สะใภ้สามคิดในใจว่าเธอยอมถ่อมตัวลงขนาดนี้แล้ว หูหลันเยวี่ยก็น่าจะรู้ความบ้าง
แต่ความคิดทั้งหมดของคนตรงหน้า หูหลันเยวี่ยอ่านออกหมดแล้ว เธอจึงยิ้มให้สะใภ้สามอีกครั้ง "อาสะใภ้สาม ตั้งแต่รู้ว่าหนูเป็นครู อาก็เอาแต่บอกให้หนูดูแลหูเจี้ยนหมิง หนูให้น้องชายได้เป็นหัวหน้าห้องแล้ว อาคิดว่าการดูแลให้ดีกว่านี้ต้องทำยังไงคะ?"
"เมื่อก่อนฉันเคยฝากให้ดูแลเจี้ยนหมิงตอนไหนกัน?" สะใภ้สามพูดไม่ออก เพราะหูหลันเยวี่ยเล่นนอกบท
"อาสะใภ้สาม เมื่อกี้ยังฝากให้หนูดูแลหูเจี้ยนหมิงอยู่เลยนี่คะ? อาสะใภ้รองกับป้าๆ น้าๆ อีกหลายคนก็คงได้ยินกันหมดแล้ว หนูให้หูเจี้ยนหมิงเป็นหัวหน้าห้องแล้ว อายังคิดว่าหนูไม่ดูแลเขาอีกเหรอคะ?"
หูหลันเยวี่ยไม่เปิดโอกาสให้สะใภ้สามได้โต้แย้ง "อาสะใภ้สามคงกลัวว่าถ้าฝากให้หนูดูแลหูเจี้ยนหมิงลับหลัง หนูอาจจะแค่รับปากส่งๆ แต่ไม่ทำจริง ก็เลยต้องฝากหนูอีกรอบต่อหน้าพวกป้าๆ น้าๆ ใช่ไหมคะ? อาสะใภ้สามวางใจเถอะค่ะ หนูน่ะจะดูแลน้องเจี้ยนหมิงเป็นอย่างดี ถึงหนูจะโกรธที่เขาล้อชื่อ แต่ใครใช้ให้หนูเป็นพี่สาวล่ะ จะมัวมาถือสาเอาความกับน้องชายตัวเล็กๆ ได้ยังไง"
คำพูดของหูหลันเยวี่ยทำให้พวกผู้หญิงที่มาดูเหตุการณ์ถึงกับงงว่าเรื่องไหนจริงเรื่องไหนเท็จกันแน่
พวกเธอเคยเห็นเด็กผู้หญิงในหมู่บ้านทะเลาะกันมานักต่อนัก แต่คนที่วาจาร้ายกาจแถมยังฉลาดเป็นกรดแบบหูหลันเยวี่ย พวกเธอก็เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก
สะใภ้สามรู้สึกอึดอัดจนแน่นหน้าอก เธอถูกหูหลันเยวี่ยต้อนจนไม่รู้จะทำอย่างไรต่อ
หูหลันเยวี่ยเห็นสะใภ้สามหน้าเสียไปแล้ว เธอก็หัวเราะแล้วคว้าแขนสะใภ้สามมา "อาสะใภ้สาม วางใจเถอะค่ะ หนูจะดูแลเจี้ยนหมิงให้ดี ถ้าหนูกล้าตีกล้าด่าเจี้ยนหมิง อาวิ่งไปบอกพ่อกับแม่หนูที่บ้านได้เลย พ่อแม่ของหนูไม่ใช่พวกเลี้ยงลูกตามใจ"
หูหลันเยวี่ยตบหน้าสะใภ้สามไปหลายฉาด แล้วค่อยยื่นลูกอมที่ไม่ค่อยหวานให้เม็ดหนึ่ง
หลังจากปลอบสะใภ้สามไปสองสามคำ หูหลันเยวี่ยก็หันไปพูดกับหูเจี้ยนหมิงที่ยังหลบอยู่ข้างหลังแม่ "เจี้ยนหมิง ไปโรงเรียนกันเถอะ บ่ายนี้เขาจะแจกหนังสือเรียนใหม่แล้ว"
เหตุผลที่หูหลันเยวี่ยยื่นลูกอมให้สะใภ้สาม ก็เพราะเธออยากให้คนที่มาดูเหตุการณ์เห็น
หูหลันเยวี่ยรู้แค่ว่าชาติที่แล้วบ้านสามตามบ้านรองมาแย่งที่ดินของพวกเขา วางแผนร้ายกับพ่อแม่ซื่อๆ ของเธอ
แต่เพิ่งมารู้เมื่อไม่นานมานี้ว่าเหตุผลที่ถิงถิงไม่ได้ไปโรงเรียน ก็เพราะสะใภ้สามอยากได้จักรเย็บผ้าก่อนแต่งงาน
แม่เฒ่าจึงบีบให้พ่อแม่เอาเงินไปช่วยอาสามซื้อจักรเย็บผ้า แล้วก็เป็นหนี้เป็นสินมากมาย ถึงไม่ได้ส่งถิงถิงไปเรียน
ส่วนสะใภ้สามเอาจักรเย็บผ้าไปได้ไม่เท่าไหร่ ก็เอากลับไปไว้ที่บ้านเกิดตัวเอง
ที่หูหลันเยวี่ยให้เด็กเรียนแย่อย่างหูเจี้ยนหมิงเป็นหัวหน้าห้องชั่วคราว ก็ไม่ใช่เพราะมีเจตนาดีจริงๆ
หูหลันเยวี่ยคำนวณไว้แล้วว่าหูเจี้ยนหมิงจะกลับบ้านไปฟ้องแม่ เธอคำนวณไว้แล้วว่าสองผัวเมียบ้านสามจะไม่อยู่เฉย เธอถึงได้วางแผนรับมือไว้
แค่ไม่คิดว่าตอนที่เธอกับสะใภ้สามกำลังปะทะกันอยู่ สะใภ้รองจะอยู่ในเหตุการณ์ด้วย
หล่อนอยู่ในเหตุการณ์ก็ดีแล้ว พอจัดการบ้านสามเสร็จ คราวหน้าก็จะถึงตาของบ้านรองบ้าง
หูหลันเยวี่ยดึงแขนเสื้อหูเจี้ยนหมิง แต่เห็นเขาไม่ยอมเดินตามดีๆ เธอก็ไม่ได้ฝืนใจ
หลังจากที่หูหลันเยวี่ยเดินไปไกลจนลับสายตา หูเจี้ยนหมิงก็ค่อยๆ เดินเตาะแตะๆ ไปทางโรงเรียน
ในเวลาเดียวกัน พวกผู้หญิงที่มาดูเหตุการณ์ก็ทยอยพากันแยกย้าย แต่สะใภ้รองไม่ได้แยกย้ายไปกับคนเหล่านั้น
สะใภ้รองไม่รู้เลยว่าตอนที่หูหลันเยวี่ยส่งลูกบอลมาให้เธอเมื่อครู่ เธอที่เลือกการทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ไม่ใช่แค่ทำให้บ้านสามสกุลหูไม่พอใจ แต่ทำให้ทางนั้นถึงกับเกลียดเธอเข้าไส้ด้วย
เธอกลับดีใจเสียอีกที่คิดว่าตัวเองทำถูกต้องแล้ว
สะใภ้รองที่คิดว่าตัวเองทำถูกต้องแล้วเดินเข้าไปหาน้องสะใภ้ที่ยังมีสีหน้าบูดบึ้ง "ฉันเตือนเธอแล้วว่ายัยหนูหลันเยวี่ยมันร้ายกาจ เธอก็ไม่ฟัง คราวนี้รู้ฤทธิ์เดชแล้วใช่ไหม?"
ถึงแม้ว่าเรื่องแบ่งของวันเกิดแม่เฒ่าจะทำให้บ้านสามไม่พอใจ แต่สะใภ้รองก็ยังอยากจะรั้งอีกฝ่ายไว้ใช้เป็นเครื่องมือ
สะใภ้สามแค่นเสียงใส่สะใภ้รองที่เดินเข้ามาหา "พี่สะใภ้ อย่ามาพูดจาเสียดสีกันหน่อยเลย เห็นฉันทะเลาะกับยัยหนูนั่นแล้ว ในใจพี่คงดีใจกว่าใครเพื่อนอีกมั้ง"
"นี่บ้านสาม พูดแบบนี้หมายความว่ายังไง?" สะใภ้รองเบิกตากว้าง แก้มที่มีแต่ไขมันสั่นไหวเล็กน้อย
สะใภ้สามไม่ได้กลัวที่สะใภ้รองเบิกตาโตใส่ "พี่สะใภ้ พี่ก็แค่เห็นว่าหลันเยวี่ยมีฝีมือ เลยอยากจะประจบสอพลอ เมื่อก่อนถ้าไม่ใช่พี่ยุยง ฉันจะไปเสนอหน้าพูดจาหว่านล้อมให้หลันเยวี่ยแต่งงานกับหลานชายที่เป็นใบ้เหรอ? ถ้าฉันไม่ไปจับคู่เด็กๆ จะไปทำให้ยัยหนูกับบ้านพี่สะใภ้ใหญ่เขาโกรธได้ยังไงคะ?"
พอได้ยินอีกฝ่ายขุดเรื่องเก่ามาพูด สีหน้าของสะใภ้รองก็มืดครึ้ม "บ้านสาม อย่ามาโยนความผิดให้แบบนี้นะ ฉันก็แค่แนะนำให้ไปจับคู่หลันเยวี่ยกับหลานชายที่เป็นใบ้ เธอนั่นแหละที่ไม่มีความสามารถ หน้าด้านไปทาบทามเอง ทำไมมาโยนความผิดให้ฉันล่ะ? บ้านสาม ถ้าเธอยังเป็นแบบนี้ต่อไป ใครมันจะอยากยื่นมือเข้าไปช่วย"
พูดจบ สะใภ้รองก็หยิบตะกร้าที่วางอยู่บนพื้นขึ้นมา แล้วเดินจากไปอย่างเร็ว
สะใภ้สามยืนโมโหอยู่ที่เดิมครู่หนึ่ง แล้วก็กลับบ้านไปแบบเซ็งๆ
พอกลับไปเจอแม่ย่าและสามีที่บ้าน สะใภ้สามก็เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้พวกเขาฟังอย่างละเอียด แล้วก็ฟ้องเรื่องที่บ้านรองทำไว้
สะใภ้สามคิดว่าพอแม่เฒ่ารู้เรื่องที่เกิดขึ้นแล้วจะต้องเข้าข้างเธอแน่ ไม่คิดว่าหลังจากที่แม่เฒ่าฟังจนจบ นอกจากจะไม่ช่วย ยังตำหนิเธออีกต่างหาก
แม่เฒ่าหูนึกไม่ถึงว่าหูหลันเยวี่ยจะไม่ใช่แค่ปากคอเราะราย แต่ยังหัวดีด้วย
แม่เฒ่าหูที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตมานาน มีหรือจะไม่รู้ทัน
แม่เฒ่าหูชี้หน้าลูกสะใภ้คนที่สามของตัวเองอย่างโกรธเคือง "นังโง่ ถ้าต่อไปเจี้ยนหมิงโดนยัยหนูนั่นกลั่นแกล้ง ก็เป็นเพราะแม่อย่างแกนั่นแหละ"
เมื่อสะใภ้สามโดนด่าก็รู้สึกน้อยใจ "แม่คะ หูหลันเยวี่ยมันร้ายกาจเกินไป ทำไมต้องมาลงกับหนูด้วย"
"หุบปาก!" อาสามจ้องภรรยาตัวเองอย่างดุร้าย "แม่ของเราย้ำแล้วย้ำอีกว่าให้แกคุยกับหลันเยวี่ยดีๆ แกทำอะไรลงไป?"
ยิ่งสามีไม่ช่วยพูด สะใภ้สามก็ยิ่งรู้สึกน้อยใจ "ฉันไม่ได้คุยด้วยดีๆ ตรงไหน? ฉันแทบจะก้มลงกราบแล้วนะ ตอนนั้นพี่สะใภ้กับซู่เกิน เมียหวังจวินก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย ถ้าไม่เชื่อไปถามพวกนั้นดูได้เลย"
แม่เฒ่าหูถอนหายใจแล้วเคาะโต๊ะที่อยู่ข้างหน้า "เจ้าสาม แม่ช่วยแกไปขอเมียโง่ๆ แบบนี้มา แม่ต้องขอโทษด้วยนะ"
อาสามเหวี่ยงมือตบหน้าภรรยา "นังโง่ ใครให้แกเอาเรื่องแบบนี้ไปพูดต่อหน้าคนเยอะแยะขนาดนั้น? แกอยากไปประกาศออกลำโพงในหมู่บ้านนักใช่ไหม?"
"หูฉางซาน แกก็ตบฉันสิ ตบฉันให้ตายไปเลย แกจะได้ไปหาเมียสาวๆ เสียที" สะใภ้สามร้องโวยวาย แล้วก็พุ่งเข้าใส่อาสามเหมือนเหยี่ยวตะครุบไก่