เนื่องจากช่วงเช้าวันนี้ใช้เวลาอธิบายวิธีการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่ที่เพิ่งซื้อมาไปไม่น้อยทำให้กว่าทุกคนจะพร้อมทำงาน เวลาล่วงเลยมาเป็นยามสายมากแล้ว
ภามให้ทุกคนช่วยกันเก็บผลผลิตของผักกาดและกะหล่ำปลีที่โตเต็มที่ พร้อมเก็บเกี่ยวแล้ว จำนวน 8,000 หัว ในช่วงแรก การต้องเก็บหัวผักกาด และหัวกะหล่ำปลีทั้งหมดนี้ภายในวันเดียวนั้น เป็นเรื่องที่กินแรงเอาการเลยทีเดียวแต่เมื่อได้ทำบ่อยครั้งเข้า ความชำนาญก็เริ่มก่อเกิด จนตอนนี้การช่วยกันเก็บหัวผักกาด และหัวกะหล่ำปลี 8,000 หัวภายในวันเดียวก็ไม่ใช่เรื่องที่เกินกำลังอีกต่อไป
เนื่องจากผลผลิตมีจำนวนมาก หลังๆ มาภามจึงสร้างเกวียนที่ใช้เทียมกับม้าสองตัวขึ้นมาอีกหนึ่งเกวียนเพื่อเอาไว้ใช้ขนย้ายผลผลิตเพราะเขาใช้เกวียนที่มีหลังคาแล้วรู้สึกใช้งานได้ไม่สะดวกเท่าไหร่นัก
ภามเทียมเกวียนที่ไม่มีหลังคาเข้ากับเจ้าดำและเจ้าขาว วางลังไม้ไว้บนเกวียน ค่อยๆ บังคับเกวียนไปตามแปลงผักที่พวกเขากำลังเก็บเกี่ยวอยู่เพื่อให้สามารถขนย้ายผลผลิตที่เก็บเกี่ยวแล้วไปเก็บได้ง่ายขึ้น
ทุกคนช่วยกันทำงานอย่างขยันขันแข็งจนเมื่อใกล้เวลาเที่ยง เมมี่ก็ปลีกตัวไปเตรียมอาหารให้ทุกคนเหมือนเช่นทุกๆ วันหลังจากเตรียมอาหารเรียบร้อยแล้ว จึงออกมาตามทุกคนเข้าไปทานอาหาร
เมื่อเดินเข้ามาในห้องครัวหลังจากที่ทำอาหารเสร็จไปได้สักพัก หน้าต่าง และพัดลมที่เปิดอยู่ช่วยระบายกลิ่นอาหารออกไปไม่น้อยแล้วภามจึงเดินไปปิดหน้าต่าง และเปิดแอร์
“เมื่อเช้าข้าลืมบอกไปอีกเรื่องก่อนเปิดแอร์ ให้เปิดพัดลมกับหน้าต่าง ไล่กลิ่นอาหารออกไปก่อน แล้วค่อยปิดหน้าต่างและเปิดแอร์ ไม่เช่นนั้นแอร์จะมีกลิ่นอาหารติดได้ เข้าใจหรือไม่” ภามพูดขึ้นขณะที่เดินกลับมานั่งที่โต๊ะอาหาร
“ขอรับ/เจ้าค่ะ”ทุกคนตอบกลับมาอย่างพร้อมเพรียง
หลังจากที่อยู่ร่วมกันมากว่าสองเดือนแล้วทุกคนจึงเริ่มสนิทใจกันมากขึ้น บทสนทนาบนโต๊ะอาหารจึงเป็นเรื่องสนุกสนานบรรยากาศผ่อนคลาย ไม่เหมือนช่วงแรกที่ยังเกร็งกันอยู่บ้างส่วนภามเองแม้จะเป็นคนพูดไม่เก่ง แต่ลึกๆ เขาก็ยอมรับว่าการที่มีครอบครัวนี้มาอยู่ด้วยช่วยให้เขาอุ่นใจกับการใช้ชีวิตในโลกที่ไม่คุ้นเคยนี้มากขึ้นไม่น้อย
ระหว่างมื้ออาหารเปิดแอร์ไม่นานภายในห้องก็เย็นฉ่ำ ช่วยให้รู้สึกสบายตัวทุกคนที่เคยอยู่ในห้องแอร์เป็นครั้งแรกต่างตื่นเต้น และชอบใจเป็นอย่างมาก
แต่งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกราหลังทานอาหารเสร็จ ทุกคนช่วยกันเก็บกวาด ล้างจาน ก็ถึงเวลาปิดแอร์กลับออกไปทำงานกลางแดดกันต่อ
ช่วงบ่ายทุกคนก็ยังช่วยกันทำงานอย่างขยันขันแข็งออกจะดูขยันกว่าเดิมด้วยซ้ำเพราะทุกคนเร่งมือในการเก็บหัวผักกาดและหัวกะหล่ำปลีพวกนี้มากขึ้นอาจจะเพราะอยากรีบเก็บให้เสร็จ จะได้พักเข้าที่ร่มสักทีก็เป็นได้
ไม่นานผลผลิตรอบนี้ก็ถูกเก็บจนหมดภามปล่อยให้เด็กๆ ไปพักได้ เมมี่เองก็เตรียมเข้าครัวทำอาหารเย็น ส่วนภามกับอลันขึ้นเกวียนขับไปทางโกดังก่อนจะช่วยกันยกลังไม้ที่บรรจุหัวผักกาด และหัวกะหล่ำจนเต็มเอี้ยดหลายลังลงไปเก็บไว้มุมหนึ่งบริเวณไม่ไกลจากประตูโกดังมากนัก
หลังจากเก็บผลผลิตใส่โกดังแล้วภามกับอลันช่วยกันถอดเกวียนออกจากม้าทั้งสองตัว เด็กๆ ที่ว่างอยู่พอดีจึงได้ทีรีบเข้ามาเล่นกับเจ้าดำ และเจ้าขาวต่อทันที
เมื่อทานอาหารเย็นเสร็จภามปล่อยให้ทุกคนทำหน้าที่ของตนเองตามปกติ ส่วนเขากลับเข้าไปหยิบถุงเหรียญในห้องนอนก่อนจะกลับออกมา และเดินตรงไปที่ประตูห้องซ้ายมือก่อนถึงประตูหลังบ้าน
ภามเข้ามาซื้อเมล็ดพันธุ์ผักกาดขาว และเมล็ดพันธุ์กะหล่ำปลีเพิ่มอีกอย่างละ4,000 เมล็ดและด้วยความที่เขามีถาดหลุมเพาะเมล็ดได้ 10,000 หลุม ดังนั้นจะเหลือเพาะเมล็ดได้อีก 2,000 เมล็ด เขาจึงตัดสินใจซื้อเมล็ดข้าวมาด้วย เอาไว้สำหรับหุงกินภายในบ้าน
และเมื่อคิดถึงเรื่องหุงข้าวขึ้นมาแล้วภามจึงไปเลือกซื้อหม้อหุงข้าวที่โซนไฟฟ้าต่อ จากนั้นจึงเดินกลับไปที่โต๊ะคิดเงินวางเมล็ดพันธุ์ลงบนโต๊ะด้านหน้าของฟ้า
“ซื้อเมล็ดพวกนี้ทั้งหมดครับกับหม้อหุงข้าวขนาด 1 ลิตร” ภามแจ้ง
“ทั้งหมด 1 เหรียญทอง 89 เหรียญเงิน กับ50 เหรียญทองแดง ค่ะ”ฟ้าแจ้งราคาหลังจากที่วางมือลงบนสินค้าทั้งหมดเพื่อคิดเงินเรียบร้อยแล้ว
ภามตรวจสอบรายการที่แสดงในหน้าจอโฮโลแกรมอีกครั้งก่อนจะหยิบเงินในถุงเหรียญตามจำนวนที่ปรากฎในหน้าจอยื่นไปให้ฟ้าซึ่งยื่นมือออกมาวางเหนือเหรียญเหล่านั้น ก่อนที่เหรียญเหล่านั้นจะหายวับไป
“หม้อหุงข้าวให้วางไว้ที่ไหนดีคะ”ฟ้าถามต่อหลังจากได้รับเงินครบจำนวนเป็นที่เรียบร้อย
“ไว้บนโต๊ะเตรียมของทำกับข้าวในครัวก็แล้วกันครับ”
“รับทราบ ...เรียบร้อยค่ะ”ฟ้าเงียบไปสักพัก ก่อนจะแจ้งภามว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว
หลังจากทุกอย่างเรียบร้อยแล้วภามก็หยิบเมล็ดพันธุ์ทั้งหมดขึ้นมาจากโต๊ะ บอกลาฟ้าเล็กน้อยก่อนจะก้าวตรงกลับไปยังประตู และเมื่อก้าวออกไป ประตูห้องก็ปิดลง
ตอนนี้ภายในบ้านมืดไปหมดคาดว่าครอบครัวอลันคงเข้าห้องนอนกันหมดแล้ว ภามจึงแวะเข้าไปในครัวเพื่อดูหม้อหุงข้าวที่เพิ่งซื้อมา เขาขยับตำแหน่งมันให้วางชิดมุมเล็กน้อยเมื่อได้จุดที่พอใจแล้ว จึงเดินออกมา และนำเมล็ดพันธุ์ในมือทั้งหมดไปวางกองไว้ที่โต๊ะในห้องนั่งเล่น
ภามเดินกลับเข้าไปเอาผ้าเช็ดตัวในห้องและออกมาอาบน้ำแต่งตัวจนเรียบร้อย ก่อนจะเดินกลับเข้าห้องนอนไปแต่ในขณะที่กำลังจะนอนลงบนเตียงก็นึกบ้างเรื่องขึ้นมาได้จึงเปลี่ยนในไปนั่งหน้าโต๊ะทำงานข้างเตียงแทน
เขาหยิบสมุดจดรายการรายรับรายจ่ายออกมาเพื่อจดรายการใช้จ่ายในวันนี้เพิ่มลงไป
คงเหลือทั้งหมด +268,100
เครื่องสร้างกระแสไฟ -201,500
เครื่องใช้ไฟฟ้า -36,450
เมล็ดพันธุ์ -16,000
คงเหลือ +12,150
หลังจากจดรายการใช้จ่ายลงในสมุดและคำนวณยอดเรียบร้อย ภามก็เทเงินในถุงเหรียญออกมานับ ซึ่งทั้งหมดมี 1 เหรียญทอง 21 เหรียญเงิน และ 50 เหรียญทองแดง ครบตามยอดที่คำนวณไว้พอดี
ภามมองกองเหรียญบนโต๊ะตรงหน้าด้วยความรู้สึกบอกไม่ถูกก่อนหน้านี้เขารู้สึกเหมือนตัวเองร่ำรวยแล้วมีเหรียญทองมากมายเกือบสามสิบเหรียญแต่เพียงชั่วข้ามคืน ตอนนี้กลับเหลือเหรียญทองอยู่อีกแค่เหรียญเดียวคิดแล้วช่างน่าเศร้าใจจริงๆ
ภามเก็บเหรียญทั้งหมดที่เหลืออยู่น้อยนิดลงไปในถุงเหรียญจากนั้นเก็บสมุดจด และถุงเหรียญนั้นลงไปเก็บไว้ในลิ้นชักตามปกติ
ในระหว่างที่ล้มตัวลงนอนก่อนจะหลับ ภามมักคิดเตรียมการถึงงานที่ต้องทำในวันพรุ่งนี้อยู่เสมอและคืนนี้ก็ไม่มีเว้น เขานอนนึกถึงสิ่งที่ต้องทำในวันพรุ่งนี้ต่ออีกสักพัก
ภารกิจที่ต้องทำพรุ่งนี้คือต้องไปตักปุ๋ยจากหลุมหมักปุ๋ยออกมาใช้ในการเพาะเมล็ดที่ซื้อมาวันนี้ทั้งหมด 10,000 เมล็ด จากนั้นช่วงบ่ายสองเขาต้องออกเดินทางนำผักกาดขาว และกะหล่ำปลีที่เก็บมาในวันนี้ไปขายซึ่งเขานัดกับคนงานของฮาคิมไว้ที่ตีนเขาแม็กซิมัสตอนสี่โมงเย็น และหากขากลับมาฟ้ายังไม่มืดเขาอาจจะแวะเล่นกับมอนสเตอร์ในป่าสักหน่อย
เมื่อนอนคิดวางแผนได้เป็นที่พอใจเหมือนสมองจะรู้ทัน สั่งปิดการทำงานทันที เพียงไม่นานความง่วงก็เข้ามาแทนที่จนกระทั่งภามหลับไปในที่สุด