THe Superman

    ตอนที่ 35 หมดช่วงแนะนำ

    ในเช้าวันจันทร์เป็นเวลาหกโมงเช้า

    หยางหลิวสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงบางอย่างดังขึ้น“ ระบบแนะนำได้สิ้นสุดลงแล้ว ““ ต่อไปสำหรับการเริ่มต้นกระบวนการเรียนรู้ความสามารถหรือทักษะใด ๆ จำเป็นต้องซื้อจากร้านค้าสกิล ”

    หยางหลิวกำลังงุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น‘ ร้านค้าสกิล ? ’ หยางหลิวมองไปยังรอบ ๆ ตัวพลันเห็นบางสิ่งบางอย่างโผล่ขึ้นมาช้า ๆ เบื้องหน้าสายตาของเขา

    สิ่งที่โผล่ขึ้นมานี้ลักษณะคล้ายเรือลำเล็ก ๆ สร้างขึ้นจากไม้ด้านในเต็มไปด้วยอุปกรณ์ต่าง ๆ มากมาย เขาจ้องมองเข้าไปแต่ก็ไม่สามารถแยกแยะออกได้ว่ามันคืออะไรเพราะขนาดที่เล็กมาก

    “ คุณสามารถเรียกใช้บริการร้านค้าได้ด้วยการออกคำสั่งทางความคิด ”

    หยางหลิวลองคิดตามที่ระบบกล่าวขึ้น เขาลองคิดคำในใจว่า “เปิด”

    ทันใดนั้นหน้าต่างร้านค้าก็พุ่งขึ้นมาเบื้องหน้า ตอนนี้มันแสดงถึง 2หมวดหลัก ๆ โดยมีหมวดสกิล และหมวดไอเทม

    หยางหลิวไม่รอช้าเขารีบเปิดเข้าดูยังหมวดสกิล

    “ แพงโคตร ! ” พอเขาเห็นราคาของมัน เขาแทบกระอักเลือดออกมาราคาของร้านค้านี้ช่างขูดเลือดขูดเนื้อเขาเสียจริงสกิลต่าง ๆ สามารถซื้อได้ในราคาหนึ่งหมื่นหยวน !

    ไม่ผิดหนึ่งหมื่นหยวน ตอนที่เขาทำงานกว่าจะเก็บเงินให้ได้สักหมื่นหยวนแทบจะต้องใช้เวลาหลายเดือน รายได้ที่น้อย ค่าครองชีพที่สูงลิ่ว ไม่ต้องพูดถึงว่าตอนนี้เขาเป็นแค่เด็กนักเรียนการจะหาเงินจำนวนมากขนาดนี้มันไม่ง่ายเลย

    “ นี่มันขูดเลือดขูดเนื้อเกินไปแล้ว ” หยางหลิวอดไม่ได้ที่จะบ่น

    จากนั้นหยางหลิวลองเข้าไปยังร้านขายไอเทม ในส่วนของร้านนี้ค่อนข้างแพงเช่นกัน แต่ก็มีหลายระดับราคาโดยเริ่มต้นที่หมื่นหยวนไปถึงหลักหลายล้านหยวน ซึ่งราคาที่สูงอาจจะได้ไอเทมหรืออุปกรณ์ที่มีประโยชน์มากขึ้นก็เป็นได้

    ทันใดนั้นหยางหลิวฉุกคิดบางอย่างที่อาจจะเลวร้ายขึ้นมาได้“ อย่าบอกนะว่า มันเอาความสามารถที่เรียนรู้ไปแล้วออกไปด้วย !? ”
    หยางหลิวลุกจากเตียงขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาตรงไปยังมุมห้องหยิบหนังสือคณิตศาสตร์ขึ้นมาหนึ่งเล่ม

    เขาเปิดไปยังหน้าแบบฝึกหัดที่ 2 หยางหลิวเลือกข้อที่ 9

    เขาลองทำมัน !

    ผ่านไปราว ๆ สิบวินาที เขาได้คำตอบออกมา 0.5 คือคำตอบของหยางหลิว

    หยางหลิวเริ่มโล่งใจขึ้นมาบ้าง แต่เขาก็ยังคงตรวจสอบโดยเช็กกับเฉลยในหนังสือ โดยไม่ได้ชักช้า หยางหลิวรีบพลิกกระดาษ จนในที่สุดเขาก็เจอหน้าเฉลยแบบฝึกหัดที่ 3

    “ ข้อที่ 9 ตอบ 0.25 “ ข้อความหนึ่งปรากฏบนหน้าเฉลยแบบฝึกหัดที่ 3

    “ เชี่*** ” หยางหลิวอดไม่ได้ที่จะสบถ คำตอบที่เขาทำได้กับเฉลยไม่ตรงกัน

    “ อย่าบอกนะว่า ความสามารถหายไปหมดแล้ว ” หยางหลิวตื่นตระหนก ใบหน้าเริ่มขาวซีด ถ้าความสามารถในช่วง3-4วัน ได้หายไป เขาจะทำอย่างไรต่อไป ด้วยความสามารถของตัวเขาเองไม่เพียงพออย่างแน่นอนที่จะสอบเข้า ม.ปักกิ่งได้ อย่าว่าแต่ ม.ปักกิ่งเลย แม้แต่มหาวิทยาลัยอื่น ๆ ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้

    หยางหลิวกระวนกระวายหนัก ยิ่งกว่ากระต่ายตื่นตูม เขาเริ่มพลิกหน้ากระดาษกลับไปยังโจทย์ที่เขาได้ทำ

    “ แบบฝึกหัดที่ 2 ข้อ 9 ”“ เฉลยแบบฝึกหัดที่ 3 ! ” ตอนนี้ใบหน้าของหยางหลิวดูดีขึ้นมาเล็กน้อย และเขาเริ่มจะมีความหวังขึ้นมาใหม่ หยางหลิวบรรจงเปิดไปยังหน้าเฉลยแบบฝึกหัดที่ 2 อย่างละเอียดรอบคอบ

    ในที่สุดเขาก็เปิดมายังหน้าเฉลยแบบฝึกหัดที่ 2เขาเลื่อนสายตาลงมาอย่างช้า ๆ ภายในใจเขาเต้นระรัว

    “ ข้อที่ 9 ตอบ 0.5 “ ข้อความปรากฏบนหน้าเฉลยแบบฝึกหัดที่ 2

    หยางหลิวอดไม่ได้ที่จะดีใจ ตอนนี้เขารู้สึกตื่นตัวอย่างเต็มที่ เหตุการณ์เมื่อกี้แม้จะเป็นความสะเพร่าของเขา แต่ถ้ามันเกิดขึ้นจริงแล้วล่ะก็ชีวิต แผนที่เขาวางไว้ก็จะจบลงในทันที เขาอาจจะต้องไปเริ่มทำงานด้านอาหาร ไม่ได้เข้าไปเรียนที่ ม.ปักกิ่ง และที่สำคัญที่สุดเขาคงไม่ได้เจอกับลู่เอินอีกเป็นแน่

    เหตุการณ์วุ่นวายเล็ก ๆ ได้จบลง พอหยางหลิวสงบจิตใจได้ เขาจึงเดินไปอาบน้ำ และทำอาหารเช้าให้กับคนในครอบครัว ประมาณเจ็ดโมงเช้า ทุกคนเริ่มลงมือรับประทานอาหาร

    นี่เป็นวันที่หยางหลิวต้องจากไปแล้ว แต่บรรยากาศก็ยังคงอบอุ่น หยางหลิวกล่าวอำลากับพ่อแม่และน้องของเขา อีกทั้งเขายังได้สัญญากับครอบครัวอีกด้วยว่า สักวันเขาจะซื้อบ้านในกรุงปักกิ่ง แล้วพาครอบครัวของเขาไปอยู่ที่นั่นด้วย พ่อและแม่ต่างหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

    ตอนนี้ก็เป็นเวลาเกือบเจ็ดโมงครึ่งแล้ว พ่อของหยางหลิวก็ออกไปทำงาน ส่วนแม่และน้องก็ไปส่งหยางหลิวที่สถานีรถไฟ

    หยางหลิวกอดแม่และน้องสาวของเขา น้ำตาไหลออกมาจากแม่หยางหลิว ลูกชายของเธอกำลังจะจากบ้านเกิดไปเป็นครั้งแรก และไม่รู้ว่าจะได้กลับมาอีกทีเมื่อไหร่ ส่วนน้องสาวก็พยายามอ้อนพี่ชายของเธอ เหมยหลิวไม่อยากให้พี่ชายของเธอจากไป ในที่สุดรถไฟขบวนที่เขาต้องนั่งไปยังปักกิ่งก็มาถึง

    “ ผมต้องไปแล้ว ” หยางหลิวกล่าวก่อนจะเดินขึ้นรถไฟ

    “ โชคดีนะลูก ”

    “ โชคดีนะคะพี่ชาย ”

    “ แล้วผมจะกลับมา ”

    ไม่นานรถไฟก็เริ่มออกเดินทาง ในเมืองที่หยางหลิวอยู่ไม่ไกลจากกรุงปักกิ่งมากนักทำให้ระยะเวลาที่ใช้เดินทางก็ไม่มากจนเกินไป เพียงราว ๆ 4-5ชั่วโมง

    หยางหลิวนั่งอยู่บนรถไฟ เขาได้ยินเสียงเอะอะดังมาจากด้านข้างเป็นพนักงานตรวจตั๋วอยู่บนรถไฟกำลังทะเลาะกับชาวต่างชาติคนหนึ่ง

    ชาวต่างชาติคนนี้อายุน่าจะประมาณ 50-60ปีหยางหลิวได้ยินชาวต่างชาติคนนี้พยายามพูดภาษาอังกฤษเพื่อสื่อสารกับพนักงานแต่ดูเหมือนว่าพนักงานคนนี้ฟังไม่ออกว่าชายชาวต่างชาติต้องการสื่อถึงอะไรกันแน่

    ชายชาวต่างชาติพูด “ (ภาษาอังกฤษ) มีคนแย่งที่นั่งผมไป คุณช่วยจัดการด้วย ”เขาพูดจบก็ยื่นตั๋วของเขาออกไป แต่ในขณะเดียวกันก็ชี้นิ้วไปยังชายที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หมายเลข O99

    พนักงานคนนี้ดูเหมือนว่าจะฟังภาษาอังกฤษไม่ออก ดังนั้นเขาจึงเข้าใจในสิ่งที่ชายคนนี้กำลังทำ

    ในตอนนี้เองหยางหลิวก็ลุกขึ้นมาและหันไปพูดกับชายชาวต่างชาติ“ (ภาษาอังกฤษ) มีปัญหาอะไรกันหรือเปล่าครับ ? ”

    ทั้งพนักงานและชายชาวต่างชาติหันหน้ามามองยังต้นเสียง เขาเห็นเด็กหนุ่มผิวขาว รูปร่างหน้าตาค่อนข้างดี อายุราว ๆ 17-18ปี กำลังพูดภาษาอังกฤษ

    “ (ภาษาอังกฤษ) โอ้ ! ในที่สุดฉันก็พอจะเจอคนที่พูดภาษาอังกฤษได้ ”“ (ภาษาอังกฤษ) คือเรื่องมันเป็นแบบนี้ ฉันกำลังเดินมาหาที่นั่งของฉันอยู่ แต่ว่าชายคนนี้แย่งที่นั่ง 99O ของผมไป ” ชายชาวต่างชาติพูดพร้อมยื่นตั๋วมาให้หยางหลิว

    ในตอนนี้ภาษาอังกฤษของหยางหลิวถือว่าดีมาก

    สำเนียงการพูดของหยางหลิวนั้นดีเหมือนเจ้าของภาษาเสียด้วยซ้ำ ทำให้ชายชาวต่างชาติเริ่มมีความหวังขึ้นมาบ้าง

    “ (ภาษาอังกฤษ) 99O ? แต่ว่าตั๋วมันไม่ใช่เขียนไว้ว่า O66 เหรอ ? ” หยางหลิวสังเกตว่าชายชาวต่างชาติน่าจะสับสนเกี่ยวกับเลขที่นั่ง

    “ (ภาษาอังกฤษ) โอ้พระเจ้า ! ” ชายคนนั้นในที่สุดก็รู้ตัว เขาเข้าใจผิด !“ (ภาษาอังกฤษ) ขอบคุณมากพ่อหนุ่ม ฉันทำเรื่องขายหน้าลงไปเสียแล้ว ” ชายคนนั้นเริ่มรู้สึกอายกับความเข้าใจผิดของเขา

    หยางหลิว : “ (ภาษาอังกฤษ) ไม่เป็นไรครับ เรื่องเล็กน้อย ”

    “ (ภาษาอังกฤษ) ฉันต้องขอบใจเธอมากจริง ๆ ฉันชื่อว่า หลุยส์ ฟรานซิส และนี่คือนามบัตรของฉัน ถ้าเธอมีปัญหาก็สามารถโทรหาฉันได้ ” ชาวต่างชาติคนนั้นยื่นนามบัตรให้หยางหลิว พร้อมกับท่าทีเขินอาย

    “ (ภาษาอังกฤษ) ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมชื่อหยางหลิว ” หยางหลิวรับนามบัตรของชาวฟรานซิสเอาไว้และนอกจากนี้ทั้งสองคนก็เริ่มที่จะพูดคุยกันเล็กน้อย หยางหลิวค้นพบว่า ชายคนนี้ที่แท้เป็นศาสตราจารย์ท่านหนึ่งที่สอนในมหาลัยปักกิ่ง เขาสอนเกี่ยวกับเรื่องโบราณคดี ครั้งนี้เขาเดินทางมาศึกษาโบราณคดีใกล้ ๆ เมืองของเขานั่นเอง

    “ (ภาษาอังกฤษ) ผมก็จะเข้า ม.ปักกิ่งในปีนี้เหมือนกัน หวังว่าผมจะมีโอกาสได้เจอคุณ ”หยางหลิวพูดพร้อมกับแนะนำตัวเองว่าเขาจะเข้าไปศึกษาต่อใน ม.ปักกิ่ง

    “ (ภาษาอังกฤษ) เยี่ยมเลย ฉันก็หวังว่าจะได้เจอนาย ตอนนี้ฉันไปก่อนละกัน ” สุดท้ายศาสตราจารย์ฟรานซิสก็เดินจากไป

    ตอนนี้หยางหลิวเก็บนามบัตรของศาสตราจารย์ฟรานซิสไว้ และกลับมายังที่นั่งของตน