ก่อนหน้านี้หลายชั่วยามในนิกายสังหารวารี เหล่าผู้อาวุโสก็ได้มาแจ้งข่าวบางอย่างให้กับเจ้านิกายได้รับรู้ ข่าวนั้นก็คือข่าวที่ราชาสยบฟ้าออกตามหาคนที่สร้างความวุ่นวายให้กับธุรกิจของตระกูลเขานั่นเอง
"ท่านเจ้านิกายขอรับมีข่าวของราชาสยบฟ้ามาขอรับ" ชายชราคนนึงพูดขึ้นขณะเดินเข้ามาในห้อง
"ข่าวนั้นว่าอย่าวไร" ชายคนหนึ่งที่ถูกเรียกว่าเจ้านิกายลืมตาขึ้นมาเพื่อฟังชายที่นำข่าวมารายงาน
"ตอนนี้ราชาสยบฟ้าได้ออกตามหาคนนิรนามผู้หนึ่งที่ออกทำลายที่ตั้งและธุรกิจของตระกูลอย่างบ้าคลั่งอยู่ขอรับ" ชายคนเดิมรายงาน
"ใครกัน? หรือว่าจะเป็นเหล่านักล่าที่มาตามล่ารางวัลที่นิกายมาโลหิตตั้งเอาไว้กัน" เจ้านิกายพูดออกมาอย่างสงสัย
"ไม่น่าจะใช่ขอรับ เพราะอีกฝ่ายน่าจะเป็นระดับราชาศักดิ์สิทธิ์และเท่าที่ข้าลองไปหาข้อมูลดูนั้น ชายคนนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่คนของทวีปหยุนเซียวแน่นอนขอรับ แล้วที่อีกฝ่ายทำแบบนี้นั้นเหมือนกับเป็นการแก้แค้นส่วนตัวเสียมากกว่าการล่าเงินรางวัลที่นิกายมารโลหิตตั้งเอาไว้นะขอรับ ข้าสันนิษฐานเอาไว้ว่าชายคนนี้น่าจะมีความแค้นส่วนตัวกับราชาสยบฟ้าไม่น้อยและที่ทำแบบนี้ก็เพื่อล่อราชาสยบฟ้าออกมาแน่นอนขอรับ" ชายคนเดิมรายยาวข้อสันนิษฐานของตนให้กับเจ้านิกายได้ฟัง
"ก็มีความเป็นไปได้มากเลยทีเดียวกับสิ่งที่เจ้าพูดนั้น" เจ้านิกายตอบรับอีกฝ่าย
"ท่านเจ้านิกายขอรับ ข้าว่าเวลานี้เป็นเวลาอันเหมาะสมแล้วที่ท่านจะได้สะสางปัญหาที่มันค้างคาใจของท่านนะขอรับ" ชายคนเดิมพูดอีกครั้ง
"ก็ดีเหมือนกัน ข้าอยากจะรีบๆจัดการปัญหานี้เสียทีการบ่มเพาะของข้าจะได้รวดเร็วและมั่นคงยิ่งขึ้น ขวากหนามและหลุมดำในจิตใจของข้าจะได้หายไปเสียที" เจ้านิกายเห็นด้วยกับคำพูดอีกฝ่าย
"ถ้าเป็นเช่นนั้นพวกข้าจะรีบไปเตรียมตัวนะขอรับ" ชายคนเดิมพูด
"พวกเจ้าจะไปด้วยรึ" เจ้านิกายพูดออกมา
"ใช่แล้วขอรับ ข้าว่าถ้าท่านไปคนเดียวมันจะอันตรายเกินไปนะขอรับ" ชายคนเดิมพูด
"ก็ดีเหมือนกัน เพราะไอ้เจ้าฉินจุนมันเป็นคนเจ้าเล่ห์ไม่น้อยมีพวกเจ้าไปด้วยข้าน่าจะสบายใจมากกว่า อีกอย่างครั้งนี้ข้าจะต้องฆ่ามันให้จงได้" เจ้านิกายพูดด้วยน้ำเสียงโหดเหี้ยมอำมหิต
หลังจากนั้นชายที่มาคุยกับเจ้านิกายก็ได้เดินจากไปและไปตามเหล่าพวกผู้อาวุโสและคนที่เหลือทั้งหมดของนิกายมา และการกระทำครั้งนี้จะทำให้เห็นว่าในนิกายวารีสังหารนั้นมีผู้ที่เหลือรอดเพียงหลัก 20 คนเท่านั้น ใน 20 คนนี้เป็นผู้อาวุโสทั้งหมด 8 คนรวมเจ้านิกายกับรองเจ้านิกายอย่างละ 1 คนและอีก 8 คนเป็นศิษย์ที่เห็นด้วยและร่วมแผนกับเจ้านิกายและผู้เอาผู้สูงทั้งหลาย การกระทำในครั้งนี้จะแสดงให้เห็นว่าเจ้านิกายวารีสังหารไม่ประมาทเลยแม้แต่นิดเดียวดูเหมือนว่าเขาจะต้องการสังหารฉินจุนให้ได้ในครั้งนี้
แต่ก่อนที่พวกเขากำลังจะออกไปนั้นก็ได้พบเจอกับสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาด สิ่งมีชีวิตตัวนี้นั้นมีตัวสูงราว 3 เมตรแขนขายาวผิดรูปที่ปากมีฟันแหลมคมที่ไม่อาจจะเก็บซ่อนไว้ในช่องปากได้โผล่ออกมาฟันแต่ละซีกนั้นแหลมคมไม่ต่างจากใบมีดดวงตากลมโตใบหูยืดยาวสีของผิวหนังทั้งตัวเป็นสีเทาออกไปทางดำนิดหน่อย มันได้เดินเข้ามายังกลุ่มคนที่กำลังจะออกไปนอกนิกาย
"พวกเจ้ากำลังจะไปที่ไหนกันทำไมถึงได้ยกกันไปทั้งหมดแบบนี้" สิ่งมีชีวิตปริศนาเอ่ยถาม
"พวกข้ากำลังจะไปสังหารคนผู้หนึ่ง" เจ้านิกายเป็นตัวแทนตอบสิ่งมีชีวิตปริศนาตนนั้น
"สังหารรึ? พวกเจ้าจะไปสังหารใครกันถึงได้ยกกันไปทั้งคณะแบบนี้ ไอ้เจ้าคนนั้นมันจะต้องเป็นคนที่แข็งแกร่งมากๆเลยสินะ" สิ่งมีชีวิตปริศนาพูดออกมาอีกครั้ง
"ทั้งแข็งแกร่งและเจ้าเล่ห์เป็นอย่างมาก" เจ้านิกายตอบกลับ
"ช่างเถอะพวกเจ้าอยากจะไปก็ไป" สิ่งมีชีวิตปริศนาตอบกลับมา
"ขอบคุณมาก" เจ้านิกายพูดสวนกลับไป
และทั้งสองฝ่ายก็ได้แยกจากกัน ถ้ามีผู้ใดมาเห็นหรือได้ยินการสนทนาในครั้งนี้พวกเขาจะต้องตกใจเป็นแน่ เพราะสิ่งมีชีวิตปริศนาที่กำลังพูดคุยกับเจ้านิกายอยู่นั้นมันก็คือเผ่าพันธุ์ปีศาจนั่นเองเผ่าพันธุ์ที่เป็นศัตรูกับมนุษย์มาอย่างช้านาน มันเหมือนมีกฎที่ว่าถ้าเจอเผ่าปีศาจที่ใดให้สังหารได้ทันทีเพราะเผ่าปีศาจพวกนี้นั้นมันมีเป้าหมายเพียงอย่างเดียว นั่นก็คือการยึดครองและสังหารเผ่ามนุษย์นั่นเอง
แต่การสนทนาระหว่างสิ่งมีชีวิตปริศนากับเจ้านิกายวารีสังหารนั้นดูเหมือนว่าทั้งสองฝ่ายจะรู้จักมักคุ้นกันเป็นอย่างดี สิ่งนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่แปลกมากเพราะเผ่าพันธุ์ปีศาจกับเผ่าพันธุ์มนุษย์นั้นไม่มีทางที่จะเป็นมิตรกันได้เลย และไม่รู้ด้วยว่าเผ่าปีศาจนั้นยังมีความสนิทสนมกับผู้อื่นเหมือนกับเจ้านิกายวารีสังหารหรือไม่ สิ่งนี้ดูเหมือนจะมีอะไรมากกว่าที่เห็นเสียแล้ว
...
หลังจากการโจมตีของฉินจุนนั้น ชายตาเดียวหรือหวายเอิ้นนั้นก็ได้ถูกการโจมตีนั้นสังหารได้ทันที ฉินจุนไม่ได้รู้สึกผิดหรือเห็นใจอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อยสายตาของเขานั้นเต็มไปด้วยความเย็นชาอย่างสิ่งที่สุด เขามองว่าที่อีกฝ่ายทำแบบนี้นั้นก็เพียงแค่หาแพะมารับบาปกับการกระทำของตัวเองก็เพียงเท่านั้น และการโทษแต่คนอื่นโดยไม่โทษตัวเองนั้นมันคือสิ่งที่ตัวของเขาเกลียดที่สุดเช่นกัน
ในระหว่างที่เขากำลังมองดูร่างไร้วิญญาณของชายตาเดียวอยู่นั้น ก็ได้มีแรงกดดันบางอย่างพุ่งตรงมาหาเขาอย่างรวดเร็วเท่านั้นยังไม่พอแรงกดดันนี้ยังมีมากมายอีกด้วย ตัวเขาสัมผัสได้ทันทีว่ามันเป็นกลุ่มคนกลุ่มคนหนึ่งและกลุ่มคนเหล่านี้ก็มีผู้ที่อยู่ในระดับราชาศักดิ์สิทธิ์หลายคนเสียด้วย
คิดยังได้ไม่ถึงไหนกลุ่มคนเหล่านี้ก็ได้มาล้อมรอบเขาเอาไว้แล้ว และบรรยากาศรอบตัวของกลุ่มคนเหล่านี้ที่แสดงออกมานั้นมันแสดงให้เห็นเลยว่าอีกฝ่ายไม่ได้มาดีเลยแม้แต่น้อย ฉินจุนมองดูกลุ่มคนเหล่านั้นและค่อยๆเอ่ยถามออกไป
"พวกเจ้าเป็นใครกันเหตุใดถึงมาล้อมข้าเช่นนี้" ฉินจุนพูดออกไป
"พวกข้าคือคนที่จะสังหารเจ้าอย่างไรเล่าฉินจุน" เจ้านิกายพูดออกมาด้วยน้ำเสียงโหดเหี้ยม
ฉินจุนฟังอีกฝ่ายแต่ก็ไม่ได้พูดสิ่งใด ทำไมเขาจะจำอีกฝ่ายไม่ได้ อีกฝ่ายก็คือเจ้านิกายของนิกายวารีสังหารที่เป็นกองกำลังระดับพิเศษนั่นเอง
"เจ้ายังแค้นเคืองเรื่องในอดีตอีกอย่างนั้นหรือ ถึงได้จะมาสังหารข้าเช่นนี้" ฉินจุนพูดออกไปด้วยความไม่เกรงกลัว
"เรื่องในอดีตที่ข้าประสบพบเจอกับเจ้านั้นมันอาจจะเป็นปีศาจหลอกหลอนในจิตใจของข้าจนทำให้การบ่มเพาะของข้าติดขัดในอนาคตก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นแล้วฉินจุนเจ้าจงตายให้ข้าเสียเถอะ" เจ้านิกายพูดออกมาและซัดฝ่ามือของตนเข้าหาฉินจุนทันที
ฉินจุนก็ได้โคจรวิชากายาระฆังทองเพื่อตั้งรับฝ่ามือของอีกฝ่ายเช่นกัน
บูมมมม~!
ตู้มมมม~!
การโจมตีของอีกฝ่ายแรงไม่ใช่น้อยทำให้ตัวของฉินจุนถึงกับถลาไปหลายสิบเมตรเลยทีเดียว ฉินจุนมองหน้าอีกฝ่ายด้วยใบหน้าเรียบนิ่งแต่สายตานั้นแสดงถึงความโกรธอันไร้ที่สิ้นสุดออกมา