เสียงโหวกเหวกโวยวายดังขึ้นลั่นบ้านเหล่าคนรับใช้ต่างพากันถอดถอนใจเมื่อนายน้อยของพวกเธอเริ่มจะแสดงอาการเอาแต่ใจอีกแล้วเป็รอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ของวันที่นายน้อย ‘ธัญ’ หรือชื่อเต็มธัญวลัย เริ่มออกลวดลายส่งเสียงดังโวยวายเมื่อไม่ได้ขนมนำเข้าจากต่างประเทศอย่างที่้า
กว่าจะหามาให้ได้คงกินเวลาไปเกือบสัปดาห์
“ฉันจะเอา!!!หามาให้ได้!! จะเอาวันนี้ ตอนนี้และเดี๋ยวนี้!!!!!”เสียงของเด็กน้อยวัยแปดขวบแผดเสียงใสดังไปทั่วทุกมุมบ้านจนผู้เป็แม่ที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ด้านล่างต้องรีบขึ้นมาดูว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของตนเป็อะไร
“แม่ธัญอยากกินขนมที่แม่ซื้อมาให้ธัญเมื่ออาทิตย์ก่อน”
“ธัญลูกแม่ขนมนั้นแม่หิ้วมาจากฝรั่งเศสจ้ะ คงเอามาให้ตอนนี้ไม่ได้หนูต้องรอนะคะลูก”สิ้นสุดคำพูดของคนเป็แม่ เด็กน้อยที่เบะปากรออยู่แล้วก็แหกปากร้องไห้แทบจะทันทีที่ได้ยินคำว่าไม่
ถึงจะดื้ออย่างนั้นแต่เธอก็ลูบหัวลูกชายตัวเองเบาๆพร้อมปัดมือบอกเป็เชิงให้คนรับใช้ในห้องออกไปก่อน
“ไม่ได้นะคะน้องธัญคุณแม่ลำบากใจนะคะถ้าเรายังดื้ออยู่แบบนี้”เธอกล่าวอย่างอ่อนโยนทั้งๆที่ในใจนึกถึงการจองเที่ยวบินไปฝรั่งเศสเพื่อนำขนมมาให้ลูกของตนแล้ว
แต่ถึงแม้ว่าจะปลอบยังไงเด็กน้อยก็ดูจะไม่ใจเย็นลงเลยแม้แต่น้อย ยิ่งได้ยินคำปฏิเสธของผู้เป็แม่ยิ่งทำให้ร้องไห้ดังมากกว่าเดิมเสียอีกเธอยังคงยิ้มสู้อยู่แม้ภายในมือจะเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์แบรนด์ดังเพื่อหาเที่ยวบินก็ตาม
“เพราะเธอเอาแต่ตามใจลูกของเราไงเลยกลายเป็แบบนี้”เสียงประตูดังขึ้นพร้อมกับเสียงของผู้เป็พ่อดังตามมา
“แหม.. คุณคะคุณเองก็ตามใจลูกเหมือนกันนะคะ”
“ต่อจากนี้จะไม่ตามใจแล้วเอ้า นี่ คุณหนึ่งฤทัย เขาจะมาเป็คุณครูคอยควบคุมพฤติกรรมเ้าธัญั้แ่วันนี้”
“สวัสดีครับคุณน้ายังสาวอยู่เลยนะครับเนี่ย”เด็กหนุ่มกล่าวพลางเข้าไปทักทายคุณนายคนสวยที่ยิ้มให้อย่างใจดีก่อนจะเบนสายตาลงไปมองเด็กตัวจิ๋วที่สะอึกสะอื้นเกาะชายเสื้อของคุณแม่แน่นและมองคนแปลกหน้าด้วยความหวาดระแวง
แต่เด็กหนุ่มก็ส่งยิ้มให้เพื่อแสดงความเป็มิตร
“ว่าไงเราร้องไห้ทำไมเอ่ย ?”เขากล่าวถามก่อนจะหันไปหาคุณพ่อและคุณแม่บอกเป็เชิงให้ฝากลูกชายไว้กับเขาได้เลยแม้ผู้ปกครองทั้งสองจะรู้สึกกังวลอยู่ไม่น้อยแต่สุดท้ายก็ตัดสินใจยอมปล่อยลูกน้อยของพวกเขาไว้กับน้ำหนึ่ง
ธัญส่ายหน้าไม่ยอมอย่างเด็ดขาดเมื่อเห็นว่าแม่ของตนกำลังจะเดินออกไปจากห้อง
“ขอโทษนะคะลูก..”เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงแสดงออกถึงความลำบากใจอย่างชัดเจนแต่สุดท้ายเธอก็ต้องแวะมือของธัญแล้วออกไปรอข้างนอก
แม้จะพ่อแม่จะคอยดูแลเอาอกเอาใจมาตลอดั้แ่ยังเล็กแต่่เวลาที่ผ่านมาธัญกลายเป็เด็กดื้อไม่ยอมฟังใครจนกระทั่งเดือนร้อนไปถึงคุณครูประจำชั้นแม้จะยอมได้ยากนักที่ต้องเห็นลูกชายตนเองถูกดุแต่เพื่อจะเปลี่ยนนิสัยสุดท้ายคุณพ่อเลยยอมจ้างเด็กมหาลัยคนหนึ่งที่คุณครูแนะนำให้มาอีกที
เห็นเป็คนตัวเล็กดูไม่มีพิษมีภัยใบหน้ายิ้มแย้มดูเป็เด็กดี ก็แอบกังวลอยู่บ้างว่าอาจจะเอาเ้าธัญเขาไม่อยู่
แต่กลับกลายเป็ว่าดูจะได้ผลดีกว่าที่คิด
ธัญวลัยตัวน้อยที่แหกปากร้องโวยวายจนผู้ปกครองทั้งสองรู้สึกสงสารตอนจะออกมาจากห้องจู่ๆก็ก็เงียบเสียงหายไปภายในห้านาที
ภายในห้องที่จนถึงเมื่อสักครู่ยังได้ยินเสียงเด็กร้องโวยวายจะไปหาแม่แต่จู่ๆทั้งห้องก็ตกอยู่ภายใต้ความเงียบเหลือเพียงเสียงสะอึกสะอื้นเท่านั้น
“อร่อยไหม ?”หนึ่งกล่าวถามขณะที่นั่งลงคุกเข่าเพื่อให้อยู่ในระดับความสูงเดียวกัน
แน่นอนว่าธัญส่ายหัวรัวๆจู่ๆก็ถูกลูกอมรสชาติประหลาดแผ่ซ่านอยู่ภายในปากจนต้องเบ้หน้าและลืมร้องไห้เลยทีเดียวแม้มองหน้าอีกฝ่ายก็ยังยิ้มอยู่แต่กลับให้ความรู้สึกกลัวยังไงก็ไม่รู้
อย่างน้อยๆก็กลัวว่าถ้าแหกปากอีกรอบอาจจะได้ลูกอมพิศดารมากินอีกก็ได้
“ถ้างั้น...”
“ธัญ!”
เ้าของชื่อสะดุ้งตื่นจากฝันเขาลืมตาขึ้นมากระพริตาปริบๆยังคงงงๆอยู่ว่าตัวเองตื่นหรือยังอยู่ในฝันเพราะใบหน้าที่คุ้นเคยของน้ำหนึ่งก็ยังคงอยู่ตรงหน้าเหมือนในฝันไม่มีผิดเพี้ยน
“ธัญ! ตื่นได้แล้วมีเรียนตอน 10โมงไม่ใช่รึไร เฮ้อเด็กคนนี้...”แค่ลืมตาเพียงนิดเดียว ก็ถูกบ่นยาวราวกับตื่นไปไม่ทันเรียน
ธัญวลัยแม้จะเข้าปีสองแล้วแต่ก็ยังทำตัวเหมือนเด็กไม่ยอมเปลี่ยนแม้จะเลิกนิสัยเอาแต่ใจและหยาบคายได้แต่ก็ไม่อาจเปลี่ยนนิสัยชอบคนอื่นดูแลได้จริงๆ
“ตื่นแล้วครับพี่หนึ่งเลิกบ่นนะครับนะ”แขนสองข้างกวาดไปเกี่ยวเอาเอวอีกคนที่กำลังตั้งใจบ่นอยู่เข้ามากอดและซุกใบหน้าลงเข้ากับหน้าท้องนุ่ม
“ถ้าตื่นแล้วก็ไปอาบน้ำไม่ใช่มากอดพี่”หนึ่งพูดพลางผลักหัวให้ธัญปล่อยออกจากกอดแต่ไม่เป็ผลเลยแม้แต่น้อยธัญไม่ยอมลุกไม่พอแต่กลับดึงเขาเข้าไปกอดแน่นกว่าเดิมเสียอีก
“ไอ้เด็กี้เี...”ว่าพร้อมใช้มือเคาะหัวอีกหลายๆทีกว่าจะเข็นไปอาน้ำได้ก็กินเวลาไปเกือบชั่วโมงโชคดีที่เขารู้ว่าคนอย่างธัญจะใช้เวลาก่อนตื่นนานแค่ไหนแต่ยังไงก็พาไปส่งที่มหาลัยสายอยู่ดี
และแน่นอนว่าน้ำหนึ่งไม่พลาดที่จะบ่นไม่หยุดปากถึงอาการี้เีตอนตื่นนอนในยามเช้าของธัญ
“เลิกเรียนตอนไหนโทรมาบอกพี่นะ”ชายหนุ่มยื่นมือไปลูบเบาๆที่หัวของธัญแม้อีกฝ่ายจะโตจนสูงแซงเขาไปแล้วก็ตามอย่างที่ว่ากันว่าเด็กน้อยของเราก็จะยังเป็เด็กแม้ว่าจะโตแค่ไหนก็ตาม
“โห ไอ้ธัญให้ผู้ปกครองมาส่งอีกแล้วเหรอวะ”หนุ่มมหาลัยคนนึงที่บังเอิญเดินมาเห็นพอดีก็ว่าพลางยกมือขึ้นไปพาดไหล่ของเพื่อนสนิทพร้อมกับเอ่ยปากหยอกล้อถึงผู้ปกครองของอีกฝ่าย
‘อาร์ท’ เพื่อนคนสนิทที่บังเอิญได้จับคู่ด้วยกันตอนปีหนึ่งแม้จะรู้ว่าหลายๆคนในเซคไม่ชอบธัญ แต่เขาก็ยังเลือกที่จะเป็เพื่อนธัญอยู่ดี
ธัญไม่ตอบอะไรกลับแถมยังหลบเอาแขนของอีกคนออกจากไหล่แล้วเดินตรงไปเข้าห้องเรียนที่ไม่ได้อยู่ไกลนักจากจุดที่ยืนโดยมีอาร์ทเดินตามอยู่ไม่ห่าง
วันนี้ก็เป็อีกวันที่เห็นผู้ชายหน้าเดิมๆที่มักจะขับรถมาส่งธัญอยู่เป็ประจำจนบางที่เขาก็นึกว่าคงเป็พี่ชายแต่พอลองถามดูก็กลับกลายเป็ว่าแค่พี่ที่รู้จักกันซะอย่างนั้น
อาร์ทมักจะบังเอิญมาเจอตอนที่พี่เขามาส่งอยู่ตลอดหน้าพ่อหน้าแม่ของธัญก็ยังไม่เคยได้เห็นซักทีพอเห็นนานวันเข้าสิ่งที่มักจะเห็นและทำให้แปลกใจอยู่บ่อยๆคือธัญมักจะยิ้มอยู่ตลอดเวลาที่คุยกับคนเป็พี่
ทั้งๆที่ตอนมาเรียนก็เอาแต่ทำหน้าบูดไม่เป็มิตรเลยซักนิด
ตัวธัญเองก็รู้ว่าตัวเองมักจะทำหน้าไม่น่าให้เพื่อนๆเข้าหาอยู่ตลอดเวลาแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจนัก ถ้าหากไม่ใช่น้ำหนึ่งก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องไปใส่ใจ
ธัญน่ะให้ความสำคัญกับน้ำหนึ่งเป็ที่หนึ่งในใจ
“กินอะไรดีนะ...”เสียงทุ้มเอ่ยพึมพำกับตัวเองบ่งบอกว่าภายในหัวนั้นไม่ได้คิดถึงเื่เรียนเลยแม้แต่น้อย
“อะไรนะ ?”
“นี่มึงคิดเื่กินแล้วเหรอ?”อาร์ทเอ่ยถามพอมองเวลาก็ยังไม่ผ่านพ้นสิบเอ็ดโมงดีแต่คนข้างๆก็ดันถามหาของกินซะแล้ว
“เปล่า แค่คิดว่าตอนเย็นจะกินอะไรกับพี่หนึ่งดี”คิ้วของธัญขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเป็การสื่อถึงว่าเขากำลังคิดเื่นี้อย่างจริงจังแม้จะเป็เพียงแค่เื่เล็กๆน้อยๆในสายตาของคนอื่นก็ตาม
แต่หนึ่งฤทัยของเขาต้องได้รับประทานอาหารที่อร่อยที่สุด
ั้แ่หนึ่งฤทัยมาอยู่ที่บ้านพ่อและแม่ของธัญก็สบายใจขึ้นเยอะในการที่ต้องไปติดต่องานต่างประเทศโดยให้ธัญอยู่กับหนึ่งผู้เป็พี่เลี้ยงไปเกือบครึ่งชีวิตของธัญก็เลยกลายเป็ว่ามีผู้ปกครองเป็น้ำหนึ่งไปอีกคน
วิธีการเลี้ยงดูที่แตกต่างจากเหล่าคนรับใช้ทำให้เด็กปีศาจกลายเป็เด็กน้อยน่ารักโดยใช้เวลาเพียงไม่ถึงปี
แต่ใครจะรู้ว่านิสัยธัญไม่ได้เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อยทุกวันนี้ก็ยังใช้เงินฟาดหัวเพื่อนให้ทำงานให้บ้าง พูดจาดูถูกคนอื่นบ้างแถมยังใช้งานอาร์ทอยู่ตลอดเวลาโชคดีหน่อยที่อาร์ทบริสุทธิ์ใจจะเป็เพื่อนจริงๆเลยไม่ได้เป็ปัญหามากนัก
ถึงแม้ธัญจะแสดงแต่นิสัยด้านแย่ๆออกมาแต่ก็ถูกชื่นชอบโดยผู้หญิงในมหาลัยเยอะอยู่พอสมควรอาจจะเพราะว่าตัวสูงและหน้าตาผิวพรรณดีตามประสา แถมยังรวยอีกต่างหากผู้ชายที่ใส่ชุดไหนก็ดูดีอย่างธัญน่ะยังไงสาวๆก็ต้องหมายปองอยู่แล้ว
“อะไรของมึงเนี่ย ?”อาร์ทมองเพื่อนด้วยสีหน้างงๆเขาไม่ค่อยเข้าใจเพื่อนคนนี้ซักเท่าไหร่ที่อยู่ด้วยก็เพราะรู้สึกการใช้ชีวิตอย่างลูกคุณหนูของธัญมันน่าสนุกดีก็เท่านั้นแต่ไอ้อาการที่เห็นอยู่เรื่อยๆคือไม่ว่าจะหายใจเข้าหรือหายใจออกก็จะคิดถึงแต่เื่ของหนึ่งฤทัยและเป็แบบนี้อยู่บ่อยครั้งเลยทีเดียว
“เมื่อกี้ป้าขายลูกชิ้นเข็นผ่านล่างตึกเห็นแล้วคิดถึงอยากเหมาซื้อไปฝาก”เพราะอยู่ภายในห้องเรียนก็เลยหัวเราะดังมากไม่ได้ในใจคิดไปแล้วพันแสนตลบว่าอะไรของมันวะแต่ก็ทำได้เพียงแค่พยักพเยิดหน้าเออๆออๆตามไปบ่อยครั้งที่ธัญเป็แบบนี้ก็ทำให้รู้สึกสนุกอยู่ไม่น้อย
และแน่นอนว่าธัญไม่ว่าเปล่ารีบก้มหน้าลงสนใจโทรศัพท์เข้าแอพแชทยอดฮิตเพื่อทักไปหาคนที่กำลังคิดถึงโดยไม่สนใจอาจารย์ที่กำลังสอนอยู่เลยแม้แต่น้อย
ปลายนิ้วสวยตามแบบฉบับผู้ดีกดแป้นพิมพ์ด้วยความว่องไวทิ้งคำถามทั้งหมดที่อยากจะถามกดส่งไปมากกว่าสิบประโยค และนั่งรอคำตอบโดยการหยิบขึ้นมาดูทุกๆ5 วินาที
ไม่ช้านานนักแชทก็ขึ้นอ่านและมีสัญลักษณ์บ่งบอกว่าอีกฝ่ายกำลังพิมพ์อยู่
‘ตั้งใจเรียน’
เพียงคำสั้นๆที่ตอบกลับมาโดยไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อยว่าก่อนหน้านี้เขาพิมพ์อะไรไปบ้างหลังจากนั้นพอส่งอะไรไปอีก หนึ่งก็อ่านไม่ตอบอีกเลย
วันนี้ก็เป็อีกวันที่ธัญไม่เข้าใจในตัวหนึ่งฤทัยว่าทำไมถึงไม่ตอบแชท