ตอนที่ 5 (2)
ท้องก็ดังโครกครากขึ้นมาอีกครั้ง เจี่ยนอินจึงก้มหน้าลงอย่างอายๆ อีกครั้ง หน้าแดงก่ำ “ผมไม่หิวจริงๆ บางทีอาจเพราะกินพายสับปะรดมากเกินไป ท้องก็เลยอืด”
มนุษย์ด้ายดำจิ๋ววาดเครื่องหมายคำถามออกมา “?”
จากนั้นเครื่องหมายคำถามก็พลันหายไป มนุษย์ด้ายดำจิ๋วเขย่งเท้าขึ้นไปเปิดตู้เหนือเคาน์เตอร์ครัว แล้วเอื้อมมือไปหยิบของข้างใน แต่เพราะตัวเตี้ยเกินไปจึงหยิบไม่ได้
เจี่ยนอินในนามคนสูงหนึ่งร้อยหกสิบ และสูงกว่ามนุษย์ด้ายดำจิ๋วสิบเิเ ในเวลานี้จึงเดินเข้าไปและถามทันทีว่า “อยากหยิบอะไรผมจะช่วยคุณหยิบเอง!”
มนุษย์ด้ายดำจิ๋วชี้ไม้ชี้มือไปที่ของสีแดงในตู้ เจี่ยนอินจึงหยิบออกมา ก่อนจะตะลึงไปครู่หนึ่ง
เขายื่นมันให้กับมนุษย์ด้ายดำจิ๋ว แต่มนุษย์ด้ายดำจิ๋วกลับไม่รับ ทำไม้ทำมือให้เจี่ยนอินอีกครั้ง
“สำหรับผมเหรอ” เจี่ยนอินถาม
มนุษย์ด้ายดำจิ๋วพยักหน้า จากนั้นก็หันไปหยิบกาต้มน้ำไปวางไว้ใต้ก๊อกน้ำของเครื่องกรองน้ำระบบ RO แล้วความเคลื่อนไหวก็หยุดลง
เขาหันไปมองเจี่ยนอิน เจี่ยนอินรับกาต้มน้ำมาอย่างเป็ธรรมชาติมาก เปิดฝา เติมน้ำ นำไปวางบนเตาแก๊สแล้วต้มน้ำ
มันเป็บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่มีห่อสีแดง เจี่ยนอินลืมความทรงจำทั้งหมดเกี่ยวกับตัวเอง แต่ว่ายังคงจำความรู้ทั่วไปในชีวิตประจำวันได้
เขารู้วิธีต้มน้ำและต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แถมยังรู้ด้วยอีกว่าต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่แบบนี้จะต้องใช้เวลาต้มสามนาที ส่วนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปถ้วยใหญ่หน่อยก็ต้มสี่นาที
พวกเขาทั้งสองถือถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่เติมน้ำร้อนแล้วไปวางบนโต๊ะไม้แผ่นเดียวในห้องรับแขก ทั้งสองมองนาฬิกาลูกตุ้มโบราณเรือนใหญ่ที่แกว่งไกวในห้องรับแขก รอจนกระทั่งเข็มวินาทีหมุนผ่านไปสามรอบหรือครบสามนาทีแล้ว เจี่ยนอินถึงได้ฉีกฝาของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปออก แล้วคนเส้นบะหมี่กับซุปรสเผ็ดให้เข้ากัน จากนั้นก็ส่งให้มนุษย์ด้ายดำจิ๋วแล้วพูดว่า
“คนละครึ่งไหม คุณจะกินก่อนไหม”
การเคลื่อนไหวเป็ธรรมชาติและไหลลื่นมากจนเหมือนทั้งสองรู้จักกันมานาน รอยยิ้มของเจี่ยนอินนั้นไร้เดียงสาและเรียบง่าย ส่วนน้ำเสียงที่พูดก็มีชีวิตชีวามาก
มนุษย์ด้ายดำจิ๋วส่ายหัว
เจี่ยนอินส่งเสียง “อ้อ” และถามว่า “ปีศาจระดับสูงไม่จำเป็ต้องกินอะไรเหรอ”
แต่หลังจากที่พูด ก็เอียงหัวแล้วพูดว่า “แต่เสื้อฮู้ดสีดำกับทิเบตัน มาสทิฟฟ์นั่นกิน”
“เสื้อฮู้ดสีดำคืออะไร” มนุษย์ด้ายดำจิ๋วใช้เส้นด้ายเขียนตัวอักษรในอากาศ
เจี่ยนอินพูดไปพลางกินไปพลางว่า “ก็คือปีศาจชั่วร้ายตัวแรกที่กินตำรวจ”
มนุษย์ด้ายดำจิ๋วเงียบไปครู่หนึ่ง และชี้ไม้ชี้มือไปที่ลำคอกับท้องของเจี่ยนอิน
เจี่ยนอินยิ้มน้อยๆ อย่างเข้าใจ “นั่นคือตอนที่เพิ่งได้ัักับความทรงจำของพวกเขา ไม่ว่าปฏิกิริยาตอบสนองอะไรต่างก็พรั่งพรูขึ้นมาพร้อมกัน ก็เลยรู้สึกว่ามันน่ากลัวแล้วก็น่าขยะแขยงเกินไป ถึงได้เอาแต่อาเจียนตลอด แต่ตอนนี้อยู่ห่างจากพวกเขามากแล้ว เลยไม่รู้สึกอยากอาเจียนแล้ว”
มนุษย์ด้ายดำจิ๋วพยักหน้า
เจี่ยนอินเริ่มจดจ่อกับการกินบะหมี่ แค่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปธรรมดาๆ ถ้วยหนึ่งกลับกินเสียเอร็ดอร่อย ทั้งยังเผยสีหน้าที่มีความสุขมากๆ ออกมา หลังจากกินเสร็จก็ทอดถอนหายใจออกมาด้วยความพึงพอใจ ดวงตาหรี่ลง เวลารอบตัวราวกับหยุดชะงัก เต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกสุขใจพร้อมกัน
เวลาของมนุษย์ด้ายดำจิ๋วก็หยุดนิ่งแล้วเช่นกัน มันหยุดนิ่งแล้วจริงๆ สามวินาทีต่อมาถึงได้กลับมาเป็ปกติ
เจี่ยนอินหยิบถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไปล้าง แล้วโยนมันลงไปในถังขยะรีไซเคิลก่อนจะเดินออกมา แต่เมื่อเขาเดินออกมา มนุษย์ด้ายดำจิ๋วก็ไม่อยู่แล้ว เปลี่ยนเป็หงเซี่ยนที่นั่งอยู่บนที่นั่งของมนุษย์ด้ายดำจิ๋ว ด้วยเหตุนี้เจี่ยนอินจึงตกตะลึงไปครู่หนึ่ง
“ผู้ ผู้าุโหง…” เมื่อไม่ใช่มนุษย์ด้ายดำจิ๋วที่สนิทสนมกันนั่น ลิ้นของเจี่ยนอินก็เริ่มพันกัน ร่างกายก็แข็งทื่อเล็กน้อย รอยยิ้มแข็งค้างอยู่บนใบหน้า
หงเซี่ยนไม่ได้มองเจี่ยนอิน แต่สายตาเคลื่อนไปที่บริเวณประตู
ในเวลานี้ก็มีเสียงเพลงแปลกประหลาดดังขึ้นในห้องรับแขก ท่วงทำนองไพเราะเพราะพริ้ง คนที่ได้ยินรู้สึกผ่อนคลายสบายใจ แต่เมื่อเจี่ยนอินมองไปรอบๆ เพื่อหาแหล่งที่มาของเสียงเพลง ก็พบว่ามันมาจากในปากของกะโหลกศีรษะที่แขวนอยู่ตรงหน้าประตูและกำลังหมุนไปมาอย่างมีความสุข
‘หากไม่มีเธอ จะผ่านวันเวลาไปได้อย่างไร’ กะโหลกศีรษะกำลังร้องเพลงเก่า
“...” เจี่ยนอินลูบหน้า เขาเห็นสิ่งแปลกๆ อีกแล้ว
คิดไม่ถึงเลยว่างานอดิเรกของผู้าุโหงจะน่าพิศวงแบบนี้...
...
จู่ๆ เงาสองร่างก็ปรากฏตัวขึ้นที่ลานบ้าน ร่างหนึ่งสวมชุดลำลอง ส่วนอีกร่างสวมชุดตำรวจจราจร
สองคนนี้ก็คือสองคนนั้นที่เจี่ยนอินเคยเจอเมื่อไม่กี่วันก่อน จางกงพนักงานสอบสวนที่ควบอาชีพผู้จัดการร้านสะดวกซื้อ กับตำรวจจราจรที่มาสนับสนุนชื่อเสี่ยวจิ่ว
“สวัสดีครับพี่หง” จางกงชายร่างสูงกำยำที่ยืนอยู่ทางเข้าลานบ้านทักทายพวกเขา แล้วเดินเข้ามา
“เฮ้ เ้าหนูก็อยู่ด้วยเหรอ!” ตำรวจจราจรผู้ร่าเริงแจ่มใสที่ยืนอยู่ด้านหลังจางกง กลับหยุดอยู่ที่หน้าประตู ไม่เดินเข้ามาข้างใน
จางกงพูดกับหงเซี่ยนว่า “ก่อนอื่นขอขอบคุณพี่หงที่ช่วยจับไอ้เ้าพ่อหัวหมานั่นนะครับ เราได้จับกุมผู้ต้องหาและส่งมอบให้กับกรมควบคุมปีศาจแล้ว รู้สึกเบิกบานใจมากจริงๆ ที่ได้บันทึกความดีความชอบเล็กๆ น้อยๆ ทั้งสามนี้ไว้ในชื่อของผมกับเสี่ยวจิ่ว ไม่กี่ปีมานี้มีแต่บันทึกส่วนความผิด เป็ครั้งแรกเลยที่ได้บันทึกความดีความชอบ!”
หงเซี่ยนกล่าว “ถ้าจะขอบคุณก็ขอบคุณเ้าหนูนั่นเถอะ เป็เขาที่เจอมัน”
จางกงหันไปพูดกับเจี่ยนอินอย่างแช่มชื่นว่า “ขอบคุณนะเ้าหนู วันหน้าถ้านายมาซื้อข้าวปั้นที่ร้านสะดวกซื้ออีก ให้จดไว้ในบัญชีของฉันทั้งหมด!”