เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว)

ตอนที่ 186 ราชันหวนคืนบัลลังก์

“ เจ้ามั่นใจรึ เวลานี้ฮ่องเต้ว่าราชการไม่ได้ พวกปีศาจซากศพก็รุกคืบ เข้าใกล้เมืองหลวงเข้าทุกที ส่งทหารไป ก็ไม่สามารถต้านทาน ปีศาจซากศพได้เลย”

“ หม่อมฉันมั่นใจ อย่างแน่นอน”

“ ได้ ข้าจะมอบป้ายคำสั่งตัวแทนของข้า และกระบี่อาญาสิทธิ์ให้ หวังว่าเจ้าจะปราบปราบปีศาจผีดิบ ไม่ให้มันเข้ามาในเมืองหลวงได้”

“ กระหม่อมจะไม่ทำให้พระองค์ต้องผิดหวังพะยะค่ะ” เสี่ยวเทียนรับป้ายตัวแทนพระองค์ และ กระบี่อาญาสิทธิ์ แล้วออกจากวังไปทันที

“ เจ้าว่าเด็กหนุ่มคนนี้เหมือนเขาไหม”  ไทเฮาเอ่ยกับนางกำนัลชราผู้หนึ่ง

“ เหมือนมาก ไม่ว่าจะการพูดจา ท่าทาง ใบหน้าล้วนคล้ายเป็นอย่างยิ่งเพคะ” นางกำนัลก็เห็นด้วย

“ ข้ามั่นใจเขาต้องเป็นหลานชายของข้าอย่างแน่นอน”  ไทเฮาเอ่ยออกมาอย่างมั่นใจ

เสี่ยวเทียนเองยังไม่รู้ว่าตัวเองในตอนนี้ ได้ถูกมองว่า เป็นองค์ชายที่หายสาบสูญไปของ ไทเฮาซะแล้ว  ซึ่งเขาในตอนนี้กำลังขี่นกอินทรีน้อย ไปกับศิษย์พี่ซู่จินกัง เพื่อไปช่วยจัดการ ปีศาจซากศพอย่างเร่งด่วน

ณ เมืองซูโจว

“ ท่านเจ้าเมือง เวลานี้ พวกปีศาจซากศพล้อมเมืองเราเช่นนี้ ทำไมไม่ส่งข่าวไปเมืองหลวงให้ส่งคนมาช่วยละขอรับ” เหล่าขุนนางทั้งหลายที่มารวมตัวกันอยู่ในเมือง เอ่ยอย่างร้อนรน

“ ข้าส่งไปแล้ว ไม่รู้ว่าติดปัญหาอะไร ทำไมพวกเข้าไม่ส่งมาก็ไม่รู้”  เจ้าเมืองก็ร้อนใจไม่ใช่น้อย เพราะเวลานี้ กองทัพปีศาจซากศพ ประชิดกำแพงเมืองเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้จะต้านทานยังไง คาดว่าหากพวกมันขนกำลังลงมาอีก รุ่งเข้าเมืองซู่โจว ได้กลายเป็น เมืองร้างเหมือนที่อื่นๆ แน่

ทันใดนั้นเอง เสี่ยวเทียนก็เข้ามาถึง ที่จวนเจ้าเมือง แล้วแสดงป้ายตัวแทนพระองค์ให้ทุกคนดู

“ คำนับท่านผู้แทนพระองค์”

“ รายงานความเคลื่อนไหว ของ ปีศาจซากศพในเวลานี้มาอย่างละเอียด”

“ เวลานี้ กำแพงทิศเหนือ มี ปีศาจซากศพมากันเป็นหมื่นแล้ว หากไม่มีใครมาช่วย พวกมันคงทะลักเข้าเมืองแน่” แม่ทัพรักษาเมืองรายงาน

“ ว่าแต่นี่พวกท่านมากันเท่านี้เองรึ?” เจ้าเมืองสงสัย

“ ข้าสงสัยว่า ทำไมพวกท่านไม่ส่ง สารขอความช่วยเหลือไปที่เมืองหลวง”

“ พวกเราส่งไปแล้ว วันละไม่ต่ำกว่า สามรอบ แต่ไม่มีใครตอบรับว่าจะมาช่วยเลย”

“ นึกไว้ไม่มีผิด หากว่าเมืองซูโจวแตก พวกปีศาจซากศพได้เข้าเมืองหลวงภายใน 24 ชั่วโมงแน่”  เสี่ยวเทียนนึกเรื่องนี้ไว้อยู่แล้ว

“ ถ้าเช่นนั้นกองกำลังหลัก ที่ไปอยู่ทางทิศใต้เมืองหางโจว คงไม่สามารถมาช่วยที่ซูโจวนี้ทัน ทำไมเมืองหลวงไม่ส่งคนมาช่วยที่นี่กันนะ”

“ พวกมันมีแผนจะก่อกบฎ น่ะซิ” เสี่ยวเทียนตอบด้วยน้ำเสียงเฉยเมย

“ กบฎ เลยรึ หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้เนี่ยนะ”

“ ข้าคิดว่า นี่คงเป็นแผนของพวกมัน ปีศาจซากศพพวกนี้ น่าจะมีผู้ควบคุมอยู่ ไม่เช่นนั้น พวกมันไม่สามารถโจมตี เข้าจุดยุทธศาสตร์ได้แบบนี้”

“ ตายล่ะ อย่างนี้ พวกเราควรทำอย่างไรดี” เจ้าเมืองกล่าวอย่างร้อนรน

“ ไปกำแพงทางทิศเหนือกันก่อน”

บนกำแพงเสี่ยวเทียนเห็นปีศาจซากศพ นับแสน กำลังไต่ตัวคนที่อยู่ด้านล่างเพื่อจะข้ามกำแพงมาให้ได้ แต่ก็ถูกทหาร ทั้งใช้ธนู ทั้งใช้น้ำมันราด จุดไฟเผา จน หน้ากำแพงกลายเป็น ทะเลเพลิง เต็มไปหมด แต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งความกระหายหิว ของปีศาจซากศพได้ 

 เสี่ยวเทียนลอยตัวออกไป บนท้องฟ้า ปล่อยพลังฝ่ามืออรหันต์ยูไลออกมา พร้อมกับแสงพุทธะ แล้วท่องเวทย์มนตร์กำกับออกไป แสงสีทองเจิดจรัสออกมาจากร่างของเสี่ยวเทียน เป็นรัศมีพลังที่น่าประหลาด พอกระทบถูก เหล่าปีศาจซากศพทั้งหลาย ทุกคนกับหยุดนิ่ง แล้วก็มีปีศาจซากศพบางคน ถึงกลายร่างเป็นมนุษย์ มีสติสัมปชัญญะ กลับคืน ปีศาจซากศพบางตนก็ไม่สามารถกลับคืนร่างมนุษย์ร่างกายก็กลายเป็นฝุ่นขึ้เถ้าสลายไป

ปรากฏการณ์ประหลาดเช่นนี้ ทำให้ ผู้คนบนกำแพง ทหารทั้งหลายต่างคุกเข่ากราบไหว้ คิดว่า เสี่ยวเทียนเป็นพระโพธิสัตว์ยูไล มาโปรดสัตว์ เพราะว่า ด้านหลังของเสี่ยวเทียนเป็นเงา ร่างขององค์พระโพธิสัตว์องค์ใหญ่อยู่ทางด้านหลัง

เสี่ยวเทียนปล่อยแสงแห่งพุทธะ ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ปีศาจซากศพก็ไม่เหลืออีกต่อไป เหลือเพียงมนุษย์ปกติเท่านั้น

เสี่ยวเทียนกลับมาบนกำแพง เห็นพวกเจ้าเมืองคุกเข่ากันอยู่ เลยบอกให้ลุกขึ้น ทุกอย่างจบแล้ว 

“ เจ้าเมืองไม่ต้องห่วงอีกต่อไป แสงแห่งพุทธะนี้จะปกคลุมไปทั่วทั้งเมืองซู่โจว พิษปีศาจซากศพ จะไม่สามารถทำอะไรได้อีก แม้มนุษย์ที่กลับไปเจอปีศาจซากศพที่บ้านเกิด ของเขา พวกปีศาจซากศพ ก็จะสลายหายไป หรือกลับมาเป็นมนุษย์เช่นเดิม เพราะแสงแห่งพุทธะจะติดตัวของพวกเขาไปตลอดชีวิต”

“ ท่านผู้แทนพระองค์ ท่านเป็นพระอรหันต์น้อยกลับชาติมาเกิดจริงๆ  ข้าน้อยและชาวเมืองขอขอบพระคุณท่านเป็นอย่างยิ่ง” เจ้าเมืองกล่าวขอบคุณอย่างจริงใจ

“ ข้าต้องไปเมืองหางโจว  กวางโจว และ  เป่ยโจว มิเช่นนั้นพวกเขาต้องเดือดร้อนแน่ๆ ศิษย์พี่ไปกันได้แล้ว” เสี่ยวเทียนต้องเรียกสติ ของศิษย์พี่ซู่จินกัง ที่บัดนี้ คุกเข่าคำนับเสี่ยวเทียน เหมือนกับทุกๆ คน พอเสี่ยวเทียนเรียกเลยได้สติขึ้นมา

“ศิษย์น้องเมื่อกี้ข้าตาฝาดไปหรือเปล่า ข้าเห็นพระโพธิสัตว์ยูไลมาโปรด”

“ ท่านมาจริงๆ ไปกันเถอะ ยังมีอีกหลายเมืองที่เราต้องไปช่วย”

แล้วเสี่ยวเทียนก็เดินทางไปช่วยเมืองใหญ่อีกสามเมือง จนประชาชนทั้งหลายต่างเลื่อมใสศรัทธา ในตัวเสี่ยวเทียน  เรียกเสี่ยวเทียนว่า เป็น  เทพอรหันต์น้อยกันไปทั่วแผ่นดิน  เมื่อภารกิจเสร็จแล้ว ก็กลับเมืองหลวงเข้าเฝ้า องค์ไทเฮา เพื่อนำป้ายและ กระบี่ไปคืน

ณ ท้องพระโรงวังหลวง

วันนี้ทุกคนทราบว่า ปีศาจซากศพนั้น ถูกเสี่ยวเทียนกำจัดไปจนหมดแล้ว วันนี้เสี่ยวเทียนประกาศกับทุก ๆ คนด้วยว่า จะช่วยรักษาองค์ฮ่องเต้  แต่ว่า ทุกคนต้องมาเป็นสักขีพยานในครั้งนี้ทั้งหมด รวมทั้ง  องค์ชายทั้ง 25 คนด้วย

“ ท่านเทพอรหันต์น้อย จ้าวชิงเทียน ท่านทำความดีความชอบต่อแผ่นดินไม่น้อย ข้าต้องขอบคุณท่านแทนประสกนิกรทั้งแผ่นดิน ที่ ท่านได้ช่วยปัดเป่าเภทภัยในครั้งนี้ ท่านต้องการอะไรเป็นการตอบแทนดี ข้าเองอยากแต่งตั้งท่านเป็น ราชครูแต่ว่า ท่านก็ไม่ยอมรับ”

“ หม่อมฉันต้องฝึกตนอีกมาก เรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กน้อยเท่านั้นอย่าได้ใส่พระทัยเลย”

“ มิได้ อาตมาอายุปูนนี้แล้ว ยังไม่เคยเจอ แสงแห่งพุทธะอย่างแท้จริง วันนี้ได้ไม่ว่าอย่างไร ก็คงต้องขอให้ประสก ช่วยแสดงแสงแห่งพุทธะ ให้ชมเป็นบุญตามด้วย”  ไต้ซือฉางคง เอ่ยอย่างยินดี ซึ่งเหล่าขุนนางและองค์ชายต่างก็เห็นดีด้วยเช่นกัน

“ ก่อนอื่น หม่อมฉันต้องบอกไว้ก่อน หากหม่อมฉันแสดงแสงแห่ง พุทธะ ออกมา ปีศาจซากศพจะเกิดผล อยู่สองประการคือ ฟื้นกลับมาเป็นมนุษย์ปกติ  และ อีกประการคือ ร่างกายสลายหายกลายไปเป็นฝุ่น เรื่องนี้ขอให้ไทเฮา ทรงได้โปรดพิจารณา ตัดสินใจด้วย”

“ ท่านอรหันต์น้อย ข้ากับ เสนาบดีทุกท่านได้ตัดสินใจแล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

พวกเราทุกคน ต่างยอมรับได้  หรือจะมีใครคัดค้าน”

“ หม่อมฉันขอ คัดค้านเพคะ”   ฮองเฮาเดินเข้ามา พร้อมกับ พระโอรสอีกสามสี่พระองค์ เดินตามหลัง แล้วยังมีขุนทหาร แม่ทัพ อีกเป็นจำนวนมาก ตามหลังมา เพื่อให้การสนับสนุนฮองเฮาเพื่อตัดสินใจในครั้งนี้

“ ฮองเฮา เสียงขุนนางส่วนใหญ่ไม่คัดค้าน แล้วไยเจ้ายังต้องแข็งขืนเช่นนี้?”

ทุกวันนี้ ถึงแม้ว่าฮองเฮา จะมีอำนาจว่าราชการแต่ เพราะว่าไม่สามารถคัดคำสั่งของไทเฮา ที่มีบารมีมาก เหล่าขุนนาง และแม่ทัพใหญ่หลายคน ต่างหนุนหลังไทเฮากันทั้งนั้น แต่วันนี้ ฮองเฮา มีแม่ทัพทหาร รักษาเมือง หนุนหลังวันนี้เลยกล้าแข็งขืน เพราะกองกำลังชายแดน ทหารล้วนตายไปเกือบหมด และที่อยู่บัดนี้ก็ยังอยู่ชายแดน หากคิดยกทัพกลับมาช่วนก็สายเกินไปแล้ว

“ เรื่องนี้ ทุกท่านต้องตอบคำถามข้าให้ได้ก่อน หากพระองค์สวรรคต ใครจะเป็นรัชทายาท มิเช่นนั้นแล้ว จะปล่อยให้ โอรสทั้ง 25 คนแย่งชิงกันให้ตายกันไปข้างเลยหรือไง ทำไมพวกท่านไม่ยอมแต่งตั้งรัชทายาทเสียที?”

เสนาบดีไม่กล้าตอบได้แต่มองไปที่องค์ไทเฮา ซึ่งพระองค์ตั้งใจไว้อยู่แล้วว่า จะเก็บตำแหน่งนี้เอาไว้ให้ รัชทายาทที่แท้จริง ซึ่งเป็นบุตรของฮ่องเต้องค์ก่อนที่หายสาบสูญไป 18 ปีแล้ว 

“ บัลลังก์นี้เป็น ของฮ่องเต้จ้าวที่แท้จริง เมื่อ สิบแปดปีก่อน เขาถูกลอบสังหาร ทำให้หลายชายข้าหายสาบสูญไป  บัดนี้ เขากลับมาแล้ว ทำไมข้าต้องเลือก รัชทายาทคนใหม่ด้วย” ไทเฮาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นระเยือก ทุกคนได้ฟัง ก็ต่างตกตะลึง อ้าปากตาค้าง ไปกับคำพูดของพระนางเช่นนี้

“ เป็นไปไม่ได้ ทำไมไม่มีใครรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย พวกท่านเสนาบดีทั้งหลายมีใครรู้เรื่องนี้บ้างไหม?”   ฮองเฮา หันไปถามหน้าตาตื่นตระหนก  เหล่าเสนาบดีล้วนส่ายหัว ไม่มีใครรู้เรื่อง

“ เรื่องสำคัญเช่นนี้ ใครจะพูดออกมากันเล่า” ไทเฮาเอ่ยออกมอย่างไม่แยแสผู้ใด

“ แล้วรัชทายาทอยู่ไหนกันเล่า ทำไมไม่ออกมาเปิดเผยตัว หากว่ากล้าเปิดเผยตัวหม่อมฉัน ก็ไม่มีอะไรคัดค้าน นะเพคะ”

“ ก็คนที่ยืนต่อหน้าพวกเจ้านั้นยังไง เทพอรหันต์น้อง จ้าวชิงเทียน หรือก็คือ องค์ชายใหญ่ จ้าวเทียนนั่นเอง” พอสิ้นเสียงไทเฮา สายตาทุกคู่หันมามองหน้าเสี่ยวเทียนเป็นตาเดียวเสนาบดีชราหลายคนถึงกับพยักหน้า ว่าใช่ๆ ไม่ผิดเพี้ยน เหมือนยังกับแพะ กับ แกะ ฮองเฮาที่เห็นหน้าเสี่ยวเทียน ถึงกับตาค้างพูดไม่ออก แม่ทัพรักษาเมือง ก็ไม่กล้า พร้อมกับคุกเข่า ไปพร้อมๆ กับเสนาบดีทั้งหลาย ไม่กล้าเอ่ยอะไรออกมา

“ ถวายบังคมองค์รัชทายาท” เหล่าเสนาทั้งหลายพร้อมใจคุกเข่าเรียกเสี่ยวเทียนทันที ทำให้เสี่ยวเทียนทำตาปริบ ๆ ไม่รู้จะพูดอะไรดี คิดในใจ  ไทเฮาวางแผนอะไรกันแน่เนี่ย ทำไมไม่บอกเราเลยสักคำนะ !

“ เอาละพวกท่านทั้งหลายลุกขึ้นยืนก่อน ข้าอยากให้เขารักษาฮ่องเต้ก่อน ขอให้ทุกท่านถอยไป”

“ เดี๋ยวก่อน เราจะรู้ได้อย่างไร ว่าเขาจะรักษาอย่างใจจริง ไม่คิดร้ายต่อองค์ฮ่องเต้”

“ ข้ารับปากท่านก็ได้ ฮ่องเต้  ต้องไม่ตายอย่างแน่นอน หากพระองค์เป็นอะไรไป

ข้าชดใช้ด้วยชีวิตเลยก็ได้”   เสี่ยวเทียนให้สัญญาไปแบบนั้น เพราะรู้ว่า ชะตาของฮ่องเต้ยังไม่ถึงที่ตายอย่างแน่นอน เพราะได้ทำการ ใช้ยันต์เสี่ยงทายไว้เรียบร้อยแล้ว

“ รัชทายาทอย่าพูดเช่นนี้ เจ้าไม่ใช่คนธรรมดาสามัญแล้วนะ” ไทเฮาดุเสี่ยวเทียน

ซึ่งฮองเฮายิ้มย่อง แล้วเอ่ยว่า

“ ในเมื่อรัชทายาทยืนยันเช่นนี้ขอให้ทุกคนเป็นพยานด้วย ก็แล้วกัน”

เสี่ยวเทียนส่ายหัวไปกับฮองเฮา เห็นการกระทำแบบนี้แล้ว น่าเห็นใจไทเฮาจริงๆ

แล้วเดินไปที่ตำหนักที่ประทับของฮ่องเต้  พอไปถึง ก็พบฮ่องเต้ที่ยังคงเป็นเหมือนเดิม แต่หน้าตาเริ่มมี เส้นเลือดปูดขึ้นมา ตาโปน ฟันเริ่มมีเขี้ยว ดวงตาสีแดงเพลิง เห็นคนเข้ามาก็พุ่งตัวเข้าหา แต่ว่าไม่สามารถ หลุดออกโซ่ที่รัดเอาไว้ได้  

จึงคำรามออกมาน้ำลายกระเด็นไปทั่ว เสี่ยวเทียนยอกมือขึ้น แสงแห่งพุทธะออกมาจากฝ่ามือ กระจายไปทั่วห้อง ทุกคนที่ได้รับแสง ล้วนรู้เย็นกายสบายใจอย่างบอกไม่ถูก ไต้ซือฉางคง ถึงกับนั่งลงทำสมาธิ ดูดซับพลังแห่งแสงเข้าไปในร่างกาย ทำให้ ร่างกายของไต้ซือ ที่มีพลังเซียนระดับ จักรพรรดิ เพิ่มทะลุผ่านไปเซียนฟ้าได้ทันที  ไต้ซือฉางคงถึงกับซาบซึ้ง ไปกับลำแสงอรหันต์ น้ำตาซึมออกมา  ส่วนฮ่องเต้ ก็นิ่งสงบ ลงแล้วก้มคุกเข่าไปกับพื้น ผิวกายที่ซีดขาวก็กลับผิวเข้มขึ้น ใบหน้าล้วนหายมาเป็นปกติ สุดท้ายพิษของราชันซากศพ ก็ค่อยๆ กลายเป็นไอ ออกจากร่างไปจนหมด

“ นี่ข้าเป็นอะไรเนี่ย”

“ เสด็จพี่ ท่านหายดีแล้ว โอ้ย หม่อมฉัน ดีใจจริงๆ เลยเพคะ” ฮองเฮาเข้าไปสวมกอด  ฮ่องเต้แน่น แต่ฮ่องเต้เห็นไทเฮา ก็ผลักร่างของ ฮองเฮาออกไปเข้าไปคำนับไทเฮา เป็นอย่างแรก

“ ถวายบังคมเสด็จแม่”

“ ลุกขึ้นเถอะ หายแล้ว เจ้าหายก็ดีแล้ว มาๆ ข้าจะแนะนำให้รู้จัก นี่คือ จ้าวเทียน โอรสของพี่ชายเจ้า หน้าเหมือนพี่ชายเจ้าไหม”

“ จริงหรือเสด็จแม่”  ฮ่องเต้มองเสี่ยวเทียนอย่างตะลึง

“ เหมือนจริงๆ ด้วย เจ้าเป็นคนช่วยข้าไว้ใช่ไหม?”

“ เรื่องเล็กน้อย หม่อมฉันทำตามหน้าที่ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร”

“ จ้าวเทียน เจ้ารู้ไหม ข้าส่งคนไปตามหาเจ้า ตลอดเวลา สิบแปดปี แต่ว่าหาเจ้าไม่พบ เจ้าไปอยู่ที่ไหนกันแน่”

เสี่ยวเทียนไม่รู้จะบอกอย่างไรดี เกี่ยวกับเรื่องนี้

“ พอแล้ว เจ้าเพิ่งหายดี ไปให้หมอหลวงตรวจก่อนเถอะ” แล้วฮ่องเต้ก็กลับไปให้ หมอหลวงตรวจละเอียดอีกที

ส่วนเสี่ยวเทียนถูกเรียกเข้าตำหนักไทเฮาอีกครั้ง

“ เจ้าสงสัยละซิ ทำไมข้าถึงบอกคนอื่นๆ ไปแบบนั้น”

เสี่ยวเทียนได้แต่มองหน้า ไม่พูดแต่รอคำตอบ

“ ข้อแรก กว่าหลานชายแท้ ข้าจะปรากฏต้องสองปี เจ้าเองก็หน้าตาเหมือนฮ่องเต้องค์ก่อน ดังนั้น เจ้าต้องแสดงเป็นหลายชายของข้าไป สองปี หวังว่าเจ้าคงเข้าใจข้า”  เสี่ยวเทียนถอนหายใจอย่างโล่งอก ที่ไม่ใช่เรื่องจริง

“ หม่อมฉันหลงดีใจ จะได้พบครอบครัวที่พลัดพรากจากกันเสียอีก แต่ว่าก็ดี หม่อมฉันก็จะได้ทูลลาเสียที หม่อมฉันต้องไปฝึกตนต่อที่สำนัก”

เสี่ยวเทียนได้แต่โล่งใจที่เรื่องทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี

“ เจ้าอย่าลืม ต้องมาหาข้าทุกเดือนอย่างน้อยเดือนละสองครั้งก็ยังดี รู้ไหม?”

“ พะยะค่ะ”  เสี่ยวเทียนไม่อยากขัดพระทัย เลยตอบตกลงไป สร้างรอยยิ้มให้กับ ไทเฮายิ่งนัก ทำให้เสี่ยวเทียนมีความรู้สึกผูกพันกับ ไทเฮาขึ้นมาอย่างประหลาด

ณ ตำหนักฮองเฮา

“ ท่านแม่ ทำไมท่านลุงฮัว บอกว่ากำจัดมันไปแล้ว ทำไมมันยังปรากฏตัวได้อีกล่ะ”  องค์ชาย จ้าวเฟิง โอรสองค์โต กล่าวอย่างไม่พอใจนัก

“ ข้าส่งข่าวไปหาลุงของเจ้าแล้ว อีกไม่นาน พวกเขาต้องส่งคนมาจัดการกับมันแน่

ส่วนเจ้าสำนักหมื่นพิษ เจ้าไปบอกมันว่า  รัชทายาท จ้าวเทียนมันกลับมาแล้ว มันสามารถทำลายพิษ ราชันซากศพได้ ให้มันหาทางกำจัด รัชทายาทจ้าวเทียนซะเลย”

“  ข้าจะให้คนไปรายงานให้ เจ้าสำนักหมื่นพิษรับทราบเดี๋ยวนี้เลย ฮึ่ม จ้าวเทียน คราวนี้ เจ้าได้ตายอย่างแท้จริงแน่ๆ กล้ามาแย่งตำแหน่งรัชทายาทกับข้า”.....

คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน