล้วตัวเล่าที่ถูกศิลาสังหารล้วนกลับลุกขึ้นมาฆ่าฟันพวกเดียวกันเองจนกลายเป็าย่อมๆระหว่างสัตว์อสูรด้วยกันเองไปเสียแล้ว
ฉ๊วะ
เสียงร่ำไห้ฟันผ่าร่างของมินอร์ทอพร้อมกับขวานั์ในมือขาดเป็สองท่อนเืสีแดงสาดกระจายราวฝนตกตามผืนป่าบัดนี้กลับนองไปด้วยเืสีแดงฉานของเผ่าพันธ์เดียวกันเอง ศิลายังคงพุ่งทะยานร่างเห็นเพียงแค่เงาตวัดร่ำไห้ฟาดฟันไปมาอย่าสนุกมือ
เคร๊ง...
ทว่าทุกอย่างมันกลับไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิดเมื่อปรากฎชายปริศนาคนหนึ่งเข้ามาขัดขวางเขาไว้และแสดงเจตนาตั้งตัวเป็ศัตรูชัดเจน ศิลาที่ถูกหยุดคมดาบพร้อมกับหันไปฆ่าสัตว์อสูรตัวใกล้ๆก่อนครั้งหนึ่งก่อนจะหันมามองชายตรงหน้าในชุดเกราะหนังสีดำสนิททั้งตัวพร้อมกับเคียวในมือสีดำสนิทดวงตาฉายแววเ้าเล่ห์ราวกับสัตว์ร้ายใบหน้าดุดันผมยาวประบ่าสีดำสนิท
“แกเป็ใคร้าอะไร”
ศิลาเอ่ยถามเสียงเย็นเฉียบพร้อมั์ตาฉายแววเฉียบคมพร้อมกับจิตสังหารเข้ากดดันชายปริศนา
“ก็ไม่ได้้าอะไรหลอกเพียงแค่หน้านายมันขึ้นอยู่ในใบล่าค่าหัวเลยอยากจะมารับรางวัลค่าหัวของแกไงแกคงคิดว่าตัวเองเจ๋งมากสินะที่ล้มสัตว์อสูรระดับาาได้เลยก่างไปทั่ว”
ชายปริศนาเอ่ยด้วยท่าทางยียวนเดินวนไปมาท่ามกลางสัตว์อสูรที่กำลังสูกันอย่างเดือดระอุ