จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 119 เจ้ามองอะไร!

            โฮก!

            โฮก!

            กลางดึกที่เงียบสงัดแต่เสียงคำรามที่ภูเขาด้านหลังของสำนักเหิงเยว่ไม่ได้ขาดหายไป

            ตั้งแต่ได้เรียนรู้วิชาลับของมังกรฟ้าพิโรธเย่เฉินก็ตั้งใจฝึกฝนอย่างจริงจัง หลังจากแสดงมันออกไปหลายครั้งควบคู่ไปกับการวิเคราะห์ของเนตรวงล้อเทวะที่ได้สรุปผลไว้เขาจึงเข้าใจถึงแก่นแท้ในวิชาลับคลื่นเสียงนี้ได้ทั้งหมด

            โฮก!

            เสียงมังกรคลั่งอันแกร่งกล้าก็ดังตามมาเย่เฉินจึงสูดหายใจเข้าลึกๆ

            “หากมีวิชาลับที่คาดไม่ถึงจะยิ่งมีโอกาสชนะสูง” เย่เฉินเผยรอยยิ้มออกมาและแอบพึมพำกับตนเองว่าการทดสอบในป่าร้างที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้จะต้องยอดเยี่ยม

            หลังจากปรับสมาธิอยู่ครู่หนึ่งเย่เฉินก็เรียกหุ่นเชิดจื่อซวนออกมาทันที

            แม้ว่าจะเป็นหุ่นเชิดแต่จื่อซวนที่มีเพียงแขนข้างเดียว กลับมีรูปลักษณ์ที่แตกต่างออกไปเสื้อผ้าของนางหลวม และมีใบหน้าที่เป็นเอกลักษณ์ ถึงแม้ว่าจะไม่มีความผันผวนทางอารมณ์แต่เมื่อได้อยู่ภายใต้แสงจันทร์และดวงดาวนางก็งดงามดั่งเทพธิดาแห่งสรวงสวรรค์จุติลงมาเกิด

            “หญิงสาวที่งดงามขนาดนี้ถูกหลอมมาเป็นหุ่นเชิด ช่างน่าเสียดายจริงๆ”

            “หากจะให้คนรักของเจ้ามาเห็นก็ไม่รู้ว่าจะเจ็บปวดสักเท่าไร”

            “ถ้าเป็นไปได้ต่อไป ข้าจะพาเจ้ากลับสู่พื้นธรณี การตายไปก็อาจสุขกว่ามีชีวิตอยู่บางทีการหลับไปเลยก็อาจเป็นหนทางที่ดีที่สุดสำหรับเจ้า”

            เอ๊ะ?

            เย่เฉินที่กำลังพึมพำอยู่จู่ๆ ก็มีความสงสัยขึ้น

            เมื่อจ้องมองหุ่นเชิดสาวงามที่อยู่ตรงหน้าเขาก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าหุ่นเชิดตัวนี้สามารถดูดซับแสงจันทราและดวงดาวที่สว่างไสวได้ด้วยตนเองดวงดาราและแสงจันทราที่ปะปนอยู่ในร่างกายของนางก็จะถูกดูดซับอย่างอธิบายไม่ได้

            ในเวลาเดียวกันหุ่นเชิดจื่อซวนที่มีความงดงามอยู่แล้วนั้นก็จะเปล่งประกายอย่างไร้ที่ติเมื่ออยู่ท่ามกลางแสงดวงดาราและแสงจันทรา

            “นี่มันเกิดอะไรขึ้น”เย่เฉินอดไม่ได้ที่จะโน้มตัวไปข้างหน้าและเดินวนรอบหุ่นเชิดจื่อซวน

            “เจ้านี่แปลกจริงๆ!”เย่เฉินใช้นิ้วแตะริมฝีปากพลางสำรวจขึ้นลงไปที่หุ่นเชิดจื่อซวนและพึมพำเบาๆหุ่นเชิดสามารถดูดซับแสงจันทราและดวงดาวได้ มันก็เกินคาดสำหรับเขาแล้ว

            แต่เขาจะไปรู้ได้อย่างไรว่าหลังจากที่หุ่นเชิดจื่อซวนได้ถูกเขาหลอมด้วยอัคคีเทวะไปนั้นตราประทับบางอย่างบนหุ่นเชิดก็ได้ถูกแก้อย่างไม่ได้ตั้งใจจึงเกิดปรากฏการณ์อันน่าแปลกประหลาดขึ้นในตอนนี้

            นี่เป็นสิ่งที่เขาไม่รู้และทุกอย่างก็แปรเปลี่ยนเป็นสิ่งที่ถูกกำหนดไว้แล้วโดยบังเอิญ

            ไม่พบความผิดปกติใดๆเย่เฉินยืนอยู่ตรงหน้าหุ่นเชิดจื่อซวน และขมวดคิ้วเล็กน้อย ดวงตามืดมนด้วยสายตาและจิตใจของเขาก็สามารถคาดการณ์ออกมาได้ทันทีว่าหุ่นเชิดนี้ที่อยู่ตรงหน้าไม่ได้มีเพียงความงดงามธรรมดา

            ทันใดนั้นเย่เฉินก็หลับตาซ้ายลงเล็กน้อย

            “เนตรวงล้อเทวะจงเปิดออก” ขณะที่เขาพึมพำเบาๆเนตรวงล้อเทวะในดวงตาข้างซ้ายของเขาก็กะพริบขึ้นทันที

            ทันใดนั้นพลังประหลาดก็แผ่ออกมาจากดวงตาข้างซ้ายของเขาดวงตาข้างซ้ายของเขาก็ยิ่งผิดแปลกขึ้นเรื่อยๆ มันลึกล้ำอย่างไร้ขีดจำกัดราวกับจักรวาลที่เต็มไปด้วยดวงดาวอันกว้างใหญ่ไพศาลโดยเฉพาะเนตรวงล้อเทวะที่ตราตรึงอยู่ในม่านตานั้นมีความลึกลับอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

            “เจ้ามีความลับอะไรกันแน่”เย่เฉินพึมพำกับตนเองและใช้เนตรวงล้อเทวะสำรวจหุ่นเชิดจื่อซวน

            แล้วเขาก็พบว่าหุ่นเชิดจื่อซวนก็ไม่มีอะไรผิดปกติเพียงแต่ว่าหลังจากที่นางดูดซับแสงจันทราและดวงดาวเข้าสู่ร่างกายมันกลับหายไปอย่างลึกลับ

            “น่าแปลกน่าแปลกจริงๆ”เย่เฉินลูบคางของตนเองและเดินกลับไปกลับมาสิบกว่ารอบก็ไม่พบร่องรอยใดๆ

            และนั่นทำให้เย่เฉินทำอะไรไม่ถูกจึงเก็บซ่อนเนตรวงล้อเทวะไปจากนั้นก็นั่งขัดสมาธิหลับตาฝึกตนอยู่บนก้อนหิน

            เพียงแต่เขาไม่เคยสังเกตเห็นเลยว่าในขณะที่เขาหลับตาอยู่นั้นดวงตาที่เลื่อนลอยไร้ชีวิตชีวาของหุ่นเชิดจื่อซวนที่อยู่ข้างๆ เขานั้นมีแสงสว่างอ่อนๆ วาบเข้ามา แต่แสงอ่อนๆ ที่วาบเข้ามานี้ก็หายวับไปในทันใด

            วันคืนแปรผันสุริยันจันทราหมุนเปลี่ยน เพียงพริบตาเดียวก็ผ่านไปสองวัน

            เช้าตรู่สำนักนอกของสำนักเหิงเยว่ ศิษย์หลายคนก็ตื่นกันแล้ว และส่วนใหญ่ก็ยืนอยู่บนหินและมองไปทางหอฟ้าดิน

            วันนี้เป็นวันที่ศิษย์ที่ชนะการประลองของสำนักนอกเข้าสู่การทดสอบในป่าร้างเมื่อผ่านการทดสอบในป่าร้าง ก็หมายความว่าได้เป็นศิษย์ของสำนักในอย่างแท้จริงหากไม่ผ่านการทดสอบ ก็ทำได้แต่เพียงรออยู่ที่สำนักนอกไปอีกสามปี

            นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งสำนักเหิงเยว่การทดสอบในป่าร้างนี้ก็ยังคงมีอยู่เสมอ

            แต่ไหนแต่ไรมามีกฎอยู่ข้อหนึ่งที่ไม่ได้เขียนไว้ในการทดสอบในป่าร้างนั่นคือศิษย์สำนักนอกที่เข้าไปจะต้องยอมรับการทดสอบอย่างน้อยจะถูกปัดตกไปกว่าครึ่ง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเข้มงวดของการทดสอบในป่าร้าง

            ไม่ไกลออกไปเย่เฉินได้ถือกระบี่เทียนเชวียขนาดใหญ่เดินเข้ามาช้าๆเมื่อเหล่าบรรดาศิษย์จำนวนมากเห็นเขา ก็เกิดความโกลาหลขึ้นในทันที

            “ข้าจำได้ว่าตอนที่เขาเข้ามาตอนแรกยังอยู่ในขั้นรวมพลังชั้นที่หนึ่ง นี่ยังไม่ถึงสองเดือนไม่คิดเลยว่าจะก้าวกระโดดอย่างน่ากลัวแบบนี้”

            บรรดาศิษย์จำนวนมากต่างถอนหายใจเมื่อนึกถึงวันนั้นที่พวกเขาไม่แยแสต่อเย่เฉิน ช่างเป็นเรื่องที่น่าขันนัก

            “ไม่ควรตัดสินคนจากภายนอกจริงๆ!”

            “ศิษย์ที่แท้จริงของยอดเขาเหรินหยางและยอดเขาตี้หยางถูกเขาทุบตีไปกว่าครึ่งและยังมีวิหารประกาศิต แม้ว่าเจ้าเด็กคนนี้จะเข้าไปถึงสำนักในก็ไม่น่าจะประพฤติตัวไม่ให้ออกนอกลู่นอกทางได้บางทีอาจทำให้สำนักในพลิกฟ้าพลิกแผ่นดินก็เป็นได้”

            เย่เฉินเพิกเฉยต่อคำวิพากษ์วิจารณ์ที่อยู่โดยรอบแบกกระบี่เทียนเชวียไว้บนบ่าและย่างก้าวช้าๆ อย่างมั่นคงผู้คนที่อยู่รอบข้างจำนวนมากต่างหลีกทางให้เขาโดยทันทีเย่เฉินในตอนนี้ไม่ใช่คนที่พวกเขาจะดูถูกได้อีกต่อไป

            เฮือก!

            เฮือก!

            เฮือก!

            เสียงกระอักเลือดดังต่อเนื่องมาจากยอดเขาเหรินหยางยอดเขาตี้หยางและวิหารประกาศิต เจียงเฮ่า จื่อซานและอิ่นจื้อผิง

            เมื่อพูดถึงสามคนนี้ถึงกับทำให้ผู้คนต้องถอนหายใจ

            การประลองของสำนักนอกเมื่อสามปีก่อนพวกเขาโชคร้าย จึงต้องอยู่ที่สำนักนอกอีกสามปี และพวกเขาก็มีชื่อเสียงมานานแต่ไม่คิดเลยว่าเย่เฉินจะโผล่ขึ้นมา จากที่โดนพวกเขาดูถูกกระทั่งถูกเย่เฉินโค่นล้ม ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นราวกับอยู่ในความฝัน

            ในการประลองของสำนักนอกครั้งนี้พวกเขาพ่ายแพ้อย่างอนาถกว่าครั้งที่แล้ว พ่ายแพ้จนยับเยิน ซึ่งชี้ให้เห็นว่าพวกเขาจะต้องอยู่ในสำนักนอกไปอีกสามปีบางทีอาจมีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่เข้าใจสภาพจิตใจแบบนี้

            ทุกสิ่งบนโลกไม่มีอะไรแน่นอนตอนนี้มีเย่เฉินเกิดขึ้นมาอีกคน บางทีการประลองของสำนักนอกอีกสามปีข้างหน้าอาจจะมีเย่เฉินคนที่สองที่จะเอาชนะพวกเขาอีกครั้ง

            โอ๊ย...!

            เสียงร้องตะโกนที่น่ากลัวดังสนั่นมาจากสำนักนอกของสำนักเหิงเยว่พวกฉีเฮ่าทั้งสามคนส่งเสียงร้องราวกับสุนัขบ้าคลั่ง พยายามมุ่งลงมาจากภูเขาแต่กลับกระอักเป็นเลือดอีกครั้ง

            เมื่อได้ยินเสียงร้องตะโกนของทั้งสามเย่เฉินก็เหลือบมองไปทางสามคน และพูดอย่างเยือกเย็น “ภัยจากสวรรค์ยังรอดพ้นได้แต่ภัยจากตนเองยากที่จะรอดพ้น ทั้งหมดนี้เป็นพวกเจ้าที่หาเรื่องใส่ตัว”

            พูดจบเย่เฉินก็ก้าวไปอีกก้าวหนึ่งและพุ่งตรงไปยังหอฟ้าดิน

            เขาอาจจะเป็นคนสุดท้ายที่มาถึงเมื่อเขาเดินเข้าไปในหอฟ้าดิน เซี่ยอวิ๋น ฉีเยว่และเจ้าหมีสองพวกเขาต่างก็มาถึงกันก่อนแล้วและศิษย์เกือบสามร้อยคนที่ชนะการแข่งขันในการประลองของสำนักนอกล้วนแต่อยู่ที่นี่แล้วทั้งสิ้น

            “ศิษย์พี่ศิษย์น้องทุกท่านมาถึงกันแล้วหรือ!”เย่เฉินเข้ามาและไม่ลืมที่จะประสานมือทำความเคารพพวกเขา

            “เจ้าบ้าเขารอเจ้ากันทั้งนั้น” เจ้าหมีสองกระโดดออกมา และลากเย่เฉินไป

            เย่เฉินกระแอมขึ้นมาและเดินเข้าไปต่อแถว

            เหล่าบรรดาศิษย์จำนวนสามร้อยคนต่างเข้าแถวกันอย่างเป็นระเบียบผู้อาวุโสหลี่เต้าทงอยู่ในหอฟ้าดินหรือไม่ เย่เฉินมองไปรอบๆจึงพบว่ามีเพียงไม่กี่คนที่อยู่ข้างๆ เขานั่นคือศิษย์เพียงไม่กี่คนของยอดเขาตี้หยาง และเวลานี้ต่างก็จ้องมองเขาตาเขม็งพลางขบฟัน

            “เจ้ามองอะไร!” เย่เฉินเงยหน้าขึ้นและมองศิษย์ชุดม่วงตั้งแต่หัวจรดเท้า

            “มองเจ้าไงทำไมหรือ” ศิษย์ชุดม่วงยกคางสูง จนแทบจะยกลอยไปถึงสวรรค์

            “ได้ข้าจะจำเจ้าไว้ รอเข้าไปในป่าร้างก่อน ข้าจะคอยดูว่าจะจัดการกับเจ้าอย่างไร”

            “กลัวว่าเจ้าจะมีชีวิตเข้าไปแต่จะไม่รอดกลับออกมา” ศิษย์ชุดม่วงไม่สามารถปกปิดคำพูดของตนเองได้เลยแม้แต่น้อย

            เช่นเดียวกับเขาศิษย์ของยอดเขาเหรินหยางยอดเขาตี้หยางและวิหารประกาศิตต่างก็แสดงรอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์ออกมาดูเหมือนว่าเมื่อพวกเขาจะได้ยินมาเช่นกันว่าศิษย์ที่ส่งมาจากสำนักในเป็นพวกข่งเฉาแบบนี้มันช่างเหิมเกริมนัก

            “ใครจะจัดการใครกันแน่?” เย่เฉินยิ้มเยาะ

            “ผู้อาวุโสหลี่มาแล้ว”ไม่รู้ว่าใครตะโกนขัดจังหวะขึ้นในตอนนี้

            ทุกคนหยุดนิ่งแต่เดิมกลุ่มต่างๆ เริ่มมีความวุ่นวาย ก็เป็นระเบียบขึ้นโดยทันที และประมุขหลี่เต้าทงของหอฟ้าดินก็ได้เหาะลงมาจากกลางอากาศลงบนแท่นสูงที่อยู่ตรงหน้าของพวกเขา

    คล้ายกับเรื่องจุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ระบบเปลี่ยนชีวิต

    ระบบเปลี่ยนชีวิต

    นิยาย แฟนตาซี
    627K 658
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.54M 3732