The Lord Of The Battlefield (จบบริบูรณ์)

    บทที่61 3ผ่าน

            บทที่61 3ผ่าน


            เทวาอยู่ฝึกฝนที่มิติทับซ้อนดรีมเวิร์ดอย่างต่อเนื่อง

            สิ่งที่เขาฝึกคือ

            ยามเช้าเขาจะฝึกออกกำลังกายไม่ว่าจะเป็นวิ่งพุ่งตัว ซิทอัพฯลฯ อะไรที่เป็นการออกกำลังแบบพื้นฐานที่เขาเรียนมาจากโรงเรียนเขาทำหมดแต่ด้วยแรงโน้มถ่วง50เท่าทำให้เขาฝึกแบบฝืนร่างกายอย่างมากเทวาเองไม่ใช่ว่าไม่เคยลองฝึกแบบนี้ ด้วยเนตรพิฆาตที่ได้มาจากเจ้าโง่ยางามิเคนที่เขาฆ่าไปเมื่อครึ่งปีก่อนเขาก็เคยใช้พลังนี้ในการเพิ่มน้ำหนักตัวเองไปที่50เท่าแล้วฝึก

            แต่มันเหนื่อยง่ามากหากเขาใช้พลังอย่างต่อเนื่องและการฝึกก็ไม่ได้เป็นไปตามที่หวังเท่าไหร่จึงได้เลิกใช้พลังนี้ไปก่อน

            ด้วยพลังของเขาเขาจึงเริ่มแบบน้ำหนัก20เท่าแต่เขาสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วเพียงสามวันเขาก็ขยับไปที่30เท่าจากนั้นก็50เท่าในสิบวัน พลังฮีลลิ่งแฟคเตอร์(ติดตัว)(A) lv.5ทำให้เขาสามารถรักษาร่างกายได้อย่างง่ายดายทำให้เขาสามารถฝึกฝนได้อย่างต่อเนื่อง

            และด้วยน้ำยาStamina Potion(E)ทำให้เขาไม่จำเป็นต้องพักผ่อน

            ครึ่งเช้าเขาจะฝึกด้วยตนเองโดยแบ่งออกเป็นการฝึกร่างกายเพื่อเพิ่มขีดจำกัดร่างกายและต่อมาก็ฝึกโดยใช้พลังต่างๆเขาไม่กลัวว่าความลับที่เขาใช้ได้หลายพลังจะถูกคาเรนรู้เพราะว่าเธอรู้นานแล้วดังนั้นเขาจึงฝึกฝนได้แบบไม่หวั่นเกรงอะไรไม่ว่าจะพลังจิตต่างๆ หมัดกระสุน ย่างก้าวเงาสวรรค์วิชาดาบ(ทั้งดาบจริงและดาบจากทักษะ) ฝึกการใช้มีด

            ที่ผ่านมานั้นเทวาไม่เคยละเลยการฝึกมีดมาก่อนมีดที่เขาฝากให้ซีโร่นำไปสร้างด้วยโลหะZที่เขาได้มาจากตอนที่เขาได้รับรางวัลอันดับหนึ่งนักเรียนเข้าใหม่มันเป็นมีดที่รูปทรงแบบมาเชเต้เช่นเดิมแต่เปลี่ยนไปสักหน่อยความยาวก็ยาวกว่าเดิมเล็กน้อยจนมันเกือบจะเป็นดาบสั้นอยู่แล้ว

            ด้วยดีไซน์ที่เรียบหรูและถูกใจเขาทำให้เขารักมีดทั้งสองเล่มนี้มาก

            และเนื่องจากมันจะยังไม่ได้ดื่มเลือดของสิ่งมีชีวิตจำนวนมากแบบดาบดำโยรุจึงทำให้มันยังไม่มีอาถรรพ์ฆ่าฟันออกมา

            ด้วยขนาดที่ใกล้เคียงกับดาบมากจึงทำให้เขาสามารถประยุกต์ใช้กับทักษะศิลปะการใช้ดาบได้แม้ว่าจะไม่เต็มร้อยก็ตามหากเขามีศิลปะการใช้มีดเขาอาจจะใช้มีดของเขาได้ราวกับมือเท้ามากกว่านี้แต่แค่นี้ก็ดีมากแล้วสำหรับเขาในการฝึกฝนและเขายังไม่เคยพบเจอใครที่มีทักษะจำพวกศิลปะแห่งมีดเลย

            มีดสั้นทั้งสองนั้นเขาตั้งชื่อมันว่า

            Cut&Slash(ตัดและเฉือน)

            ที่เขาฝึกแบบนี้ในยามเช้ามีประโยชน์หลายอย่างไม่ว่าจะทำให้เขาฝึกฝืนขีดจำกัดของร่างกายฝึกเทคนิควิชาต่างๆ ฝึกทักษะ และยังเป็นการทำภารกิจจากกระดานภารกิจอีกด้วยเมื่อเขามาอยู่ที่นี่เขาก็จะได้รับภารกิจอย่างฝึกวิ่ง1หมื่นเมตรซิตอัพ1หมื่นครั้งอะไรแบบนี้ และด้วยการทำงานหนักมาตลอดครึ่งปีทำให้เทวาสามารถเลื่อนระดับกระดานภารกิจไปเป็นสีเขียวได้ในที่สุดนั่นมีผลทำให้เขาได้รับของรางวัลที่ดีขึ้นด้วย

            การฝึกช่วงบ่ายจะเป็นการต่อสู้กับเหล่าสัตว์ร้ายในมิตินี้พวกมันมีทั้งลิงกอลิล่ายักษ์ หมาป่ายักษ์ จิงโจ้ยักษ์และอื่นๆซึ่งสัตว์ร้ายเหล่านี้เทียบได้กับมอนสเตอร์ระดับBเป็นอย่างน้อยและเทวาเคยเกือบตายจากการไปเจอกับงูยักษ์ระดับSเลยด้วยซ้ำไป หากไม่ได้คาเรนมาช่วยไว้เขาคงจะม่องไปแล้ว

            ถึงแม้ว่าเขาจะพัฒนาขึ้นอย่างมากแต่เทวาก็รู้ในที่สุดว่าเขายังปะทะกับพวกระดับSไม่ไหวเต็มที่ก็คงสามารถสู้กับพวกระดับAในขั้นสูงสุดอาจจะพอได้

            จากการต่อสู้กับสัตว์ร้ายจำนวนมากทำให้เขาได้รับทักษะเสริมพอสมควรอย่างกระโดดสูงจากจิงโจ้ยักษ์ทักษะนี้เป็นทักษะระดับAและมันก็เข้าไปเสริมทักษะย่างก้าวเงาสวรรค์ทำให้ทักษะนี้พลิกแพลงและพิสดารมากขึ้นกว่าเดิมมากกล้ามเนื้อของกอลิล่าก็เป็นทักษะระดับAที่ทำให้ร่างกายของเทวาแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมมากและเขายังได้รับทักษะปีนป่ายมาจากมันด้วย

            เขายังได้รับทักษะโล่กระดองเต่าจากเต่ายักษ์มาอีกด้วยมันเป็นสัตว์ร้ายที่อาศัยอยู่บนหลังของเต่ายักษ์

            (อืม...จะขอเรียกเต่ายักษ์ที่ตัวใหญ่เหมือนเกาะๆหนึ่งว่าเป็นเต่ามหายักษ์ก็แล้วกันกันความสับสน)

            ทักษะโล่กระดองเต่าเป็นทักษะแบบเรียกใช้งานระดับAเมื่อใช้งานมันจะปรากฏกระดองเต่าขึ้นมาที่แขนของเขาทั้งสองข้างหรือข้างใดข้างหนึ่งก็ได้ขนาดของมันสามารถปรับได้แต่แต่เส้นผ่านศูนย์กลางห้าสิบเซนติเมตรจนถึงสิบเมตร(นึกภาพกัปตันอเมริกาสวมโล่ล่ะกัน)โล่กระดองเต่านั้นแข็งแกร่งมากมันแข็งใกล้เคียงกับโลหะผสมอย่างโลหะX,Y ที่บอกว่าเหมือนกับโลหะYเพราะว่ามันมีพลังในการดูดซับความเสียดายได้อย่างดีเยี่ยมถึงแม้ว่ามันจะไม่แข็งเท่ากับโลหะZแต่ว่าด้วยคุณสมบัติแบบดูดซับความเสียหายทำให้มันเป็นทักษะป้องกันที่ร้ายกาจมาก

            ในยามบ่ายนั้นเทวาจะฝึกกับสัตว์ร้ายแต่ในยามค่ำคืนนั้นเทวาจะฝึกการต่อสู้แบบตัวต่อตัวกับคาเรน

            โดยการต่อสู้กับคาเรนส่วนใหญ่นั้นเทวาจะเป็นฝ่ายโจมตีเข้าไปเพราะหากให้คาเรนโต้กลับเทวามันจะกลายเป็นว่าเขาจะสลบไปภายในหมัดเดียวดังนั้นเทวาจึงได้ฝ่ายโจมตีก่อนเสียส่วนใหญ่และคาเรนก็จะคอยชี้จุดบกพร่องของเทวาทำให้พลังการโจมตีของเทวาได้ประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิมมาก

            แต่สุดท้ายแล้วเทวาก็จะถูกซัดปลิวทุกครั้งก่อนจะจบการฝึกกับคาเรนอยู่ดี

            หากใครที่สงสัยว่าเทวาได้การ์ดทักษะมาจากคาเรนบ้างไหมก็คงต้องตอบว่าได้แต่เป็นเพียงแค่เศษชิ้นส่วนการ์ดเท่านั้นเพราะว่าเขาไม่อาจสร้างความเสียหายระหว่างการฝึกกับคาเรนได้ดังนั้นเขาจึงไม่ได้เศษชิ้นส่วนใดๆทั้งสิ้นจะมีก็แต่ตอนที่เขาได้รับการโจมตีจากคาเรนจึงจะทำให้เขาได้รับเศษชิ้นส่วน(จากการใช้ทักษะของสร้อยคอคือทักษะปั่นป่วนมนุษย์ที่คูณความเสียหายเป็น100เท่า)

            มันน่าเสียดายที่ทักษะปั่นป่วนสวรรค์นั้นไม่อาจใช้สำหรับรับการโจมตีได้ไม่อย่างนั้นเทวาก็คงจะได้รับการ์ดทักษะระดับSRของคาเรนไปแล้วแต่ถึงแม้ว่าเขาจะได้รับการ์ดทักษะระดับSRมาจริงระบบก็ดับฝันของเขาอย่างแท้จริงเพราะว่าเขาจะไม่อาจเรียนรู้ทักษะระดับนั้นได้

            นั่นเพราะว่าร่างกายของเขายังไม่อาจรองรับพลังระดับSRได้นั่นเอง

            ร่างกายของเทวายังอ่อนแอเกินไปทำให้เขาไม่อาจจะใช้พลังของระดับSRได้ในตอนนี้ โดยขีดจำกัดของเขาในตอนนี้คือสามารถรองรับทักษะระดับSได้เท่านั้น

            สิ่งที่เขาต้องทำคือการฝึกฝนเพิ่มขีดจำกัดของร่างกายอย่างเช่นสิ่งที่เขาฝึกอยู่ตอนนี้ก็เป็นการฝึกประเภทนั้นนอกจากนั้นระบบยังใจดีเปิดเผยสิ่งสำคัญบางอย่างมาให้เขาอีกด้วยนั่นก็คือสิ่งที่เรียกว่า

            สารปลดล็อคยีน!

            หากเทวาได้รับสารปลดล็อคยีนมามันจะทำให้ร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้นแบบก้าวกระโดดจนอาจจะสามารถรองรับพลังทักษะระดับSRได้แต่การจะได้มานั้นระบบยังเงียบอยู่ซึ่งเทวาคาดว่าเขาอาจจะมีโอกาสในอนาคตหากได้รับทักษะโดยตรงจากระบบก็เป็นได้

            หลังจากที่ฝึกกับคาเรนนั้นเทวาก็จะใช้การ์ดฝึกฝนที่ได้รับมาจากกระดานภารกิจและจำลองสภาพแวดล้อมในมิตินี้ขึ้นมาแล้วฝึกฝนอย่างไม่หยุดหย่อยนั่นทำให้ระยะเวลาของเขาในการฝึกจริงๆนั้นเพิ่มขึ้นหลายร้อยเท่าจากปกติ

            เทวายังคงมุ่งมั่นในการฝึกฝนต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ

             

            เขตมนุษย์

            วันนี้เป็นวันที่มนุษยชาติต่างก็รู้สึกหัวใจสูบฉีดนั่นเพราะว่ารัฐบาลกลางได้ประกาศข่าวใหญ่ชิ้นหนึ่งออกมาทำให้ประชาชนคนทั่วไปหรือมนุษย์กลายพันธุ์ต่างก็ตื่นตะลึง

            ยาปลดล็อคยีน!

            นี่คือหัวข้อข่าวในครั้งนี้อะไรคือยาปลดล็อคยีน มันก็คือยาที่จะทำให้มนุษย์ปลดล็อคยีนจนสามารถฝึกฝนสิ่งที่เรียกว่าพลังลมปราณได้พลังลมปราณคืออะไร?มันเป็นพลังชนิดหนึ่งในร่างกายของมนุษย์และมันสามารถเพิ่มศักยภาพโดยรวมในร่างกายของมนุษย์ได้อย่างมาก

            ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ที่เป็นมนุษย์กลายพันธุ์หรือมนุษย์ธรรมดาก็สามารถใช้ยาชนิดนี้ได้โดยยานี้จะทำการกระตุ้นเพื่อปลดล็อคยีนในการทำให้เกิดลมปราณในร่างกายได้ราคาของยาปลดล็อคยีนนั้นค่อนข้างแพงแต่ว่าสำหรับมนุษย์ทุกคนนั้นเขาจะได้รับแบบปรีๆคนละหนึ่งเข็ม(ยาเป็นแบบฉีดเข้าร่างกาย)

            แต่การปลดล็อคยีนนั้นเป็นไปแบบไม่ใช่100%และรัฐบาลยังย้ำคำว่ามีโอกาสในการปลดล็อคยีนเท่านั้นดังนั้นใครจะสามารถปลดล็อคยีนที่ใช้สำหรับฝึกพลังลมปราณได้นั้นก็อยู่ที่ดวงของแต่ละคนแต่สำหรับคนรวยนั้นพวกเขาสามารถซื้อเพิ่มได้เพราะมันไม่ผิดหากจะใช้ยาครั้งที่สองแต่เปอร์เซ็นต์ในครั้งที่สองที่จะสำเร็จก็จะลดลงครึ่งหนึ่งทันทีและครั้งต่อไปก็จะลดลงอีกครึ่งไปเรื่อยๆ

            ลมปราณคือพลังที่ชาวจีนเชื่อถือว่ามีอยู่จริงตั้งแต่อดีตแต่มีคนจำนวนน้อยในชนชาติจีนที่จะมีพลังลมปราณได้พวกเขาจะได้รับพลังลมปราณจาการฝึกฝนเฉพาะที่สืบทอดกันมาอย่างหนักจึงจะปลดล็อคยีนที่ทำให้เกิดพลังลมปราณได้ใช่แล้วการได้รับพลังลมปราณมาก็คือการปลดล็อคยีนดีๆนี่เอง

            ในช่วงห้าสิบปีที่ผ่านมานั้นมีนักสู้คนหนึ่งที่แข็งแกร่งมากแต่ไม่ใช่มนุษย์กลายพันธุ์เขามีพลังที่เรียกว่าพลังลมปราณและเข้าต่อกรกับกองทัพมอนสเตอร์จำนวนมากศักยภาพของเขาน่าเหลือเชื่ออย่างมากจนทำให้ในปัจจุบันเขาอยู่ในตำแหน่งของ“อสูร”คนหนึ่ง

            และชื่อของเขาคือเฟยหง

            เวก้ารู้สึกสนใจกับสิ่งที่เรียกว่าพลังลมปราณอย่างมากจึงได้เข้าพบกับเฟยหงตัวต่อตัวและไม่รู้ว่าการเจรจาเป็นเช่นไรแต่สุดท้ายแล้วเวก้าก็ได้เฟยหงมาเป็นหนึ่งในทีมวิจัยพลังลมปราณ(ตั้งชื่อว่าโปรเจคS)หลังจากใช้ความพยายามกว่ายี่สิบปีในที่สุดเวก้าก็สำเร็จในการพัฒนายาปลดล็อคยีนทำให้ร่างกายมนุษย์มีพลังลมปราณขั้นต้นมาจนได้

            พลังลมปราณนั้นเป็นพลังที่ใช้ความเพียรพยายามในการพัฒนาศักยภาพโดยระดับต่ำสุดของลมปราณนั้นจะทำให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้นแค่เล็กน้อยเท่านั้นแต่หากฝึกฝนมากขึ้นพลังลมปราณก็จะเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

            รัฐบาลยังเปิดเผยว่าในร่างกายมนุษย์นั้นมีสิ่งที่เรียกว่าจุดชีพจรอยู่จุดชีพจรนี้ไม่ได้เกี่ยวกับวงการแพทย์เลยแต่มันเป็นเรื่องเฉพาะของลมปราณโดยจุดชีพจรในร่ากายนั้นจะมีอยู่ทั้งสิ้น108จุดทั่วร่างยาปลดล็อคยีนนั้นจะปลดล็อคที่จุดชีพจรจุดแรกซึ่งเป็นจุดเริ่มต้น

            การพัฒนาลมปราณก็คือการปลดล็อคจุดชีพจรเหล่านี้นั่นเอง

            เมื่อข่าวของยาปลดล็อคยีนและพลีงลมปราณปรากฏออกมาก็ถึงกับทำให้มนุษย์สั่นสะเทือนอย่างแท้จริง!

             

            ด้านหนึ่ง

            บุรุษหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาแต่เย็นชากำลังเดินอยู่ในอาคารใต้ดินขนาดใหญ่แห่งหนึ่งที่แห่งนี้อยู่ในสถานที่ลับและมันเป็นสาขาหนึ่งขององค์กรเรดอาย องค์กรเรดอายเป็นองค์กรที่โปรเฟสเซอร์โอเมก้าเคยเข้าร่วมแต่หลบหนีเมื่อนานมาแล้ว

            บุรุษหนุ่มที่ก้าวเดินอยู่ตามทางเดินนั้นด้านหลังของเขาเต็มไปด้วยเศษซากร่างของทหารป้องกันที่แตกกระจายเหมือนกับตกจากตึกร้อยชั้นด้านหน้าของเขาก็คือกลุ่มของทหารที่ปกป้องที่แห่งนี้พวกเขามีปืนพลังแสงคุณภาพสูงแต่กระสุนที่ละลายได้แม้แต่โลหะหนาก็ยังไม่อาจทำอะไรร่างกายของบุรุษหนุ่มได้

            ปังๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

            กระสุนกระหน่ำเข้าร่างกายของเขาแต่เหมือนกับว่าร่างกายของเขาเกิดการกระเพิ่มทำให้กระสุนแสงพุ่งหายไปเมื่อสัมผัสโดน

            ทันใดนั้นบุรุษหนุ่มก็ยกมือขึ้นมา

            วูบ!

            พลังจิตที่รุนแรงเชี่ยวกรากกระชากร่างกายของกลุ่มทหารจนตัวแตกออกเป็นชิ้นๆเลือดสาดกระจายออกไปทุกทิศทาง

            ความเงียบเกิดขึ้นมาเมื่อทหารทั้งหมดถูกกระชากร่างจากแตกกระจาย

            บุรุษหนุ่มเดินเข้าไปยังห้องขนาดใหญ่แห่งหนึ่งก่อนจะกวาดสายตามองเขาใช้พลังจิตฆ่านักวิทยาศาสตร์จำนวนสิบกว่าคนจนหมด ด้านหนึ่งมีข้อมูลของโปรเจคXอยู่บนนั้นจะมีมนุษย์รูปร่างแปลกๆมากมายและหนึ่งในนั้นหากสังเกตดูดีๆจะเห็นว่ามีรูปของอสูรสังหารที่เทวาเคยปะทะเมื่อตอนที่อยู่ในคุกมืดชั้น10

            บุรุษหนุ่มเดินไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งที่กำลังทำงาน

            เขายื่นนิ้วออกไปด้านหน้าก่อนที่นิ้วชี้ของเขาจะกลายเป็นเหมือนกับอุปกรณ์เชื่อม(USBนั่นแหละ)แล้วเสียบต่อเข้ากับคอมฯจากนั้นเขาก็ดาวน์โหลดทุกอย่างในนั้นออกมา

            “ข้อมูลทั้งหมดของโปรเจคXในที่สุดก็ได้มาหลังจากทำลายฐานลับของพวกมันไปถึงห้าแห่งคราวนี้เราจะได้สร้างร่างกายให้สมบูรณ์แบบมากถึงขีดสุดเสียทีอืม...มีคลังเก็บทรัพยากรณ์ของพวกมันด้วยเราต้องไปดูว่ามีอะไรมีประโยชน์กับเราหรือเปล่าแล้วหลังจากนั้น...ทำภารกิจเดียวของเราให้เสร็จสมบูรณ์หลังจากนั้นเราจะเป็นอิสระอย่างแท้จริง”บุรุษหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาแล้วเดินจากไป

            ที่แท้แล้วบุรุษหนุ่มคนนี้คือบุรุษหนุ่มที่อยู่ในหลอดแก้วในแลปลับของโปรเฟสเซอร์โอเมก้านั่นเอง

            เขาไม่มีชื่อเรียกและไม่สนใจด้วยแต่คนในองค์กรเรดอายที่ตามล่าเขาอยู่นั้นให้ชื่อกับเขาว่า...

            เดธ!


    ....................................