.... ในขนาดนั้น บุรุษสวมชุดดำปิดบังใบหน้าก็ขี่ม้าพุ่งตรงเข้าไปหารถม้าขององค์หญิงหยุนซีอย่างรวดเร็ว ก่อนที่. หูซื่อ จะร้องตระโกนออกมาอีกครั้ง
" เร็วเข้าทหาร. เร็วเข้ารีบหยุดมันเอาไว้. อย่าให้มันเข้าใกล้รถม้าได้ " เขาพูดขึ้น
.... นายทหารคนสนิท ได้ยินดังนั้นรีบขี่ม้าพุ่งเข้ามาดักหน้า ของบุรุษชุดดำเอาไว้ พร้อมกับเอ่ยขึ้น. " อย่าหวังว่าจะผ่านข้าไปได้เลย ย๊ากกกกก " พูดจบเขาก็ฟันง้าวในมือพุ่งเข้าไปหาบุรุษชุดดำทันที
... บุรุษชุดดำเห็นเช่นนั้น เขาเองหาได้หวั่นเกรงไม่ เค้าเองควงทวนไปด้านหลังก่อนจะตวัดทวนไปด้านหน้าด้วยความเร็ว ปลายทวนที่แหลมคมพุ่งตรงออกไป จึกๆๆๆ
.... เสียงร้องโหยหวนดังขึ้น. " อ๊ากกกกก " ก่อนที่ทหารคนนั้นจะถูกแทงตกม้าตาย หูซื่อ และเหล่าทหารต่างก็ตกตะลึงในภาพที่เห็น " อะไรกัน ! สังหารหัวหน้าทหารองครักษ์ได้ด้วยกระบวนท่าเดียว. เจ้าบ้านี่มันเป็นใคร " หูซื่อร้องอุทานออกมา
.... เหล่าทหารเองก็เช่นกัน เมื่อเห็นว่าหัวหน้าของตนถูกฆ่าตาย ภายในใจก็ระส่ำระส่าย.ถึงกับทำอะไรไม่ถูก " ไม่ไหวแล้วคนพวกนี้มันเป็นปีศาจชัดๆ " ทหารคนนึงเอ่ยออกมา
" ไม่เอาแล้ว ข้ายังไม่อยากตาย. " ทหารอีกคนเอ่ยขึ้นก่อนจะทิ้งอาวุธและหนีไป
.... และเมื่อมีคนทิ้งอาวุธ. เหล่าทหารคนอื่นๆก็เริ่มทำตาม ต่างก็ทิ้งอาวุธและหลบหนีเพื่อเอาชีวิตรอด
.... หูซื่อเองก็ถูกหนึ่งในคนชุดดำจับตัวไว้ " พวกเจ้าเป็นใคร ปล่อยข้านะ เจ้ารู้ไหมว่าข้าเป็นใคร. ข้าเป็นทูตของแคว้นอู๋นะ หากเจ้าทำร้ายข้าก็เท่ากับทำร้ายแคว้นอู๋ด้วย. "
... ชายชุดดำได้ยินดังนั้นก็ใช้ทวนฟาดเขาตกจากหลังม้าทันที ก่อนจะพูดขึ้น " หากไม่อยากตายจงหุบปากของเจ้าเสีย " ชายชุดดำเอ่ยขึ้นก่อนจะชี้ทวนไปที่หน้าของ หูซื่อ
.... ด้านบุรุษชุดดำ ในที่สุดก็มาถึงยัง รถม้าขององค์หญิงหยุนซี เขาค่อยๆลงจากรถม้าก่อนจะเดินเข้าไป. เสียวเหยาเห็นท่าไม่ดีจึงชัดดาบออกมาหมายจะอารักษ์ขาองค์หญิง. " พวกเจ้าเป็นใครหยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ อย่าคิดจะเข้ามาใกล้องค์หญิงเชียว " นางเอ่ยออกมาด้วยความกลัว
... ชายชุดดำตัวใหญ่อีกคนเห็นเช่นนั้น ก็หัวเราะออกมา " ฮ่า ฮ่า ฮ่า ลำพังเจ้าคนเดียวจะสู้พวกเราได้งั้นหรือ หากไม่อยากตายจงหลบไปจะดีกว่า "
... เสียวเหยา ได้ยินเช่นนั้นก็รีบพูดขึ้น " หน่อยแหนะเจ้าพวกสารเลว หากพวกเจ้ายังเข้ามาอีกข้าจะสังหารพวกเจ้าให้หมด " นางเอ่ยขึ้นก่อนจะพุ่งเข้าไปฟันใส่ บุรุษชุดดำที่กำลังเดินเข้ามา
.... แต่แล้วจู่ๆ ชายชุดดำตัวใหญ่ก็เข้ามาขัดขวางนางเอาไว้ พร้อมกับใช้ทวนฟาดไปที่ดาบในมือของนางจนหลุดมือ ก่อนที่ชายชุดดำตัวใหญ่จะเข้ามาจับตัวนางเอาไว้. เหล่าหญิงรับใช้เห็นดังนั้น ต่างก็หวาดกลัวและร้องขอชีวิตกันเป็นการใหญ่
.... ด้านหยุนซี ที่อยู่ในรถม้านางเห็นท่าไม่ดี. จึงค่อยๆชักมีดสั้นออกมา. ใบหน้าของนางเริ่มเหม่อลอย ภายในใจคิดถึงแต่ หลี่เฟยหลง ทั้งใบหน้ากิริยาของเขา นางล้วนนึกถึงมัน " เฟยหลง ข้าลาก่อน " นางเอ่ยขึ้นก่อนจะหลับตาลงช้าๆ และง้างมือที่ถือมีดหวังจะแทงไปที่หน้าอกตนเอง
.... และเมื่อนางกำลังแทงมีดลงไป. จู่ก็มีมือข้างนึงมาหยุดการกระทำของนางเอาไว้ พร้อมกับเอ่ยขึ้น " องค์หญิงไหนท่านต้องการให้ข้ามาช่วยท่านไม่ใช้หรือ เหตุใดเล่าท่านถึงจะฆ่าตัวตายหละ " เขาเอ่ยขึ้นก่อนจะค่อยๆดึกผ้าคลุมหน้าของตนเองออกมาช้าๆ. ใช่แล้วบุรุษชุดดำคนนี้ก็คือ. หลี่เฟยหลงนั้นเอง
.... หยุนซี ได้ยินเช่นนั้นก็ชะงักไปชั่วครู่ ก่อนที่นางจะพึมพัมของมาว่า. . " เสียงนี่. เสียงนี่มัน " นางค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆ แล้วจู่ๆน้ำตาของนางก็ใหลริน ก่อนที่นางจะโผลเข้าไปกอด เฟยหลงเอาไว้ " ฮือ ฮือ. เป็นท่าน เป็นท่านจริงๆด้วย ท่านมาช่วยข้าแล้ว " นางเอ่ยขึ้นพร้อมกับร้องไห้สะอื้นออกมา
.... เฟยหลง เห็นเช่นนั้น ก็ดึงร่างของนางออกมาช้าๆ ก่อนจะใช้มือลูบไปที่แก้มของนาง พร้อมกับพูดขึ้น " ใช้แล้วองค์หญิงเป็นข้าเอง ข้ามาแล้ว. " เขาเอ่ยขึ้นก่อนจะยิ้มออกไป พร้อมกับพูดต่อว่า " แต่เอ๊ะ. เหตุใดท่านจึงคิดจะฆ่าตัวตายด้วยหละ " เขาพูดออกไปด้วยใบหน้าทะเล้น
.... หยุนซี ได้ยินเช่นนั้นก็ใช้มือของตนเองปาดน้ำตา ก่อนจะพูดออกมาว่า " เจ้าคนบ้า ก็ใครจะไปรู้หละว่าเจ้าจะปลอมเป็นโจรมาช่วยข้าเช่นนี้ " นางเอ่ยขึ้นก่อนจะทุบไปที่อกของ เฟยหลง
... เฟยหลง ร้องออกมาเล็กน้อย ก่อนจะพูดขึ้น " ใช่แล้วตอนนี้ข้าเป็นโจร แถมยังเป็นโจรที่กำลังปล้นหัวใจองค์หญิงอีกด้วย ฮ่า ฮ่า ฮ่า "
.... หยุนซีได้ยินเช่นนั้นยิ่งทำให้นางเขิลอายจนหน้าเเดง ก่อนที่นางจะทุบไปที่อกของ เฟยหลงอีกครั้งพร้อมกับพูดขึ้น " เจ้าโจรหลงตัวเอง กล้าพูดออกมาได้ " ก่อนที่นางจะกล้มหน้าลงพร้อมกับพูดต่อว่า " ข้าคิดว่าชาตินี้จะไม่ได้พบเจ้าเสียแล้วเจ้าคนบ้า "
.... เฟยหลง ได้ยินเช่นนั้น ก็ใช้มือของเค้าโอบนางเข้ามากอดพร้อมกับพูดขึ้น " เอาหละ เอาหละ ข้าก็มาแล้วไง พวกเรารีบไปกันเถอะ ป่านนี้พวกทหารคงส่งข่าวไปยังแคว้นอู๋แล้ว "
.... หยุนซี ได้ยินเช่นนั้น ก็ใช้มือลูบหน้าของตนเองให้สดชื่น ก่อนจะตอบออกมา " อืม รีบไปกันเถอะ ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนข้าก็จะไปกับเจ้า "
...เฟยหลง ได้ยินเช่นนั้น ก็ยิ้มออกมาโดยไม่ได้ตอบอะไร. " ไปกันเถอะ "
.... ด้านเสียวเหยา ที่ถูกจับ นางก็ร้องออกมา " เจ้าพวกสารเลว ปล่อยองค์หญิงของข้านะ หาไม่ข้าจะฆ่าพวกเจ้าให้หมด. เจ้าพวกคนเลว "
.... ชายชุดดำตัวโตได้ยินเช่นนั้น ก็รีบพูดขึ้น " แม่นางเสียวเหยา ท่านเงียบๆหน่อยได้ไหม. คนที่ขึ้นรถม้าไปเป็น ขุนพลของเราเอง "
.... เสียวเหยาได้ยินเช่นนั้น ก็ชะงัก ก่อนจะหันไปสบตากับชายชุดดำตัวโต แล้วถามขึ้น " เจ้าหมายความว่ายังไงนะ ขุนพลอะไรกัน "
.... ชายชุดดำตัวโต ได้ยินเช่นนั้นก็เปิดผ้าคลุมหน้าออก. ใช่แล้วเขาก็คือ หมีดำนั้นเอง ก่อนจะพูดขึ้น " ก็จะใครอีกหละ ท่านขุนพล หลี่เฟยหลงไง. "
.... เสียวเหยา เมื่อรู้ว่าชายชุดดำตัวโตคือ หมีดำ.นางก็ตื่นตกใจ. และยิ่งรู้ว่าบุรุษที่ขึ้นไปบนรถม้าคือ หลี่เฟยหลง ยิ่งทำให้นางตกใจขึ้นไปอีก ก่อนที่นางจะ หยิกไปที่หูของ หมีดำพร้อมกับพูดขึ้น " หน่อยแหนะ เจ้าหมีดำ ในเมื่อเป็นเจ้า ทำไมไม่บอกข้าแต่แรกห้ะ ทำให้ข้าตกใจกลัวแทบแย่แหนะ " นางเอ่ยขึ้น ก่อนจะลากหูของ หมีดำ. แล้วเดินไปที่รถม้าขององค์หญิง
.... หมีดำเองก็ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ซึ่งภาพที่เห็นทำให้. เหล่าคนชุดดำต่างก็หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ
... หูซื่อ เมื่อเห็นว่าทั้งสองฝ่ายต่างรู้จักกัน เขาก็รีบเอ่ยขึ้น " บอกมาพวกเจ้าเป็นใครกันแน่ "
.... ด้านชายชุดดำที่คุมตัวเขาอยู่ได้ยินเช่นนั้น ก็เปิดผ้าคลุมออก ใช่แล้วเขาก็คือ มู่ปิงนั้นเอง ก่อนที่ มู่ปิงจะเอ่ยขึ้น. " เรื่องนี้เจ้าไปถามยมบาลเอาเองเถอะ " พูดจบเขาก็แทงทวนเข้าไปกลางอกของ หูซื่อ ก่อนที่หูซื่อจะขาดใจตายทันที
.... ไม่นาน เฟยหลง และหยุนซี ก็ลงมาจากรถม้า ก่อนที่เฟยหลง จะพูดขึ้น " หมีดำ เจ้าพาเสียวเหยา กับสาวใช้กลับไปยังเมืองชายแดน ส่วนเจ้า. มู่ปิง อยู่จัดการที่นี้ให้เรียบร้อยอย่าให้หลงเหลือหลักฐานใดๆได้ "
" ขอรับท่านขุนพล " ทั้งสองเอ่ยออกไป
... เฟยหลง จึงหันมายัง หยุนซีแล้วพูดขึ้น " องค์หญิง เช่นนั้นพวกเราไปกันเถอะ " พูดจบทั้งสองก็ขี่ม้ามุ่งหน้ากลับไปยังเมืองชายแดนของแคว้นเหลียง
.... ระหว่างทาง เสียวเหยาเอ่ยถาม หมีดำขึ้น " นี่ เจ้าหมีดำ พวกเจ้ามาที่นี้ได้ยังไง ตอนแรกข้าคิดว่า ท่านรองแม่ทัพจะไม่มาช่วยองค์หญิงเสียแล้ว. "
.... หมีดำได้ยินเช่นนั้นก็พูดขึ้น " ฮ่า ฮ่า ฮ่า. ตอนแรกข้าก็คิดว่าท่านขุนพลจะไม่มาแล้วเหมือนกัน "
" อืม เรื่องมันเป็นยังไง ไหนเล่ามาให้ข้าฟังซิ " เสียวเหยาเอ่ยออกไป
" เอาน่า เรื่องมันก็จบไปแล้วนิเจ้าจะอยากรู้ไปทำไมกัน " หมีดำเอ่ยขึ้น
... เสียวเหยาได้ยินเช่นนั้น ก็มองไปที่ใบหน้าของ หมีดำ แล้วพูดขึ้น " นี่เจ้าบ้าหมีดำ. เจ้าจะต้องให้ข้าดึกหูเจ้าก่อนใช่ไหมถึงจะบอกได้ห้ะ " นางเอ่ยออกมาด้วยเสียงแข็ง
.... หมีดำได้ยินเช่นนั้นก็ สะดุ้ง ก่อนจะใช้มือจับไปที่หูของตนเองพร้อมกับเอ่ยขึ้น " ก็ได้ ก็ได้ บอกเจ้าก็ได้. เรื่องมันเป็นแบบนี้ "
.... ย้อนกลับไปเมื่อครึ่งเดือนก่อน. ก่อนที่ เฟยหลงจะมาช่วยหยุนซี
.... เฟยหลง เมื่อรู้ว่าไม่อาจจะไปช่วย. หยุนซี. ที่เมืองลู่หนิงได้ทัน เค้าก็เรียกรวมพลหน่อยพยัคฆ์บิน.
" พวกเจ้าหน่วยพยัคฆ์บิน หลังจากได้ฝึกฝนกันอย่างหนักมาเป็นเดือนๆ วันนี้ข้ามีงานจะให้พวกเจ้าทำ " เฟยหลงเอ่ยออกไป
" พวกเราพร้อมทำตามคำสั่งท่านขอรับ " ทุกคนเอ่ยออกมา
" ดี เช่นนั้นครั้งนี้ข้าจะถือเป็นบททดสอบของพวกเจ้าหน่วยพยัคฆ์บินดูซิว่าพวกเจ้าก้าวหน้ากันแค่ไหนแล้ว วันนี้พวกเจ้าทุกคนจะต้องออกไปยังชายแดนแคว้นอู๋ เป้าหมายของเราคือช่วยคนผู้นึง " เฟยหลงเอ่ยออกไป
" ขอรับนายท่าน " ทุกคนเอ่ยออกมา
... จู่ๆ มู่เทียนก็เอ่ยขึ้น " ท่านขุนพล เหตุใดเราต้องไปยังแคว้นอู๋ด้วยหละ องค์หญิงอยู่แคว้นหนานไห่ไม่ใช่หรือ "
... หมีดำได้ยินเช่นนั้น ก็ตบไปที่กระบานของ. มู่ปิง พร้อมกับเอ่ยขึ้น " เจ้าโง่ หากพวกเราไปยังหนานไห่ต้องใช้เวลาเป็นเดือนมันจะไปทันกาลที่ไหนกันห้ะ "
.... เฟยหลง เห็นเช่นนั้น ก็แตะไปที่ก้นของหมีดำ. พร้อมกับพูดขึ้น. " แหม่ ฉลาดจังหนะเจ้าหมีดำ. "
... ทุกคนเห็นเช่นนั้นต่างก็หัวเราะออกมา ก่อนที่เฟยหลง จะพูดขึ้น " เอาหละพวกเราออกเดินทางได้ "
..... กลับมาที่หมีดำ.
" เอาหละ เรื่องทั้งหมดก็เป็นแบบนี้หละ " หมีดำเอ่ยออกไป
... เสียวเหยา ได้ฟังดังนั้น ก็พยักหน้าพร้อมกับพูดขึ้น " เห้อ. ท่านรองแม่ทัพ เขาช่างฉลาดจริงๆ "
" เอาหละ รีบเดินทางเถอะ " หมีดำเอ่ยขึ้น. ก่อนที่พวกเค้าจะเดินทางต่อไป