ณ โรงน้ำชาที่เดิม
ต่งหนานรู้หน้าที่รับยามาทานจนหมด แล้วพูดว่า “ท่านรู้ข่าวธงอี่หรือเปล่า เขาสอบได้เป็จอหงวนบู๊แล้วนะ”
“อื้อ ข้ารู้แล้วล่ะ ธงอี่บอกข้าแล้ว” ไป่หลิงกล่าว
“พวกเ้าดูสนิทกันจังเลย รึว่าพวกเ้าคบกันอยู่” ต่งหนานสงสัย
“ไม่ได้คบกันหรอก เพราะธงอี่มีหญิงในดวงใจแล้วน่ะ” ไป่หลิงกล่าว
ต่งหนานเปลี่ยนเื่ “วันนี้ฝ่าาจัดให้มีการแข่งขันขี่ม้าล่าสมบัติด้วยแหละ ไป่หลิงไปกับข้านะ”
“เ้าก็ไปสิ ให้ข้าไปทำไมอีกล่ะ เดี๋ยวข้าก็ก่อเื่อีกหรอก” ไป่หลิงกล่าว
“นะ นะ นะ ไป่หลิง เ้าปลอมเป็สาวใช้และไปกับข้านะ ข้าอยากมีเพื่อนจริงๆ” ต่งหนานอ้อน
“งั้นก็ได้” ไป่หลิงใจอ่อน
*********************************
ฝ่าาทรงจัดการแข่งขันนอกวัง ผู้ที่มาร่วมชมก็จะมีทั้งบรรดาราชวงศ์ ฮองเฮา พระสนม องค์หญิง ท่านอ๋อง และบรรดาขุนนางน้อยใหญ่ซึ่งรวมไปถึงท่านเสนาบดีและจอหงวนบู๊คนใหม่หรือธงอี่นั่นเอง เส้นทางที่จะพิชิตสมบัตินั้นเป็ป่าล้วนๆ ฝ่าาทรงพระราชทานแจกแผนที่ให้ผู้แข่งขันทุกคน
กติกา คือ ผู้แข่งขันจะได้รับแผนที่และต้องเลือกผู้หญิงหนึ่งคนให้ขี่ม้าไปด้วย (สองคนขี่ม้าตัวเดียวกัน) หากใครนำสมบัติกลับมาได้จะเป็ผู้ชนะและได้รับรางวัลตามแต่เห็นสมควร
ฝ่าาทรงให้สิทธิ์แก่ท่านอ๋องซานตงให้เป็ผู้เลือกผู้หญิงที่จะร่วมทางไปด้วย ต่งหนานซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ ไป่หลิงก็ลุ้นเต็มที่ว่าท่านอ๋องจะเลือกตนไปด้วย แต่แล้วท่านอ๋องกลับเลือกต่งซานให้เป็ผู้ร่วมเข้าแข่งขันครั้งนี้ ต่งหนานรู้สึกผิดหวังมากที่ท่านอ๋องไม่เลือกตน ได้แต่ทำหน้าเศร้า
คนต่อมาก็คือ ท่านเสนาบดี บรรดาองค์หญิงหลายพระองค์ โดยเฉพาะองค์หญิงชานหยางก็ทรงลุ้นเช่นเดียวกันเพราะพระองค์ทรงแอบหลงรักท่านเสนาบดีมานานแล้ว ท่านเสนาบดีมองมาที่ไป่หลิง แต่ไป่หลิงเบือนหน้าหนี สุดท้ายท่านเสนาบดีกลับสละสิทธิ์ไม่เข้าร่วมการแข่งขัน โดยให้เหตุผลว่า “่นี้กระหม่อมมีสุขภาพไม่ดี กระหม่อมขอสละสิทธิ์ไม่เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้พะย่ะค่ะ”
ฝ่าาทรงประทานอนุญาต แล้วต่อมาก็ให้สิทธิ์บรรดาองครักษ์ แม่ทัพน้อยใหญ่ จนกระทั่งธงอี่ได้เลือกผู้หญิงเป็คนสุดท้าย ซึ่งธงอี่ก็แอบดีใจที่ไม่มีใครเลือกต่งหนานเลย ดังนั้นต่งหนานจึงได้ขี่ม้าร่วมกับธงอี่เพื่อไปแข่งล่าสมบัติ
“มีผู้หญิงตั้งเยอะแยะ ทำไมเ้าไม่เลือก ห๊า ธงอี่ เ้าก็รู้นี่ว่าข้าสุขภาพไม่ดี เดี๋ยวข้าก็ทำให้เ้าแพ้หรอก” ต่งหนานบ่น
“ก็ข้าไม่ได้หวังชนะนี่ ข้าหวังที่จะได้นั่งขี่ม้าร่วมกันกับเ้า” ธงอี่เดินหน้าจีบเต็มที่
“ห๊า อะไรนะ เ้านี่มัน” ต่งหนานโมโหเลยไม่รู้จะหาคำอะไรมาว่าแล้ว
“ข้าล้อเล่น ก็ถือว่าไปเล่นสนุกกันก็แล้วกัน” ธงอี่กล่าว
ไป่หลิงแอบส่งยิ้มให้ธงอี่ ในใจคิดว่า “สมใจเ้าแล้วสินะ ธงอี่”
*********************************
ผู้เข้าร่วมการแข่งขันทุกคนเข้าประจำที่ พอให้สัญญาณก็เริ่มออกตัวแข่งกันได้ ท่านอ๋องทรงนำละลิ่ว พระองค์ทรงม้าอย่างชำนาญ ตามด้วยธงอี่ที่ขี่ตามแบบติดๆ ทั้งท่านอ๋องและธงอี่สูสีกันมากผลัดกันนำเรื่อยมา ส่วนผู้หญิงที่มาด้วยนั้น แม้จะกลัว แต่ก็คอยเชียร์ให้ฝ่ายตนชนะ
จนกระทั่งมาเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ระหว่างทางพบไฟป่า ท่านอ๋องทรงบังคับม้าวิ่งต่อไปโดยไม่สนใจเหตุการณ์รอบด้าน มุ่งเพียงแต่เป้าหมายตรงหน้า นั่นคือชัยชนะเท่านั้น
แต่สำหรับธงอี่ อยู่ดีๆ ธงอี่ก็หยุดม้า และปล่อยให้คนที่ตามหลังแซงกันไปจนหมด ท่ามกลางความสงสัยของต่งหนาน
“เ้าหยุดม้าทำไมล่ะ ธงอี่ เห็นมั้ย คนอื่นเขาแซงกันไปจนหมดแล้ว” ต่งหนานสงสัย
“เ้าก็เห็นนี่ ว่าไฟไหม้ป่า ถ้ามันลามไปที่หมู่บ้านจะทำยังไง” ธงอี่กล่าว
“เออใช่ จริงด้วย” ต่งหนานกล่าว
“ในแผนที่มีบอกตำแหน่งหมู่บ้านหรือแหล่งน้ำมั้ย” ธงอี่ถาม
“ไม่มีนะ แต่ข้าเคยมาที่นี่ ข้ารู้ตำแหน่ง ตามข้ามาสิ” ต่งหนานจึงนำทางธงอี่ไปยังหมู่บ้านเพื่อแจ้งให้ทุกคนรับรู้ว่ามีไฟป่า และไปขอแรงให้ช่วยกันดับ เมื่อต่งหนานกับธงอี่ได้ถังกันคนละใบ ต่งหนานก็นำทางไปยังแหล่งน้ำที่ใกล้ที่สุดทันที เมื่อช่วยกันคนละไม้คนละมือ ก็ทำให้สามารถดับไฟป่าได้
กว่าไฟจะดับก็ต้องใช้เวลานานพอสมควร และคิดว่าท่านอ๋องน่าจะชิงสมบัติไปได้เรียบร้อยแล้ว ต่งหนานจึงให้ธงอี่ใช้ทางลัดไปยังที่ประทับของฝ่าา เพื่อไม่ให้พระองค์ทรงรอธงอี่นานเกินไป และเป็ไปตามคาดคือ ผู้ชนะเป็ท่านอ๋องซานตง และผู้ที่กลับมาเป็คนสุดท้ายคือธงอี่และต่งหนาน ทั้งสองคนมีสภาพมอมแมม มีรอยเขม่าควันสีดำติดตามใบหน้าและเสื้อผ้า
ฝ่าาทรงพระราชทานรางวัลให้กับท่านอ๋องซานตงและต่งซานสำหรับผู้ที่ชนะการแข่งขันครั้งนี้
แต่ฝ่าาทรงทอดพระเนตรไปยังธงอี่และต่งหนาน ก็เกิดสงสัยจึงตรัสถามว่า “เหตุใดพวกเ้าถึงกลับมาช้าขนาดนี้ แล้วทำไมสภาพพวกเ้าถึงได้มอมแมมขนาดนั้นเล่า”
“กระหม่อมขอประทานอภัยพะย่ะค่ะ ในระหว่างทางเกิดไฟป่า กระหม่อมกับต่งหนานจึงตัดสินใจช่วยกันดับไฟ โดยไปแจ้งชาวบ้านแถวนั้น และพาชาวบ้านไปยังแหล่งน้ำที่ใกล้ที่สุด ช่วยกันตักน้ำไปดับไฟพะย่ะค่ะ”
ฝ่าาทรงพิจารณาแล้วว่าธงอี่และต่งหนานเป็คนมีคุณธรรมที่ยอมสละการแข่งขันแล้วไปช่วยเหลือชาวบ้าน แสดงว่าทั้งคู่เห็นชีวิตคนสำคัญกว่าลาภยศสรรเสริญ ดังนั้นจึงกล่าวยกย่องทั้งธงอี่และต่งหนาน และทรงแต่งตั้งธงอี่เป็แม่ทัพ มอบอัฐและของมีค่าให้กับทั้งคู่
ท่านอำมาตย์ถึงขั้นยิ้มไม่หุบ เพราะทั้งต่งซานและต่งหนาน บุตรสาวของตนต่างได้รับยกย่องและได้รับรางวัลทั้งคู่
ไป่หลิงภูมิใจในตัวต่งหนานและธงอี่ และในที่สุดก็สมใจไป่หลิง เพราะธงอี่ได้เป็แม่ทัพแล้ว ต่อไปธงอี่จะได้ทำคุณประโยชน์เพื่อแผ่นดินต่อไป