“พี่หญิงรัศมีนั่นหายไปแล้ว” มือกระบี่แพรสีชาดเอ่ยต่อพี่สาวของตน เมื่อประมาณหนึ่งก้านธูปก่อนตนและพี่สาวยังสามารถััได้ถึงรัศมีสมบัติล่ำค่าที่คาดว่าจะเป็สิ่งที่ตนและพี่สาวบุกเข้าป่าั ตั้งใจตามหานั้น แต่จู่ๆ รัศมีนั้นก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย
มือกระบี่หญิงอาภรณ์ครามมองไปรอบตัว จากนั้นเหมือนกับนางจะััได้ถึงบางสิ่งบางอย่างก่อนหันหน้าขวับมาอย่างรวดเร็ว
เป็เมฆนั่นเองแม้จะเชื่อใจในสิ่งที่จักรพรรดิกระบี่ได้บอกกับตนว่ากางเขตแดนเอาไว้เพียงแต่ทั้งวันนี้เขายังไม่ได้กินอะไรเลยมาทั้งวัน แม้จะเงียบเสียงลงแต่ท้องเ้ากรรมดันร้องโครกครากอย่างรุนแรง
“นั่นใครน่ะ” ชิ้ง!! มือกระบี่อาภรณ์ครามชักกระบี่ออกมาและชี้ไปทางเมฆอย่างรวดเร็ว แม้จะมองไม่เห็นตัวแต่จากััของนางๆ ััได้ถึงเสียงเบาๆ ที่แม้แต่มือกระบี่หญิงแพรสีชาดไม่สามารถััได้
ไร้ซึ่งเสียงตอบรับ มีเพียงเสียงใบไม้แห้งที่ปลิวไปตามลมกับบรรยากาศยามราตรีอันเงียบสงัด “พี่หญิงท่านหูฟาดไปรึเปล่า ข้าไม่เห็นได้ยินเสียงอะไรเลย” มือกระบี่หญิงแพรสีชาดมองไปรอบๆ ตัวพลางแผ่ััปราณออกไปโดยรอบก็ไม่พบสิ่งใด นางคาดว่าพี่หญิงของตนน่าจะใกับเสียงใบไม้แห้ง
“เราไปที่อื่นกันเถอะพี่หญิง ข้าคิดว่าน่าจะไม่ใช่ที่นี่แน่ััพวกเราอาจจะผิดเพี้ยนไปเนื่องจากพลังหยินยามราตรีโดยรอบของป่าั” มือกระบี่หญิงพรสีชาดเอ่ยอีกครั้ง
ขณะที่นางเตรียมตัวจะจากไป “ช้าก่อน” มือกระบี่หญิงอาภรณ์ครามรีบห้ามน้องสาวของตน แม้น้องสาวของนางจะคิดว่าััของตนเองไม่ถูกต้องแต่ไม่ใช่กับนาง นางมั่นใจเมื่อสักครู่รัศมีนั่นต้องอยู่ที่นี่แน่ๆ และเสียงประหลาดที่นางได้ยินต้องไม่ใช่เสียงใบไม้แห้ง
“ผู้น้อยและน้องสาวขออภัยผู้าุโ เมื่อสักครู่ผู้น้อยและน้องสาวััได้ถึงรัศมีพลังคาดว่าเป็สมบัติล้ำค่า หากเพียงแต่ไม่อาจทราบได้ว่ารัศมีนั้นเป็ของผู้าุโ ผู้น้อยขออภัย” มือกระบี่หญิงอาภรณ์ครามร้องะโมาทางเมฆพลางมือคารวะ ทางมือกระบี่หญิงแพรสีชาดแม้จะยังงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นแต่ก็เชื่อว่าพี่หญิงน่าจะมีเหตุผล จึงโค้งตัวประสานมือคารวะไปทิศทางเดียวกับพี่สาวของตน
“เอาไงดีจักรพรรดิกระบี่ ผู้หญิงสองคนนั้นคารวะท่านอยู่นะ” เมฆได้แต่ตกตะลึงในความงามของสองพี่น้องที่อยู่ตรงหน้าของตน แม่นางทั้งสองเป็ผู้ฝึกยุทธกลุ่มแรกที่เมฆเคยเห็นั้แ่ได้มาที่โลกแห่งนี้ เนื่องจากที่หมู่บ้านชิงชีก็มีแต่ชาวบ้านธรรมดาส่วนเวลาที่เข้าเมืองไปส่งของกับตาแดง เมื่อเข้าใกล้เมืองตนก็ถูกสั่งให้นั่งนิ่งๆ ในเกวียนไว้อย่าสอดส่องสายตาไปทั่ว
จากการสังเกตของเมฆมือกระบี่สาวคนพี่ที่เสื้ออาภรณ์สีคราม งดงาม แต่แฝงไปด้วยความเ็า สง่า รูปร่างอรชรอ้อนแอ้นเอวบาง ทั้งไฟหน้าที่กลมโตยิ่งกว่าูเาไฟโอซาก้า บ้าเอ๊ย!! นี่ผมมองบ้าอะไรกันเนี่ย ดวงหน้าน้อยๆ จิ้มลิ้ม ยิ่งมองยิ่งราวกับว่าตกลงไปในมนต์สะกด ส่วนมือสาวคนน้องแพรสีชาด ก็งดงามร้อนแรง ใบหน้ามีส่วนคล้ายกับมือกระบี่หญิงอาภรณ์ครามอยู่บ้าง ทั้งยังเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ราวกับแม่เสือสาว
“เ้ามาให้ข้าควบคุมร่างสักครู่ข้าจะไล่นังหนูสองคนนี้ไป” ไม่ทันที่เมฆจะได้ปฏิเสธอะไร จุ๋ม!! เสียงของิญญาจักรพรรดิกระบี่เข้ามาควบคุมร่างเมฆโดยที่เมฆไม่สามารถจะขัดขืนได้และไม่ได้ตั้งใจจะขัดขืนด้วย เนื่องจากไม่มีความจำเป็อะไรที่จะต้องขัดขืน สถานการณ์ในตอนนี้น่าจะไม่ดีนักหากเขาจะต้องเป็คนไปเจรจาเอง แต่เสียงิญญาเวลาเข้าร่างนี่มันตลกชะมัดเลย จุ๋ม!! เนี่ยนะฮ่าฮ่าฮ่า
ทิศทางที่มือกระบี่หญิงทั้งสองคารวะไปพลันเกิดปรากฏการณ์ประหลาด ห้วงมิติบริเวณนั้นเกิดรอบบิดจนแตกออก แสงจากกองไฟที่ลอดผ่านรอยแตกของมิติสาดแสงทะลวงความมืดของป่าใหญ่
ภาพที่ปรากฏต่อหน้ามือกระบี่ทั้งสองคือร่างของเด็กหนุ่มที่กำลังนั่งอยู่บนก้อนหินหน้ากองไฟ ใบหน้าของเด็กหนุ่มดูสงบนิ่งมาก
“คุกเข่า” ดวงตาที่นิ่งสงบของเด็กหนุ่มไม่แม้แต่จะมองไปที่สองมือกระบี่หญิง น้ำเสียงที่ไร้อารมณ์ใดเอ่ยอย่างราบเรียบราวกับว่าคำสั่งนั้นเป็เื่แต่ปกติ
“นี่มันไร้เหต- อั๊ก!!” ไม่ทันสิ้นเสียงมือกระบี่หญิงแพรสีชาดพูดจบ แรงกดดันไร้สภาพที่หนักหน่วงเกินต้านกดดันลงมายังมือกระบี่หญิงทั้งสอง แรงกดดันนั้นช่างหนักหน่วงยิ่งนัก กดทับลงมายังบ่าของมือกระบี่หญิงทั้งสอง แต่ด้วยศักดิ์ศรีของผู้ฝึกยุทธทั้งคู่เลือกที่จะต้านทานไว้
“คุกเข่า” เสียงที่ราบเรียบของเด็กหนุ่มดังขึ้นอีกครั้ง ตามมาด้วยแรงกดดันไร้สภาพจะทวีแรงกดดันมากกว่าเดิม ในคราวนี้ราวกับูเากดดันลงมาโดยตรงที่บ่าของทั้งคู่ มือกระบี่หญิงแพรสีชาดไม่สามารถทนแรงกดดันไหวทำได้เพียงก้มหน้าจรดพื้นคุกเข่าทั้งสองข้างลงไป
กลับกันพี่สาวของนาง มือกระบี่หญิงอาภรณ์ครามก็คุกเข่าลงข้างหนึ่งแต่นางใช้กระบี่ค้ำตนเอาไว้ไม่ให้ตนคุกเข่าลงไปทั้งสองข้าง “ผู้าุโโปรดเมตตาเราสองพี่น้องขออภัย พวกเราไม่ได้ตั้งใจจะมารบกวนการพักผ่อนของผู้าุโ” มือกระบี่หญิงอาภรณ์ครามรีบกล่าวขออภัย หากคาดเดาไม่ผิดผู้าุโท่านนี้ต้องแข็งแกร่งเป็อย่างยิ่ง สามารถบิดเบือนมิติและเข้าไปพักผ่อน คาดว่าต้องเป็เป็ยอดฝีมือระดับแปลงกายทิพย์หรืออาจถึงขั้นรวมเป็หนึ่งในตำนาน!!!
“โห้ นังหนูนี่สามารถต้านทานแรงกดดันของข้าได้ไม่ธรรมดาแต่ว่า....” บู้ม!!! เมฆหรือก็คือจักรพรรดิกระบี่ที่กำลังควบคุมร่างของเมฆ พลางชื่นชมที่หญิงสาวตรงหน้าพร้อมกับปล่อยแรงกดดันไร้สภาพให้หนักหน่วงยิ่งกว่าเดิม “เหมือนระดับสายตาของเ้าจะสูงเกินไปนะ” จักรพรรดิกระบี่กล่าวอีกครั้งพร้อมกับปล่อยแรงกดดันให้หนักหน่วงกว่าเดิม
แรงกดดันไร้สภาพที่ครานี้หนักหน่วงราวกับท้องฟ้ากดมาโดยตรง มือกระบี่หญิงอาภรณ์ครามไม่สามารถต้านทางได้อีกจำต้องคุกเข่าลงก้มศีรษะแนบพื้น ทางด้านมือกระบี่หญิงแพรสีชาดสภาพนับว่าอเนจอนาถใจยิ่ง นางที่คุกเข่าศีรษะจรดพื้นเมื่อพบแรงกดดันที่หนักหน่วงกว่าเดิมนางแทบจะเหมือนกับถูกบี้ลงทั้งตัวแนบพื้น
“จักรพรรดิกระบี่นี่เราต้องเล่นใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอ” เมฆขณะที่ขณะนี้ตนไม่ได้ควบคุมร่างกายได้แต่ส่งเสียงไปหาจักรพรรดิกระบี่ จักรพรรดิกระบี่ไม่ได้ตอบอะไรแต่สลายแรงกดดันไร้สภาพที่กดทับมือกระบี่หญิงทั้งสอง
“เอาล่ะทีนี้ระดับสายตาของพวกเ้าก็พอดีแล้วว่าแต่พวกเ้าชื่ออะไร” จักรพรรดิกระบี่ถามมือกระบี่หญิงทั้งสอง
“ขอบคุณผู้าุโที่เมตตา” ยามนี้มือกระบี่หญิงทั้งสองเงยหน้าขึ้นมากล่าวขอบคุณที่จักรพรรดิกระบี่เมตตาแต่ยังคงคุกเข่าอยู่ ภาพหญิงงามที่กำลังคุกเข่าขาสั่นอยู่สร้างความเวทนาให้แก่เมฆมาก “นี่ๆ ท่านจักรพรรดิกระบี่เราจำเป็ต้องทำขนาดนี้เลยเหรอ” เมฆถามจักรพรรดิกระบี่อีกครั้งและเช่นเดิมจักรพรรดิกระบี่ไม่ยังตอบคำถามของเขา
“ข้าชื่อผินเ้าค่ะส่วนน้องสาวข้าแย้ม” สิ้นเสียงของมือกระบี่หญิงอาภรณ์คราม เมฆได้แต่ขำก๊ากในใจ “พี่ผินพี่แย้ม นี่มันบุพ-...ตู๊ดด-....สัน--......ตู๊ด เหรอเนี่ย ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ” หากยามนี้ผู้ที่ควบคุมร่างกายเป็เมฆละก็ตอนนี้เขาคงลงไปกลิ้งกับพื้นแล้ว นี่ขนาดเขามาอยู่ที่โลกนี้มาสักพักใหญ่แล้วเขาก็ยังไม่ชินกับชื่อของคนบนโลกนี้จริงๆ ไม่รู้ว่าต่อไปจะเจอคุณพี่ขี่กระบี่มารึเปล่า
“พวกเ้ามาทำอะไรกันที่ป่าแห่งนี้” จักรพรรดิกระบี่ถามต่ออีกครั้งแต่คราวนี้มือกระบี่อาภรณ์ครามกลับเงียบ เมื่อกลัวว่า ‘ผู้าุโ’ จะบันดาลโทสะมือกระบี่ชุดแพรสีชาดจึงรีบตอบคำถามแทนพี่สาวของตน “พวกเราเคยได้ยินว่า ณ ป่าแห่งนี้มีัอาศัยอยู่ พวกเราสองพี่น้องจึงมาเพื่อเสาะหาัตามข่าวลือ”
“คิดว่าข้าจะเชื่อเ้าเหรอแต่ก็เอาเถอะคนเราย่อมต้องมีความลับของตัวเอง ข้าจะปล่อยพวกเ้าไปรีบไปซะ” จักรพรรดิกระบี่เอ่ยขึ้นพลางโบกมือคล้ายกับไล่สองพี่น้องออกไปราวกับว่ารำคาญที่ต้องมาเสวนาต่อ
สองพี่น้องผินแย้มเมื่อได้ยินดังนั้นจึงพากันลุกขึ้นและทะยานร่างจากไป
ชวิ้ง!!! เสียงที่กึกก้องอยู่ในห้องจิตดังขึ้นเมฆสามารถกลับมาควบคุมร่างกายได้อีกครั้ง นับว่าเป็ประสบการณ์ที่แปลกประหลาดนักกับการถูกควบคุมร่าง
“ไอ้หนูรีบไป ข้าใช้พลังไปมากเกินทั้งที่ยังพลังพึ่งฟื้นฟูมาและอีกไม่นานสองคนนั้นต้องจับพิรุธของเราได้แน่ไปเร็ว!!” เสียงจักรพรรดิกระบี่คราวนี้อ่อนแรงลงมากจนเมฆสังเกตได้ เขารีบดับกองไฟและเผ่นไปอย่างรวดเร็ว
.....................................................................................
หลังจากที่ทั้งสองทะยานห่างออกไปไกลจนออกอีกฟากของป่าั
“พี่หญิงนั่นเป็ผู้าุโที่แข็งแกร่งมากจริงหรือ” มือกระบี่หญิงแพรสีชาดถามพี่สาวของตนทันทีที่คาดว่าคงพ้นจากระยะมากพอแล้ว
“ต้องใช่แน่นอน แม้โลกนี้จะมีสมบัติที่ช่วยเปิดมิติได้แต่แรงกดดันนั่นไม่มีทางปลอมแปลงได้ แรงกดดันของผู้าุโแข็งแกร่งยิ่งกว่าท่านประมุขมาก” มือกระบี่หญิงอาภรณ์ครามเอ่ยขึ้น นางมั่นใจมากว่าอีกฝ่ายต้องเป็ยอดฝีมือระดับสูงอาจจะเป็ยอดยุทธระดับรวมเป็หนึ่งแน่
“แต่พลังยุทธที่ข้าััจากผู้าุโนั่นแค่ระดับกำเนิดปราณขั้น 6 เองนะ” มือกระบี่หญิงแพรสีชาดเอ่ยข้อสงสัยของตนอีกครั้ง
“ยอดยุทธระดับสูงมักจะมีนิสัยประหลาดเป็ไปได้ว่าจะปิดบังพลังยุทธของตนเองไว้ ไม่สิข้าว่าเราถูกหลอกลวงจากเ้าาุโปลอมนั่นแล้วล่ะ ของที่เราตามหา ‘หลินจือัหมื่นปี’ อาจจะอยู่ที่เ้าหนูนั้นแน่ๆ”