ตอนที่ 153 สงครามที่แท้จริง
ส่วนโครงกระดูกที่เป็นดั่งมิตรสหายของจิ้นตอนนี้ทุกคนล้วนตายลงไปเรียบร้อยแล้วแต่ถูกวิชาเกี่ยวกับการ คืนชีพ ทำให้ฟื้นขึ้นมาจากหลุมอีกครั้งในตอนนี้
สำหรับชิ้นส่วนโครงกระดูกที่ขาวนวลไม่ได้ผุพังไปตามกาลเวลาเกิดมาจากปราณจิตศาสตราวุธของจิ้นเอง ที่สร้างศาสตราวุธเป็น โครงกระดูกขึ้นมาเป็นศาสตราวุธอีกอย่าง
จากนั้นก็ทำการใช้วิชานอกรีต จัดการเรียกเหล่าสหายในอดีตใส่ลงไปในโครงกระดูกซึ่งแน่นอนว่าต้องใช้ อัฐิ ที่เคยเป็นชิ้นส่วนร่างกายเหล่าสหายมาเป็นส่วนนึงของวิชานอกรีตด้วย
ทำให้โครงกระดูกที่แม้จะเกิดปราณจิตศาสตราวุธของอาวุโสจิ้นก็ยังมีอัฐิของสหายในอดีตเป็นแกนกลางด้วย
"คิดถูกจริงๆ การให้เจ้าอยู่แนวหลังสุดเช่นนี้"
โครงกระดูกที่รู้ว่าจิ้นสำเร็จวิชานอกรีตเกี่ยวกับการ คืนชีพคนตาย ในช่วงสงครามทวีปจึงตัดสินใจร่วมกันปกป้องจิ้นไม่ให้ตายในสงคราม
เพราะการที่สงครามจบลงได้ส่วนใหญ่มาจากวิชานอกรีต คืนชีพคนตาย ของจิ้นเกือบทั้งหมด
ด้วยการที่จิ้นสามารถ คืนชีพคนตายในช่วงสงครามได้ ทำให้ไม่ต้องห่วงเรื่องจำนวนยอดฝีมือที่ต่อสู้ว่าจะไม่เพียงพอ
ซึ่งหากมีคนตายมากแค่ไหนจิ้นก็ทำการคืนชีพคนตายได้ทุกครั้ง ทำให้ได้เปรียบในการต่อสู้ที่ยืดเยื้ออย่างมากจนได้รับชัยชนะในที่สุด
"แสดงว่า สุสานโบราณ ของพวกเรา มีเจ้าคนเดียวที่รอดตายในครั้งนั้นสินะ"
โครงกระดูกที่เห็นจิ้นยังคงมีชีวิตอยู่จึงยินดีออกมา
สุสานโบราณ คือ กลุ่มมิตรสหายของจิ้นที่เกิดจากการรวมตัวกันในช่วงสงครามทวีป เพื่อร่วมกันปกป้องจิ้นที่ทำหน้าที่คืนชีพคนตาย นั่นเอง เพราะทันทีทุกคนล่วงรู้ว่าจิ้นสำเร็จวิชา คืนชีพจึงก่อตั้ง สุสานโบราณ ขึ้นมาทันที
"แบบนี้เอง อาวุโสจิ้น ที่ใช้วิชานอกรีต คืนชีพเพราะต้องการยุติสงครามทวีป"
หยางหลงที่ได้ยินเช่นนั้นก็ชื่นชมเหล่ามิตรสหายของจิ้นอย่างมาก
แม้ว่าวิชานอกรีต คืนชีพ จะมองว่าเป็นวิชาชั่วร้ายเป็นวิชาฝ่ายอธรรม แต่ก็ใช้ในทางที่ถูกต้อง ก็ถือได้ว่ามีประโยชน์และความสำคัญอย่างมาก
ทำให้ไม่ว่าจะเป็น วิชาธรรมะ หรือวิชาอธรรม (วิชานอกรีต) ก็ขึ้นอยู่กับคนใช้ ไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับตัววิชาเลยสักนิด
หากวิชานอกรีตตกอยู่ในมือคนดีก็สามารถทำให้เกิดประโยชน์ได้เช่นกัน
ส่วนวิชาธรรมะ หากตกอยู่ในมือคนไม่ดีก็จะกลายเป็นวิชานอกรีตขึ้นได้ด้วยเหมือนกัน จนสุดท้ายทุกอย่างขึ้นอยู่กับคนใช้วิชาเสียมากกว่า
"งั้นแล้วการที่เจ้าคืนชีพพวกข้ามาทำไมกัน"
โครงกระดูกที่สงสัยขึ้นมา เมื่อสงครามทวีปจบลงเรียบร้อยไปนานแล้วก็ไม่เห็นมีความจำเป็นจะต้องคืนชีพพวกตนเองเสียด้วยซ้ำ
หยางหลง ที่สงสัยเรื่องนี้ไม่แพ้กันเหมือนกับพวกโครงกระดูกที่เป็นมิตรสหายของอาวุโสจิ้น
"เพราะสงครามที่แท้จริงยังไม่จบน่ะสิ"
อาวุโสจิ้นกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"สงครามที่แท้จริง หมายความว่าไงกัน"
"ใครจะก่อสงครามอีกอาวุโสจิ้น"
หยางหลง ที่ไม่คิดว่าจะยังมีคนกล้าก่อสงครามขึ้นมาอีกทั้งที่เกิดเรื่องขึ้นมากมายเช่นนี้
"รึว่า อาวุโสจิ้นจะรู้ว่าทวีปอื่นจะรุกรานเข้ามาขยายอาณานิคมกัน"
เกิดความคิดต่างๆนาๆในหัวของหยางหลงเมื่อคาดเดาไว้ว่า อาวุโสจิ้น อาจจะรับรู้ข้อมูลบางอย่างมาว่ามีทวีปอื่นจะเข้ามารุกรานก็เป็นได้ จึงเอ่ยถามออกมาเพื่อเตรียมตัวรับมือเข้าร่วมสงครามด้วย
"บอกมาเถอะ อาวุโสจิ้น ข้าจะช่วยต่อสู้ด้วย"
หยางหลง ที่เห็นอาวุโสจิ้นนิ่งเงียบไม่กล่าวอะไรออกมา
แต่กับจ้องมองเหล่าโครงกระดูกที่เป็นดั่งสหายในอดีตเหมือนกับกำลังสื่ออะไรบางอย่างที่หยางหลงไม่สามารถรับรู้ได้กัน
"เจ้าแน่ใจแล้วรึ"
"ตัดสินใจดีแล้วสินะ"
โครงกระดูกที่เป็นดั่งมิตรสหายอาวุโสจิ้นเอ่ยออกมาราวกับต้องการยืนยันอะไรบางอย่างออกมากับอาวุโสจิ้น
"ใช่ ข้าตัดสินใจดีแล้ว"
อาวุโสจิ้น พยักหน้าเป็นการตอบรับแก่โครงกระดูกทำให้โครงกระดูกเห็นแบบนั้นจึงไม่พูดอะไรออกมาอีกทิ้งไว้แต่ความงงงวยให้แก่หยางหลงที่ยืนอยู่ตรงนี้ด้วยแบบไม่เข้าใจว่าหมายถึงอะไรกัน
"หยางหลง เจ้าโตขึ้นมากแล้ว"
"เจ้าช่างเหมือนกับบรรพบุรุษของตระกูลเจ้า"
"เหมือนกับบิดาของเจ้าจริงๆ"
อาวุโสจิ้นลูบหัวหยางหลงราวกับลูกหลานคนนึง
หยางหลงแปลกใจออกมาเมื่อจู่ๆอาวุโสจิ้นที่จู่ๆก็พูดเกี่ยวกับตระกูลมังกรสุริยันของตนเช่นนี้
แต่ยังคงไม่ได้รับคำตอบว่าใครจะมารุกรานทวีปกันแน่แล้วคนร้ายที่จะก่อสงครามเป็นใครกัน แม้จะถามอาวุโสจิ้นมากเท่าไรก็ยังไม่ได้รับคำตอบอะไรกลับมา
"บอกมาเถอะ หรือเห็นว่าข้าเป็นเด็กเลยไม่คิดจะบอกข้ากัน"
"คิดว่าคนนี้จะไม่สามารถเข้าร่วมสงครามต่อสู้ได้เชียวรึ"
"ข้าแข็งแกร่งขึ้นมาแล้วในตอนนี้ อาวุโสจิ้น"
หยางหลง ที่คิดว่าอาวุโสจิ้นมองว่าตนเองยังคงอ่อนแอจึงไม่คิดจะเอ่ยเรื่องราวสงครามที่แท้จริงออกมาให้หยางหลงฟัง
"ท่านไม่อยากให้ข้าเสี่ยงอันตรายหรือตายในสงครามสินะ"
"ข้าดูแล ปกป้องตัวเองได้"
หยางหลง โกรธจัดขึ้นมาเมื่อตัวเองเหมือนกับกำลังโดนดูถูกขึ้นมายังไงยังงั้นเลย
"ไม่ใช่แบบนั้นหรอก"
"อีกไม่นาน สงครามที่แท้จริงจะเริ่มขึ้น"
อาวุโสจิ้นตอบแบบปริศนาที่ยังคงไม่กระจ่ายชัดแก่หยางหลงอยู่ดี
...
ทันใดนั้น ก็มีวัตถุบางอย่างบินเหนือหัวเล็ดลอดเข้ามาในสุสานคนตายแห่งนี้
วัตถุบินที่มีรูปร่างคล้ายกับพัดสีขาวขนาดใหญ่กำลังลอยอยู่บนฟ้าเหนือ สุสานคนตาย โดยไม่มีคนของสำนักมังกรสุริยันรู้สึกตัวถึงการรุกล้ำเข้ามาของพัดยักษ์ชิ้นนี้เลย
จากนั้นพัดยักษ์ดผ้ทำการร่อนลงจากท้องฟ้าอย่างนิ่มนวลปรากฏบุคคลทั้งสามคนยืนอยู่บนพัดยักษ์ขึ้นมา
"เอาละ มากับพวกข้าได้แล้ว อาวุโสจิ้น"
ชายที่ปรากฎตัวขึ้นมากะทันหันกำลังโบกพัดในมือที่มีรูปจันทร์เสี้ยวอย่างสบายอารมณ์จัดการข่มขู่อาวุโสจิ้นขึ้นมา
"ยังไม่ตายกันจริงๆสินะ พวกเจ้าน่ะ"
อาวุโสจิ้นที่หันไปมองทิศทางของคนแปลกหน้าทั้งสามที่มาเยือนตัวเอง