ในเวลานี้ บนเส้นทางสายหนึ่งที่มุ่งหน้าออกสู่เขตชายแดนมีขบวนผู้คนกว่าสามร้อยชีวิตที่ขี่สัตว์อสูรต่างสายพันธุ์เร่งห้อตะบึงด้วยความเร็วสูงไปอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
ขอเวลาอีกไม่กี่ชั่วโมง วิฬาร์ก็จะแอบลักลอบผ่านช่องทางธรรมชาติสายหนึ่งและไปถึงจุดนัดพบกับกองกำลังพิเศษของพวกยักษ์ที่ส่งออกมารับพวกเขานอกเขตชายแดนแล้วแต่วิฬาร์เองก็ไม่ได้คิดว่าเรื่องราวจะง่ายถึงเพียงนั้น เหตุเพราะเขารู้จักทักษะของเผ่าวานรดี
ความเร็ว
มันคือทักษะที่น่ากลัวที่สุดของเจ้าพวกนั้น
ความเร็วที่เรียกได้ว่าเข้าขั้นปีศาจ…
ทำให้แม้เขาจะเตรียมการไว้พร้อมแต่ก็ยังมิอาจวางใจได้อยู่ดี ทำให้ตอนนี้เขาจึงนั่งอยู่ในรถม้าคันเดียวกันที่บรรทุกโลงผนึกเวทของรามเอาไว้ เพื่อทำหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดคุ้มกันไม่ให้เกิดอันตรายใดๆ ก่อนจะถึงจุดนัดพบ
ทว่าเรื่องที่เขากังวลมาตลอดเส้นทาง ได้เกิดขึ้นแล้ว
เพราะในขณะที่นั่งรถอยู่ดีๆ นายทหารเผ่ายักษ์ตนหนึ่งก็บังคับสัตว์อสูรของตนเบี่ยงเข้ามาใกล้รถม้าแล้วตะโกนบอกข้อความที่ตนได้รับมาจากแนวหลัง
“นายกอง หน่วยระวังหลังพบเจอการเคลื่อนไหวขอรับ”
วิฬาร์ที่นั่งอยู่ด้านในจึงหันขวับสั่งการออกมาทันที
“เตรียมตัวตามแผน”
“ขอรับ” ทหารนายนั้นรับคำแล้วเบิกไอเทมจำนวนมากออกจากรถม้าคันที่วิฬาร์นั่งอยู่แจกจ่ายให้กับทหารโดยรอบเพื่อเตรียมตัวต่อสู้
และไม่ถึงสิบนาทีต่อมาเสียงตูมก็ดังสนั่นขึ้นมาจากท้ายขบวน พร้อมกับมีลูกไฟขนาดเท่าบ้านหลังย่อมๆพวยพุ่งขึ้นเบื้องบน
แม้จะเกิดเหตุการณ์น่าตกใจ ทว่าทหารยักษ์และผู้เล่นในขบวนไม่มีสักคนที่แตกแถวพวกเขาต่างเร่งความเร็วเพิ่มขึ้น เร่งวิ่งไปตามทางโดยไม่สนใจสิ่งใด
ส่วนที่ท้ายขบวนบัดนี้ก็เต็มไปทหารทหารกล้าหลายสิบนาย ต่างคนต่างยิงเวทมนตร์ โยนระเบิดเวทสาดธนูสวนกลับไปด้านหลังเพื่อโจมตีถ่วงเวลาทว่าฝ่ายพวกวานรก็สมกับเป็นเผ่าพันธุ์ที่มีความแคล่วคล่องว่องไวทำให้การโจมตีไม่ค่อยได้ผลนัก
นิลพัทผู้ซึ่งนำอยู่หัวแถวบัดนี้เหลือระยะเพียงห้าสิบกว่าเมตรก็จะถึงท้ายขบวนแล้วทว่าเจ้าตัวมิได้ผลีผลามจนฉีกออกจากกลุ่ม กลับกัน เขายังคงความเร็วระดับนั้นเอาไว้ค่อยๆ ห้อยโหนลัดเลาะผ่านพฤกษาสูงใหญ่โดยรอบพาทหารครึ่งหนึ่งเบี่ยงไปทางขวาของขบวนพวกยักษ์ ส่วนนายทหารลิงอีกนายก็นำทัพส่วนที่เหลือเบี่ยงออกทางปีกซ้าย พร้อมกับเริ่มเร่งความเร็วโอบล้อมเป็นรูปตัววีจากด้านหลัง หมายจะตัดเข้าตีจากกลางขบวน
พุ่งตรงสู่เป้าหมาย นี่คือความคิดเดียวของนิลพัท
ไม่ว่าเขาจะฆ่าทหารยักษ์ไปกี่ร้อยหรือกี่พันนายแต่ถ้าปล่อยให้องค์รามหลุดมือไป ก็เท่ากับว่าภารกิจล้มเหลว
แต่กลับกัน ต่อให้เขาฆ่าพวกมันไม่ได้สักคนแต่สามารถพาตัวองค์รามกลับไปได้ นั่นก็เท่ากับว่าภารกิจของเขาสำเร็จเจ้าตัวจึงเร่งค้นหาเป้าหมายซึ่งเป็นรถม้าที่เขาตามรอยมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้
ทหารลิงกว่าสองร้อยชีวิตต่างเร่งความเร็วจนวิ่งขนานไปกับขบวนของฝ่ายยักษ์ซ้ำยังเร่งแซงขึ้นมาเรื่อยๆ จนกระทั่งนิลพัทเห็นรถสีดำสนิทคันใหญ่ที่ห้อตะบึงอยู่หน้าสุดมันเทียมไว้ด้วยสัตว์อสูรรูปร่างปราดเปรียวคล้ายอาชาถึงสี่ตัว
และนี่คือเป้าหมายที่เขาตามหา
ส่วนพวกทหารเผ่ายักษ์ที่เห็นทหารวานรกระโดดโลดเต้นอยู่ด้านข้างก็พากันสาดเวทมนตร์และกระสุนใส่ไม่ยั้ง ทว่าเพราะมีต้นไม้บัง ซ้ำยังเคลื่อนที่กันอยู่ตลอดเวลารวมถึงพวกมันมีความว่องไวเป็นเลิศ ก็ทำให้ไม่ค่อยได้ผลนัก
และกลับกันเพราะต้องเคลื่อนที่หลบหลีกการโจมตีที่กวาดยิงมาจากในขบวนพวกวานรจึงไม่อาจโจมตีใส่ขบวนได้อย่างเต็มที่ หรือหากมีการโจมตีใดลอดเข้ามาทหารข้างขบวนก็สามารถปัดทิ้งไปได้เกือบหมด
บัดนี้สภาพขบวนของพวกยักษ์จึงกำลังมุ่งหน้าต่อไปโดยมีพวกวานรที่คล้ายแมลงวันบินตอมไปมาอยู่ด้านข้าง ไล่เท่าไหร่ก็ไม่ไปสลัดเท่าไหร่ก็ไม่พ้น
และท่ามกลางความวุ่นวาย นิลพัทคือผู้ที่มีความอดทนสูงที่สุด
เจ้าตัวคว้าดาบสั้นขึ้นมาถือไว้ในมือพร้อมกับโหนตัวตามขบวนนั่นไปด้วยความใจเย็น
ขณะที่ไมยราพหนีออกมา เขาจำได้ว่าพวกมันบาดเจ็บหนักกำลังพลที่เหลือก็ไม่มากนัก แต่ดูจากทหารในขบวนนี้ ทุกนายล้วนเต็มไปด้วยกำลังวังชาไม่มีสักนายที่บาดเจ็บ เป็นไปได้ว่าอาจเป็นกำลังเสริมที่ลักลอบข้ามชายแดนมา
เขตแดนแถบนี้ พวกเขาเพิ่งจะยึดได้ไม่ถึงเดือนการวางกำลังต่างๆ จึงยังไม่เรียบร้อยดีนัก คงไม่แปลกที่พวกยักษ์จะแอบผ่านเข้ามาได้
มีคนเยอะ ก็แปลว่าใช้ลูกเล่นได้ไม่แน่ว่าทหารพวกนี้อาจเป็นตัวหลอก รวมถึงรถม้าคันใหญ่นั่นก็อาจเป็นกับดักก็ได้
แต่ไม่ว่าสิ่งที่อยู่ในรถม้าคันนั้นจะเป็นองค์รามหรือกับดักขอเพียงเขาทำลายมันได้ คำตอบก็จะเผยออกมา
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็พลันพุ่งตรงไปยังเป้าหมายด้วยวิชาลับของตนที่ผสานระหว่างยุทธเวทและธาตุเวทลมหมายเร่งทำลายมันทันที
“ผู้เล่นพบ นิลพัท เลเวล 210” เสียงของระบบดังขึ้นในหัวผู้เล่นทุกคนในขบวนที่เห็นนิลพัทพุ่งเข้ามาทว่าไม่มีแม้สักคนที่ตระหนกตกใจ เหตุเพราะทุกคนรู้แล้วว่าสิ่งนี้อาจเกิดขึ้น
และพริบตาถัดมาขณะที่เหลืออีกเพียงสิบก้าวก็จะเอื้อมถึงรถม้าคันนั้น บุตรแห่งพระกาฬเช่นนิลพัทกลับต้องหยุดชะงักบิดตัวกลางอากาศด้วยท่วงท่าพิสดาร หลบหนึ่งเวทมนตร์ หนึ่งคมเขี้ยว และหนึ่งศรจากสามทิศทาง
แม้พลิกตัวจนขาชี้ฟ้าทว่าเจ้าตัวก็สมกับเป็นชาติพงศ์วานร นิลพัทพลันใช้มือแทนเท้ายันตัวเองขณะลงสู่พื้นดิน ก่อนจะงอศอกเล็กน้อย แล้วดันตัวขึ้นอย่างรุนแรงราวนักกายกรรมดีดตัวพุ่งเข้าหาทหารยักษ์นายหนึ่งที่ขี่สัตว์อสูรอยู่เบื้องหน้าเพื่อช่วงชิงจังหวะ
ทหารนายนั้นคล้ายเตรียมใจจะต้องปะทะกับนิลพัทไว้อยู่แล้วเจ้าตัวที่ควบสัตว์อยู่เพียงเหลือบสายตามาเล็กน้อย ก่อนที่จิตจะเชื่อมกับสัตว์อสูรแล้วจากนั้นงูสองตัวก็ไม่ทราบปรากฏมาจากไหน มันงอตัวเพียงชั่วแวบแล้วดีดตัวเข้าใส่นิลพัทจากสองมุมสองจังหวะเวลา ส่วนทหารยักษ์นายนั้นก็มิได้อยู่ว่างในมือปรากฏปืนขนาดเล็กกระบอกหนึ่งขึ้นมา แล้วเจ้าตัวก็เล็งกลับหลังลั่นไกใส่แบบไม่ยั้ง
และพร้อมกันนั้น ทหารนายอื่นรวมถึงพวกผู้เล่นที่อยู่ข้างเคียงก็พากันสาดเวทมนตร์เข้ามาจากทุกทิศทางเพื่อประสานการโจมตี
ประกายเวทมนตร์ใหญ่น้อยปลิวว่อนเหล่าสัตว์อสูรเผ่าวิหคก็รุมล้อมเข้ามาอีกสองตัว ซ้ำยังมีกระสุนอีกนับไม่ถ้วนลอยมาทว่านิลพัทมิได้มาเพียงคนเดียว เพราะในขณะที่พวกยักษ์พุ่งการโจมตีเข้าใส่ตนก็ทำให้การป้องกันวงนอกอ่อนโทรมลง ทหารวานรนายอื่นจึงพบช่องว่างและส่งเวทมนตร์เข้ามาช่วยเขาได้ในเวลาสำคัญ
กระสุนหลายนัดและเวทมนตร์หลายสายลอยเข้ามาอย่างรวดเร็วหนึ่งในนั้นโจมตีจนอสรพิษสีเงินตัวหนึ่งกระเด็นไปอีกทางรวมถึงผลักให้เหล่าทหารบางคนเสียหลักจนโจมตีพลาดและเวทมนตร์บางส่วนก็ถูกส่งมาฟื้นฟูอาการบาดเจ็บของเขาด้วย ลดอาการบาดเจ็บไปไม่น้อย
นิลพัทพลิ้วกายกระโดดขึ้นลงใช้สัตว์ขี่ของฝ่ายตรงข้ามแทนแท่นดีดตัว เดี๋ยวซ้ายขวา เดี๋ยวบนล่าง บ้างก็โจมตีสวนกลับบ้างก็หลอกล่อหรือป้องกันด้วยธาตุเวทที่ตนช่ำชอง แม้จะหลบการโจมตีได้ไม่ครบทุกชนิดทว่าก็ร่นระยะห่างได้อีกหลายก้าวทำให้ตอนนี้อยู่ห่างจากรถม้านั่นอีกเพียงสามวาเท่านั้นห้อตะบึงจนดูเหมือนกลมกลืนไปกับตัวขบวนคุ้มกันเสียเอง
ทว่าในวินาทีหนึ่งที่มันเร่งจังหวะตัวเองขึ้น แล้วถีบตัวในท่วงท่าพิสดารจนเกือบจะเอื้อมมือไปจับเสาต้นหนึ่งบนรถม้าคันนั้นได้บานประตูเล็กบนรถพลันเปิดผลัวะ แล้วศรเวทมนตร์หลากสีราวสายรุ้งนับสิบๆดอกก็พุ่งออกมาในวินาทีเดียวกัน
วิชาเคลื่อนวายุ วาตะรั้งนภา
เจ้าตัวที่เห็นศรพุ่งเข้ามาเปลี่ยนกระบวนท่ากลางอากาศอย่างเยือกเย็นวินาทีนั้น สายลมทั้งหลายที่กรีดผ่านตัวมันคล้ายเปลี่ยนเป็นเส้นเชือกเบาบาง นิลพัทจึงเอื้อมแขนขาออกไปแล้วจับมันอย่างรวดเร็วเหนี่ยวตัวขึ้นลงและบิดหมุนราวกับกำลังโหนต้นไม้อยู่กลางป่า
ศรส่วนใหญ่พลาดเป้าไปอย่างเฉียดฉิว นิลพัทรู้ดีว่าวินาทีนี้ศัตรูย่อมจะต้องกำลังตกใจและงุนงงอยู่เป็นแน่มันจึงใช้โอกาสนี้เหวี่ยงกายด้วยความเร็วอันสุดขีด ถลาเข้าหารถม้าจากทางด้านซ้ายจรดปลายเท้าเป็นรูปหอก พร้อมผสานเวทมนตร์จนเกิดน้ำแข็งหนาพอกเอาไว้จนคมกล้า ใช้เท้าดุจอาวุธหมายจะพุ่งผ่านบานประตูเข้าไปด้านใน
วิฬาร์ที่เห็นนิลพัทเคลื่อนกายกลางอากาศนั้นแม้แต่คิ้วยังไม่กระดิก ก่อนจะเรียกสตาร์ดัสต์ออกมาเพื่อเสริมกำลัง
ทักษะเผ่าพันธุ์ฟีนิกซ์ เพลิงอรุโณทัย
เขาเก็บเจ้าหนูนี่เป็นไพ่ลับมาไว้ตั้งแต่แรกกะว่าเอาไว้ใช้ในจังหวะจวนตัว และตอนนี้ ก็ถึงเวลานั้นแล้ว
สตาร์ดัสต์เปลี่ยนร่างตัวเองเป็นดาวหางสีทองในพริบตาก่อนจะพุ่งเข้าโจมตีนิลพัทจากกลางอากาศ พลังความร้อนที่แผ่ออกมานั้นดูน่าสะพรึงเกรงว่าหากโดนเข้าไปจะต้องบาดเจ็บเป็นแน่
พญาวานรสีหมึกไม่มีแม้แต่อาการลังเล เจ้าตัวใช้หางแทนมือเหนี่ยวเส้นอากาศที่ขึงอยู่กลางความว่างเปล่า หมุนตัวเพียงครึ่งรอบดาวหางทองก็แล่นฉิวผ่านไปใต้ตัวของเขา
ทว่าเจ้าฝุ่นเป็นถึงเผ่าพันธุ์วิหคซ้ำยังเป็นสายพันธุ์สัตว์เทพเจ้า แม้เลเวลจะอ่อนด้อยกว่าแต่ความสามารถของมันมิอาจดูถูกได้พริบตานั้นการเคลื่อนที่ของสตาร์ดัสต์พลันหักเลี้ยวด้วยเหลี่ยมมุมพิสดาร แล้วหมุนกลับร้อยแปดสิบองศาพุ่งกลับมาใส่นิลพัทเช่นเดิม
คราวนี้การโจมตีนี้เริ่มเป็นอันตรายแล้ว ขุนศึกแห่งทัพรามจึงจำต้องเบี่ยงร่างด้วยทักษะเดิมส่งผลให้ร่างปราดเปรียวลอยขึ้นมาอยู่เหนือหลังคารถม้าคันใหญ่
แต่ขณะนี้ทหารอารักขาด้านข้างเริ่มตามจังหวะทันแล้วเหล่าเวทมนตร์และกระสุนจึงพุ่งตามขึ้นมาทันทีสัตว์อสูรเผ่าวิหคทั้งสองก็กระพือปีกเร็วรี่ เหินขึ้นมาแล้วสะบัดขนที่คมดังมีดใส่นิลพัททว่าเจ้าตัวเพียงโยนดาบสั้นจากมือซ้ายใส่เท้าขวาแล้วสะบัดวูบขนเหล็กนับสิบเส้นก็กระเด็นไปผิดทิศทาง
แต่ไฉนเลยมันจะรู้ว่าพริบตาถัดมาที่ตนเสียสมาธิ วิหคเพลิงตัวหนึ่งก็โฉบเข้าที่สีข้างด้านซ้ายอย่างจังจนมันหมุนคว้างเป็นลูกข่างกลางอากาศ ร่างกายแถบนั้นพลันร้อนลวกขึ้นมาทันที
แต่ถึงอย่างนั้น ด้วยประสบการณ์อันมากล้นของนิลพัท เจ้าตัวพลันจับจังหวะได้อย่างรวดเร็วจึงสามารถพลิกตัวกลับมาได้ในจังหวะถัดมา
ยิ่งสถานการณ์วุ่นวาย เขายิ่งคล้ายเลือดลมสูบฉีด นิลพัทพลิกไปมากลางอากาศดั่งมัจฉาเล่นคลื่นหลบรอดเวทมนตร์ที่โจมตีใส่ไปได้เกินครึ่ง ส่วนที่ไม่อาจหลบได้ก็ใช้เวทมนตร์หลายบทเข้ารับมือทั้งยังเริ่มรับมือสตาร์ดัสต์ได้บ้างแล้ว ทำให้สัตว์เลี้ยงตัวเล็กของวิฬาร์เริ่มเร่งความเร็วจนเห็นเป็นภาพติดตาพยายามโจมตีจากมุมอับของนิลพัท
แต่ขณะที่บุตรแห่งพระกาฬกำลังรับมืออย่างวุ่นวาย ช่องเล็กๆช่องหนึ่งบนหลังคารถก็พลันเปิดออก จากนั้นวิฬาร์ก็โผล่ร่างขึ้นมาครึ่งหนึ่ง ควงไม้กายสิทธิ์ดุจจักรผันแล้วหอกเวทหกเล่มก็พลันผสานเข้ากับมายาเวทเคลื่อนภูมิ ส่งมันข้ามมิติมาจากหกทิศทางก่อนจะแตกตัวออกดุจพลุไฟ สร้างคลื่นกระแทกจนเส้นด้ายอากาศบิดเบี้ยว
นิลพัทกัดกรามจนฟันแทบแตก…