The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี (เวอร์ชั่น 70 เปอร์เซ็นต์)

    ตอนที่ 45 จอมพลิ้ว

        บรรยากาศในร้านดูตึงเครียด  หนุ่มผมทองได้แต่ยืนอึ้ง  ส่วนกลุ่มชายฉกรรจ์กำลังส่งสายตาอาฆาตมายังเซียนไพ่ โดยมีมาวินยืนยิ้มกริ่มอยู่ด้านหลัง 


    “ พวกข้าจับกลโกงได้แล้ว  ทีนี้แกจะว่ายังไง ” ชายร่างน้องกอริลลาเปิดฉากถาม  หนุ่มผมทองจึงรีบปรับอารมณ์ให้เป็นปกติ  จากนั้นก็เริ่มอ้อนวอนขอความเห็นใจ


    “ ไม่ว่ายังไงหรอกครับ  แค่อยากจะบอกว่ากรุณายกโทษให้ผมเถอะ ”


     

          ชายกอริลลาแสยะยิ้ม  ทำให้ใบหน้าถมึงทึงดูน่าเกลียด  น่ากลัวยิ่งกว่าเดิม  ก่อนจะส่ายหัวเป็นเชิงปฏิเสธ


    “ ไม่ได้! แกต้องโดนกระทืบ ”


     

          ใบหน้าของหนุ่มหล่อเจื่อนลงถนัดตา  เขาพยายามรวบรวมกำลังใจ เพื่อต่อรองอีกครั้ง  


    “ เอาอย่างนี้มั้ย  ผมคืนเงินทั้งหมดให้พวกคุณ  จะได้เลิกแล้วต่อกัน ”  


    “ ไม่เอา  พวกข้าอยากกระทืบแกมากกว่า ” ชายกอริลลาตอบกลับ  น้ำเสียงเด็ดขาด


     

            ใบหน้าผุดผ่องของหนุ่มผมทองแปรเปลี่ยนเป็นขาวซีด  เหงื่อเม็ดเล็กๆหลั่งไหลทั่วกาย  ถึงกระนั้นเขาก็ไม่ยังยอมแพ้


    “ งั้นเอางี้  ผมจะคืนเงินคราวก่อนที่ได้จากลูกน้องคุณทั้งหมด แลกกับการสงบศึก ”


     

            ชายกอริลลาและเหล่าลูกน้องหันมามองหน้ากันเอง  พวกเขาเริ่มลังเลใจ  เพราะข้อเสนอที่หนุ่มผมทองยื่นมา ค่อนข้างดีจนเหลือเชื่อ  


    “ เอาไง  ลูกพี่  ข้อเสนอของมันโคตรจะแจ่มเลย ตอบตกลงดีมั้ย ” ลิ่วล้อร่างน้องๆควายกล่าว ดวงตาฉายแววโลภ


    “ นั่นซิ  นี่เท่ากับว่าเราไม่เสียอะไรเลยนะ  รับเงินมันเถอะ ” ลูกน้องร่างผอมเกร็งเสนอความเห็นบ้าง


     

         ชายกอริลลาขบคิดอย่างหนักหน่วง  เขายอมรับว่าข้อเสนอที่ได้มา  สุดแสนจะเลิศล้ำ แต่ก็ยังรู้สึกแค้นเคืองหนุ่มผมทองอยู่ดี  หัวใจร่ำร้องอยากจะเข้าไปกะซวกไส้  แล้วเอามาปั่นทำเป็นน้ำแข็งไสให้กากิน 


    “ ว่าไง  ลูกพี่  เอาไงดี ” ลูกน้องที่ค่อนข้างเตี้ยล่ำเอ่ยถามขึ้นมาบ้าง แผงอกที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามสั่นไหวเบาๆ  คล้ายอยากวิวาทเต็มที


    “ อืม..... คิดไม่ออก  อยากได้ทั้งสองอย่างเลยว่ะ  เอาไงดีนะ ” ชายกอริลลากุมขมับ ท่าทางคล้ายนักศึกษาที่กำลังเตรียมสอบเอ็นทรานซ์



          ระหว่างที่ชาวแก๊งกำลังใช้ความคิด  มาวินก็พูดแทรกขึ้นมาเบาๆ  ใบหน้ายิ้มระรื่น


    “ จะยากอะไร  พวกนายก็เอาเงินคืน  แล้วค่อยกระทืบพี่ชายคนนี้ต่อสิ  ทีนี้ก็ได้ทั้งสองอย่างเลย  ฮ่าๆ ” มาวินพูดจบ  ก็แหกปากหัวเราะใส่  ท่าทางสะใจเป็นที่สุด



          คำปรึกษาที่สุดโต่ง  ทำให้หนุ่มผมทองที่กำลังยืนลุ้นชะตากรรม  ถึงกับหันไปด่ามาวินด้วยสายตา  ประมาณว่า…ไม่พูด  ก็ไม่มีใครหาว่าเป็นใบ้ 


    “ นั่นดิ  ปัญหาแค่นี้  ทำไมพวกเราถึงคิดไม่ได้นะ ” เหล่าชนชั้นแรงงานถึงบางอ้อในทันที  หลายคนตบศีรษะของตัวเองแรงๆ  เพื่อเป็นการลงโทษที่โง่งมอยู่นาน


      

         ชายกอริลลาตรงดิ่งมาที่มาวินอย่างรวดเร็ว  ทำให้เด็กหนุ่มหัวเขียวผวาเฮือก  เพราะคิดว่าอีกฝ่ายจะเข้ามากระทืบ  แต่หัวหน้าแก๊งกลับยื่นมือหนาๆไปกุมมือเล็กบาง  แล้วกล่าวขอบคุณ  แววตาเปล่งประกายซาบซึ้งจากใจจริง


    “ ขอบใจที่ช่วยพวกเรา  นายเป็นมิตรเเท้จริงๆ ” 


    “ อะ  เออ  ไม่เป็นไรหรอก  ตามสบายเลยนะ  พี่ชายทั้งหลาย  แฮะๆ ” มาวินตอบตะกุกตะกัก  เขาพยายามดึงมือออก  เพราะเริ่มไม่แน่ใจว่าเจ้ายักษ์ใหญ่ตรงหน้า  ปกติดีหรือไม่


     

         หลังเสร็จกิจขอบคุณสหาย  ชายกอริลลาก็หันมาสนใจหนุ่มผมทองอีกครั้ง  ใบหน้าหล่อเหลาของเขาดูซีดเซียว  ราวกับคนป่วยหนัก  เพราะเพิ่งได้รับคำพิพากษาให้ถูกรุมกระทืบ


    “ มีอะไรจะพูดก่อนตายมั้ย  ไอ้หน้าหล่อ ” ชายกอริลลาแสยะยิ้ม  พร้อมหักนิ้วมือของตัวเอง  ส่วนเหล่าลูกน้องเริ่มสะบัดไหล่  บิดกายไปมา  เพื่อเตรียมลงทัณฑ์


    “ เอ่อ  มีนะ  เอางี้มั้ย  ผมจะให้เงินในกระเป๋าทั้งหมดกับพวกคุณ ขออย่างเดียว  อย่ารุมกระทืบผมเลย ” หนุ่มหล่อผมทองพยายามต่อรองอีกครั้ง 


    “ ฮ่า  ฮ่า  ฮ่า..... ” ชายกอริลลาแหกปากหัวเราะจนดังลั่นร้าน 


    “ แฮะๆ ” หนุ่มผมทองพยายามฝืนยิ้ม เขาแอบดีใจที่เห็นหนทางรอด  ทันใดนั้นเอง  ชายกอริลลาก็หยุดหัวเราะอย่างฉับพลันและปฏิเสธสั้นๆ สีหน้าบูดบึ้ง 


    “ ไม่ ” 


    “ เยี่ยมมาก  พี่ชาย  แบบนี้สิลูกผู้ชายตัวจริง เด็ดขาดไปเลย ” มาวินยืนเชียร์อยู่วงนอก  หนุ่มผมทองจึงหันมาส่งสายตาอาฆาตให้  เด็กหนุ่มจึงหยุดชะงักอย่างฉับพลัน  พร้อมปิดปากเงียบในทันที


    "อุ้ย....อย่ามองแบบนั้นสิ  เขากลัวนะ"


    “ เตรียมใจหมดตูดและเจ็บตัวได้แล้ว  ไอ้หล่อ ” ชายกอริลลาง้างกำปั้นไปข้างหลังจนสุดเหยียด  เพื่อเตรียมกระแทกใบหน้าผุดผ่องของหนุ่มผมทอง 


    “ เปรี้ยง ”


     

          เสียงดังสนั่นลั่นร้าน  หลายคนยกมือขึ้นปิดตา  เพราะรู้ว่างานนี้นองเลือดอย่างแน่นอน  ด้วยชื่อเสียงของชายกอริลลาออกไปทางวิวาท  และก่อเหตุเดือดทุกครั้งที่อารมณ์ขึ้น  แต่เมื่อทุกอย่างสงบลง  ทุกคนก็พบเพียงซากโต๊ะไม้ทรงกลมที่แตกหัก



          ชายกอริลลาคุกเข่าใกล้เครื่องเรือนที่แหลกไม่มีชิ้นดี  เนื่องจากเมื่อครู่นี้  เขาดันจั่วลมจนพลาดไปอัดมัน  ก่อนจะรีบลุกขึ้นยืน  พร้อมเหลียวมองรอบตัว จึงพบว่าหนุ่มหล่อยืนห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว 


    “ แกไปอยู่ตรงนั้นได้ไง ” ชายกอริลลาร้องถาม 


    “ ชั้นแค่กระโดดถอยหลังออกมาเท่านั้น  ว่าแต่ช่วยละเว้นชั้นไปเถอะนะ ถือว่าขอร้อง ” หนุ่มผมทองยิ้มแห้งๆ


    “ ม่ายได้ ” ชายร่างน้องกอริลลาลากเสียงยาว จากนั้นก็เข้าจู่โจมอีกครั้ง 


    “ เฮ้อ...... ” หนุ่มผมทองถอนหายใจเบาๆ ก่อนหลบหมัดเหล็กที่พุ่งเข้ามาอย่างง่ายดาย 


    “ เฮ  เอาเลย ฆ่ามัน ” เหล่าลูกน้องต่างพากันตะโกนเชียร์ โดยไม่รู้เลยว่าแต่ละหมัดที่ลูกพี่ปล่อยออกมาล้วนสูญเปล่า เพราะเซียนไพ่รูปงามอ่านทางได้อย่างทะลุปรุโปร่ง  ทำให้พลิ้วหลบได้ทุกดอก


     

         มาวินยืนดูการรุกไล่อยู่เงียบๆ  ทีแรกนึกเสียวไส้  เพราะกลัวว่าหนุ่มหล่อจะถูกชายร่างยักษ์กระทืบตาย แต่หลังจากเห็นสเต็ปขา  เขาก็เกิดความคิดใหม่ 


    “ หมอนี่เป็นใครกันนะ  ฝีมือร้ายกาจมาก ”


     

          การจู่โจมอยู่ฝ่ายเดียวดำเนินได้ไม่นาน  ชายกอริลลาก็เริ่มหมดแรง เพราะแต่ละหมัดที่ปล่อยออกไปล้วนทุ่มสุดกำลัง ทว่าทุกการโจมตีกลับกระทบแต่อากาศ  ทำให้เขานึกแปลกใจและท้อแท้ในเวลาเดียวกัน 


    “ แฮ่ก  แฮ่ก  แฮ่ก  เก่งจริง  อย่าเอาแต่หลบสิฟะ ” ชายกอริลลาตะคอกใส่ด้วยเสียงที่เบาลง  เนื่องจากตอนนี้เขากำลังหอบหนักด้วยความเหนื่อยอ่อน 


    “ แฮะๆ  เหนื่อยก็พักเถอะ  ชั้นให้เงินกับพวกนาย  แล้วเป็นอันจบกัน  ดีมั้ย ” หนุ่มผมทองพยายามฝืนหัวเราะ 


    “ หนวกหูน่า  พวกเรารุมมันเลย ” เมื่อชายกอริลลาเห็นว่าลงมือคนเดียว  ไม่อาจทำร้ายหนุ่มผมทองได้  จึงร้องสั่งพรรคพวก


    “ ได้เลย  ลูกพี่  คันมือคันเท้ามานานแล้ว ” เมื่อพี่ใหญ่พูดจบ  เหล่าลิ่วล้อก็กระจายกันรุมล้อม  ทว่าเซียนไพ่รูปงามกลับไม่แสดงอาการเสียขวัญ 


    “ ดูท่าจะเลี่ยงไม่ได้แล้ว  เฮ้อ...... ”


     

         ลูกค้าส่วนใหญ่เผ่นหนีไปแล้ว ส่วนที่เหลืออีกประมาณสิบคนคือพวกเดนตาย  และมาวินก็เป็นหนึ่งในนั้น



        หนุ่มผมทองยืนสงบท่ามกลางวงล้อม  ไม่มีอาการสั่นไหวออกมาให้เห็นเลยซักนิด และเมื่อชายหน้าแหลมอันเป็นหนึ่งในลูกสมุนแอบดอดมาด้านหลัง เขาก็พุ่งเข้าใส่อย่างรวดเร็ว  หวังรวบเอวให้อยู่มือ



        เหมือนหนุ่มผมทองจะมีตาหลัง  เขาหลบชายหน้าแหลมด้วยการขยับกายเพียงนิดเดียว  ทำให้อีกฝ่ายเสียหลักลงไปนอนจับกบ



        ความผิดพลาดในครั้งแรก  ทำให้เหล่าสมุนที่เหลือ  พุ่งเข้าใส่หนุ่มผมทอง  ทว่าพวกเขากลับรู้สึกเหมือนกำลังไล่จับวิญญาณ  เพราะจั่วลมทุกครั้งไป  ไม่มีผู้ใดสามารถสัมผัสกาย  ซึ่งจะกล่าวว่าเซียนไพ่รูปงามนั้นรวดเร็วผิดมนุษย์ ก็ไม่ใช่  ด้วยการหลบแต่ละที  เป็นเพียงขยับตัวเล็กน้อยเท่านั้น



        การรุมสกัมดำเนินไปอย่างดุเดือด  เวลาผ่านไปเกือบสิบนาที ยังไม่มีผู้ใดโดนตัวของหนุ่มผมทองเลย  ในที่สุด  ทุกคนก็พากันหอบเหนื่อย


    “ แฮ่ก  แฮ่ก  แฮ่ก  อย่างกับไล่จับผีเลย ” ชายกอริลลาหอบจนตัวโยน  เหงื่อไหลโชกโทรมกาย  หนุ่มผมทองจึงยิ้มน้อยๆ ก่อนขอความเห็นใจอีกครั้ง


    “ ในเมื่อพวกนายทำอะไรชั้นไม่ได้  ก็เลิกแล้วต่อกันเถอะ ”


     

         ชาวแก๊งยอมรับว่าท้อแท้  และพออีกฝ่ายเปิดช่องให้แบบนี้ ก็ยิ่งรู้สึกลังเล  ทว่ามีอีกคนที่ยังไม่ถอดใจ  นั่นก็คือชายกอริลลาผู้เป็นลูกพี่ใหญ่


    “ เฮ้ย  อย่าท้อโว้ย!  มันก็เก่งแค่หลบไปมาเท่านั้นแหละ  ขอแค่จับตัวได้ก็จบ  บีบวงเข้าไป  อย่าเหลือที่ให้มันหนี ” ชายกอริลลาร้องสั่งเสียงแข็ง


     

          ทันทีที่ได้ยิน  ขวัญกำลังใจของเหล่าลูกน้องก็เพิ่มเป็นเท่าทวี พวกเขารีบล้อมกรอบตามคำสั่งจนแทบไม่มีพื้นที่ว่างให้หนุ่มผมทองขยับกาย



          หนุ่มผมทองมองไปรอบๆ  จึงพบว่ากลุ่มชายฉกรรจ์เริ่มล้อมเป็นวงกลม โดยทิ้งระยะห่างเพียงสามก้าวเท่านั้น  แต่เซียนไพ่รูปงามก็ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกออกมา เขาเพียงรำพันกับตัวเอง


    “ ช่วยไม่ได้แฮะ…”


     

          ชายหน้าแหลมย่องไปหยุดยืนที่ด้านหลัง  ภายในใจนึกกระหยิ่มยิ้มย่อง 


    “ คราวนี้แกไม่รอดแน่  ไอ้หล่อ ”


     

          พอคิดได้ดังนั้น  ชายหน้าแหลมก็พุ่งเข้าใส่หนุ่มหล่อสุดกำลัง จังหวะที่ใกล้ถึงตัว  เขาก็รู้สึกจุกเสียดอย่างรุนแรง คล้ายกับว่ามีท่อนอะไรบางอย่างกระทุ้งที่ลิ้นปี่ 


    “ โอ้ก ”


     

          ชายหน้าแหลมถอยออกมา  จากนั้นก็โก่งตัวขย้อนของเหลว  ขณะที่ก้มลงมองต่ำ ก็พบกับสิ่งที่ทำให้จุกเสียดนั่นก็คือ…ท่อนไม้ยาวสองศอกที่คลุมด้วยผ้าดิบ สิ่งนั้นยื่นออกมาจากซอกเอวของหนุ่มหล่อ  ซึ่งตอนนี้กำลังหันหลังให้เขา 


    “ อุ้ก…ลูกพี่  มันมีไม้ซ่อนอยู่ ” ชายหน้าแหลมรายงานอย่างยากลำบาก  หัวหน้าใหญ่จึงคำรามใส่ 


    “ เฮ้ย  แกเล่นไม้พลองเลยเหรอ  แน่จริงอย่าใช้อาวุธสิฟะ ”


     

         หนุ่มผมทองมองชายกอริลลาแวบหนึ่ง  จากนั้นก็ชักไม้ยาวขึ้นมา  แล้วกวัดแกว่งซ้ายขวาอย่างรวดเร็ว  ท่วงท่าดูช่ำชองจนชวนให้กลุ่มชายฉกรรจ์นึกแหยง 


    “ โอกาสสุดท้ายแล้ว  จะถอยหรือไม่ถอย ” หนุ่มผมทองกล่าวยิ้มๆ  แต่กลับมีแรงกดดันแผ่ออกมา  ทำให้คนรอบตัวรู้สึกหวาดกลัวจนพูดไม่ออก


     

          กลุ่มชายฉกรรจ์หันมามองหน้ากันเอง  ทุกคนดูล่อกแล่ก  ชายกอริลลาจึงตะโกนดัง  เพื่อเรียกสติของชาวแก๊ง


    “ พวกแกก็รุมเข้าไปพร้อมกันสิฟะ  มันมีแค่คนเดียว จะทำอะไรได้ ”


     

           สิ้นเสียงสั่งการ  ลูกสมุนทั้งสี่นายก็กรูเข้าไปพร้อมกัน  แต่ก่อนจะถึงตัว  หนุ่มหล่อได้หมุนกายเป็นวงกลม  พร้อมหวดไม้ยาวไปรอบทิศทาง  ทุกการจู่โจมล้วนฟาดเข้าไปที่จุดตายอย่างแม่นยำ  สี่ชายฉกรรจ์จึงกระเด็นออกมา  คล้ายถูกมือยักษ์ล่องหนผลักไส 


    “ อั้ก  โอ้ก  โอ๊ย  เอ๋ง ” ทั้งสี่ร้องครวญครางด้วยเสียงที่ต่างกัน ทุกคนพร้อมใจกันล้มลงไปนอนแน่นิ่ง  อันยากจะบอกว่าพวกเขาตายหรือสลบ



    สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2