ตอนที่ 44 ละครผีดูดเดือดเลือด
ในที่สุดละครผีดูดเลือดก็มาสักที พระยาเดชาดำรงศักดิ์กับสมยศรวมถึงเจ้าสุดหล่อให้ความสนใจกับละครเรื่องนี้อย่างมาก พวกเขาแทบไม่กระดิกด้วยซ้ำตอนที่ละครกำลังแนะนำนักแสดงผีดูดเลือด ภาพได้ซูมเข้าไปที่ปีศาจผู้โหดร้าย เขาเป็นชายรูปหล่อ มีผิวขาวซีด ผมหยักโศกสีดำ มีเขี้ยวที่ยาวและเขากำลังดูดเลือดคอหญิงสาวที่ถูกมนต์สะกดอยู่ หญิงสาวผมทองคือเหยื่อของปีศาจตนนี้ เธอดูสวยเย้ายวนเพราะอยู่ในชุดที่รัดรูปขยี้ใจชายมาก สายตาเธอดูเลื่อนลอยและมีสีปากที่ซีด
เธอกำลังจะตายเพราะเลือดกำลังจะหมดตัว
“นี่คือผีดูดเลือดของพวกฝรั่งหรือ? ช่างน่ากลัวจริงๆ” สมยศอุทาน
พระยาเดชาดำรงศักดิ์ออกความเห็น “ผีประเภทนี้ดูดเลือดเป็นอาหารอย่างเดียวสินะ กินอย่างอื่นไม่ได้เหรอ? นิสัยเลือกกินเหมือนยุงบ้านเราเลยนะ”
โอ้ย! อันนี้ฮา! ม่านฟ้าขำก๊าก “ก็กินอย่างอื่นได้แหละค่ะ แต่เขามีชีวิตอยู่ได้เพราะการดูดเลือดค่ะ การดูดเลือดคนอื่นก็เหมือนเอาชีวิตของคนอื่นมาต่อชีวิตตัวเอง”
พระยาเดชาดำรงศักดิ์พยักหน้า “เธอไม่คิดว่านิสัยการดื่มเลือดแบบนี้เหมือนยุงเรอะ?”
“ไม่ค่ะ หนูไม่ค้าน ท่านเจ้าตาไม่ผิด ฮ่า∼”
พระยาเดชาดำรงศักดิ์กระแอมอายๆ มันน่าขำขนาดนั้นเชียวรึ?
ผ่านไปหลายสิบนาที ภาพตัดไปที่ฉากปราสาท ผีดูดเลือดตนนี้เป็นราชาของผีดูดเลือด เขาชื่อว่าโจนาธาน เฮเซนไวท์ เขามีชีวิตอยู่มาหลายพันปีแล้วบนโลกนี้ ตอนนี้เขากำลังเล่นเปียโนด้วยท่าทางสง่างามและดูมีเสน่ห์เหลือเกิน
ภาพได้ซูมเข้าไปที่ใบหน้าของโจนาธาน ฉากนี้ต้องมีแม่หญิงชาวสยามถูกขโมยหัวใจไปแล้วเป็นแน่แท้!
จากนั้นเนื้อเรื่องก็ดำเนินไปเรื่อยๆจนกระทั้งมีครอบครัวหนึ่งย้ายมายังเมืองมิดไนท์ เพื่อมาหาเงินและโอกาสการหางานดีๆที่นี่ ครอบครัวนี้เป็นครอบครัวของนางเอก
นางเอกมีชื่อเบลล่า เธอมีผมทอง ตาสีฟ้า ตาจมูกปากเครื่องหน้าของเธอราวกับงานศิลปะที่พระเจ้าสร้างมา เธอสวยงามโดยไม่ต้องพึ่งรองพื้นด้วยซ้ำ! สวยแบบตะโกนจริงๆ!
ฉากนี้หนุ่มสยามโดนตกไปแล้วเป็นแน่แท้!
ลุงสมยศออกความเห็น “บ้านเมืองพวกเขาส่วนใหญ่เป็นตึกปูนใหญ่โตที่ดูแข็งแรงและมีโครงสร้างที่สวยงามแปลกตาจริงๆ โอ้ๆนี่สินะ ที่เขาเรียกว่าหิมะ มันน่าจะหนาวมาก หลังคาก็เป็นสีขาวโพลนหมดเลย”
พระยาเดชาดำรงศักดิ์ดูทีวีอย่างไม่ละสายตา นางเอกไปนั่งในบาร์เพื่อหาอะไรดื่ม นางเอกมองไปรอบๆร้าน บางโต๊ะมีชายหญิงจูบกัน บางโต๊ะนั่งดื่มเหล้าพูดคุย บ้างก็มีชายหญิงจีบกันข้ามโต๊ะ “ผู้คนที่นี่ค่อนข้างเปิดเผยเรื่องชายหญิงจริงๆ ดูพวกเขาส่งสายตากันข้ามโต๊ะสิ มีจูบกันด้วย พวกเขาไม่รู้สึกถึงความบัดสีกันจริงๆ”
ม่านฟ้ากลั้นขำจนตัวสั่น เจ้าสุดหล่อใช้ปีกตีขาม่านฟ้าเพราะเธอนั่งไม่นิ่ง
สุดหล่อดูละครไม่รู้เรื่องอีกแล้ว!
พระเอกอยู่ในชุดสูท หล่อคมคายดูฉลาดมากด้วยเสน่ห์ เขามีผมสีดำ ตาสีน้ำตาลประกายทอง อันนี้แสงมันเข้าตาไหมวะ? โลกนี้ล้าหลังขนาดนี้ น่าจะไม่มีคอนแทคแลนส์นะ
ถ้ามีจริงๆ พวกเอ็งช่วยสร้างอินเทอร์เน็ตก่อนได้ไหม?
พระเอกเปิดประตูเข้าไปในร้าน เขาเดินไปนั่งข้างนางเอก ในจังหวะที่พวกเขาหันมามองกันและกัน ทั้งสองก็มีสบตากันเล็กน้อย พระเอกทึ่งในความสวยของนางเอกไปชั่วขณะหนึ่ง
หากเป็นเธอ เธอก็ชอบมอง ม่านฟ้าคิดว่านางเอกเรื่องนี้สวยจริงๆ ฉากนี้ยายมะเฟืองมีกรี๊ดแน่ๆ
พวกเขาสนทนากันสักพัก เมื่อดึกแล้ว นางเอกก็ขอกลับบ้าน จากบนโรงแรมตึกสูง สายตาของผีดูดเลือดสามารถมองได้ในระยะไกล โจนาธานเห็นนางเอกกำลังเดินกลับบ้านพอดี เขาถูกความสวยของเบลล่าสะกดเข้าจังๆ เขาคิดอยากได้เธอมาเป็นเหยื่อ เขาที่กำลังวางแผนลักพาตัวนางเอกได้ถูกขัดจังหวะซะก่อน พระเอกขอไปส่งเธอเพราะมันดึกเกินไป เขาบอกว่าเมืองนี้ในกลางคืนอันตรายมาก มีหญิงสาวหายสาปสูญแทบทุกวันอย่างเป็นปริศนา
เบลล่ารู้สึกกลัว เธอจึงตอบตกลงเพราะเธอคิดว่ายังไงเขาก็เป็นตำรวจ
โจนาธานเห็นนางเอกอยู่กับคนอื่นจึงเลิกความคิดนี้ไปก่อน เพราะเขายังมีโอกาสอีกมากมาย จากนั้นฉากก็ถูกตัดจบไป
ลุงสมยศดูจะชื่นชอบอย่างมาก
“ถ่ายทำดีมากๆ ภาพสวยสมจริงและชัดกว่าของบ้านเรามาก”
พระยาเดชาดำรงศักดิ์พยักหน้า “บ้านเมืองเขาค่อนข้างเลือกหน้าตานักแสดงอย่างพิถีพิถัน”
“พวกเขาได้เปรียบเรื่องโครงหน้าตานี่คะ แบบสยามก็ดีนะคะ หน้าคมสวยคมแบบสยาม อาจจะทำให้พวกเขาเห็นว่าเราสวยหล่อก็ได้นะคะ ผู้หญิงบ้านเรารูปร่างตัวเล็กน่าทะนุถนอมดีออกค่ะ” ม่านฟ้าทำท่าประกอบ เธอกำลังทำตัวเป็นสาวน้อยบอบบาง
ลุงสมยศขำ “คุณหนูช่างพูดจริงๆ คุณหนูพูดแบบนี้เหมือนชมตัวเองอ้อมๆนะขอรับ”
“หนูสวยจริงๆนะคะ หนูส่องกระจกตัวเองทุกวัน คนเราต้องยอมรับความจริงในสิ่งที่เห็นทุกวัน”
พระยาเดชาดำรงศักดิ์ “…” ไร้คำพูด
กระต๊าก กระต๊าก! สุดหล่อส่องตัวเองทุกวันเหมือนกัน สุดหล่อก็หล่อมากนะ!
ม่านฟ้ากับสมยศเห็นเจ้าสุดหล่อยืดอกโชว์ความหล่อก็ขำเพราะทนตลกไม่ไหว
วันต่อมา ม่านฟ้ากำลังไปดูพวกต้นลิ้นจี่และลำไยที่กำลังอวดผลกลมๆว่าใครกันแน่ที่โดดเด่นกว่าในสวนแห่งนี้ เธอคิดว่าเธอควรจะซื้อเครื่องทำน้ำแข็งสำหรับครัวเล็กๆของเธอมาติดไว้
น้ำลิ้นจี่กับน้ำลำไยใส่น้ำแข็งมันชื่นใจดีจริงๆนะ แต่ทองในมิติเธอไม่เลยมีตอนนี้
“ระบบ ถ้าฉันอยากได้เครื่องทำน้ำแข็งต้องใช้ทองกี่แท่ง?”
ระบบ: ท่านต้องการขายสินค้าในราคาทอง 10 แท่งหรือไม่?
ระบบ: ท่านต้องการขายไข่มุกมิติระดับต่ำร้อยเม็ดหรือไม่?
“ไข่มุกมิติระดับต่ำสินะ ตอนนี้มีกี่เม็ด?”
ระบบ: 10 ล้านเม็ด
“ขายไปเลยร้อยเม็ด เรามีเยอะขนาดนี้เลยเหรอ จะขายหมดก็ไม่ได้ เพราะต้องใช้ฝึกปรุงยา ต้นสมุนไพรก็โตช้ามาก ขนาดสั่งระบบให้รดน้ำใส่ปุ๋ยตรงเวลาแล้วนะ จนป่านนี้มันก็ยังโตได้แค่นิดเดียวเลย สมกับเป็นต้นสมุนไพรระดับตำนานจริงๆ ความหวังในการทำยากระชากวิญญาณยังอีกไกล เฮ้อ…”
หลังจากมีทองคำแท่งในระบบแล้ว เธอก็เก็บลิ้นจี่กับลำไยเพื่อมาทำเป็นน้ำผลไม้เย็นๆให้ทุกคนดื่มกัน ม่านฟ้าจึงสั่งให้แก้วไปเอาหม้อใหญ่ๆมาสองใบ เตาอั้งโล่และถ่านมาด้วย
ทำเครื่องดื่มกันในสวนผักสวนครัวนี่แหละสะดวกดี ม่านฟ้านำเครื่องทำน้ำแข็งออกมาจากมิติแล้วไปตั้งในครัว เธอเอาน้ำในมิติใส่ มันก็จะกลายเป็นน้ำแข็งมิติ พอดื่มน้ำกับน้ำแข็งนี่แล้ว มันก็จะรู้สึกสดชื่นอย่างยาวนาน เธอเอาลำไยให้มิติแปรรูปเป็นลำไยแห้งก่อน เมื่อลิ้นจี่แกะเสร็จแล้ว เธอก็เอาไปปั่นให้พอเคี้ยวได้
แก้วเอาเตาอั้งโล่ทั้งสองมาใส่ถ่านแล้วจุดไฟ เขาตั้งหม้อและใส่น้ำลงไป เมื่อเดือดแล้วเขาจึงบอกม่านฟ้า ม่านฟ้าเอาลำไยแห้งใส่หม้อด้านซ้าย ลิ้นจี่ที่ปั่นแล้วใส่ในหม้อด้านขวา ทั้งสองหม้อส่งกลิ่นหอมโชยออกมา หม้อที่ใส่ลำไยไปพองได้ที่แล้ว ม่านฟ้าจึงเอาน้ำตาลทรายใส่ไปในหม้อแล้วคนให้เข้ากัน จากนั้นก็ถึงตาลิ้นจี่ เมื่อมันได้ที่แล้ว เธอก็ใส่น้ำตาลลงไปเช่นกัน จากนั้นก็ใส่เกลือและมะนาวนิดหน่อยให้มีรชาติสดชื่นขึ้นมากกว่าเดิม
ม่านฟ้าสั่งให้แก้วเอาที่รองก้นหม้อมาสองอัน เธอต้องเอาหม้อทั้งสองออกจากเตาดินก่อนแก้วและคนงานอีกคนช่วยยกหม้อทั้งสองไปพักไว้ที่รองหม้อ พอเย็นได้ที่แล้ว ม่านฟ้าก็สั่งแก้วให้บอกกับทุกคนว่าให้เอากระติกน้ำมาใส่น้ำลิ้นจี่หรือน้ำลำไย
แก้วไปบอกทุกคนตามคำสั่ง เขาบอกกับทุกคนว่าวันนี้คุณหนูม่านฟ้าทำน้ำลิ้นจี่กับน้ำลำไยแก้ร้อน ม่านฟ้าเห็นว่าน้ำแข็งในเครื่องทำน้ำแข็งทำงานได้ดี เธอจึงบอกให้เหล่าคนงานไปใส่น้ำแข็งในครัวแล้วไปตักน้ำลิ้นจี่หรือลำไยเองได้เลย
ลุงสมยศมาตักน้ำลิ้นจี้ให้พระยาเดชาดำรงศักดิ์ ของตัวเองเป็นน้ำลำไย วิรุณกับชาญชัยไม่พลาดเช่นกัน
“สดชื่นมากเลยครับคุณหนู หายร้อนเป็นปลิดทิ้งเลย” วิรุณทำหน้าสดชื่นขณะดื่มน้ำลิ้นจี่
ชายชัยเคี้ยวลำไย “หวานหอมอร่อย รู้สึกอกเย็นสบายจังเลยครับ ได้กินน้ำแข็งเย็นๆแบบนี้แล้วก็ชื่นใจมากขึ้นไปอีก”
“ฉันซื้อเครื่องทำน้ำแข็งไว้ในบ้านสวน พวกน้ากับคนงานมาเอาน้ำแข็งได้นะ ทุกคนจะได้รู้สึกสบายตัวขึ้น”
“หกโมงเย็นต้องไปซ้อมเรียนมวยกันทุกคน วันนี้เป็นวันแรกที่จะได้เรียนกับท่านพระยาเดชาดำรงศักดิ์ ผมรู้สึกเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลจริงๆครับ แล้วคุณหนูจะไปด้วยไหมครับ?”
“แน่นอนว่าฉันต้องเรียนด้วย หากปกป้องตัวเองได้ ย่อมดีกว่ารอให้คนอื่นมาช่วย”
วิรุณบอกอย่างเป็นห่วง “อย่าฝืนนักนะครับ คุณหนูยังเด็ก งานที่ทำก็มีเยอะอยู่แล้ว เดี๋ยวจะไม่สบายเอาได้”
“ขอบคุณค่ะที่เป็นห่วงหนู”